วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'หนูโย'เปิดซิง! 'เรือ'ถล่ม'ไก่' 10 ตัว 5-1 ขึ้นนำฝูง 'สิงห์'บ้อท่าเจ๊า'ค้อน' 0-0

สเตฟาน โยเวนติช ทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จหลังลงสนามเป็นตัวสำรองแทน เซร์คิโอ อเกวโร เจ้าของประตูแรก ช่วย "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปเอาชนะ "ไก่เดือยทอง" ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ที่เหลือเพียง 10 คน 5-1 แซง อาร์เซนอล ขึ้นเป็นจ่าฝูง ส่วน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ปืนฝืดบุกแหลกได้แค่เจ๊า "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0...

การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 29 ม.ค. มีโปรแกรมลงสนามกัน 4 คู่ คู่ที่น่าสนใจ "ไก่เดือยทอง" ทอตแนม ฮอตสเปอร์ อันดับ 5 ของตาราง เปิดรัง ไวท์ ฮาร์ท เลน รับการมาเยือนของ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูง ซึ่งถ้านัดนี้ แมนฯซิตี้ ชนะจะมีโอกาสขึ้นเป็นจ่าฝูงในทันที

เกมนี้ ทิม เชอร์วูด ที่ลงสนามพาทีมทำศึกล้างตา หลังบุกไปพ่ายในครึ่งฤดูกาลแรกแบบย่อยยับ 6-0 ยังคงวางใจให้ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ลงเป็นความหวังจบสกอร์และมี อารอน เลนนอน,คริสเตียน อีริคเซน กับ กิลฟี ซิเกิร์ดส์สัน เป็นทีมประสานงานแดนกลาง ส่วน แมนฯซิตี้ จัดหน้าคู่เป็น เซร์คิโอ อเกวโร และ เอดิน เชโก ขณะแดนกลางเป็น ดาบิด ซิลบา,เฟอร์นันดินโญ,ยายา ตูเร และ เฆซุส นาบาส

เปิดเกมได้ 5 นาที "เรือใบสีฟ้า" ก็ทักทายก่อนจากจังหวะที่ เฟอร์นันดินโญ แทงบอลเข้ากลางให้ เซร์คิโอ อเกวโร โชว์ความสามารถเฉพาะตัวพลิกพาบอลกระชากหนีเข้าเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะยิงมุมแคบ บอลพุ่งไปชนคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

หลังจากนั้น น.11 โอกาสยังคงเป็นของทีมเยือน อเกวโร ทำชิ่งให้ เอดิน เชโก หลุดขึ้นมาทางซ้ายก่อนจะตัดสินใจยิงมุมแคบ ส่งบอลเหินข้ามคานออกหลังไป แต่เพียง 4 นาทีต่อมา "เรือใบสีฟ้า" ก็มีประตูขึ้นนำจนได้จากจังหวะที่ ดาบิด ซิลบา จ่ายทะลุช่องให้ เซร์คิโอ อเกวโร สอดหลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาก่อนจะยิงย้อนศรผ่าน อูโก ยอริส ส่งบอลเสียบเสาสองเข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น

น.19 สเปอร์ส มีโอกาสได้ทักทายเป็นครั้งแรก มุสซา เดมเบเล จ่ายให้ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ แหวกแนวรับทีมเยือนเข้ากรอบเขตโทษ แต่จังหวะจบยิงไปติด แว็งซองต์ กอมปานี ออกหลัง และหลังจากนั้นนาทีเดียวทีมเยือนหวิดได้ประตูเพิ่ม เกล คลิชี พาบอลสวนกลับขึ้นไปเปิดจากริมเส้นหลังฝั่งซ้ายไปที่หน้าประตูให้ อเกวโร โขกโล่งๆระยะ 6 หลาแต่ ยอริส เซฟได้ทัน

เป็น แมนฯซิตี้ ที่ครองเกมได้เหนือกว่า จนเมื่อมาถึง น.36 เป็น สเปอร์ส ที่เกือบได้เฮจากลูกตั้งเตะ คริสเตียน อีริคเซน เปิดฟรีคิกริมเขตโทษด้านซ้าย บอลเลยข้ามไปที่เสาสองและเป็น ไมเคิล ดอว์สัน ที่ชาร์จบอลเปลี่ยนทางเข้าตาข่ายแต่กลายเป็นลูกล้ำหน้าเสียก่อน

ท้ายครึ่งแรกเป็น สเปอร์ส ที่โชว์ฮึดวิ่งไล่บอลมากขึ้น แต่จังหวะสุดท้ายยังทำได้ไม่ดีพอ ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" ต้องใช้สิทธิ์เปลี่ยนตัวฉุกเฉินใน น.45 หลัง เซร์คิโอ อเกวโร เจ็บต้องเอา สเตฟาน โยเวนติช ลงมาเล่นแทน ส่งผลให้จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ไปก่อน 1-0

กลับมาต่อในครึ่งหลังเพียง 5 นาที เจ้าถิ่นก็ต้องประกาศสภาวะฉุกเฉินเมื่อต้องเหลือ 10 คน แถมเสียจุดโทษจากจังหวะที่ แดนนี โรส ไปสกัด เอดิน เชโก จากด้านหลัง ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจังหวะทำฟาล์วชี้เป็นจุโทษพร้อมควักใบแดงไล่ โรส ออกจากสนาม และเป็น ยาย่า ตูเร ที่ขันอาสายิงจุดโทษพา แมนฯซิตี้ นำห่างเป็น 2-0

น.53 ประตูที่สามของ"เรือใบสีฟ้า" ก็ตามมา ดาบิล ซิลบา เลี้ยงตัดเข้ากลางเขตโทษก่อนจะกดไปชนคานลูกกระเด็นมาหน้าประตูแนวรับสเปอร์ส เตะสกัดแต่พลาดกลายเป็นส่งบอลไปเข้าทาง เอดิน เชโก ยิงซ้ำไม่เหลือซากช่วย แมนฯซิตี้ นำห่างเป็น 3-0 เรียบร้อย

อย่างไรก็ตามเพียง 6 นาทีต่อมา เจ้าถิ่นก็ฮึดจนมาได้ประตูตีไข่แตก คริสเตียน อีริคเซน เปิดลูกเตะมุมฝั่งขวาเข้ากลางเขตโทษ เอเตียนน์ กาปู ตัวสำรองพุ่งเอาตัวบังบอลลงพื้นก่อนจะพลิกยิงแฉลบแขน เฟอร์นันดินโญ เข้าประตูไป ช่วยให้ สเปอร์ส ไล่ตามมาเป็น 1-3

มาถึง น.78 ทีมเยือนขยับสกอร์เพิ่ม เป็น 4-1 เฟอร์นันดินโญ จ่ายให้ สเตฟาน โยเวนติช เลี้ยงจี้เข้าเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะตัดสินหักเข้าไปยิงตรงกลางบอลพุ่งแฉลบขา วลัด ชิริเชส เปลี่ยนทางหนีมือ อูโก โยริส เบียดเสาสองเข้าประตูไป

ท้ายเกม น.89 แมนฯซิตี้ ขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะเปิดลูกเตะมุมฝั่งขวาไปหน้าเขตโทษบอลตกพื้นเด้งไปเข้าเท้า เอดิน เชโก ยิงแฉลบหลัง นาบิล เบนทาแล็บ ไปเข้าทาง แวงซ็อง กอมปานี กดซ้ำไม่เหลือซาก จบการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ไป 5-1 เก็บ 53 คะแนนจากเกม 23 นัดแซง อาร์เซนอล ขึ้นเป็นจ่าฝูง

 

รายชื่อ 11 ตัวจริง

สเปอร์ส :
อูโก ยอริส, ไคล์ วอลเกอร์, แดนนี โรส, วลัด ชิริเชส, ไมเคิล ดอว์สัน, อารอน เลนนอน, มุสซา เดมเบเล, กิลฟี ซิเกิร์ดส์สัน, คริสเตียน อีริคเซน, นาบิล เบนทาแล็บ, เอ็มมานูเอล อเดบายอร์

แมนฯซิตี้ :
โจ ฮาร์ท, แว็งซองต์ กอมปานี, พาโบล ซาบาเลตา, เกล คลิชี, มาร์ติน เดมิเคลิส, เฆซุส นาบาส, ดาบิด ซิลบา,เฟอร์นันดินโญ, ยายา ตูเร, เอดิน เซโก, เซอร์จิโอ อเกวโร

ด้านเกมอีกสนามที่น่าสนใจเป็นศึก ลอนดอน ดาร์บี้  "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมอันดับ 3 เปืดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 18 โดยเกมนี้ โชเช มูรินโญ เทรนเนอร์อหังการของเจ้าถิ่นยังคงวางใจส่ง ซามูเอล เอโต ลงยืนหน้าเป้าและมี วิลเลียน,ออสการ์ และ เอเดน อาซาร์ คอยสนับสนุน

เปิดเกม 8 นาที เชลซี ก็ได้ทักทาย วิลเลียน วางบอลยาวมาฝั่งซ้ายให้ ออสการ์ ดึงบอลลงเลี้ยงตัดเข้ากลางก่อนจะปั่นโค้งไปเสาสอง อาเดรียน ขึ้นปัดชนคานออกหลังไป และหลังจากนั้นเพียง 3 นาที เวสต์แฮม ก็เกือบได้ประตูบ้างจากจังหวะที่ เจมส์ ทอมกินส์ โขกบอลไปติดมือ ปีเดอร์ เช็ก ลูกกระฉอกชนตัว เควิน โนแลน เฉียดเสาออกหลัง

จากนั้นก็เป็น เชลซี ที่ครองบอลได้เหนือกว่าขาดเพียงความเด็ดขาดในการยิงประตู จนเมื่อมาถึง น.44 เชลซี ก็น่าจะได้ประตูขึ้นนำสุดๆ วิลเลียน เปิดเตะมุมให้ จอห์น เทอร์รี โขกลงพื้น อาเดรียน สกัดด้วยขาไปแบบหวุดหวิด ทำให้หมดครึ่งแรกยังคงเสมอกันที่ 0-0

กลับมาต่อในครึ่งหลังยังเป็น เชลซี ที่เหนือกว่าแต่ก็หวิดมาเสียประตูใน น.60 จากจังหวะสวนกลับของฝั่ง เวสต์แอม สจ๊วร์ต ดาวนิง ลากสุดเส้นหลังก่อนจะเปิดย้อนเข้ากลางเลยไปเสาสองให้ แอนดี คาร์โรลล์ หวดด้วยซ้ายโล่งๆแต่ว่าวเตะไม่โดนบอล ลูกหลุดออกหลัง

หลังจากนั้นยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่ครองบอลได้เหนือกว่าแต่ดันจบสกอร์กันไม่ได้ทำให้จบการแข่งขัน เชลซี ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอ เวสต์แฮม ไป 0-0 เล่น 23 นัดมี 50 คะแนน อยู่อันดับที่ 3 ตามเดิม

 

ผลการแข่งขันคู่อื่น
แอสตัน วิลลา ชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 4-3
ซันเดอร์แลนด์ ชนะ สโต๊ก ซิตี้ 1-0

สเตฟาน โยเวนติช ทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จหลังลงสนามเป็นตัวสำรองแทน เซร์คิโอ อเกวโร เจ้าของประตูแรก ช่วย "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปเอาชนะ "ไก่เดือยทอง" ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ที่เหลือเพียง 10 คน 5-1 แซง อาร์เซนอล ขึ้นเป็นจ่าฝูง ส่วน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ปืนฝืดบุกแหลกได้แค่เจ๊า "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0... 30 ม.ค. 2557 05:00 ไทยรัฐ