วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฮาทั่วโซเชียล! โรงพิมพ์ขึ้นป้ายโฆษณาเหน็บแนมการเมือง

ฮาทั่วโซเชียล! โรงพิมพ์ขึ้นป้ายโฆษณาเหน็บแนมการเมือง

  • Share:

ฮากันทั่วโซเชียล! โรงพิมพ์แห่งหนี่งใน กทม. ขึ้นป้ายข้อความ "คนไทยแยกสีกันทำไม เรื่องแยกสีให้เป็นหน้าที่ของโรงพิมพ์" เสียดสีการเมืองไทย ได้รับความสนใจจากคนทั่วไป และโลกออนไลน์ เผยแชร์กันว่อนเน็ต เจ้าของร้านเปิดใจทำเพื่อแก้เครียดในช่วงการเมืองร้อนระอุ ...

จากกรณีโลกโซเชียล ทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ แชร์ภาพป้ายข้อความโฆษณาโรงพิมพ์แห่งหนึ่งใน กทม. ระบุข้อความ "คนไทยแยกสีกันทำไม เรื่องแยกสีให้เป็นหน้าที่ของโรงพิมพ์" เหน็บแนมการเมืองไทยที่เลือกสีเลือกข้างอยู่ในขณะนี้ จนเป็นที่ฮือฮาสร้างอารมณ์ขันกันอย่างกว้างขวาง ตามที่เผยแพร่ในโลกโซเชียลนั้น

เมื่อวันที่ 29 ม.ค.57 "ไทยรัฐออนไลน์" ติดต่อไปที่ร้าน ทราบชื่อ bangkok wraparound อยู่บริเวณ ซอยประชาอุทิศ 79 แขวงทุ่งครู เขตทุ่งครู กทม. พบว่าผู้ที่ออกแบบป้ายดังกล่าว คือ นายรุ่งอรุณ มุ่งดี อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน

โดยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ไอเดียการทำป้ายนี้ เกิดขึ้นเพราะตนเห็นว่าบ้านเมืองแบ่งเป็นฝักฝ่าย ใครที่ไม่เข้าฝ่ายไหนก็จะโดนตราหน้าว่าไม่รักชาติ เป็นไทยเฉย จึงอยากแสดงออกถึงความคิดของตัวเอง และด้วยความที่ตนเป็นนักออกแบบ รับทำป้ายอยู่แล้ว จึงทำป้ายเชิงสัญลักษณ์นี้ขึ้นมา

โดยนัยของรูปที่อยู่ในป้าย ที่มีคนใส่เสื้อสองสีนั้น จะสังเกตเห็นว่ากลางเสื้อยืด ตรงรอยต่อของทั้งสองสีมีรอยเย็บติดกัน สิ่งนั้นคือลูกแม็ก หมายความถึง ทั้งสองสีนี้แม้จะพยายามประสานความแตกแยกอย่างไรแต่ต้องเจ็บกันทั้งสองฝ่าย เหมือนผ้าที่ขาดไปแล้วเอามาประสานก็ยังเห็นรอยร้าวอยู่ดี ส่วนข้อความบนป้าย เป็นการเตือนสติคนในสังคม ว่าไม่ใช่เรื่องของพวกเขาที่จะมานั่งแบ่งแยกสี การแบ่งสีปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโรงพิมพ์ก็พอแล้ว

นายรุ่งอรุณ เผยอีกว่า ป้ายข้อความนี้ตนทำขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปี 56 ในช่วงที่ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม กำลังจะเข้าสู่สภาฯ ซึ่งขณะนั้นบ้านเมืองกำลังตึงเครียด เมื่อทางร้านนำแผ่นป้ายนี้ ซึ่งมีขนาด 3 คูณ 6 เมตร ขึ้นติดหน้าร้าน บรรยากาศความแบ่งแยกภายในซอยก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง คนที่เคยเหลืองหรือแดงจัดเมื่อเห็นข้อความ ก็เกิดรอยยิ้มเกิดการยุแหย่กันอย่างสนุกสนาน

ทั้งนี้ การสร้างป้ายดังกล่าวขึ้นมา ไม่ได้เป็นการโปรโมตร้านแต่อย่างใด ต้องการเพียงตีแผ่ความคิดความรู้สึกของคนที่อยู่ตรงกลาง และโดยส่วนตัวไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดเป็นพิเศษ คิดอย่างไรก็แสดงออกแบบที่เห็น ใครที่สนใจเอาไอเดียนี้ไปทำป้าย ตนก็เต็มใจแต่ต้องขออนุญาตก่อนเท่านั้น

"ป้ายนี้จะยังคงติดอยู่ที่หน้าร้านต่อไป จนกว่าสีจะค่อยๆ ซีดหาย หรือกว่าสังคมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงความขัดแย้งหมดไป เมื่อนั้นถึงจะเอาป้ายลง" นายรุ่งอรุณ กล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้