วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


NEW CAR OF THE MONTH

รถใหม่สดๆ ซิงๆ จากทวีปยุโรปประจำเดือนมกราคมนี้...

เศรษฐกิจไทยในปี 2557 จากการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ไม่ดีนักจากปัญหาด้านการเมือง แม้จะได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่มีแนวโน้มฟื้นตัว แต่การขยายตัวของการส่งออกสินค้าและบริการที่ลดลงกำลังส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องไปยังกลุ่มผู้ประกอบการไม่เว้นแม้แต่บริษัทรถยนต์ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ความมั่นใจที่ลดลงของนักลงทุนในอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ทั้งยุโรปและญี่ปุ่น กลายเป็นตัวบั่นทอนความสามารถในการผลิตไปโดยปริยาย และต้องใช้ระยะเวลาอีกพอสมควรในการเรียกความเชื่อมั่นกลับมา


Jaguar F-type R
คูเป้หลังคาแข็งสุดแรงจากเมืองผู้ดี บริษัท Jaguar พัฒนารถ F-type เวอร์ชั่นบ้าพลังด้วยรหัสร้อนสัญลักษณ์รูปตัว R สืบสานตำนานเสือเผ่นบนโครงแชสซีที่แข็งแกร่งอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการยนตรกรรม สปอร์ตคาร์ Jaguar F-type R วางเครื่องยนต์ V8 ปริมาตรความจุ 5.0 ลิตร อัดอากาศผ่านซุปเปอร์ชาร์จ สร้างเรี่ยวแรงได้มากถึง 542 แรงม้า เป็นเครื่องยนต์ตัวแรงที่ยกมาทั้งยวงจาก XFR-S ซาลูนจอมโหดของเหล่าผู้ดีตีนหนัก ระบบส่งกำลังของ Jaguar F-type R วางระบบเกียร์ 8 อัตราทดของ ZF พร้อม Paddle Shift ที่ปรับให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนเกียร์โดยมือของผู้ขับได้รวดเร็วปานสายฟ้าฟาด อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ที่ 4.0 วินาที ความเร็วสูงสุดปลายคันเร่งที่ 186 ไมล์ต่อชั่วโมง นอกเหนือไปจากรุ่นเครื่องยนต์ V8 อัดซุปเปอร์ชาร์จแล้ว ยังมีรุ่นรองลงมาให้เลือก โดยรุ่นที่ถูกกว่าวางเครื่องยนต์แบบ V6 355 แรงม้าและรุ่น V6 S 375 แรงม้า เพื่อคุณสุภาพสตรีที่ไม่ชอบรถบ้าพลังแต่ชอบทรงของเจ้าเสือกระโดดคันนี้ ระบบห้ามล้อมีเบรกคาร์บอนเซรามิกให้เลือกแต่ต้องควักกระเป๋าเพิ่ม จานเบรกขนาด 398 มิลลิเมตรที่ล้อคู่หน้ารับประกันว่าจะไม่เอาท้ายสิบล้อเป็นที่หยุดรถอย่างแน่นอน ส่วนจานหลังล่อกันถึงขนาด 380 มิลลิเมตร ใหญ่โตมโหระทึกสะใจพระเดชพระคุณไปตามๆ กัน วิศวกรของ Jaguar ปรับระบบระบายความร้อนในชุดเบรกของ F-type R ใหม่ทั้งหมดโดยทำการติดตั้งวาล์วทนความร้อนให้กับรถทุกคันที่ลงชุดเบรกคาร์บอนเซรามิก ส่วนคาร์ลิบเปอร์เบรกมีสีแดงและเหลืองให้เลือกตามความชอบ รวมกับล้ออัลลอยขอบ 20 นิ้ว ซึ่งต้องจ่ายเพิ่มอีกเหมือนกัน หากอยากหล่อจนสาวเหลียวหลังด้วยล้อไซส์ควายที่ขับได้ยากเย็นแสนเข็ญจากความเตี้ยของแก้มยาง ราคาเริ่มต้นในประเทศอังกฤษ 85,000 ปอนด์ (ยังไม่รวมกับภาษีนำเข้า) ไม่ทำให้คนรวยสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย


Audi A3 Sportback e-tron
ค่ายรถจากเมืองเบียร์เจ้าของโลโก้ 4 ห่วง ทนหายห่วง ปล่อยของร้อนรุ่นเล็ก A3 Sportback e-tron รถยนต์ Hybrid เครื่องยนต์ลูกผสมที่จะมาฟัดกับรถเล็กประหยัดพลังงานสมรรถนะสูง ทั้ง BMW และ Mercedes Benz โครงสร้างตัวถังผลิตด้วยเหล็กกล้า ส่วนฝากระโปรงหน้า แก้มข้างใช้อะลูมินั่มอัลลอยเข้ามาช่วยในเรื่องของการลดทอนน้ำหนักส่วนเกิน ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศอยู่ที่ตัวเลข 0.31 ซึ่งมากไปนิดเนื่องจากเป็นรถแฮตช์แบค 5 ประตู รูปแบบของพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนเป็นแบบ Plug in Hybrid วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 1.4 ลิตร TFSI แบบ 4 กระบอกสูบ ระบบจ่ายเชื้อเพลิงไดเรคอินเจคชั่นฉีดตรงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ เครื่อง 1.4 ลิตรตัวนี้ยังมีระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ บูสกำลังได้ 150 แรงม้า หรือ 110 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ 1750-4000 รอบต่อนาที ระบบ Hybrid ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าพลังสูงที่ให้กำลังถึง 75 กิโลวัตต์ พร้อมกับแรงบิดจากมอเตอร์ที่ 330 นิวตันเมตร เครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกันในโหมด Hybrid จากคลัตช์ชุดใหม่ที่ตัดต่อระบบให้พลังงานทั้งสองรูปแบบด้วยความเนียน เจ้า Audi A3 Sportback e-tron สามารถเสียบชาร์จไฟบ้านได้รวมกับแหล่งจ่ายไฟฟ้าอื่นๆ ที่มีอยู่ทั่วหัวเมือง สำคัญทางฝั่งยุโรป แบตเตอรี่ขนาด 8.8 kWh เมื่อชาร์จไฟจนเต็มแบตฯ เจ้า A3 Sportback e-tron สามารถวิ่งด้วยมอเตอร์เพียวๆ ที่ย่านความเร็วต่ำแบบขับในเมืองไปได้ไกลถึง 50 กิโลเมตรโดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลง เมื่อเติมน้ำมันเต็มถังมันจะพาคุณไปได้ไกลประมาณ 950 กิโลเมตร นอกจากนั้นยังทำตัวเป็นรถสปอร์ตแฮตช์แบคด้วยอัตราเร่ง 0-100 ใน 7.6 วินาที ความเร็วปลายอยู่ที่ 222 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การทดสอบที่กระทำโดยทีมช่างและวิศวกรของ Audi พบว่า A3 Sportback e-tron มีอัตราสิ้นเปลือง 66.7 กิโลเมตรต่อลิตร โม้หรือเปล่าต้องไปหามาขับดูเอาเอง


Volvo XC60 R-Design
ค่ายรถจากแดนไวกิ้ง แม้จะตกไปอยู่ในมือของกลุ่มทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ผู้บริหารสัญชาติมังกรเหล่านั้นส่งเงินให้อย่างเดียวโดยไม่เข้าไปแตะต้องกับงานดีไซน์ใดๆ ทั้งสิ้น ผลลัพธ์ดังกล่าวทำให้ Volvo ในทุกวันนี้มีเรือนร่าง อุปกรณ์และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอยู่ในระดับแนวหน้าของวงการ XC60 R-Design คืองานโมรถรุ่น XC-60 ให้มีความบรรเจิดมากยิ่งขึ้น งานตกแต่งของรถรุ่นนี้มีให้ตั้งแต่ภายนอกสู่ภายใน เริ่มจากสปอยเลอร์ทรงโหด ชายล่างของแนวกันชนหน้าติดตั้งครีบรีดอากาศ Diffuser ล้ออัลลอยขอบ 19 นิ้ว ลาย 5 ก้าน คล้ายกับล้อของค่าย Heico Sportiv เบาะหนังแท้หุ้มสลับสีขาว-ดำแนวซิ่ง เครื่องยนต์ของ XC60 R-Design เป็นเครื่องยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดในรหัส Drive-E เป็นเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงอัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผันรหัส T5/T6 รุ่น T5 มีเรี่ยวแรง 245 แรงม้ากับแรงบิด 350 นิวตันเมตร ส่วนรุ่น T6 Drive-E มีกำลัง 306 แรงม้ากับแรงบิด 400 นิวตันเมตร เครื่องยนต์ทั้งสองตัวใช้ระบบส่งกำลังแบบ 8 สปีด โดยมีค่าการปล่อย CO2 ที่ 157 g/km ในรุ่น T5 และ 169 g/km ในรุ่น T6 ตามลำดับ สำหรับแฟนคลับ Volvo ที่ชอบเครื่องดีเซล เจ้า XC60 R-Designยังมีรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลสุดแกร่งให้เลือกคบหา เริ่มจากรหัส D4 Drive-E 181 แรงม้า กับแรงบิด 400 นิวตันเมตร หากยังไม่สาแก่ใจ ยังมีรุ่น D5 Drive-E กำลัง 215 แรงม้า กับแรงบิด 420 นิวตันเมตร (พอฟัดพอเหวี่ยงกับ Mazda CX-5 SkyActiv-D) เครื่องยนต์ดีเซลยุคใหม่ของแบรนด์ Volvo ติดตั้งระบบ i-ART เป็นอุปกรณ์ที่คอยตรวจตราปริมาณของการใช้เชื้อเพลิงในแต่ละกระบอกสูบให้มีความสัมพันธ์สูงสุด ระบบส่งกำลังของรุ่นดีเซลยังคงเป็นเกียร์ออโต้ 8 สปีดเหมือนเดิม


BMW 2-Series 2014
ความหล่อไม่เคยปรานีใคร ค่ายใบพัดปล่อยเจ้าตัวเล็กรุ่น 2 ประตู โดยทำการแตกไลน์แยกย่อยรุ่นรถเพื่อการอัพราคาอีกเล็กน้อย เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่นิยมกระทำกันอยู่ในขณะนี้ รถ BMW รุ่น 2-Series ถูกปรับรูปลักษณ์หน้าตาให้มีความลงตัวมากยิ่งขึ้น แม้จะมีคาแรกเตอร์เป็นรถสปอร์ตคูเป้ขนาดจิ๋วสำหรับวัยรุ่น แต่ประสิทธิภาพนั้นเหลือกำลังลาก เครื่องยนต์ในรุ่นมาตรฐานนั้นมีมาให้ทั้งเบนซินและดีเซลเหมือนเดิม ซึ่งมีทั้งแบบแถวเรียง 4 สูบอัดเทอร์โบกับเครื่อง 6 สูบสมรรถนะสุดในรุ่น 235i M-Sport เป็นเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรเทอร์โบคู่ที่ยกมาจาก 1-Series 135i M-Sport เรี่ยวแรงจากเดิมที่ 306 แรงม้า ถูกโมขึ้นเป็น 322 แรงม้า ระบบส่งกำลัง 8 สปีดออโต้หรือ 6 สปีดแมนนวล ล้ออัลลอยขอบ 18 นิ้ว ใส่ยางต่างไซส์แบบหน้าเล็กหลังใหญ่ที่กำลังได้รับความนิยม รุ่นบ้าพลัง 235i M-Sport แรงระดับไล่บี้ซุปเปอร์คาร์ได้อย่างสบายๆ ด้วยตัวเลข 0-100 ใน 4.8 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดหากมีถนนโล่งพอมันจะจัดให้คุณไปได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ฐานล้อกว้างขึ้น 43 มิลลิเมตรเมื่อเปรียบมวยกับ 1-Series ส่งผลไปถึงการยึดเกาะที่ดีขึ้น ออปชั่นเสริมเป็นช่วงล่างแบบ Adaptive M รองรับความโหดของพลัง โดยจะมีรุ่นสูงสุด 350 ม้า ตามออกมาในภายหลัง ส่วนรุ่นที่ย่อมลงมาวางเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 1.8 ลิตร 143 แรงม้า สำหรับรุ่น 220i และ 220d มีเรี่ยวแรงพอประมาณที่ 182 แรงม้า สำหรับรุ่นที่คาดว่าจะทำตลาดได้ดี คือ 225d 215 แรงม้า วางขายในอังกฤษภายในเดือนมีนาคมนี้ สื่อไทยมีบินไปทดสอบแล้ว รออ่านรายงานผลการทดสอบได้ที่หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นภาษาอังกฤษอีกไม่นานนับต่อจากนี้ ปิด ESP แล้วปรับไปที่โหมดสูงสุด Sport + เมื่อควบ 235i แล้วคุณจะรู้ว่านรกนั้นมีอยู่จริง


Hyundai Veloster Turbo R-Spec
เหมือนกับการกินซี่โครงหมูย่างสไตล์เกาหลีจิ้มกับน้ำจิ้มแจ๋วที่มีรสชาติเผ็ดร้อน มันคือกิมจิที่ผ่านการหมักดองมาเป็นอย่างดีเพื่อสืบทอดตำนานความดิบของ Veloster Turbo เวอร์ชั่น R-Spec พัฒนาการล่าสุดของแมลงร้ายจอมโหด ปรุงแต่งทั้งคันให้เหมาะสำหรับการทำความเร็วบนเรือนร่างที่แปลกแยก Veloster Turbo R-Spec โมช่วงล่างให้หนึบมากยิ่งขึ้นด้วยการเปลี่ยนสปริงใหม่ที่มีค่าความแข็งเพิ่ม ขึ้นมาอีกนิด อัตราทดของพวงมาลัยไฟฟ้าปรับให้กระชับขึ้นเพื่อการตอบสนองที่ดี ระบบส่งกำลังหรือเกียร์ของ Veloster Turbo R-Spec มีเพียงแค่เกียร์ธรรมดา 6 สปีดเท่านั้ัน การเข้าเกียร์ที่สั้นลงลอกเลียนแบบมาจากรถแข่งเพื่อส่งถ่ายอารมณ์สปอร์ต อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยและจัดเจนมากยิ่งขึ้น ตัวถังของ Veloster Turbo R-Spec ถูกคาดด้วยแถบสติกเกอร์สีแดงที่ชายล่าง ไล่เรียงตั้งแต่ที่สปอยเลอร์หน้า กาบข้างคล้ายกับ Volvo V40 T5 Heico Sportiv ซึ่งเป็นแนวทางของการแต่งรถซิ่งจากยุโรปที่กำลังฮอตฮิต ล้ออัลลอยยังคงใช้ลายเดิมที่สวยงามดีอยู่แล้ว ล้อขอบ 18 นิ้ว รัดหุ้มด้วยยาง 225/40R18 เบาะแบบสปอร์ตยังคงใช้เบาะเดิมที่สวยงามดีอยู่แล้วแต่มีการปรับปรุงด้านสีสันและวัสดุที่ใช้ในการห่อหุ้มโดยเน้นสีแดง-ดำ ให้ดูโหดเข้าไว้ แรงม้า 186 ตัวยังคงเท่าเดิม เป็นแรงม้าเพียวๆ ที่เกิดจากเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เทอร์โบ ระบบ Torque Vectoring Control TVC ช่วยทำให้แรงบิดถ่ายเทสู่ล้อหน้าซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนได้อย่างหมดจด ระบบช่วยทรงตัว Electronic Stability Control (ESC) กับ Powertrain control systems ทำให้ไดนามิกของ Hyundai Veloster Turbo R-Spec ดีขึ้นทันตาเห็น อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.8 วินาที ความเร็วปลายไหลไปถึง 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมงหากมีที่โล่งพอ มันคือแมลงจอมโหดที่เป็นคู่กัดกับ Benz A-Class A250 AMG / MINI Cooper S / BMW116i M-Sport และมีราคาค่าตัวถูกกว่าคู่แข่งจากเยอรมันทั้งสามคันอีกด้วย


Subaru WRX 2014
ค่ายหมู่ดาวชิมลางลองของด้วยการส่ง WRX 2014 ในงานโชว์รถที่แอลเอ รถรุ่นล่าสุดมีตัวถังแบบซีดาน 4 ประตู ซึ่งสัดส่วนของตัวรถถูกขยับขยายเพิ่มเติมบริเวณฐานล้อ รูปลักษณ์ใหม่ของ WRX ยังคงใช้กระจังหน้าทรงเหลี่ยมและไฟหน้าที่มีมุมมองคล้ายกับรุ่น XV เสาหน้าหรือเสา A ขยับไปที่ด้านหน้าอีก 200 มิลลิเมตร โดยเพิ่มความลาดเอียงของมุมองศากระจกบังลมบานหน้าให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศดีขึ้น เสาท้ายออกแบบให้มีความเรียวบาง ตัวถังทั่วทั้งคันเต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมที่ลงตัว ชายล่างของสปอยเลอร์หลังติดตั้งครีบรีดอากาศ หรือ Diffuser ส่วนล้ออัลลอยในรถคันโชว์เป็นล้ออะลูมินั่มขอบ 17 นิ้ว กับยางไซส์ 235/45R17 ห้องโดยสารให้อารมณ์รถ Subaru โดยเน้นไปที่ความเรียบง่ายของอุปกรณ์ การจัดวางสวิตช์ หน้าจอมัลติฟังก์ชั่นและช่องแอร์เหมือนกับรุ่น XV ยังกับแกะ สำหรับขุมกำลังใน WRX 2014 เป็นเครื่องยนต์สูบนอนขนาด 2.0 ลิตร DIT หรือไดเรคอินเจคชั่นเทอร์โบที่วิศวกรของค่ายเคลมว่าแสบกว่าเครื่อง 2.5 ลิตรทั่วไป พละกำลัง 268 แรงม้า ถ่ายเทไปยังล้อทั้งสี่ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออันลือลั่นของแบรนด์ Subaru ที่เรียกกันว่า Symmetrical All Wheel Drive กับชุดกระจายแรงบิดสุดเจ๋ง Center Differential ซึ่งผ่องถ่ายแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อนทั้งสี่ล้อแบบสมมาตร 50:50 สำหรับระบบส่งกำลังนั้น มีให้เลือกทั้งรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์ออโต้แบบ CVT Sport Lineartrionic อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

 

รถใหม่สดๆ ซิงๆ จากทวีปยุโรปประจำเดือนมกราคมนี้... 29 ม.ค. 2557 12:33 29 ม.ค. 2557 13:36 ไทยรัฐ