วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรุงเทพปิดสนิท! วันเลือกตั้ง เทือกยันโมฆะแน่

ชวนเดินขบวน3วันรวด เป้าหมายไล่‘ยิ่งลักษณ์’ ยิงเอ็ม79ถล่มใส่จตุจักร

กปปส.ห้าแยกลาดพร้าวโดนเอ็ม 79 กลางดึก ส่งผลผู้ชุมนุมบาดเจ็บ 2 ราย “เหลิม” ยุคนกรุงเทพฯออกไปเลือกตั้ง จัดกำลังตำรวจหมื่นกว่านายดูแลวันหย่อนบัตร ขู่ม็อบไม่เกิน 7 วัน จะมีเหตุยิงกันอีก จากคนที่แค้นถูกขัดขวางไม่ให้เลือกตั้ง และคนที่เดือดร้อนจากการปิดการจราจร “ธาริต” เผย ศรส. ส่งคณะเจรจา กปปส. ที่เวทีปทุมวัน 31 ม.ค.นี้ ให้ “จักรทิพย์” นำทีม ด้านเลขาฯ สมช.ประเมินวันเลือกตั้งจะรุนแรง “ประยุทธ์” จัดกำลังทหาร 5 พันสนับสนุน ศรส.วอนอย่ากดดัน รองโฆษก ทบ.ชี้ทหารไม่มีอำนาจพิเศษ ต่อเมื่อมีจลาจลจึงมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ “สุเทพ” ประกาศลั่นเดินขบวนใหญ่ตั้งแต่ 30 ม.ค.-1 ก.พ. ปิดกรุงเทพฯให้สนิท เป็นถนนคนเดิน การเลือกตั้งเป็นโมฆะแน่

การชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ในการขับไล่รัฐบาลยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และทวีความเข้มข้นมากขึ้น โดยมีเหตุการณ์รุนแรงรายวัน ขณะที่ล่าสุด นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส.ได้กระตุ้นคนกรุงเทพฯช่วยออกมาชุมนุมให้หมดทุกคนนั้น

ห้าแยกลาดพร้าวโดนเอ็ม 79

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 29 ม.ค. ที่เวที กปปส.ห้าแยกลาดพร้าว นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. กล่าวว่า เมื่อเวลา 03.47 น. ได้มีมือมืดยิงระเบิดมาตกลงบริเวณที่พักของผู้ชุมนุม ในสวน จตุจักร เสียงดังสนั่นหวั่นไหวทำให้คนที่กำลังหลับนอนอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุพากันวิ่งหลบในที่ปลอดภัย หลังเกิดเหตุได้ให้การ์ดเข้าตรวจสอบพบว่าคนร้ายยิงระเบิดที่คาดว่าเป็นเอ็ม 79 ในลักษณะวิถีโค้ง เข้ามาตกใส่ด้านข้างอาคารระบายอากาศของรถไฟฟ้าใต้ดิน ใกล้กับจุดที่พักของกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้มีคนได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดเล็กน้อยที่เท้าซ้ายและสะโพกขวา 1 ราย และที่แขน 1 ราย ทั้งนี้สันนิษฐานว่า คนร้ายใช้รถยนต์กระบะสีดำเป็นพาหนะวิ่งขึ้นโทลล์เวย์ จากนั้นได้ยิงระเบิดเข้ามาอาจมีเป้าหมายที่เต็นท์ผู้ชุมนุม แต่ระเบิดพลาดเป้า หลังเกิดเหตุได้ให้การ์ดเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มขึ้น มีการนำตาข่ายขึ้นไปขึงบนแนวโทลล์เวย์ และขอความช่วยเหลือจากทหารให้ส่งกำลังเข้ามาดูแลบนโทลล์เวย์ในช่วงกลางคืน พร้อมกับจัดการ์ดขึ้นไปช่วยดูแล สำหรับในสวนจตุจักรที่มีผู้ชุมนุมกางเต็นท์เป็นที่พัก จะให้จัดระเบียบเป็นโซน โซนละ 20 เต็นท์ แล้วมีหัวหน้าโซนดูแล มีการ์ดดูแลรอบนอกอีกชั้น

พฐ.ชี้ยิงจากโทลล์เวย์-สะพานลอย

พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.กอง พิสูจน์หลักฐานกลาง พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบปล่องระบายอากาศรถไฟฟ้าใต้ดินสวนจตุจักร ภายในสวนสาธารณะ ซึ่งเป็นจุดที่ถูกปืนเอ็ม 79 ยิงใส่ โดยเจ้าหน้าที่ พฐ.ได้วัดระยะวิถีการยิง และวัดความลึกของแรงอัดหัวกระสุนบนผนังปูนพบว่า มีความลึก 8 ซม. สูงจากพื้นดิน 4.10 ม.  ระยะยิงมาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือของสวนจตุจักร ซึ่งเป็นทิศทางมาจากด้านหลังเวที ฝั่งห้าแยกลาดพร้าว พล.ต.ต.ธวัชชัยกล่าวว่า ทิศทางยิงขณะนี้มาจากโทลล์เวย์และสะพานลอยข้ามแยกลาดพร้าวจุดใดจุดหนึ่ง ด้านหลังเวทีปราศรัย ซึ่งปืนเอ็ม 79 มีระยะยิง 400 เมตร จากจุดที่ยิง

พบรถ 2 คันโดนยิงพรุน

ต่อมาเจ้าหน้าที่จากบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เข้าตรวจสอบความเสียหายปล่องระบายอากาศรถไฟฟ้าใต้ดินในสวนจตุจักร พบว่าเป็นปล่องระบายอากาศระหว่างสถานีสวนจตุจักรและสถานีพหลโยธิน จุดที่ถูกระเบิดเอ็ม 79 ตกใส่อยู่บริเวณด้านข้างฝั่งทิศเหนือ สูงจากพื้นประมาณ 5 เมตร ซึ่งเป็นแนวจุดสายล่อฟ้า มีแผ่นอะลูมิเนียมที่คลุมไว้ฉีกขาดและตกลงมา 6 แผ่น ระบบต่างๆ ไม่ได้รับความเสียหาย มีรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีเปลือกมังคุด ทะเบียน ผข 989 อุดรธานี ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายหลายจุด กระจกหน้าถูกสะเก็ด 7 รู กระจกข้างคนขับ ฝากระโปรงและตัวถังรถด้านขวาฝั่งที่ระเบิดตกเป็นรูพรุนหลายสิบรู และรถเก๋งวอลโว่ สีบรอนซ์ ทะเบียน กน 2735 อุดรธานี มีรอยสะเกิดระเบิดเป็นรูที่ไฟท้ายและตัวถังฝั่งคนขับ

คนเจ็บไม่หวั่นสู้ต่อจนชนะ

นายสมาน บุญเลิศ อายุ 52 ปี ผู้ชุมนุมจากจังหวัดบึงกาฬ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิด กล่าวว่า ขณะกำลังนอนหลับอยู่ในเต็นท์ ต้องสะดุ้งตื่นจากเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว และรู้สึกเจ็บที่สะโพกข้างขวาและเท้าซ้ายจับดูมีเลือดออกจากโดนสะเก็ดระเบิด ขอยืนยันว่ายังจะอยู่จนได้รับชัยชนะ

อีโอดียันไม่ได้ยิงบนโทลล์เวย์

พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผู้กำกับการกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรืออีโอดี กล่าวภายหลังการเข้าตรวจสอบพื้นที่ว่า จากการตรวจสอบพบสะเก็ดระเบิดยิง ขนาด 40 มม. หรือเอ็ม 79 มีรัศมีอันตรายหลังจากตกกระทบพื้นแล้ว 5 เมตร ระยะหวังผล 200 เมตร และสามารถยิงได้ไกลสุด 400 เมตร เบื้องต้นคาดว่ายิงมาจากฝั่งถนนกำแพงเพชร 3 หรือบริเวณอาคารฝั่งธนาคารทหารไทย แต่ไม่ได้มาจากทางบนโทลล์เวย์แน่นอน เนื่องจากมีระยะที่ค่อนข้างไกล อีกทั้งระเบิดชนิดนี้รัศมีไกลสุดประมาณ 400 เมตร มีระยะหวังผลถึง 200 เมตร และรัศมีตกกระทบพื้น 5 เมตร ทำให้เป็นเหตุมีผู้บาดเจ็บ 2 คน และรถยนต์เสียหาย 2 คัน

“พรทิพย์” แนะตรวจเลขเครื่อง ว.

ที่เวทีอโศก พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม เดินทางมาตรวจสอบหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุกรณี ด.ต.คงเพชร เพชรกันหา ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมรุมประชาทัณฑ์ ประกอบด้วย ปลอกกระสุนปืน 11 มม. ลูกกระสุน 1 แมกกาซีน ประทัดยักษ์ วิทยุสื่อสาร กุญแจมือ และเสื้อวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง จากนั้น พญ.คุณหญิง พรทิพย์กล่าวว่ามาตรวจสอบในฐานะคนกลาง และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเพื่อเก็บภาพหลักฐานจากวัตถุที่พบในที่เกิดเหตุ หลังตรวจสอบหลักฐานแล้วจะนำข้อมูลทั้งหมดส่งมอบให้ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ คณะกรรมการสิทธิฯตรวจสอบต่อไป เบื้องต้นการพิสูจน์หลักฐานไม่สามารถพิสูจน์ทราบจากลายนิ้วมือ เนื่องจากมีหลายบุคคลสัมผัสวัตถุทั้งหมดด้วยมือเปล่า แต่สามารถพิสูจน์หลักฐานด้วยวิธีการอื่น เช่น การตรวจหมายเลขเครื่องของวิทยุสื่อสารที่ต้องมีการลงทะเบียน ตัวบุคคลที่จดทะเบียน หากเป็นของหน่วยงานรัฐ จะต้องมีการบันทึกในการมอบวิทยุสื่อสารเครื่องดังกล่าวให้บุคคลใดในการปฏิบัติหน้าที่

ผบ.ตร.กำชับเข้มจุดตรวจ

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวว่า เหตุระเบิดบริเวณแยกลาดพร้าวต้องรอการพิสูจน์ชนิดของระเบิดจากหน่วยเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิดอีกครั้ง และได้กำชับให้ตำรวจเพิ่มความเข้มงวดในการตั้งจุดตรวจค้นร่วมกับทหาร ในการเฝ้าระวังรถยนต์และบุคคลต้องสงสัยให้มากขึ้น หลังจากที่เกิดเหตุระเบิดและเหตุความรุนแรงในพื้นที่การชุมนุมหลายครั้ง พร้อมสั่งการตำรวจให้เตรียมความพร้อมในการดูแลการเลือกตั้ง ในวันที่ 2 ก.พ.นี้ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สมช.ชี้เสี่ยงเกิดเหตุได้ทุกเวลา

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะเลขานุการ ศรส.  กล่าวถึงกรณีเหตุคนร้ายยิงเอ็ม 79 เข้าที่ชุมนุมกลุ่ม กปปส.แยกลาดพร้าวว่า สถานการณ์ชี้ให้เห็นว่าสุ่มเสี่ยงเกิดความรุนแรงได้อยู่ตลอด ซึ่งสาเหตุเกิดได้ทั้งจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนไม่พอใจกับมีผู้ที่แฝงตัวในกลุ่มผู้ชุมนุมสร้างสถานการณ์ จนส่งผลสร้างให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นได้ระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม ตัวแปรมีมากขึ้น รวมถึงการเคลื่อนการชุมนุมไม่แจ้งที่เป้าหมาย ไม่ประสานเจ้าหน้าที่ไว้ล่วงหน้า ทำให้ยากต่อการดูแลรักษาความปลอดภัย มีเหตุการณ์ที่ถนนบรรทัดทอง และที่สโมสรทหารบกเป็นตัวอย่าง

นายกฯเกาะติดสถานการณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม เดินทางมาถึงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อหารือและร่วมประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. โดยก่อนที่นายกฯจะเดินทางมาถึง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาลรองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตัวแทนเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ เข้าร่วมประชุมติดตามสถานการณ์ประจำวัน ส่วนการรักษาความปลอดภัยบริเวณรอบสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมนั้นเป็นไปอย่างเข้มงวด และยังคงมีการวางแนวลวดหนามรอบตัวอาคาร ทั้งนี้ทั้งนายกฯและ รมต.เดินทางเข้าด้านหลังและให้รถวนไปส่งที่ลานจอดรถใต้อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นจุดที่มีความเข้มงวดและไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนทำข่าวและถ่ายภาพ

“เหลิม” จัด ตร.พรึบคุมเลือกตั้ง

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. กล่าวว่า แหล่งข่าวระบุว่า พวกที่ไปปิดกั้นการลงคะแนนเป็นคนชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราชบางส่วน เหตุใดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำ กปปส. ไปลงเลือกตั้งได้ ขอให้นายสุเทพตอบ สำหรับวันที่ 2 ก.พ. นายสุเทพออกมาประกาศว่าจะขัดขวางการเลือกตั้ง ตนจะประกาศขอเชิญชวนคนกรุงเทพฯให้ออกมาเยอะๆ ไม่ได้ปลุกระดมแต่ยุยงให้มาใช้สิทธิ อย่าไปเกรงกลัวแก๊งอันธพาล เพราะกำลังตำรวจหมื่นกว่านาย ได้ขอแรง ผบช.น. และมอบหมาย พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ดูแลการเลือกตั้งวางกำลังหมดทุกเขต หลังจากปลัด กทม.ทำหนังสือขอให้ช่วยดูแลการเลือกตั้ง พวกที่คิดจะไปปิดเขตแต่เช้าแล้วเอาหีบเลือกตั้งไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ยอมเด็ดขาด จะไม่สลายการชุมนุม ไม่ใช้อาวุธ ผู้ชุมนุมจะสร้างความเดือดร้อนแล้วจะนั่งดูเฉยๆไม่ได้ ตำรวจต้องใช้กฎหมาย

ขู่ม็อบต้องมีเหตุยิงอีก

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ถ้า กปปส.ไปอาละวาด เชื่อว่าประชาชนจะไม่ยอม การที่ระดมคนจากภาคใต้ ขอเตือนเจ้าของรถบรรทุก รถบัสว่ามีความผิดฐานกบฏ นอกจากนี้ได้ให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำหนังสือเตือน โดยขอเตือน 2 บริษัท ขายเหล้าเบียร์ เป็ดไก่ว่าต้องสำนึกบุญคุณแผ่นดินไทย มาจากที่อื่นทำมาหากินจนร่ำรวยในเมืองไทย ถ้าไม่หยุดจะทำหนังสือถึงกรมสรรพสามิต กรมสรรพากร ต้องตรวจสอบภาษีย้อนหลัง ตนเอาจริง ถ้ายังอยู่เรื่องต้องเรียบร้อย และขอเตือนผู้ชุมนุมจะมีการยิงกันเกิดขึ้นอีก เนื่องจากเหตุผล 3 ประการคือ เคียดแค้นที่ กปปส.ขัดขวางการเลือกตั้ง การชุมนุมไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและการปิดสะพานพระราม 8 สร้างความเดือดร้อนให้ผู้สัญจร คิดว่าไม่เกิน 7 วัน จะโดนแน่คนเขาอึดอัด แต่ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ทำ

ศรส.ส่งทีมเจรจา กปปส. 31 ม.ค.

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกรรมการ ศรส.แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติให้เน้นการเจรจากับแกนนำ กปปส.โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.จึงตั้งคณะการเจรจาเป็นการเฉพาะ ประกอบด้วย พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะ มีผู้แทนทหาร 3 เหล่าทัพ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ คณะสื่อมวลชน ผู้แทน กกต. ผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ผู้แทนจากฮิวแมนไรท์วอทช์ เข้าร่วมในการเจรจาด้วย จะเดินไปเจรจาที่เวที กปปส.ปทุมวัน ในวันที่ 31 ม.ค. เวลา 14.00 น. เพื่อจะขอร้องให้ กปปส.อย่าปิดกั้นหรือขัดขวางการใช้สิทธิเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.

ส่งข้อมูล ตม.ฟัน “สาธิต เซกัล”

นายธาริตกล่าวว่า ศรส.ยังมีมติแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นหัวหน้าคณะทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดีเอสไอ และกรมสรรพากร เพื่อดำเนินการกับกลุ่มทุนสนับสนุนการกระทำผิดของแกนนำ กปปส.ดูแลเกี่ยวกับเรื่องภาษีอากร ส่วนกรณีที่ศาลยังไม่อนุมัติหมายจับ 16 แกนนำนั้น ศรส.จะนำพยานหลักฐานมาเสนอศาลให้ครบถ้วนรัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อขอหมายศาลอีกครั้ง นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่า มีบุคคลต่างด้าวบางคนดำเนินการเข้าข่ายเป็นบุคคลต้องสงสัยว่ากระทำผิดตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินจำนวน 5 คน อาทิ นายสาธิต เซกัล แกนนำ กปปส. จะมอบให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ไปดำเนินการตามกฎหมาย

ประเมินวันเลือกตั้งแรง

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะเลขานุการ ศรส. กล่าวว่า ศรส.ได้ประชุมเตรียมการรักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอรัฐบาลสนับสนุน โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ดูแลในเรื่องของการขนหีบบัตรไปยังหน่วยเลือกตั้ง และประจำจุดเลือกตั้ง นอกจากนี้ ที่ประชุมประเมินการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. จะมีความรุนแรง คล้ายกับเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ซึ่ง ศรส.จะต้องปรับการปฏิบัติการด้านการข่าวเพื่อให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัยที่จะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

สั่งเสริมกำลังกรมอุทยาน-ป่าไม้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ศรส. นายนิพนธ์ โชติบาล รักษาการอธิบดีกรมอุทยานฯ และนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมป่าไม้ เข้าร่วม โดยที่ประชุม ศรส.ได้ขอให้กรมอุทยานฯและกรมป่าไม้ นำกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่อุทยานฯจากทั่วประเทศมาเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. และจะให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ขอพื้นที่ทำงานในกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯคืนจากผู้ชุมนุม หลังจากถูกปิดตัวมาตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา

อธิบดีปัดเอี่ยวหวั่นมีปัญหา

นายรัชฎาได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า เรื่องการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาไม่มีปัญหา แต่นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รมว.ทรัพยากรฯ กำชับว่า ขอให้ ศรส.ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรมาถึงกระทรวงทรัพยากรฯ เพื่อขอกำลังเจ้าหน้าที่เพราะเจ้าหน้าที่ป่าไม้ส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างรายวันจ้างเหมาเกรงว่าจะได้รับผลกระทบ และที่สำคัญเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไม่ได้ถูกฝึกมาให้ทำงานในเมือง เมื่อนำกำลังมาจะทำให้เกิดการเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุมและจะทำให้เหตุการณ์บานปลาย ด้านนายบุญชอบ สุทธิมนัส–วงษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า การนำกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองหมดสมัยแล้ว และจะส่งปัญหาถึงอนาคต

ผงะพบรถสุขา กทม.ติดกล้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) สโมสรตำรวจ ซึ่งเป็นกองบัญชาการของ ศรส.หลังจากที่กลุ่ม กปปส.ประกาศจะบุกปิดล้อม จึงมีการตรึงกำลังตำรวจจำนวนมากประจำการ แต่ยังสั่งตำรวจที่ประจำการให้เตรียมความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันช่วงเที่ยงเกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อมีตำรวจเข้าตรวจรถสุขาเคลื่อนที่ซึ่ง กทม.ส่งมาอำนวยความสะดวก พบว่ามีการติดกล้องวงจรปิดไว้ในกล่องทิชชูที่ติดอยู่มุมซ้ายด้านบนภายในรถ ทั้งสุขาหญิงและสุขาชาย จึงดึงกล้องวงจรปิดออกจากรถสุขา ก่อนจะได้รับการชี้แจงจาก กทม.จนเข้าใจสาเหตุติดกล้องดังกล่าว

กทม.แจงวุ่นเปล่าจ้องล้วงตับ

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงกรณีมีการตรวจพบกล้องวงจรปิดในรถสุขา อยู่ใน ศรส.ว่า จากรายงานทราบว่าเป็นการทดลองติดตั้ง กล้องบนรถสุขาจำนวนหนึ่ง เพราะเคยเกิดเหตุเด็กหญิงโดนทำร้ายบนรถสุขาของ กทม. จำเป็นต้องติดตั้งเพื่อความปลอดภัยตรงมุมทางเดิน ไม่ได้ติดตั้งในจุดที่ไม่เหมาะสม มีการร้องขอรถสุขามามาก ต้องหมุนเวียนสับเปลี่ยนรถในแต่ละสถานที่ ไม่ได้เจาะจงว่ารถคันใดต้องอยู่จุดใด ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาไม่ดี แต่หากฝ่ายใดไม่สบายใจก็พร้อมนำกล้องออก และพร้อมชี้แจง ด้านนายบรรจง สุขดี รองปลัด กทม. กล่าวว่า เป็นแนวทางป้องกันรักษาความปลอดภัย ด้วยการติดตั้งกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วไว้ที่ทางขึ้น-ลง 3-4 คัน ยืนยันว่ากล้องไม่ได้ถูกนำมาติดตั้งเพื่อแอบถ่ายผู้ที่มาใช้บริการ

ผบช.น.เล็งแจ้งข้อหาทั้ง 2 ฝ่าย

ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวกรณีเหตุการณ์ยิงกันที่หน้าสโมสรกองทัพบกว่า ต้นสังกัดมีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ด.ต.คงเพชร เพชรกันหา ผบ. หมู่งานสืบสวน กก.สส.บก.น. 2 ที่ถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว เท่าที่ได้รับรายงานพร้อมกับดูภาพจากคลิปวีดิโอที่เผยแพร่กันในโซเชียลมีเดียพบว่า ด.ต.คงเพชรเข้าไปในพื้นที่เพราะได้รับมอบหมายให้ไปสืบสวนหาข่าวในที่ชุมนุมก่อนถูกกลุ่มผู้ชุมนุมทำร้ายจนจวนตัวจึงชักปืนออกมายิงป้องกันตัว เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเตรียมแจ้งข้อหากับทั้ง 2 ฝ่าย อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเป็นข้อหาอะไรบ้าง

นพ.อุดม เชาวรินทร์ ผอ.รพ.ราชวิถี กล่าวว่าได้ย้าย ด.ต.คงเพชรออกจากห้องฉุกเฉินไปพักฟื้น อาการที่ห้องไอซียู อาการมีทิศทางที่ดีขึ้น ในภาพรวมถือเป็นที่น่าพอใจ

ตร.เร่งสืบหามือยิง “สุทิน”

พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น.กล่าวว่า เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ตำรวจจะเน้นหลักฐานที่ได้จากที่เกิดเหตุเป็นหลัก และหากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงใคร จะดำเนินการจับกุมทุกรายแน่นอน ส่วนคดีคนร้ายยิงนายสุทิน  ธราทิน แกนนำ กปท.เสียชีวิตใกล้วัดศรีเอี่ยม ท้องที่ สน.บางนานั้น ตำรวจได้หลักฐานเป็นภาพเหตุการณ์จากสื่อมวลชนและภาพที่ชาวบ้านใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกไว้ หลังจากนี้จะนำไปประมวลร่วมกับผล การตรวจพิสูจน์ของกองพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะทางเทคนิค อาทิ วิถีการยิง และแนวยิงของคนร้าย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายสืบสวน สน.บางนา จะนำข้อมูลเกี่ยวกับยานพาหนะของคนแต่ละกลุ่มมานำเสนอ ต้องตรวจสอบว่าในวันเกิดเหตุมีรถของผู้ใด กลุ่มไหน มากันกี่คัน และขณะเกิดเหตุจอดอยู่ในทิศทางใด

พฐ.พบถูกยิงจากด้านท้ายรถ

พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.กองพิสูจน์หลักฐานกลาง พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบรถหกล้อขยายเสียงที่นายสุทิน ธราทิน แกนนำ กปท.ถูกยิงเสียชีวิต ที่จอดอยู่บริเวณสนามหญ้าหน้าสำนักงานใหญ่ ปตท. โดยมีการใช้แผ่นเทสก์ร่องรอยหัวกระสุน เก็บตัวอย่างเลือด การจำลองเหตุการณ์ขณะถูกยิง และการวัดระยะวิถีกระสุน รวมทั้งตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติมบนรถ พล.ต.ต.ธวัชชัยกล่าวว่า เบื้องต้นพบร่องรอยกระสุนถูกยิงจากด้านท้ายรถ 3 จุด ส่วนรอยฉีกขาดด้านข้างรถทั้งสองด้าน เป็นร่องรอยการฉีกขาดจากของแข็งหรือหนังสติ๊ก ซึ่งมีการพบลูกแก้วบนรถ ขณะเดียวกันมีการพบหัวกระสุนไม่ทราบขนาด 1 นัด ตกอยู่บนรถด้วย

“กุลธน” ปัดคนติดตามมือยิง

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย นำตัวนายพงษ์ จันทรวิโรจน์ หรือ พงษ์ บางนา ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการยิงนายสุทิน ธราทิน แกนนำ กปท.เสียชีวิต โดย พ.ต.ท.กุลธนกล่าวว่า แม้เคยปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไปแล้ว แต่ยังมีการเสนอข่าวตนต่อเนื่อง ล่าสุดเชื่อมโยงมาถึงนายพงษ์ว่าเป็นมือปืน ขอชี้แจงว่า วันเกิดเหตุตนกับนายพงษ์กำลังนั่งอยู่ในรถ เมื่อทราบว่ามีเหตุยิงกันบริเวณวัดศรีเอี่ยมจึงเดินทางไปดู ทำให้ถูกเชื่อมโยง ทั้งที่ไม่เป็นความจริง นายพงษ์เป็นหนึ่งในทีมงานหาเสียงของตน มีความประพฤติดี ภาพที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียนั้นไม่ใช่รูปนายพงษ์ จึงต้องพามาขอความเป็นธรรม และไม่ทราบว่าบุคคลที่ปรากฏในรูปเป็นใคร ขณะที่นายพงษ์กล่าวว่า ที่ระบุว่าตนเป็นขาใหญ่ไม่เป็นความจริง ไม่ได้เป็นมือปืนหรือมีนิสัยอันธพาล ไม่เคยมีประวัติเรื่องยาเสพติด เคยถูกจับข้อหาเดียวคือขับรถเร็ว

กราดอูซี่ถล่มบ้านน้อง “รังสิมา”

พ.ต.ท.สุเจตต์ นาคมณี พงส.สภ.เมืองสมุทรสงคราม เข้าสอบสวนเหตุคนร้ายยิงถล่มบ้านนายบำเพ็ญ รอดรัศมี อายุ 45 ปี อาจารย์ประจำคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง แกนนำ กปปส.สมุทรสงคราม และเป็นน้องชายของ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โดยที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ด้านหน้าเป็นร้านอาหาร ถูกยิงด้วยปืนกลมืออูซี่ ร่วม 30 นัด กระสุนตัดรั้วเหล็กดัดหน้าบ้าน ตู้เย็น หลังคากระเบื้อง โต๊ะเก้าอี้ แก้วน้ำแตกกระจาย รวมทั้งจั่วหน้าบ้าน นายบำเพ็ญ กล่าวว่า เหตุเกิดราว 5 ทุ่มครึ่ง วันที่ 28 ม.ค. ขณะนั่งดูทีวีอยู่ในบ้าน คนร้ายไม่ทราบจำนวนขับรถปิกอัพโตโยต้าวีโก้สีดำไม่ทราบหมายเลขทะเบียน นำหน้าชี้เป้าให้คนร้ายอีกชุดที่ขับรถเก๋งโตโยต้าคัมรี่สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ที่ขับผ่านหน้าบ้านก่อนจะวกรถย้อนมายิงถล่มร้านและบ้านเป็นชุดแล้วเผ่นหนี

“ประยุทธ์” วอนอย่ากดดันทหาร

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวภายหลังการประชุมสรุปสถานการณ์ประจำวันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ได้ชี้แจงถึงการปฏิบัติงานของทหารมีหลายมิติอยู่ในกรอบของกฎหมาย ได้จัดกำลังกว่า 5,000 คน สนับสนุนการทำงานของ ศรส. อาทิ ชุดปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนกรณีเกิดเหตุรุนแรง เตรียมแผนและกำลังเพื่อเผชิญเหตุ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมีแต่จะสร้างความเกลียดชัง ความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนแต่ละฝ่าย ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุความรุนแรง เจ้าหน้าที่ต้องใช้กฎหมายดำเนินการ ไม่อยากให้กดดัน ผบ.ทบ. เพราะขณะนี้ ผบ.ตร. มีอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และรับผิดชอบทุกอย่าง ส่วนความรุนแรงที่เกิดขึ้น ผู้รับผิดชอบมีหลายฝ่าย ตั้งแต่รัฐบาลลงไป ส่วนกลุ่ม กปปส.ต้องควบคุมกันเองให้ได้ ไม่ละเมิดกฎหมาย ปลุกระดมสร้างความรุนแรง และสื่อมวลชนต้องไม่ขยายความเกลียดชัง สร้างเงื่อนไขเพิ่มขึ้น

แต่ถ้าเข้าเงื่อนไขก็พร้อมออก

พ.อ.วินธัยกล่าวว่า ขอให้เข้าใจว่าทหารไม่มีอำนาจพิเศษภายใต้กฎหมายปัจจุบัน แต่เมื่อใดเกิดการจลาจลในประเทศ หรือมีกองกำลังต่างชาติเข้ามา ทหารจึงจะมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญอย่างถูกต้องสมบูรณ์ ทหารต้องจัดกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยสนับสนุนการเลือกตั้ง สถานการณ์ที่คนไทยกำลังขัดแย้งและกำลังต่อสู้กัน คนไทยทุกคนต้องช่วยกัน ทหารจะไม่ทำตามคำพูดปลุกปั่นยุยงของใครก็ตามที่จะให้ทหารทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ผบ.ทบ.ได้แต่หวังว่าคงไม่มีสถานการณ์รุนแรงจนทุกฝ่ายถอยกันไม่ได้ เพราะจะทำให้ประเทศชาติย่อยยับ ขอให้เชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะยุติลงได้ ด้วยกระบวนการยุติธรรม และทุกฝ่ายต้องยอมรับ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

“อภิสิทธิ์” กระทุ้ง ผบ.ตร.ชี้แจง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์บลูสกาย แชนแนล ถึงเหตุการณ์ยิงกันหน้าสโมสรทหารบกว่า เป็นเหตุการณ์ที่น่าตกใจ อยากเรียกร้องให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ออกมาพูดให้ชัดว่านโยบายรักษาความสงบเรียบร้อยของ ศรส.และนโยบายรัฐบาลคืออะไร ถึงเกิดเหตุลักษณะนี้ อีกทั้งเมื่อคืนวันที่ 28 ม.ค. ก็มีการยิงเอ็ม 79 เข้าใส่พื้นที่ชุมนุมแยกลาดพร้าวด้วย การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าเดินทางเข้าไปหาข่าว แต่พกอาวุธปืนและระเบิดปิงปองนั้น ถือว่าเรื่องนี้ยังมีความขัดแย้งและสับสน พล.ต.อ.อดุลย์ ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด และเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบตามการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ควรแสดงท่าที จะหลบอยู่ไม่ได้

“เต้น” ไล่บี้ ปชป.ประกาศให้ชัด

ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.กล่าวว่า วันที่ 2 ก.พ.นี้ จะได้เห็นภาพที่ประหลาดที่สุด คือกลุ่ม กปปส.จะไปปิดหน่วยเลือกตั้ง ขณะที่แกนนำ กปปส.และนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผูกขาเดียวกันมาตลอด จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามปกติ ขอเรียกร้องพรรคประชาธิปัตย์ที่บอยคอตการเลือกตั้ง ประกาศเป็นมติพรรคให้ชัดเจนว่าจะบอยคอต หรือจะไปใช้สิทธิกันแน่ เพราะเคยทำมาแล้วเมื่อปี 49 และมวลชน กปปส.ที่เป่านกหวีดไม่ให้คนอื่นไปลงคะแนน จะเป่านกหวีดไม่ให้นายอภิสิทธิ์ไปลงคะแนนด้วยหรือไม่ อยากเตือนดารานักแสดงที่เที่ยวห้ามคนอื่นไม่ให้ใช้สิทธิต้องระวัง ถ้าหลังจากนี้เวลาไปแสดงหรือโชว์ตัวแล้วถูกชาวบ้านห้ามไม่ให้ทำบ้าง จะทำอย่างไร ส่วนอดีตข้าราชการที่ไปขึ้นเวที กปปส.หลายคน มีข้อมูลว่ายังมีคดีค้างอยู่ใน ป.ป.ช. เคยโดนตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องความโปร่งใสมาทั้งสิ้น อาจนำหลักฐานมาแถลงให้ประชาชนทราบบ้าง

กสม.จี้รัฐบาลป้องกันเหตุรุนแรง

วันเดียวกัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เรื่อง ข้อห่วงใยและข้อกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมือง กรณีการเลือกตั้ง ส.ส. วันที่ 2 ก.พ. ดังนี้ 1.รัฐบาลต้องมีมาตรการป้องกันมิให้เกิดความรุนแรง ไม่ใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบกับผู้ชุมนุม และรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ที่มีการเลือกตั้งเป็นกรณีพิเศษ 2.รัฐบาลและ กกต. ต้องกำหนดมาตรการที่ชัดเจนในการอำนวยความสะดวกต่อประชาชนที่ไปใช้สิทธิ 3.รัฐบาลและ กกต. ควรทำความเข้าใจต่อประชาชนให้เข้าใจถึงการดำเนินการเลือกตั้ง 4.สื่อมวลชนต้องนำเสนอข่าวที่เป็นความจริง ปราศจากอคติ และสร้างสรรค์ 5.รัฐบาลต้องกำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว 6.รัฐบาลต้องดูแลรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เยียวยาผู้เสียหาย ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นมาตรฐาน

สธ.แจงยอดตายแล้ว 10 ราย

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เหตุปะทะที่สโมสรกองทัพบกมีผู้บาดเจ็บ 5 ราย นำส่งโรงพยาบาลรามาธิบดี 1 ราย ขณะนี้อาการปลอดภัย แต่ยังอยู่ในห้องไอซียู อีก 1 ราย ส่งโรงพยาบาลราชวิถี ขณะนี้อาการดีขึ้น สัญญาณชีพดี ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี ถามตอบรู้เรื่อง ส่วนที่เหลืออีก 3 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ บาดเจ็บเล็กน้อย นำส่งโรงพยาบาลตำรวจ แพทย์ให้กลับบ้านได้แล้ว ส่วนสถานการณ์ผู้บาดเจ็บจากการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.2556-29 ม.ค.2557 มียอดสะสมรวม 588 ราย และมีผู้เสียชีวิต 10 ราย

สื่อนอกให้ชื่อ “เทฟลอนไทยแลนด์”

ขณะที่สำนักข่าวเอพี เอเอฟพีและรอยเตอร์ รายงานสถานการณ์ทางการเมืองในไทยว่า ไทยกำลังเผชิญปัญหาความเชื่อมั่นจากนักลงทุน การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการสูญเสียรายได้จากภาคท่องเที่ยว อันเป็นผลจากการประท้วงผนวกกับความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น โดยยอดจองโรงแรมในกรุงเทพฯ และการท่องเที่ยวจากแถบยุโรปและเอเชียลดลง ส่วนภาพลักษณ์ของไทยถูกขนานนามว่า “เทฟลอนไทยแลนด์” โดยจากวิกฤติการเมืองตั้งแต่มีรัฐประหารปี 2549 แต่สามารถฟื้นคืนเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว แต่เหตุความวุ่นวายครั้งล่าสุด อาจทำให้ภาคธุรกิจและนักท่องเที่ยว รู้สึกเบื่อหน่ายปัญหาการเมืองซ้ำซากของไทยได้

จ่อยื่น ผบ.เหล่าทัพขอทหารดูแล

นายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กปปส.กล่าวว่า ในวันที่ 30 ม.ค.นี้ กปปส. สวนลุมพินี สีลม จะส่งตัวแทนเข้ายื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการทหาร 3 เหล่าทัพ ในการส่งกำลังทหารเข้าดูแลประชาชน เพราะในขณะนี้ ชัดเจนแล้วว่า มีกองกำลังผสมต่างชาติทำร้ายประชาชน และ ศรส.ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นผู้อำนวยการ ไม่สามารถดูแล และบางครั้งยังเป็นผู้ยั่วยุทำร้ายประชาชน โดยผู้ชุมนุมไม่มีทางเลือก และเมื่อทำหนังสือไปแล้ว จะมีเสียงตอบรับจากทหารหรือไม่คงต้องมีการจับตาดูว่าทหารจะดูแลประชาชนหรือไม่

คปท.ผวาระเบิดสั่งปิดด่าน

บรรยากาศการชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก มวลชนยังคงปักหลักในพื้นที่การชุมนุม เนื่องจากนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท.ได้ประกาศยกเลิกการเคลื่อนขบวนออกไปร่วมบุกยึด ศรส. โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ให้ระงับกิจกรรมดังกล่าวไว้ก่อน เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของผู้ชุมนุม เพราะเกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่อง ทั้งนี้ ได้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยมากขึ้นในบริเวณที่ชุมนุม และรอบๆบริเวณโดยปิดด่านทางผ่านเข้าออกด้านถนนพระราม 5 และถนนพิษณุโลก

รองปลัด ยธ.ยอมค้างม็อบ 3 คืน

ที่เวทีชุมนุม กปปส.แจ้งวัฒนะ หลวงปู่พุทธอิสระ แกนนำ กปปส. เสนอทางออกว่า ขอให้ กกต. ทั้ง 5 คน ลาออกจากตำแหน่งยุติบทบาทการทำงาน เพื่อไม่ให้ดำเนินการจัดเลือกตั้งภายใต้ความต้องการของรัฐบาล และทำให้รัฐบาลไม่สามารถเดินต่อไปได้ จะเสนอแนวคิดนี้ไปยังทุกเวทีเพื่อกดดัน กกต.ให้ลาออก ขณะที่นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการเตรียมเข้าพักค้างคืนกับผู้ชุมนุมเวทีแจ้งวัฒนะ ตามคำเชิญของหลวงปู่พุทธอิสระ แลกกับการเปิดทางให้ข้าราชการกลับเข้าไปทำงานในศูนย์ราชการว่า เบื้องต้นจะเข้าพักค้างกับผู้ชุมนุม 3 คืน แม้ภรรยาและทางครอบครัวจะไม่เห็นด้วย ส่วนเรื่องความปลอดภัยไม่เป็นห่วง แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีการเปิดให้ข้าราชการกระทรวงยุติธรรมกลับเข้าทำงาน

กปปส.ชี้เล็งเก็บแกนนำ

เมื่อเวลา 10.10 น. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงว่าการเคลื่อนขบวนของกลุ่ม กปปส.ไปชุมนุมที่หน้าสโมสรกองทัพบกเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมานั้นเป็นการเดินทางไปอย่างเปิดเผย ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปลอมตัว หรือแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุม และการไปครั้งนี้ก็มีการประสานงานกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่อยู่แล้ว ซึ่งหากเป็นการเข้ามาสังเกตการณ์ทำไมต้องพกระเบิดและอาวุธปืน จึงน่าสงสัยว่าต้องการเข้ามาสร้างสถานการณ์ ลอบสังหารการ์ดและแกนนำหรือไม่

จี้ ศรส.ยอมรับความจริง

นายเอกนัฏกล่าวว่า หากสืบประวัติของ ด.ต.คงเพชร เพชรกันหา ผบ.หมู่ กก.สส.บก.น.2 ที่ถูกจับได้ก็จะพบว่ามีความเชื่อมโยงถึงนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่มีประวัติและพฤติกรรมชอบทำงานนอกระบบ ดังนั้น ขอเรียกร้อง ศรส.ให้ออกมายอมรับความจริง และจะขอให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เข้ามาตรวจสอบ พร้อมกันนี้ ขอให้ทหารเข้ามาดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม เพราะขณะนี้มีการยิงเอ็ม 79 ใกล้เวทีการชุมนุมห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งคาดว่าจะเชื่อมโยงกับกลุ่มชายชุดดำที่เคยปรากฏตัวในปี 53 ส่วนความเคลื่อนไหวในการคัดค้านการเลือกตั้ง 2 ก.พ.นั้น ยืนยันว่า กปปส.ทั่วประเทศจะเดินหน้าคัดค้านการเลือกตั้ง แต่ยังไม่เปิดเผยรูปแบบ

ยังไม่บุก ศรส.หวั่นไม่ปลอดภัย

นายเอกนัฏกล่าวว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. จะยังไม่เคลื่อนขบวนไปยังสถานที่ทำงานของ ศรส. ในวันเดียวกันนี้ แต่จะประชุมร่วมกับแกนนำ กปปส.และแนวร่วมจากทุกเวที เพื่อกำหนดมาตรการความปลอดภัย ก่อนเคลื่อนขบวนไป ศรส. โดยจะกำหนดวัน เวลา อีกครั้ง รวมถึงจะกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหวการคัดค้านการเลือกตั้ง 2 ก.พ.นี้

กปปส.เคลื่อนปิดขนส่งนนทบุรี

ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายสุชาติ ศรีสังข์ และนายทินกร อ่อนประทุม นำผู้ชุมนุมจากห้าแยกลาดพร้าวเคลื่อนขบวนไปสำนักงานขนส่งจังหวัดนนทบุรี ถนนติวานนท์ โดยเปลี่ยนเส้นทางวิ่งพื้นล่างบนถนนวิภาวดีรังสิต ไปขึ้นทางด่วนโทลล์เวย์ เนื่องจากมีข่าวว่าจะมีการลอบปาระเบิดใส่ช่วงท้ายขบวน จึงให้การ์ดวิ่งเคลียร์ตลอดเส้นทาง และห้ามรถคันอื่นวิ่งตัดขบวน เมื่อไปถึงแกนนำได้ให้จอดรถขวางประตูทางเข้าออกพร้อมให้ตัดน้ำตัดไฟกดดันให้ข้าราชการยุติการทำงาน และการ์ดใช้โซ่คลองกุญแจและกำชับว่าจะกลับมาตรวจ เพราะทราบว่าอธิบดีกรมการขนส่งและเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางแอบมาใช้สถานที่เป็นที่ทำงาน โดยขณะจะเคลื่อนขบวนกลับการ์ดได้รวบตัวชายคนหนึ่งมาป้วนเปี้ยนข้างรถแกนนำ ค้นในตัวพบหนังสติ๊ก หมวกไอ้โม่ง และเข็มจำนวนมากจึงนำตัวขึ้นรถกลับไปสอบ

บุก สธ.ให้กำลังใจ “ณรงค์”

ต่อมาในช่วงบ่ายกลุ่ม กปปส.เวทีลาดพร้าว เดินทางมาปิดล้อมสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานประกันสังคม จ.นนทบุรี ได้ไปต่อยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้กำลังใจนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และขอบคุณข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมกับแวะพักผ่อน โดยมี นพ.บัญชา ค้าของ ผอ.สำนักบริหารกลางกระทรวงสาธารณสุข ออกมาพบปะผู้ชุมนุมแทน นพ.ณรงค์ เนื่องจากติดภารกิจประชุมที่ รพ.สงฆ์

กลับลำแวะปราศรัยหน้า ศรส.

กระทั่งเวลา 15.40 น. นายสุชาตินำมวลชนกลับเวทีห้าแยกลาดพร้าว โดยระหว่างทางได้ให้ขบวนแวะจอดปากทางเข้าสโมสรตำรวจ ซึ่งเป็นกองบัญชาการของ ศรส.และให้ผู้ชุมนุมลงจากรถยืนเฝ้าประตูทางเข้าออกที่ถูกปิดด้วยแท่งแบริเออร์ 3 ชั้น ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจด้านในต้องเรียกกำลังเข้าประจำจุดและรีบเสริมลวดหนามเพิ่ม โดยนายสุชาติได้ประกาศว่านายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส.ให้นำมวลชนเวทีห้าแยกลาดพร้าวมารักษาพื้นที่เพื่อรอทัพใหญ่มาเสริม และให้ทุกคนเตรียมพร้อม จากนั้นได้ปราศรัยเรียกร้องให้ตำรวจเลิกฟังคำสั่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศรส. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.โดยยืนยันว่าวันนี้จะยังไม่บุกเข้าไปด้านในจนกว่าแกนนำ กปปส. ส่วนกลางจะมีคำสั่ง และจะให้โอกาสตำรวจดีได้ออกมายืนเคียงข้างประชาชน โดยต่างฝ่ายต่างคุมเชิงอยู่ในที่ตั้งจนถึงเวลา 16.40 น. แกนนำ กปปส.จึงให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนกลับที่ตั้งห้าแยกลาดพร้าว โดยไม่มีผู้ ชุมนุมปักหลักอยู่จุดดังกล่าวแต่อย่างใด โดยเหตุการณ์ ผ่านไปอย่างเรียบร้อย

หัวหน้าส่วนราชการกระเจิงกลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ภายในสโมสรตำรวจ ร.ต.อ.เฉลิม กำลังเป็นประธานการประชุมเพื่อหารือมาตรการขอเปิดพื้นที่สถานที่ราชการที่ถูก กปปส.ปิดล้อม เพื่อให้เปิดบริการประชาชนได้ในวันที่ 3 ก.พ.โดยมีหัวหน้าส่วนราชการประมาณ 32 หน่วยงาน ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ซึ่งเมื่อผู้ชุมนุม กปปส.เดินทางมาปิดล้อม ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ทยอยเดินทางกลับ ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิมได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เขาจะมากันทำไม”

จวก “เหลิม” ไร้น้ำยาดูแลประชาชน

จากนั้นเวลา 16.00 น. ที่เวทีปทุมวัน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.แถลงว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่-บำรุง รมว.แรงงานในฐานะ ผอ.ศรส.ยังออกมาข่มขู่ คุกคามต่อเนื่อง ล่าสุดใส่ร้ายว่าการชุมนุมของ  กปปส.มีท่อน้ำเลี้ยงจาก 2 บริษัทใหญ่ทั้งที่เราอยู่ได้เพราะเงินบริจาคของประชาชนถือเป็นการดูถูกประชาชนที่ร่วมหุ้นส่วนบริจาคเงินให้ ซ้ำยังได้ออกประกาศ ศรส.ให้สื่องดเสนอข่าวสารของ กปปส.ซึ่งที่ผ่านมาได้พยายามปิดกั้นการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์บลูสกายด้วยการรบกวนสัญญาณตลอดเวลาอยู่แล้ว ที่ร้ายแรงที่สุดคือที่ ร.ต.อ.เฉลิมระบุว่า หลังจากนี้จะมีเหตุการณ์ยิงใน 7 วัน รวมถึงการยิงเอ็ม 79 ว่าเป็นฝีมือประชาชนที่รู้สึกอึดอัด แล้วคนธรรมดาจะมีอาวุธสงครามหรือ การยิงและปาระเบิดทำกันเป็นขบวนการเป็นผู้ก่อการร้ายที่ใช้อาวุธสงครามทำร้ายประชาชนมือเปล่า จึงเป็นคำพูดหน้าด้านๆที่ไม่รับผิดชอบต่อความปลอดภัยของประชาชน และเป็นการยืนยันว่า ศรส.ไม่สามารถดูแลความเรียบร้อย ดังนั้น กปปส.จะต่อสู้จนถึงที่สุด และจะไปเยี่ยม ศรส.แน่นอน แต่วันเวลาใดยังขอปิดไว้ก่อน

ชุมนุมใหญ่ 2 ก.พ.บีบนายกฯ

นายเอกนัฏกล่าวอีกว่า การที่รัฐบาลจะเดินหน้าเลือกตั้ง 2 ก.พ. แม้จะรู้ว่ามีปัญหาและจะไม่สามารถเปิดสภา หรือตั้งรัฐบาลได้ กำลังจะนำประเทศไปสู่ทางตัน ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญ และ กกต.ได้เตือนรัฐบาลแล้ว ยิ่งชัดว่า รัฐบาลกำลังจะสู้รบแบบแตกหัก ดังนั้น กปปส.จึงเสนอผ่าทางตันด้วยการจัดเดินรณรงค์ตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค.เป็นต้นไป และจะชุมนุมใหญ่ในวันที่ 2 ก.พ. เป็นการเสนอทางเลือกให้กับประชาชนที่ต้องการเปิดทางออก โดยการให้นายกฯและ ครม. ลาออกทั้งหมด เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการเมือง ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะไม่มีแกนนำ กปปส.คนใดไปใช้สิทธิในวันที่ 2 ก.พ.นี้อย่างแน่นอน ส่วนกระแสข่าวที่ว่ามีแกนนำไปใช้สิทธิล่วงหน้าก็ไม่เป็นความจริง

ระดมพลเดินรณรงค์ 3 วัน

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส.เวทีปทุมวันได้ขึ้นปราศรัยว่า ในการเดินรณรงค์วันที่ 30ม.ค.ทุกเวทีการชุมนุมของ กปปส.จะส่งมวลชนไปรวมกันที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส อ่อนนุช ย่านบางนา จากนั้นในเวลา 10.00 น.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. จะร่วมเดินเท้าพร้อมแกนนำและเครือข่าย พันธมิตรร่วมรบจากจุดดังกล่าวกลับมายังเวทีการชุมนุมย่านราชประสงค์ ปทุมวัน รวมระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ส่วนในวันที่ 31 ม.ค. จะตรงกับวันตรุษจีนเป็นวันชิวอิด จะเริ่มต้นจากเวทีลาดพร้าว และวันที่ 1 ก.พ.ถือเป็นวันเที่ยว เราจะเดินไปเที่ยวพร้อมกันที่เยาวราช และอนุญาตให้ใส่สีแดงได้ ส่วนในต่างจังหวัดจะจัดแบบเดียวกันทั่วประเทศก็ได้หรือหากใครอยากจะเข้ามาใน กทม.ก็ได้

“เทือก” ลั่นปิด กทม.ไม่ให้เลือกตั้ง

ต่อมาเวลา 17.45 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยที่เวทีสีลม ว่าพรุ่งนี้ มะรืนนี้ ไปจนถึงวันที่ 2 ก.พ.เราจะเดินขบวนใหญ่ทั่วประเทศ หากใครเห็นให้ด้วยออกมาสู้กับเรา เพราะการเลือกตั้งคราวนี้เป็นโมฆะแน่นอน ชาวสีลมที่จะเดินร่วมกันพรุ่งนี้ตื่นเช้าหน่อย ไปตั้งต้นที่อ่อนนุช เดินย้อนมาอโศก มาถนนสุขุมวิท เข้ารัชดาภิเษก ตัดสีลม เข้าเยาวราช ไปร่วมงานวันตรุษจีนกับพี่น้องชาวจีนที่เยาวราช เชิญชวนพี่น้องชาวจีนมาร่วมกับเรา วันที่ 2 ก.พ.เราจะปิดกรุงเทพฯให้สนิท ให้เป็นถนนคนเดิน ไม่ต้องไปเลือกตั้ง

สาวไส้นายดาบเชื่อม “คำรณวิทย์”

กระทั่งเวลา 19.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นปราศรัยที่เวทีแยกปทุมวันว่า พรรคพวกที่เป็นตำรวจเล่าให้ฟังว่า วันเกิดเหตุยิงนายสุทิน ธราทิน แกนนำ กปท.นั้น ห่างจากตำรวจ 100 กว่าเมตรเท่านั้น มีตำรวจอยู่ในวัดศรีเอี่ยม 100 กว่าคน แต่ไม่มีคนสั่งให้ออกมาระงับเหตุ และเมื่อยิงนายสุทินเสร็จแล้ว มือปืนไปขึ้นเฟซบุ๊กโชว์หน้าโชว์ตา ตำรวจยังไม่ออกหมายเลย ส่วนเหตุการณ์คนร้ายที่ยิงพวกเราหน้าสโมสรกองทัพบกกลางวันแสกๆ ที่น่าเจ็บใจคนที่มายิงเป็นตำรวจใส่ชุดดำ คือชายชุดดำของจริง ต้องตั้งคำถามว่าตำรวจที่มาหาข่าวทำไมต้องพกปืน พกระเบิดปิงปอง ทั้งนี้ ด.ต.คงเพชร เพชรกันหา เป็นมือขวาของ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ในวงการตำรวจรู้กันทั่วไปว่า ด.ต.คงเพชรคอยรับงานฆ่าตามคำสั่งของเจ้านาย ส่วน พ.ต.อ.จรูญเกียรติถูกสงสัยเป็นผู้ต้องหาทนายสมชาย นีละไพจิต เป็นลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ม.ค. ไม่ใช่เหตุบังเอิญ เป็นเรื่องวางแผน เตรียมการกันมา

ใส่เสื้อแดงไปเยาวราช

นายสุเทพกล่าวว่า เราต้องยกระดับการต่อสู้ เพราะฝ่ายทรราชยังไม่ยอมแพ้ ยังหลอกตัวเองนึกว่าจะชนะ ยังไม่รู้สึกรู้สมที่ประชาชนต้องเสียชีวิต ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ 3 วัน จะเดินขบวนใหญ่ทุกถนนของกรุงเทพฯ ไล่มันทุกถนน ตะโกนให้ดังไปทั้งโลกว่าคนไทยทั้งแผ่นดินลุกมาไล่รัฐบาลนี้ ที่โกงทั้งโคตร โคตรโกง ไล่มันออกไป โดยจัดขบวนรวมทุกเวทีเดินร่วมกัน โดยวันที่ 30 ม.ค. เริ่มต้นจากซอยอ่อนนุช-สุขุมวิท-อโศก วันที่ 31 ม.ค. เดินตั้งแต่ถนนลาดพร้าว-รัชดา มาจนถึงโรงแรมฟอร์จูน วันที่ 1 ก.พ. เราจะใส่เสื้อแดงไปอวยพรตรุษจีนกับพี่น้องที่เยาวราช เดินไปหาพี่น้องที่เยาวราช ผ่านสีลมชวนคนไทยเชื้อสายจีน เสร็จพิธีไหว้เจ้า เอาหัวหมูเอาไก่ตอนมาเลี้ยงพวกเราบ้าง ขอให้เจ้าของบ้านคือคนกรุงเทพฯออกมาร่วมมือกับเรา จะได้ตั้งรัฐบาลคนดี นั่นคือความต้องการของพวกเรา

เย้ยเลือกตั้งโมฆะแน่นอน

นายสุเทพกล่าวด้วยว่า จะใช้เวลาเดินขบวน 3 วันนี้ บอกพี่น้องชาวกรุงเทพฯว่าวันที่ 2 ก.พ. ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังอยู่ ต้องมาชุมนุมใหญ่ไล่มัน ไม่ต้องสนใจเรื่องไปเลือกตั้ง บอกให้รู้ชัดๆ ว่าเราตื่นแล้ว ไม่ยอมเป็นเครื่องมือให้มันไปอ้างกลับมาเสวยอำนาจ โกงกินบ้านเมืองอีก มันจะต้องเป็นโมฆะแน่นอนเหมือนปี 2547 ตามกฎหมายต้องจัดพร้อมกัน เลือกครั้งเดียว แต่มีหลายสิบเขตหลายสิบจังหวัดจัดไม่ได้ ไม่มีบัตร ไม่มีหีบ ไม่มีเจ้าหน้าที่ทำงาน พี่น้องภาคใต้เตรียมการไว้แล้ว หีบเลือกตั้งหายแน่นอน ไม่รู้ไปไหน กำนันผู้ใหญ่บ้าน ทั้งภาคใต้ไม่มีใครรับอาสาทำหน้าที่ไปดูแลหน่วยเลือกตั้งไหนทั้งสิ้น เขาตกลงกันแล้ว ยังมีอีกหลายจังหวัดในภาคกลาง ภาคเหนือ กรุงเทพฯ ได้ยินแล้วว่า ผอ.หน่วยเลือกตั้งขอลาออกไม่เอาแล้ว แล้วเราจะนั่งหัวเราะเมื่อการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกประกาศว่าเป็นโมฆะ ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียสิทธิ

จัดปิกนิกเลี้ยงกลางถนน

นายสุเทพกล่าวอีกว่า วันที่ 2 ก.พ. เราจะทำให้ถนนทุกสายเป็นถนนคนเดินมานั่งปิกนิกเลี้ยงดูกันกลางถนน จะเดินเป็นขบวนใหญ่ที่สุด เพราะรวมกำลังทุกเวที กปท. คปท. กองทัพธรรม อาสาเป็นกองหน้า เดินขบวนแรก เวทีอนุสาวรีย์ชัยฯ และ สรส.ขบวนที่ 2 เวทีลุมพินีเป็นขบวนที่ 3 เวทีลาดพร้าวขบวนที่ 4 เวทีปทุมวันจะอยู่ขบวนที่ 5 เวทีราชประสงค์ ขบวนที่ 6 และเวทีอโศกขบวนที่ 7 ปิดท้าย เดินกันขับไล่ยิ่งลักษณ์นางมารร้าย ไล่ระบอบทักษิณ ชวนคนกรุงเทพฯออกมาร่วมชุมนุมใหญ่ 2 ก.พ. วันนั้นอนุญาต ให้คนกรุงเทพฯ มาจอดรถบนถนนได้ไม่คิดตังค์ มีโต๊ะเอาโต๊ะมาตั้ง และที่ผ่านมาสำนักงานเขตเราไม่ได้ไปปิดเลย แต่ถือโอกาสขอให้สำนักงานเขตปิดสำนักงานเขตปิดทำการ ร่วมประท้วงกับเราตั้งแต่พรุ่งนี้จนถึงเย็นวันที่ 2 ก.พ.