วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทียบแผนรับมือม็อบ'รัฐบาลอภิสิทธิ์'vs'รัฐบาลยิ่งลักษณ์'

การชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่นำโดย “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ส่อเค้าจะนำไปสู่ความรุนแรง จนรัฐบาลรักษาการยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องประกาศมาตรการขั้นเด็ดขาด ด้วยการงัด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมสถานการณ์

แต่หากเทียบการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ควบคุมม็อบสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะพบว่า สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2553 หลังจากสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เริ่มรุนแรงขึ้น มีการใช้อาวุธสงครามยิงใส่สถานที่ราชการต่างๆ โดยได้ตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่มีนายสุเทพเป็นหัวเรือใหญ่ และดึงทหารเป็นผู้ดูแลความเรียบร้อยทั้งหมด  ส่วนตำรวจเป็นเพียงผู้ช่วยเจ้าพนักงาน


8 เม.ย. 2553 หลังจากประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ศอฉ.มีคำสั่งให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปิดเว็บไซต์ที่เข้าข่ายปลุกระดมเพียงไม่ถึงสัปดาห์ สามารถปิดเว็บไซต์ได้กว่า 1,900 เว็บไซต์ และสั่งปิดสถานนีโทรทัศน์ของฝ่ายตรงข้าม จนนำไปสู่การบุกสถานีส่งสัญญาณดาวเทียมไทยคม ในวันที่ 9 เม.ย. 2553 หลังจากมีการชุมนุมยืดเยื้อมากกว่า 1 เดือน และมีการล้มโต๊ะเจรจา ระหว่างกลุ่ม นปช. กับรัฐบาลอภิสิทธิ์

 

12 พ.ค. 2553 ทาง ศอฉ. ได้มีมาตรการกำหนดให้มีการตัดน้ำ ตัดไฟ สัญญาณโทรศัพท์ ระบบสาธาณูปโภค การเดินทางสาธารณะต่างๆ ทั้งรถโดยสารมวลชน รถไฟฟ้า และการเดินทางทางน้ำบริเวณคลองแสนแสบ เพื่อปิดการเข้าพื้นที่ชุมนุม 100%

13 พ.ค. 2553 ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร และอีกหลายจังหวัด

14 พ.ค. 2553 ได้ใช้กำลังทหารประกาศแจ้งขอคืนพื้นที่ จนนำไปสู่การปะทะกัน มีผู้เสียชีวิต 99 ราย และบาดเจ็บอีกหลายพันคน

19 พ.ค. 53 แกนนำ นปช. มอบตัวยุติการชุมนุม อ้างเหตุไม่อยากให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม


และในวันเดียวกัน ศอฉ.ได้มีการประกาศห้ามออกนอกเคหสถาน ออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 20.00 น. ถึงเวลา 06.00 น. จากนั้นขยายจำนวนวันประกาศใช้เพิ่มเป็น 3 วัน คือ 20-22 พ.ค. 2553 แต่ลดระยะเวลาควบคุมเป็น 21.00-05.00 น. ผู้ใดฝ่าฝืนข้อกำหนดนี้ต้องระวางโทษจำคุก 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ การจับกุมผู้ฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามออกนอกเคหสถาน มีโทษจำคุกไว้ 1 ปี

ขณะที่รัฐบาลรักษาการยิ่งลักษณ์ ได้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2557 และให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 ม.ค. 2557 โดยกำหนดระยะเวลาประกาศใช้ 60 วัน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ บางส่วน พร้อมตั้งศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นผู้อำนวยการ และมอบหมายให้ตำรวจเป็นแม่งานหลัก โดยระดมกำลังรักษาความปลอดภัยประมาณ 70 กองร้อย ส่วนทหารเป็นแค่ผู้ช่วยเจ้าพนักงานเท่านั้น

 

โดยประกาศฉบับที่ 1/2557 เรื่อง ห้ามใช้อาคาร หรือเข้าไป หรืออยู่ในสถานที่ใดๆ หรือห้ามเข้าไปในพื้นที่ใดๆ และห้ามการใช้เส้นทางคมนาคม หรือการใช้ยานพาหนะ แต่สถานการณ์การชุมนุมยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทาง ศรส.จึงประกาศฉบับที่ 2/2557 ห้ามนำอาวุธออกนอกเคหะสถาน

26 ม.ค.2557 เกิดเหตุปะทะกันระหว่าง กปปส.กับกลุ่มเสื้อแดง ที่บริเวณวัดศรีเอี่ยม เขตบางนา จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ทาง ศรส.จึงประกาศฉบับที่ 3/2557 เรื่อง ห้ามมิให้มีการชุมนุม หรือมั่วสุม ใจความว่า ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี อําเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี และอําเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ


27 ม.ค.57 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ขีดเส้นตาย 72 ชม. ให้ม็อบคืนพื้นที่สถานที่ราชการ ลั่นฝ่าฝืนส่งหน่วยจู่โจมพิเศษไปจับแกนนำ

 

27 ม.ค. เวลา 10.00 น. ผลการเจรจาขอคืนพื้นที่ศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะและส่วนอื่นๆ ไม่ประสบผลสำเร็จ

28 ม.ค. 57 ประชุม ครม.ที่สโมสรกองทัพบก ท่ามกลาง กปปส.บุกปิดล้อม มีการปะทะจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ท่ามกลางม็อบ กปปส.ประกาศปิดล้อม ศรส.ในวันรุ่งขึ้น

29 ม.ค. 57 เวลา 03.00 น. มือมืดยิงเอ็ม 79 เข้าใส่ผู้ชุมนุมบริเวณห้าแยกลาดพร้าม ทำให้รถยนต์เสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

29 ม.ค. 57 ศรส.เพิ่มกำลังตำรวจจาก 18 กองร้อย เป็น 33 กองร้อยรับมือผู้ชุมนุม ขณะที่แกนนำ กปปส. ทุกเวที เปลี่ยนใจไม่ปิดล้อม อ้างไม่ปลอดภัย

29 ม.ค. 57 เวลา 11.00 น. โฆษกกองทัพบกแจง ส่งกำลังทหารเพื่อสนับสนุน ศรส. เพื่อรักษาความปลอดภัยของประชาชน โดยจะตั้งด่านตรวจใกล้สถานที่ชุมนุมทุกเวที


เทียบสัดส่วน ส.ส. 11 จังหวัด ที่ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า 26 ม.ค.ไม่ได้ มี ส.ส.ได้ 73 คน จากส.ส.ระบบเขตทั่วประเทศ 375 คน

 

1.กระบี่ 3 คน / 3 เขตเลือกตั้ง

2.ชุมพร 3 คน /3 เขตเลือกตั้ง

3.ตรัง 4 คน / 4 เขตเลือกตั้ง

4.สงขลา 8 คน / 8 เขตเลือกตั้ง

5.ภูเก็ต 2 คน / 2 เขตเลือกตั้ง

6.สุราษฎร์ธานี 6 คน / 6 เขตเลือกตั้ง

7.นครศรีธรรมราช 9 คน / 9 เขตเลือกตั้ง

8.ระนอง 1 คน  / 1 เขตเลือกตั้ง

9.พัทลุง 3 คน / 3 เขตเลือกตั้ง

10.สมุทรสงคราม 1 คน  / 1 เขตเลือกตั้ง

11.กรุงเทพมหานคร 33 คน/ 33 เขตเลือกตั้ง

เทียบการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ควบคุมม็อบ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ กับ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะพบว่า.... 29 ม.ค. 2557 14:57 ไทยรัฐ