วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระวังสะดุดขาตัวเอง

ผมเขียนบทความวันนี้ยังไม่รู้ผลการหารือระหว่าง นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  กับ คุณศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. จะเลื่อนการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ออกไปหรือไม่ ในขณะที่ คุณสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการเลือกตั้ง ได้เปิดเผยว่า ผู้อำนวยการเขต 50 เขตในกรุงเทพฯ ในฐานะ ประธานกรรมการเลือกตั้งประจำเขต ได้ ลาออกหมดทั้ง 50 เขตแล้ว วันที่ 2 กุมภาพันธ์คนกรุงเทพฯ จะได้เลือกตั้งหรือไม่ยังไม่รู้

เบื้องต้น นายกฯยิ่งลักษณ์ ได้เสนอว่า การเลือกตั้งล่วงหน้า มี66 จังหวัดจัดการเลือกตั้งได้ไม่มีปัญหา มีเพียง 10 จังหวัดและกรุงเทพฯที่มีปัญหาการเลือกตั้ง จึงเสนอให้มีการเลือกตั้ง พื้นที่ใดมีปัญหาก็เสนอให้มีการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่

แม้ผลการหารือจะยังไม่ออกมาในช่วงที่ผมเขียนบทความ แต่ดูจากท่าทีของ นายกฯยิ่งลักษณ์ ที่เสนอในช่วงแรก รัฐบาลต้องการให้เดินหน้าเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ต่อไป ส่วนพื้นที่ที่มีปัญหาเลือกตั้งไม่ได้ ก็ให้ กกต.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ไปว่ากันดาบหน้า กกต.ก็คงต้องกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ไปเรื่อยๆอย่างที่คาดการณ์ แต่ไม่รู้จะได้เลือกตั้งวันไหน เพราะพื้นที่มีปัญหาก็จะมีปัญหาไม่จบสิ้น ประเทศไทยก็จะถูกขึงพืดไปอย่างนี้ และเสื่อมถอยลงไปทุกวัน

เรื่องการเลือกตั้งยังไม่ทันจบ วันวาน นายกฯยิ่งลักษณ์ ก็ถูก คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ไต่สวนเรื่อง โครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ด และ การขายข้าวแบบจีทูจี

คุณวิชา มหาคุณ โฆษก ป.ป.ช.แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติให้ดำเนินการไต่สวน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ในกรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว อันเป็นมูลความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น ดังได้แจ้งให้สื่อมวลทั้งหลายทราบแล้วนั้น

กรณีนี้ ประธานวุฒิสภา ได้ส่งเรื่องที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 146 คน เข้าชื่อกันร้องขอให้ถอดถอน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกฯ และรักษาการรัฐมนตรีกลาโหมออกจากตำแหน่ง จากการดำเนินนโยบายรับจำนำข้าว ส่งผลขาดทุน กระทบต่อการส่งออกข้าวระบายข้าวแบบจีทูจีไม่เป็นความจริง อันเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องเดียวกัน ป.ป.ช.จึงมติให้รวมไต่สวนในคราวเดียวกัน

ก็ต้องรอดูผลการไต่สวนของ ป.ป.ช. จะออกมาอย่างไร เพราะมีผลถึงการถอดถอนนายกฯยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่งรักษาการนายกฯเลยทีเดียว เรื่องร้อนๆอย่างนี้ ป.ป.ช. คงไม่ใช้เวลาไต่สวนนาน เพราะเป็นการพิจารณาเรื่องที่มีพยานหลักฐาน ทั้งปริมาณข้าวที่รับจำนำ ปริมาณข้าวที่ขายไปแล้ว ปริมาณข้าวที่เหลืออยู่ในสต๊อกรัฐบาล ไปจนถึงการปิดบัญชีซื้อขาย รวมทั้งผลกำไรขาดทุน

โครงการประชานิยม รับจำนำข้าวทุกเม็ดตันละ 15,000 บาท ไม่เพียงทำให้รัฐบาลขาดทุนเป็นเงินมหาศาลกว่า 2 แสนล้านบาท แต่ยังทำลายตลาดข้าวไทยในตลาดโลก และการรับจำนำข้าวทุกเม็ดก็มีข่าวการทุจริตเกือบทุกขั้นตอน ตลอดสองปีที่ดำเนินโครงการรับจำนำข้าว ใช้เงินไปแล้ว 680,000 ล้านบาท แต่รัฐบาลยังไม่ยอมให้มีการปิดบัญชี เพื่อรับรู้ผลกำไรขาดทุนจริงและสต๊อกข้าวที่เหลืออยู่จริง

ล่าสุด รัฐบาลยังเป็นหนี้ค่าจำนำข้าวชาวนาอีก 1 ล้านรายเป็นเงินกว่า 130,000 ล้านบาท เพราะหมุนเงินไม่ทัน จนชาวนาเดือดร้อนต้องยกรถอีแต๋นปิดถนนเพื่อทวงเงินค่าข้าว จนบัดนี้ยังไม่รู้จะได้เงินค่าข้าวทั้งหมดเมื่อไร รัฐบาลเองก็ยังไม่รู้จะหาเงินจากไหน เพราะธนาคารของรัฐเองก็ไม่อยากให้กู้

ก็น่าเห็นใจ นายกฯยิ่งลักษณ์ ที่ต้องถูกไต่สวนคนเดียว แต่ญาติพี่น้องสบาย และคนที่รวยเพราะโครงการรับจำนำข้าวก็สบาย

เกจิการเมืองวิเคราะห์กันว่า นายกฯยิ่งลักษณ์ แม้จะไม่ลาออก วันหนึ่งอาจจะสะดุดขาตัวเอง การเมืองไทยข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็ต้องดูกันต่อไป ผมได้แต่หวังว่า คำทำนายของโหรานุโหรจะเป็นจริงครึ่งปีหลังการเมืองจะคลี่คลาย บ้านเมืองจะดีขึ้นเรื่อยๆ.

 

“ลม เปลี่ยนทิศ”

29 ม.ค. 2557 10:13 ไทยรัฐ