วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คดีทุบกิ๊กสาว ชิงทอง4.5โล ศาลจําคุก8ปี คนขับแท็กซี่

ศาลอาญาสั่งจำคุกแท็กซี่โหด 8 ปี ข้อหาทำร้ายร่างกายและชิงทองคำหนัก 4.5 กก. มูลค่าเกือบ 7 ล้านบาท ขณะเหยื่อที่มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งวานให้ช่วยขับรถเอาทองคำไปส่ง ระหว่างทางเกิดโลภขับรถเข้าที่เปลี่ยว คว้าดัมเบลทุบตีเหยื่อจนหนีกระเจิง หลังตำรวจตามลากคอได้พร้อมของกลาง อ้างทะเลาะวิวาทเรื่องชู้สาวส่วนทองคำติดรถมาเอง แต่ศาลไม่เชื่อลงทัณฑ์สถานหนัก

ศาลตัดสินคดีจำคุกแท็กซี่โหดใช้ดัมเบลทุบหัวแฟนสาวชิงทองคำมูลค่าหลายล้านบาทรายนี้ เปิดเผยขึ้นที่ห้องพิจารณา 910 ศาลอาญา เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้องนายพิชัย บุญช่วย อายุ 66 ปี โชเฟอร์ขับรถแท็กซี่ชาวกรุงเทพมหานครเป็นจำเลย ความผิดฐานชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย หรือจิตใจโดยใช้ยานพาหนะ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.55 เวลากลางวัน จำเลยขับรถแท็กซี่สีชมพู ทะเบียน ทม 4047 กรุงเทพมหานคร พานางเฟื้อง สายมูล อายุ 50 ปี ผู้เสียหาย อาชีพรับส่งทองคำ ที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับจำเลย นำทองรูปพรรณน้ำหนัก 4,544 กรัม (4.5 กิโลกรัม) ราคา 6,856,694 บาท เก็บอยู่ในกระเป๋าเดินทาง ออกจากร้านทองซิน อึ้ง เฮง หลี จ.นครราชสีมา เพื่อไปส่งที่ร้านทองอึ้ง เฮง หลี ภายในห้างแม็คโคร สาขาบางกะปิ ระหว่างทางจำเลยเกิดความโลภ จึงขับรถแท็กซี่พาผู้เสียหายเข้าไปในซอยลาดพร้าว 130 ก่อนใช้ดัมเบลทุบตีที่ใบหน้าและร่างกายของนางเฟื้องที่นั่งคู่กันหลายครั้ง จนได้รับบาดเจ็บวิ่งหนีออกจากรถ จากนั้น ขับรถหนีไปพร้อมทองคำของกลาง ต่อมาวันที่ 1 ก.ค.55 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดพร้าว จับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมของกลาง ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ แต่ให้การปฏิเสธชั้นศาล อ้างว่าเหตุทุบตีเกิดจากความหึงหวง ส่วนที่เก็บของกลางไว้เนื่องจากกลัวสูญหาย

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฝ่ายโจทก์มีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานเบิกความยืนยันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นลำดับขั้นตอน สมเหตุสมผล โดยผู้เสียหายคบหากับจำเลยมานานหลายเดือนย่อมรู้จักกันอย่างดี จึงไม่มีสาเหตุที่จะเบิกความปรักปรำใส่ร้ายจำเลยให้ต้องรับโทษ ส่วนข้อต่อสู้ของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ พิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรค 3 ฐานชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจโดยใช้ยานพาหนะ ลงโทษจำคุก 12 ปี คำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาบ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยไว้ 8 ปี

29 ม.ค. 2557 08:11