วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สุวรรณภูมิวุ่นกระเป๋าไหม้

สุวรรณภูมิวุ่นกระเป๋าไหม้

  • Share:

บรรจุ‘หัวเชื้อเคมี’โชคดีจนท.ดับทัน

ระทึกขวัญ “สนามบินสุวรรณภูมิ” ไฟลุก ท่วมกระเป๋าเดินทางนักธุรกิจคาสายพาน เคราะห์ดีเจ้าหน้าที่ดับทัน คาดเกิดจากปฏิกิริยาทางเคมีของนํ้ายาเร่งผลผลิตทางการเกษตรที่อัดอยู่ในกระเป๋า ด้านรักษาการรมว.คมนาคม ลงตรวจพื้นที่ ระบุเป็นความรู้เท่า ไม่ถึงการณ์ของผู้โดยสาร ปัดไม่เกี่ยวการเมือง การก่อการร้าย ย้ำเป็นแค่อุบัติเหตุ พร้อมมั่นใจระบบรักษาความปลอดภัยสนามบินเป็นไปตามมาตรฐานสากล

เหตุการณ์ไฟไหม้กระเป๋าผู้โดยสารในสนามบินเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 06.20 น. วันที่ 28 ม.ค. พ.ต.ท. กวีรัตนะ บังคมธรรม พนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้กระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ.ยงยุทธ เดชะรัฐ รอง ผบก. พ.ต.อ.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผกก.สส.ภ.จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ.ภูมินทร์ สิงหสุต ผกก.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.สมุทรปราการ เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุบริเวณเคาน์เตอร์ตรวจบัตรโดยสาร (Check-in) Row F12 ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 พบกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสาร ถูกนำวางไว้บนสายพานเครื่องชั่งกระเป๋าสัมภาระ ข้างเคาน์เตอร์ตรวจบัตรโดยสารถูกไฟเผาไหม้เสียหาย 1 ใบ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทสภ.ได้นำถังดับเพลิงเคมีฉีดสกัดจนเพลิงสงบ ตรวจสอบพบสายพานเครื่องชั่งกระเป๋าสัมภาระ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายเล็กน้อย โดยทราบว่ากระเป๋าดังกล่าวเป็นของนายพงศ์กานต์ โฆษิตธรรมนันท์ อายุ 41 ปี เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม

พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการกล่าวว่า จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้น ทราบว่า นายพงศ์กานต์ โฆษิตธรรมนันท์ เจ้าของกระเป๋าเป็นนักธุรกิจเจ้าของบริษัท พงศ์กานต์ อลิอันซ์ จำกัด บริษัทขายตรงอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง กำลังจะเดินทางไปร่วมงานสัมมนาที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยบรรจุยาเร่งผลผลิตทางการเกษตรทั้งแบบน้ำจำนวน 150 มล. และแบบผง 20 กรัม 2 ซอง ใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทางรวมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆและของใช้ส่วนตัว เมื่อมาถึงเคาน์เตอร์ตรวจบัตรโดยสาร ได้นำกระเป๋าส่งให้เจ้าหน้าที่วางบนสายพานเครื่องชั่งกระเป๋า จู่ๆก็เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นทันที เจ้าหน้าที่นำเครื่องดับเพลิงมาดับจนเพลิงสงบก่อนแจ้งตำรวจ

ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการกล่าวต่อว่า นายพงศ์– กานต์ระบุว่า ยาเร่งผลผลิตทางการเกษตรเป็นของนายเสริมยศ นิติเสถียร เจ้าของโรงงานปุ๋ย จ.ลพบุรี เป็นเพื่อนกันฝากนำไปเปิดตลาดที่ประเทศกัมพูชา จึงนำไปเป็นตัวอย่าง โดยฉลากข้างขวดนั้นไม่ได้ระบุว่าเป็นสารอันตราย จึงนำบรรจุรวมกับสัมภาระอื่นๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างเรียกตัวนายเสริมยศมาสอบถามถึงส่วนผสมที่อยู่ในยาเร่งผลผลิตดังกล่าว รวมถึงส่งซากกระเป๋าที่มีคราบยาไปตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ว่ามาจากสารชนิดใด ส่วนการแจ้งข้อหานั้นต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายใด

ด้านนางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผอ.ท่า อากาศยานสุวรรณภูมิ เผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า กระเป๋าสัมภาระเป็นของผู้โดยสารชื่อนายพงศ์กานต์ โฆษิตธรรมนันท์ อยู่ระหว่างการตรวจบัตรโดยสารเพื่อเดินทางด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เที่ยวบินที่พีจี 931 จะเดินทางไปยังกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยที่ภายในกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารมีการบรรจุสารเคมีชนิดน้ำและผง เป็นปุ๋ยหัวเชื้อตัวอย่าง โดยสันนิษฐานในเบื้องต้นว่าอาจทำปฏิกิริยากันจนเกิดประกายไฟขึ้น จากเหตุดังกล่าวสร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อยกับสายพานเครื่องชั่งกระเป๋าสัมภาระ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เคาน์เตอร์ตรวจบัตรโดยสาร และ ทสภ.ได้ดำเนินการเปลี่ยนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เรียบร้อยแล้ว และสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติภายในเวลา 1 ชม.

ขณะที่สายการบินบางกอกแอร์เวย์สชี้แจงกรณี เหตุกระเป๋าผู้โดยสารไฟลุกไหม้หน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า เมื่อเวลา 06.35 น. มีผู้โดยสารสัญชาติไทยมาเช็กอินที่เคาน์เตอร์ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เพื่อเดินทางไปกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ในเที่ยวบินพีจี 931 เมื่อผู้โดยสารนำสัมภาระขึ้นชั่งน้ำหนักบนสายพาน ได้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นมาจากภายในกระเป๋าสัมภาระดังกล่าว ทางสายการบินจึงได้ประสานงานกับการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินการต่อไปแล้ว

ต่อมาเที่ยงวันเดียวกัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รักษาการ รมว.คมนาคม เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมตรวจห้องวิเคราะห์ภาพของฝ่ายรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าเหตุที่เกิดขึ้นนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อวินาศกรรมหรือการเมืองแต่อย่างใด คาดว่าคงเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้โดยสารที่นำสารอันตรายบรรจุลงในกระเป๋าสัมภาระ ตามระเบียบและ พ.ร.บ.เดินอากาศนั้นห้ามมิให้ผู้โดยสารนำวัตถุอันตราย 9 ชนิดขึ้นเครื่องบินโดยเด็ดขาด จึงสั่งให้กรมการบินพลเรือนทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและผู้โดยสารเข้าใจมากขึ้นด้วย

รักษาการ รมว.คมนาคม กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องความปลอดภัยที่มีความกังวลว่าจะหลุดขึ้นเครื่องบินไปได้ ตนขอยืนยันว่า จากการตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว มั่นใจได้ว่าไม่สามารถหลุดขึ้นเครื่องไปได้ เนื่องจากมีระบบตรวจสอบหลายขั้นตอนก่อนที่กระเป๋า 1 ใบจะถูกลำเลียงขึ้นเครื่องบิน หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบความผิดปกติในกระเป๋าใบใด ก็จะนำไปตรวจตาม ขั้นตอนมาตรฐานสากล จึงเชื่อมั่นในความปลอดภัย แต่ก็ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่มีความเข้มงวดมากขึ้น ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาหรือผิดกฎหมายข้อใดขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจในการสอบสวนขยายผลอีกครั้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้