วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

31ม.ค.ไม่ได้เงิน ชาวนาบุกกทม.

ป.ป.ช.สอบนายกฯรวบยอด2ความผิด

ม็อบชาวนายอมสลายตัวเปิดถนนแล้วทั้งนครสวรรค์ พิษณุโลก แต่หากวันที่ 31 ม.ค.นี้ รัฐบาลเบี้ยวอีกจะปิดถนนอีกรอบ แถมอีก 30 จังหวัดเดินหน้าลุยเมืองกรุงทันที ขณะที่กรรมการ ป.ป.ช. “วิชา มหาคุณ” แจงรวมการไต่สวนคดีโครงการจำนำข้าวกล่าวหานายกฯยิ่งลักษณ์รวมเป็นเรื่องเดียวกันที่ถูก ส.ส.ประชาธิปัตย์ยื่นเรื่องถอดถอนพร้อมเร่งดำเนินการพิจารณาให้เร็วที่สุด แต่คดีทุจริตข้าวสมัยรัฐบาลมาร์คยังสอบไปเรื่อยๆ อ้างเอกสารไม่ครบ ส่วนโฆษกพรรคเพื่อไทยแฉ ป.ป.ช.เร่งรัดคดีหวังดิสเครดิตรัฐบาลเป็นการชี้นำที่เข้าข้างฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล

ม็อบชาวนาแห่ทวงเงินจำนำข้าวเดือดร้อนหนักรวมตัวปิดถนนรายวัน โดยเมื่อตอนสายวันที่ 28 ม.ค. ชาวนาจาก 3 อำเภอใน จ.นครสวรรค์ คือ อ.ลาดยาว อ.โกรพระ และ อ.เมืองนครสวรรค์รวมตัวกันนำรถไถ รถเครื่องขยายเสียง พร้อมนำป้ายกระดาษมีข้อความแสดงถึงความเดือดร้อนที่ยังไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุมนุมปิดถนนพหลโยธินเป็นครั้งที่ 2 ช่วงนครสวรรค์-กำแพงเพชรขาล่อง บริเวณ หลัก กม.ที่ 350 หน้ามหาวิทยาลัยเจ้าพระยา บ้านหนองตะโก อ.เมืองนครสวรรค์ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเห็นใจชาวนาและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุวันที่ชัดเจนว่าชาวนาจะได้รับเงินโครงการรับจำนำข้าวเมื่อไหร่ เพราะก่อนหน้านั้นชาวนาจาก 5 จังหวัดปิดถนนพหลโยธินที่ อ.พยุหะคีรี มาแล้วครั้งหนึ่งแต่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ให้ความสำคัญและไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจะปิดถนน แยกเลี่ยงเมืองทันที

ต่อมาเวลา 11.00 น. นายฐานุพงศ์ เจริญ–สุรภิรมย์ ปลัดจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมตัวแทนจาก ธ.ก.ส.สาขานครสวรรค์ ตัวแทนจากเกษตรกรจังหวัดนครสวรรค์ เดินทางเข้าเจรจากับชาวบ้าน โดยยืนยันว่า ขณะนี้รัฐบาลเตรียมกู้เงินจากแหล่งเงินกู้แล้วโดยจะกู้สัปดาห์ละ 2 หมื่นล้านบาทตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 57 และจะทยอยจ่ายเงินให้กับชาวนาทั่วประเทศทันที หลังการเจรจากลุ่มชาวนาต่างพอใจ สลายตัวแต่ยังขู่ไว้ด้วยว่าหากไม่ได้รับเงินตามที่ระบุจะยกขบวนมาปิดถนนอีกรอบ

ส่วนการปิดถนนเรียกร้องเงินจำนำข้าวที่สี่แยกอินโดจีน ต.สมอแข อ.เมืองพิษณุโลกนั้น ตอนเช้าวันเดียวกันกลุ่มเกษตรกรชาวนาประมาณ 30 คน ที่นอนค้างคืนกลางสี่แยกอินโดจีนได้ก่อไฟผิงให้ความอบอุ่นกับร่างกาย ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็น ส่วนการสัญจรยังใช้ได้ตามปกติเนื่องจากกลุ่มชาวนารวมตัวกันเฉพาะบริเวณกลางสี่แยกเท่านั้น รถที่มาจากทั้ง 4 ทิศ สามารถใช้ทางเบี่ยงซ้ายออกไปได้ สอบถามนายชาตรี อ่ำพูล แกนนำชาวนา เปิดเผยว่า ชาวนาทั้งหมดมีมติว่าจะปิดสี่แยกอินโดจีนต่อไปจนถึงวันที่ 31 ม.ค.เพื่อแสดงให้ผู้มีอำนาจรู้ถึงความเดือดร้อนของชาวนาและจะปิดไปจนกว่าจะได้เงินค่าจำนำข้าวโดยมี พ.ต.อ.บุญญฤทธิ์ โล่ห์สุวรรณ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ร่วมกับตำรวจทางหลวงพิษณุโลกคอยอำนวยความสะดวกทางด้านการจราจร
ขณะที่นายสำรวย พาลี อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 16 หมู่ 7 ต.หนองพระ อ.วังทอง จ.พิษณุโลกที่มาร่วมชุมนุมได้ประกาศขายรถไถหาเงินไปชำระหนี้โดยกล่าวว่า ทำนากว่า 50 ไร่ นำข้าวเข้าโครงการจำนำกับรัฐบาลจะได้เงินประมาณ 350,000 บาท แต่ยังไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว ออกรถไถ 1 คัน วางเงินดาวน์ 90,000 บาท ส่งค่างวดปีละ 145,000 บาท ตอนนี้ไม่มีเงินส่งค่างวด ไปรับจ้างก็ไม่ได้เงินเลยตัดสินใจขายไป หากใครมีเงินพอที่ซื้อรถไถต่อจากตนก็มาซื้อได้เลยที่สี่แยกอินโดจีนและจะไม่ขอทำนาอีกต่อไป

ภายหลังตัวแทนผู้ชุมนุม 8 คนไปเจรจากับนายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.พิษณุโลก ที่ศาลากลางจังหวัดโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชม. หลังการเจรจา ร.อ.อุบล พุทธรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลกมาแจ้งผู้ชุมนุมว่าทางรัฐบาลจะจ่ายเงินให้ภายในวันที่ 31 ม.ค.นี้ แต่ถ้ายังเบี้ยวอีกจะชุมนุมกันอีกครั้งที่เดิม จากนั้นกลุ่มชาวนาต่างสลายตัวกลับบ้าน สำหรับสถานการณ์ชาวนารวมตัวปิดถนนสายสระบุรี-หล่มสัก กลางสี่แยกไร่ยาสูบ ต.ในเมือง อ.เมืองเพชรบูรณ์ เพื่อทวงถามเงินจำนำข้าวจากรัฐบาล ล่าสุดสภาทนายความได้ส่งทนายอาสาเข้ามาช่วยชาวนาในการฟ้องร้องเอาผิดกับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันมีชาวนามาร่วมสมทบและยื่นเอกสารให้ทนายอาสาเพื่อฟ้องร้องรัฐบาลซึ่งทนายจะต้องตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด

ที่ จ.ลพบุรี กลุ่มเกษตรกรชาวนาในเขต อ.โคกสำโรงชุมนุมที่หน้าที่ว่าการอำเภอโคกสำโรงโดยมีนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ประธานคณะกรรมการ กลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทยเป็นแกนนำเพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนดำเนิน คดีกับรัฐบาล เนื่องจากไม่ได้รับเงินในโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลทำให้ได้รับความเดือดร้อน อย่างมาก โดยนายอุบลศักดิ์กล่าวว่า ชาวนาใน อ.โคกสำโรง มีจำนวนทั้งสิ้น 2,938 ราย รัฐบาลต้องจ่ายเงินจำนำข้าวจำนวน 410 ล้านบาท แต่รัฐบาลยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าจะจ่ายให้เมื่อใดจึงต้องเข้าแจ้งความดำเนินคดี

นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย เปิดเผยว่า หากในวันที่ 31 ม.ค.นี้ รัฐบาลยังไม่สามารถจ่ายชำระเงินค่าข้าวที่ชาวนานำไปเข้าโครงการรับจำนำข้าวฤดูกาล 2556/57 ชาวนาเกือบ 30 จังหวัดทั่วประเทศ จากเกือบทุกภาค เช่น ภาคอีสาน จาก จ.บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ภาคกลาง จาก จ.ชัยนาท สิงห์บุรี นครปฐม เพชรบุรี ราชบุรี และภาคตะวันตกจาก จ.กาญจนบุรี ที่รวมตัวรอฟังคำตอบจากรัฐบาลอยู่ในขณะนี้จะเคลื่อนขบวนเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อทวงเงินจำนำข้าวจากรัฐบาล โดยไม่มีการเจรจากับรัฐบาลอีก เพราะรัฐบาลเลยเส้นตายวันที่ 25 ม.ค.มาครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนั้นชาวนากำลังจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆมาเจรจาขอยืดเวลาเป็นวันที่ 31 ม.ค. และเมื่อถึงกำหนดเวลาชาวนาคงไม่เจรจากับรัฐบาลอีกแล้ว
ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี-รังสิต นายยรรยง พวงราช รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุม ครม. ถึงการหาเงินมาจ่ายค่าจำนำข้าวของชาวนาว่า รัฐบาลพยายามดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อเร่งนำงบประมาณมาจ่ายในโครงการรับจำนำข้าวที่ค้างอยู่กว่า 1 แสนล้านบาท อยากให้ชาวนาเข้าใจการทำงานของรัฐบาลในขณะนี้มีข้อติดขัดที่มีกลุ่มคนพยายามปิดล็อกไม่ให้รัฐบาลกู้เงิน โดยการปิดธนาคารต่างๆ ปิดกระทรวงการคลัง และสำนักบริหารหนี้สาธารณะ ยืนยันว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการต่อเนื่องของรัฐบาลก่อนการยุบสภา ส่วนกรณีกลุ่มอดีตข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ที่ขึ้นเวที กปปส.โจมตีการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันและต้องได้รับการปฏิรูปนั้นถ้าต้องปฏิรูปควรจะมีการตรวจสอบย้อนหลังไปยังกลุ่มข้าราชการเหล่านี้ด้วย

ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) มีหนังสือเวียนไปยังสาขา ธ.ก.ส. ทั่วประเทศว่า รัฐบาลกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท มาจ่ายให้ชาวนาโครงการรับจำนำข้าวแล้ว โดยจะแบ่งจ่ายสัปดาห์ละ 2 หมื่นล้านบาท และจะจ่ายได้เสร็จสิ้นกลางเดือน มี.ค. ถือเป็นการสร้างความสับสนให้ประชาชน เพราะข้อมูลดังกล่าวกังวลว่าจะเป็นเอกสารที่ ธ.ก.ส. ร่วมกับรัฐบาลโกหกประชาชน เพราะขณะนี้สำนักบริหารหนี้สาธารณะยังไม่กล้าเซ็นเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว แถลงว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) กรณีละเลยไม่ดำเนินการยับยั้งการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว ถือเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา

อย่างไรก็ตาม กรณีโครงการจำนำข้าว ประธานวุฒิสภาได้ส่งเรื่องที่ ส.ส.ประชาธิปัตย์ รวม 146 คนร้องขอให้ถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่งในการดำเนินนโยบายโครงการจำนำข้าวที่ส่งผลขาดทุนกระทบต่อการส่งออกข้าว ระบายข้าวแบบจีทูจีไม่เป็นความจริงมาด้วย ทั้งสองเรื่องเป็นการกล่าวหาในประเด็นเดียวกัน คือ การดำเนินโครงการจำนำข้าวที่ไม่ถูกต้องโดยไม่ระงับยับยั้ง คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติให้รวมทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องเดียวกัน โดยให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้งคณะเป็นองค์คณะไต่สวนข้อเท็จจริง มีตนและนายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช.เป็นผู้รับผิดชอบสำนวน คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะออกหนังสือแจ้งคำสั่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบได้ โดย ป.ป.ช.จะเร่งพิจารณาคดีนี้ให้เสร็จโดยเร็วที่สุด ยังบอกไม่ได้ว่าจะใช้เวลาเท่าใด

นายวิชากล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการไต่สวนการทุจริตการระบายข้าวสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปี 52-53 ที่มีการกล่าวหานางพรทิวา นาคาศัย อดีต รมว.พาณิชย์ และการกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ทุจริตต่อหน้าที่โครงการระบายข้าวปี 52-53 ป.ป.ช.ได้ไต่สวนคดีอย่างต่อเนื่อง สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องแล้ว 25 ปาก รวมถึงทำหนังสือขอทราบข้อเท็จจริงจากหน่วยงาน 16 แห่ง แต่มีบางหน่วยงาน อาทิ กระทรวงพาณิชย์ องค์การคลังสินค้าง (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อการเกษตร ยังไม่ยอมส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช.ทราบ โดยอ้างว่าเอกสารสูญหายระหว่างเกิดเหตุน้ำท่วม และถูกกลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อมสำนักงาน ไม่สามารถหาข้อมูลได้ ดังนั้น ป.ป.ช.จึงได้ทำหนังสือเตือนไปยังหน่วยงานเหล่านี้ให้เร่งส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช.ทราบโดยเร็วต่อไป

วันเดียวกัน นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ แกนนำ กปปส. ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้เร่งรัดดำเนินคดีการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยนายชาญชัยกล่าวว่า มาในนาม กปปส.เร่งรัดให้ ป.ป.ช.เร่งไต่สวนดำเนินคดีกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในหลายเรื่องที่ทุกภาคส่วนยื่นเรื่องไว้ เช่น การทุจริตโครงการรับจำนำข้าว กรณีการทำผิดรัฐ-ธรรมนูญ มาตรา 178 ในการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศไทย ทุกคดีล้วนมีพยานหลักฐานชัดเจน โดยให้เวลา ป.ป.ช.ดำเนินการ 15 วัน หากไม่มีความคืบหน้าจะนำมวลชนมากดดันที่หน้าสำนักงาน ป.ป.ช. จ.นนทบุรี

ขณะที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่นายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงข่าวเกี่ยวกับการตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล โดยระบุว่า จะเร่งรัดดำเนินการการไต่สวนและชี้มูลให้แล้วเสร็จภายใน 1- 2 เดือน ว่าการให้ข่าวรายวันของนายวิชาไม่ปกติ เหมือนจะต้องการดิสเครดิตรัฐบาลโดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม การพูดดังกล่าวน่าจะเป็นการส่งสัญญาณไปม็อบ กปปส.และพรรคประชาธิปัตย์ให้ชุมนุมต่อไป เพราะอีกไม่นานเรื่องจำนำข้าวก็จะเสร็จแล้ว การเร่งรัดคดี และชี้นำสังคมแบบนี้ไม่ใช่วิสัยที่องค์กรอิสระพึงกระทำ ยิ่งสถานการณ์ทางการเมืองมีความขัดแย้งสูงยิ่งต้องระมัดระวัง

29 ม.ค. 2557 08:05 ไทยรัฐ