วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รัฐดิ้นประมูลตั๋วคลัง หาเงินจ่ายชาวนา

ตั้งเป้าแสนล้านทำทีละ2หมื่นล.ใช้เวลา5สัปดาห์

ชาวนารอลุ้นรัฐบาลหาทางออกเปิดขายตั๋วเงินคลังระยะสั้น 1 แสนล้าน เยียวยาโครงการรับจำนำข้าว ส่งเงินให้ชาวนางวดแรกไม่เกินวันที่ 4 ก.พ. ด้านสหภาพแรงงานธนาคารออมสินรวมตัวแต่งชุดดำ ค้านผู้บริหารไม่ให้นำเงินไปช่วยรัฐ ขณะที่ ผอ.ธนาคารออมสินชี้แจงการกู้เงินเกิน 1,000 ล้าน ต้องผ่านบอร์ดรัฐยังไม่ส่งเรื่องพิจารณา ส่วนชาวนาในแต่ละจังหวัดยังดูท่าที หากไม่ได้คำตอบจะยกพลรถอีแต๋นบุกเมืองกรุง

รัฐบาลดิ้นรนหาทางออกเปิดประมูลขายตั๋วเงินคลังระยะสั้นช่วยชาวนา โดยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 ม.ค. นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลังในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า สบน.พร้อมที่จะเปิดขายตั๋วเงินคลังระยะสั้นก้อนแรก 20,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินดังกล่าวไปใช้ในโครงการรับจำนำข้าวฤดูกาลผลิตปี 2556/57 โดยมั่นใจว่าจะมีธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจหลายแห่งให้ความสนใจเข้าร่วมประมูลซื้อตั๋วเงินคลังระยะสั้นก้อนแรกอย่างแน่นอน ทั้งนี้ กระทรวงการคลังตั้งเป้าจะออกตั๋วเงินระยะสั้นเพื่อใช้ในโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมด 100,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสัปดาห์ละ 20,000 ล้านบาท รวมทั้งหมด 5 สัปดาห์ โดยจะประมูลทุกวันพฤหัสบดีและในวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป สบน.จะนำเงินดังกล่าวไปส่งมอบให้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์กรการเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อนำเงินดังกล่าวไปชำระหนี้ค่าข้าวให้แก่ชาวนา

“ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาได้หารือกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. คลังอย่างใกล้ชิดเพื่อดำเนินโครงการและแก้ไขปัญหาเงินที่รัฐบาลติดค้างชำระค่าข้าวให้แก่ชาวนา โดยมีความมั่นใจว่าเงินก้อนแรกจะถึงมือชาวนาไม่เกินวันที่ 4 ก.พ. แต่ต้องลุ้นว่าในวันที่ 30 ม.ค.กระทรวงการคลังจะขายตั๋วเงินคลังได้หมดทั้ง 20,000 ล้านบาทหรือไม่ เพราะสถานการณ์การเมืองและสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจกดดันการทำงานฝ่ายบริหารของธนาคารอย่างหนัก” นายพงษ์ภาณุกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ว่า นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการและโฆษกธนาคาร ธ.ก.ส.ออกหนังสือเวียนถึงสาขาของธนาคารทั่วประเทศให้เตรียมความพร้อมจ่ายเงินให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวและมีใบประทวนแต่ยังไม่ได้รับเงิน โดยจะมีเงินส่งถึง ธ.ก.ส.สัปดาห์ละ 20,000 ล้านบาท กำชับให้พนักงานของธนาคารดำเนินการด้วยความยุติธรรมและเรียงลำดับก่อนหลัง เพื่อป้องกันข้อครหาที่จะเกิดขึ้นกับธนาคารในภายหลัง ทั้งนี้ โครงการรับจำนำข้าวปี 2556/57 ธ.ก.ส.ทยอยจ่ายเงินให้แก่เกษตรกรไปแล้ว 54,987 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนข้าวเปลือก 3.41 ล้านตัน ยังมีข้าวเปลือกที่ค้างตามใบประทวนอีก 7.2 ล้านตัน คิดเป็นเม็ดเงิน 120,000 ล้านบาท

ต่อมาเวลา 09.00 น. สมาชิกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธนาคารออมสิน (สร.อส.) ประมาณ 400 คน นัดแต่งชุดดำรวมตัวที่ห้องประชุมเพชรรัตน์ บริเวณภายในธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ เขตบางซื่อ กทม. เพื่อคัดค้านผู้บริหารของธนาคารออมสินไม่ให้นำเงินฝากของธนาคารไปปล่อยกู้ให้แก่รัฐบาล เพื่อไปใช้ในโครงการรับจำนำข้าว

นายลิขิต กลิ่นถนอม ประธาน สร.อส. เปิดเผยว่า สร.อส.นัดกลุ่มสมาชิกรวมตัวกัน เพื่อแสดงเจตนารมณ์ทั้งทางตรงและทางอ้อมคัดค้านการปล่อยกู้โครงการรับจำนำข้าว โดยเรียกร้อง 3 ข้อคือ 1.ไม่ให้ทางธนาคารนำเงินฝากของประชาชนไปใช้ในโครงการรับจำนำข้าวรัฐบาลในทุกช่องทาง 2.การดำเนินธุรกรรมของทางธนาคารต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งธนาคารคือการส่งเสริมการออมของประชาชน และ 3.จะติดตามและตรวจสอบการดำเนินงาน เพื่อปกป้องรักษาผลประโยชน์ ของธนาคารลูกค้าและประชาชน

นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสินกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือจากกระทรวงการคลังถึงนโยบายการปล่อยกู้โครงการรับจำนำข้าวและยังไม่ได้รับหนังสือเชิญประมูลการปล่อยกู้ในโครงการรับจำนำข้าวจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และก็ไม่ใช่อำนาจการตัดสินใจในระดับฝ่ายบริหารเพราะหากเป็นวงเงินกู้ที่เกิน 1,000 ล้านบาท จะต้องนำเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการ (บอร์ด) ธนาคารให้พิจารณาอนุมัติ ซึ่งบอร์ดเพิ่งประชุมไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้หารือในประเด็นดังกล่าว ดังนั้น หากได้รับหนังสือก็ต้องประชุมหารือบอร์ดอีกครั้ง รวมถึงให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาด้วยว่าจะเป็นการดำเนินการขัดต่อกฎหมายหรือไม่

“ขณะนี้ สร.อส.ทำหนังสือส่งถึงบอร์ดโดยตรงทั้ง 15 คน คัดค้านเรื่องดังกล่าวแล้ว การจะมีมติในเรื่องใดออกมาก็ต้องใช้ความระมัดระวังเพราะเป็นการขัดแย้งกับพนักงานโดยตรงและธนาคารเป็นสถาบันการเงิน เรื่องความเชื่อมั่นถือเป็นเรื่องที่สำคัญ แม้ว่าที่ผ่านมาธนาคารออมสินจะเคยปล่อยกู้ให้กับโครงการภาครัฐมาโดยตลอด แม้ว่าจะได้รับผลตอบแทนต่ำ แต่ความเสี่ยงก็จะไม่ถูกนับเข้าไปในการดำรงเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงด้วย ส่วนข้อเรียกร้องของ สร.อส. ที่จะไม่ให้ธนาคารปล่อยกู้เงินให้กับภาครัฐเลยก็เป็นไปไม่ได้เพราะเป็นการทำธุรกิจในฐานะสถาบันการเงิน วันนี้การปล่อยเงินกู้ให้กับภาครัฐเองก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องความเสี่ยงแต่เป็นเรื่องความเชื่อมั่น ซึ่งจะให้ความสำคัญกับองค์กรเป็นหลัก จะไม่ดำเนินการใดๆที่มีผลกระทบต่อองค์กรเด็ดขาด” นายวรวิทย์กล่าว

ส่วนความเคลื่อนไหวกลุ่มชาวนาที่ออกมาประท้วงรัฐบาล ที่ จ.พิจิตร นายสุรชัย ขันอาสา ผวจ.พิจิตร เรียกประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือเงินช่วยเหลือชาวนาที่ยังไม่ได้เงินในโครงการจำนำข้าว โดยอาจจะนำเงินจากกองทุนต่างๆ เช่น กองทุนพัฒนาสตรี กองทุนหมู่บ้าน ฯลฯ มาช่วยเหลือชาวนาโดยการให้กู้ปลอดดอกเบี้ย ด้านนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ประธานเครือข่ายชาวนา จ.พิจิตร และภาคเหนือตอนล่าง เปิดเผยว่า การประชุมแกนนำชาวนาในหลายพื้นที่ ชาวนาจะรอดูท่าทีของรัฐบาลว่าจะมีเงินมาให้หรือไม่ หากไม่จ่ายเงิน หลังจากเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ชาวนาจะรวมตัวขับรถอีแต๋นบุกกรุงเทพฯแน่นอน

ที่ จ.ตาก กลุ่มชาวนาและกลุ่ม กปปส.จังหวัดตาก ยังคงปักหลักปิดหน้าศาลากลางจังหวัดตากเป็นวันที่ 3 โดยกลุ่มชาวนาทยอยเดินทางมาร้องทุกข์กับสภาทนายความจังหวัดตากอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงปกาเกอะญออยู่ที่อำเภอแม่ระมาด ห่างจากตัวจังหวัดตากประมาณกว่า 100 กิโลเมตร ก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน ด้านนางนงคราญ คีรีราษฎร์ตระกูล อายุ 40 ปี ชาวนา จ.ตาก เผยว่าเดินทางมาพร้อมนำสำเนาใบประทวนส่งให้ทนายความฟ้องรัฐบาล ตนนำข้าวเปลือกไปจำนำตามโครงการของรัฐผ่านมานานกว่า 2 เดือนแล้วยังไม่ได้รับเงินจากรัฐจำนวน 54,800 บาท

ที่พรรคประชาธิปัตย์  นายอรรถวิชช์  สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่ารัฐบาลอ้างว่าคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นให้รัฐบาลกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท เพื่อใช้จ่ายให้ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว ตนขอท้าให้ น.ส.
จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และกระทรวงการคลัง นำจดหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกามาเปิดเผยให้ชัดเจนเพราะเชื่อว่ามีคนลักไก่เรื่องนี้ เนื่องจากได้เอกสารดังกล่าวมาแล้วพบว่าเป็นเพียงความเห็นของนายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเท่านั้น  และตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2482 กำหนดให้ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา มีผลผูกพันกระทรวง ทบวง  กรมต่างๆ ดังนั้น จึงขอเตือนไปยังข้าราชการกระทรวงการคลังและ น.ส.จุฬารัตน์ ว่าถ้าปล่อยให้ลักไก่ดำเนินการต่อไปก็จะถูกดำเนินคดีอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ทราบว่า น.ส.จุฬารัตน์เป็นเพื่อนเรียนสถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) รุ่นที่ 12 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เมื่อเรียนจบ น.ส.จุฬารัตน์ก็ได้เป็น ผอ.สบน. จึงถือว่ามีวันนี้เพราะน้องให้หรือไม่

นายอรรถวิชช์กล่าวว่า ทางออกปัญหาในขณะนี้รัฐบาลควรนำข้าวในโกดังออกมาประมูลขายลอตใหญ่ แต่ที่รัฐบาลไม่กล้าเพราะกลัวถูกตรวจสอบคุณภาพข้าวและสต๊อกข้าวว่าไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ เชื่อว่าวงจรที่จะได้เห็นในอนาคตคือโกดังถูกเผา เอกสารถูกทำลาย การที่รัฐบาลเลี่ยงไปใช้เงินกู้ 1.3 แสนล้านบาท โดยทยอยกู้สัปดาห์ละ 2 หมื่นล้านบาท และเงินงวดแรกจะได้ต้นเดือน มี.ค.หลังการเลือกตั้ง จึงเกรงว่าจะเลือกจ่ายให้เกษตรกรในกลุ่มตัวเอง เป็นการตกเขียวชาวนาหรือไม่ รัฐบาลใช้เทคนิคการกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท โดยที่ผ่านมามีแผนการก่อหนี้สาธารณะปี 2557 อยู่ที่ 3.3 ล้านล้านบาท โดยในนั้นมีโครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทอยู่ด้วย แต่เมื่อไม่สามารถทำโครงการ 2 ล้านล้านบาทที่เป็นโครงการเร่งด่วนได้ จึงใช้วิธีดึงแผนดังกล่าวออกและเอาโครงการจำนำข้าว 1.3 แสนล้านบาทใส่แทน จะทำให้วงเงินก่อหนี้สาธารณะไม่เพิ่มขึ้น ถือเป็นการเปลี่ยนไส้ในกรอบเดิม เรื่องนี้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ต้องรับผิดชอบร่วมกับ น.ส.จุฬารัตน์และนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง

ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรี กรณีโครงการรับจำนำข้าวว่า คงว่าไปตามขั้นตอนพร้อมจะชี้แจง เป็นเรื่องระดับนโยบาย และหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม เมื่อถามว่า จะพูดคุยกับชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินอย่างไร นายกฯตอบว่า รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการอยู่ ส่วนที่สถาบันการเงิน สหภาพแรงงานธนาคารออมสิน คัดค้านนำเงินฝากธนาคารไปใช้ในโครงการ อยากให้ทุกคนเห็นใจชาวนาเพราะในยามที่บ้านเมืองคับขันจากสถานการณ์ต่างๆ ปากท้องพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะชาวนาที่มีรายได้แค่ดูแลตัวเองเป็นวันๆ ไป ไม่อยากให้นำความรู้สึกมาอยู่บนความเดือดร้อน ของประชาชน ทุกวันนี้รัฐบาลพยายามสุดกำลังสุดความสามารถประสานกับทุกฝ่ายแล้ว

ทางด้านจังหวัดร้อยเอ็ดเมื่อเวลา 13.30 น. ชาวนาบ้านโนนสั้น ต.โนนรัง อ.เมืองร้อยเอ็ด พร้อมด้วยชาวนาจากหมู่บ้านใกล้เคียงหลายอำเภอจำนวนมากมาร่วมงานฝังศพนายทองมา ไกยสวน อายุ 64 ปี ที่วัดป่าดอนปู่ตาน  ต.โนนรัง  อ.เมืองร้อยเอ็ด  บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยเมื่อวันที่ 26 ม.ค.นายทองมาผูกคอตายโดยสาเหตุเครียดไปกู้เงิน ธ.ก.ส.และนำข้าวไปจำนำกับรัฐบาล หารายได้เสริมไปออกรถตู้วิ่งรับส่งเด็กนักเรียน ภายหลังหมุนเงินไม่ทันรัฐบาลไม่จ่ายเงินจำนำข้าวจึงเครียดฆ่าตัวตาย ด้านนายมงคล พรงาม  ผอ.ธ.ก.ส.สาขาจังหวัดร้อยเอ็ดกล่าวว่านายทองมาเป็นลูกค้าชั้นดีไม่เคยขาดชำระหนี้ ถ้าหากรัฐบาลจ่ายเงินจำนำข้าวไปช่วยเหลือชาวนาเร็วขึ้นความสะเทือนใจอาจไม่เกิดขึ้น

30 ม.ค. 2557 08:07 ไทยรัฐ