วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กกต.กล่อมไม่ไหว 'ปู'ไม่ยอม ดันเลือกตั้ง2ก.พ.

ชี้เลื่อนปัญหาก็ไม่จบ ปชป.ขู่26ม.ค.ตัวอย่าง

2 ก.พ. เลือกตั้ง “ปู” ดับฝัน 5 เสือ กกต.ทุบโต๊ะไม่เลื่อน จี้ถาม กกต.เอาหลักประกันอะไรมาอ้างเลื่อนเลือกตั้งจะดีกว่า “ปึ้ง” ซักใครกล้าการันตีออก พ.ร.ฎ.วันเลือกตั้งใหม่นายกฯ จะไม่โดนฟ้อง “ศุภชัย” ยังยิ้มสู้ชู 2 นิ้ว ท้าลั่นต่อเวลาไปอีก 6 เดือนเลือกตั้งก็ยังไม่จบ “สมชัย” เสียงอ่อยตกลงกับรัฐบาลไม่ได้ก็ต้องยึดเวลาเดิมก้มหน้าจัดเลือกตั้งต่อไป “ประชาธิปัตย์” ขู่ 26 ม.ค. แค่หนังตัวอย่าง “นิพิฏฐ์” ผวาขว้างงูไม่พ้นคอบอยคอตเลือกตั้ง 2 ครั้งซ้อนโดนยุบพรรคแบะท่าเลื่อนออกไป 5 เดือนจะกลับไปลงสมัคร แต่ไว้ลายจะฟ้องแพ่ง-อาญา ครม.ทั้งคณะเรียกค่าเสียหาย 3,800 ล้าน เงินจัดการเลือกตั้งที่สูญไปเปล่าๆ

หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หารือกับพรรคการเมืองเกี่ยวกับการเลื่อนวันเลือกตั้ง แต่ไร้ข้อยุติ ล่าสุด กกต.ได้เข้าหารือกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในกรณีเดียวกัน แต่ความมุ่งมั่นของ กกต.ที่ต้องการให้เลื่อนวันเลือกตั้งออกไปต้องล้มครืนลง

5 เสือถกนอกรอบเลื่อนเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. กกต.ทั้ง 5 คน ได้นัดประชุมกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิต ก่อนไปพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงแนวทางที่ กกต.จะไปหารือกับนายกรัฐมนตรีว่า ประเด็นที่จะหารือคือการกำหนดให้มีการเลือกใหม่ ซึ่งกรอบก็คือจะต้องไม่ยาวไปและไม่สั้นเกินไป น่าจะอยู่ประมาณ 120-150 วัน

หอบเรื่องคับอกกล่อม “นายกฯปู”

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญชัดอยู่แล้วว่าให้กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้ โดยให้ประธาน กกต.และนายกฯปรึกษาหารือกัน ทั้งนี้ ปัญหาการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมาค่อนข้างรุนแรง ดังนั้นประเด็นที่ กกต.จะไปพูดคุยกับนายกฯคงต้องพูดคุยว่าหากเดินหน้าเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น กกต.คงนำเสนอปัญหาทั้งหมดไปพูดคุย อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ กกต.ก็ยังเตรียมการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.อยู่แม้ปัญหาจะมาก แต่เกรงว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงกว่าวันที่ 26 ม.ค.

“สมชัย” ชูโมเดล “เลือกตั้งวันใหม่”
ต่อมาเมื่อเวลา 12.30 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวภายหลังประชุม กกต.ว่า เชื่อว่าหากมีการแก้ไขจะทำให้เกิดความคลี่คลายได้ในระดับหนึ่ง แต่จากสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นไปได้ยากที่จะเกิดความสำเร็จ สิ่งสำคัญหาก กกต.ชี้ให้เห็นผลที่จะเกิดจากการเลือกตั้ง 2 ก.พ.ว่าท้ายที่สุดไม่ได้เป็นทางออกของประเทศ หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ส.ส.500 คน ก็ไม่สามารถประกาศรายชื่อได้ อาจจะใช้ระยะเวลามากกว่า 6 เดือนจึงจะประกาศรายชื่อ ส.ส.ได้ครบทั้งหมด กรณีดังกล่าวจะส่งผลให้ประเทศไทยอยู่ในภาวะสุญญากาศ ไม่สามารถเปิดสภาฯ ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาล แต่หากทุกฝ่ายหันมาหาวิธีการอื่นที่ดีกว่า ด้วยการกำหนด พ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่ อาจจะทอดระยะเวลาออกไปไม่นาน 3-4 เดือน เพื่อที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหา จะเป็นสิ่งที่ดีกว่าหรือไม่

เชื่อทุกกลุ่มจะเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง

นายสมชัยกล่าวอีกว่า เชื่อว่าพรรคการเมืองจำนวนมาก โดยเฉพาะพรรคการเมืองใหญ่และขนาดกลางเห็นด้วยแล้ว ที่จะขยับการเลือกตั้งออกไป ด้วยการรับสมัครใหม่ เริ่มต้นใหม่ ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. หรือ นปช. เชื่อว่าท้ายที่สุดหากพรรคการเมืองที่เป็นองค์กรสำคัญในการสนับสนุนการทำงานของกลุ่มมวลชนนี้ มีความเห็นคล้อยไปในแนวทางเดียวกัน ก็เชื่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะลดกิจกรรมต่างๆลง ทั้งหมดนี้ต้องค่อยๆคิดและแก้ทีละส่วน

โยน “ปู” แทงหัว–ก้อยรับผิดชอบเอง

ต่อข้อถามว่า ถ้านายกฯตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ นายสมชัย กล่าวว่า ไม่ว่านายกฯจะตัดสินใจหรือไม่ตัดสินใจต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น เพราะถ้านายกฯไม่ตัดสินใจหรือตัดสินใจว่าจะไม่เลื่อนการเลือกตั้ง การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ก็ต้องเดินต่อไป กกต.จะจัดการเลือกตั้งเต็มความสามารถ แต่เหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น อาทิ ความรุนแรง และผลที่จะเกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง กกต.ได้สะท้อนให้รัฐบาลเห็นแล้ว ดังนั้นรัฐบาลต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตามมา

นายกฯเรียกดรีมทีมตั้งวงรับศึก

เมื่อเวลา 10.40 น. ที่สโมสรทหารบก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เรียกรัฐมนตรีและทีมงานที่จะเข้าร่วมหารือกับ กกต.กรณีการเลื่อนวันเลือกตั้ง อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม นายนายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายก– รัฐมนตรี นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายรัฐบาล และนายอัชพร จารุจินดา ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายรัฐบาล

เปิดฉากหารือเลื่อน–ไม่เลื่อน

กระทั่งเวลา 14.15 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รัฐมนตรี พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกลาโหม พล.ต.อ.อดุลย์ แสง–สิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายรัฐบาล และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับ กกต. นำโดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.นายบุญส่ง น้อยโสภณ นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ นายประวิช รัตนเพียร และนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.ถึงการออก พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ทั้งนี้ นายศุภชัย ได้หารือเป็นการส่วนตัวกับนายกฯ ที่ห้องพักรับรองก่อนเข้าห้องประชุม เป็นเวลา 10 นาที

“ปู” ดับฝัน 5 เสือ–ทุบโต๊ะไม่เลื่อน

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวเปิดประชุมว่า ถือเป็นโอกาสดีที่จะพูดคุยแก้ปัญหา หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำเสนอแนะเพื่อที่สถานการณ์จะได้ไม่เกิดความรุนแรง และการเลือกตั้งดำเนินต่อไปได้ ซึ่งรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงาน กกต.เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ และหลังมี พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง มีพรรคการเมืองลงสมัคร 53 พรรค มีการจัดเลือกตั้งล่วงหน้า 66 จังหวัด สามารถจัดการเลือกตั้งได้ มีเพียง 10 จังหวัดและ กทม.ที่มีปัญหา ทำให้ประชาชนเรียกร้องสิทธิ เลือกตั้ง รัฐบาลขอเสนอความคิดเห็นต่อ กกต.เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งได้ว่า พื้นที่หน่วยเลือกตั้งที่มีปัญหาจัดการลงคะแนนไม่ได้ ขอเสนอให้มีกำหนดวันลงคะแนนใหม่ รวมทั้งเขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วย เพื่อให้การเลือกตั้งสามารถดำเนินการต่อไปได้ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และพื้นที่ไหนมีปัญหาก็อาจต้องกำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาเป็นรายพื้นที่ ส่วนการสนับสนุนด้านบุคลากร ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และการดูแลต่างๆ รัฐบาลยินดีสนับสนุนตามที่ กกต.ร้องขอ และขอฟังข้อเสนอแนะ กกต.

ไม่มีหลักประกันเลื่อนจะดีกว่าไม่เลื่อน

ต่อมาเวลา 17.15 น. หลังเสร็จการประชุม นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.แถลงข่าวร่วมกัน โดยนายพงศ์เทพ กล่าวว่า กกต.เสนอหากจัดการเลือกตั้งตามกำหนดอาจจะมีปัญหาหลายประการ ในขณะที่รัฐบาลเห็นว่า การเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ไม่ได้แก้ปัญหา หรือทำให้ปัญหาหมดไป ไม่มีอะไรรับประกันว่าเลื่อนไปแล้วทุกอย่างจะยุติ และเกรงว่าจะมีปัญหาและเสียหายยิ่งกว่า การประเมินสถานการณ์ของ กกต.และรัฐบาล ยังแตกต่างกันอยู่ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงต้องจัดการเลือกตั้งตามกำหนด ใน พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง 2 ก.พ.ต่อไป โดย กกต. จะดำเนินการ จัดการเลือกตั้งภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และพยายามหลีกเลี่ยงความรุนแรง ทั้งนี้ รัฐบาลจะสนับสนุนการทำงานของ กกต.อย่างเต็มที่

“สมชัย” ยกสารพัดปัญหาทำสะดุด

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า จากการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า การเลื่อนเลือกตั้งเป็นสิ่งที่กระทำได้ แต่ต้องปรึกษากันระหว่าง กกต. กับนายกฯ หมายความว่าหากทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันสถานการณ์ที่เป็นอยู่ไปต่อได้ ก็สามารถกำหนดวันเลือกตั้งขึ้นมาใหม่ได้ กกต.ได้เสนอให้รัฐบาลเห็นถึงปัญหาทั้งก่อนและหลังวันเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้ก็มีปัญหาในเรื่องของกรรมการประจำหน่วยที่ลาออก เนื่องจากถูกกดดันจากผู้ชุมนุม สะท้อนว่า บางหน่วยไม่สามารถจะจัดการเลือกตั้งได้ บัตรเลือกตั้งที่บางส่วนยังส่งไปไม่ถึงหน่วยเลือกตั้ง เพราะติดอยู่ที่ไปรษณีย์ คือ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช อ.เมือง จ.ชุมพร และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็น 3 ไปรษณีย์หลักที่รวมบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่จะส่งไปยังหน่วยเลือกตั้งใน 14 จังหวัดภาคใต้ หากนำบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อออกมาไม่ได้ก็จะเลือกตั้งไม่ได้ ส่วนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตก็อาจจะมีปัญหาในการจัดส่งได้

หวั่น 2 ก.พ.ซ้ำรอยเลือกล่วงหน้า

นายสมชัยกล่าวอีกว่า อีกทั้งในการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค. ก็มีปัญหาในเรื่องที่มีผู้ชุมนุมขัดขวางการเลือกตั้ง ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ในเมื่อกรณีนี้เกิดขึ้น ก็เป็นห่วงในวันเลือกตั้งจริง วันที่ 2 ก.พ.ที่จะเกิดเหตุการณ์ขัดขวางเช่นนี้อีก และอาจจะเกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมทั้ง 2 ฝ่าย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ กกต. เห็นตรงกันกับรัฐบาล คือ จะยึดตามกฎหมายเป็นหลัก หลีกเลี่ยงความรุนแรง โดยจะกำชับผู้อำนวยการเขตเลือกตั้งว่า ถ้าหากเกิดเหตุการณ์วุ่นวาย ก็ให้สั่งยุติการลงคะแนนได้ทันที หากหน่วยเลือกตั้งใดปิดการลงคะแนนแล้ว แม้เหตุการณ์ความวุ่นวายสงบก็เปิดใหม่ไม่ได้ เพราะเป็นข้อจำกัดในข้อกฎหมาย ดังนั้น หน้าที่ของ กกต. และรัฐบาล คืออำนวยความสะดวกในการจัดเลือกตั้งให้เกิดความสงบและเรียบร้อย ขณะที่หลังการเลือกตั้ง เราเสนอว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าจะประกาศรายชื่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้ง 125 คนไม่ได้ เพราะต้องได้คะแนนเลือกตั้งครบจากทุกหน่วย เราได้ชี้แจงให้รัฐบาลทราบว่า จะสามารถจัดการเลือกตั้งให้ครบทุกเขตได้ภายใน 4-6 เดือน

โอดตกลงกันไม่ได้ต้องยึดเวลาเดิม

นายสมชัยกล่าวว่า ส่วน ส.ส.แบ่งเขต 375 คน ก็ยังมีปัญหาว่าผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด ในวันที่ 26 ม.ค. ยังเหลือผู้ใช้สิทธิไม่ได้อีก 2 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้ กกต. จะจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ เมื่อเหตุการณ์สงบลง คาดว่าจะเป็นปลายเดือน ก.พ.หรือนานกว่านั้นก็ได้ ซึ่งหากสำเร็จคะแนนก็จะถูกส่งไปยังหน่วยเลือกตั้ง เพื่อนำไปรวมกับคะแนนเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ดังนั้น หมายความว่า วันที่ 2 ก.พ. ยังไม่มีการประกาศผล ส.ส.แบบแบ่งเขต ทั้งนี้ในวันนี้รัฐบาลกับ กกต. ยังไม่สามารถเห็นตรงกันได้ในการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ดังนั้น พระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. จึงมีผลบังคับใช้ กกต.ก็ต้องเดินหน้าจัดการเลือกตั้งต่อไป

ป่วนชูป้ายไล่ กกต.ออกยกชุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายพงศ์เทพ และนายสมชัย กำลังแถลงข่าวอยู่ ปรากฏว่าได้มีชายหญิงคู่หนึ่ง ซึ่งอ้างว่าเป็นกลุ่มสหายเดียร์ที่รวมกลุ่มกันในเฟซบุ๊ก ได้มาแจกแถลงการณ์และชูแผ่นกระดาษที่เขียนข้อความว่า “เห็นหัวเราบ้าง” พร้อมเรียกร้องให้ กกต.ทบทวนตัวเอง หากจัดการเลือกตั้งไม่ได้ก็ลาออกไป เพื่อเปิดโอกาสให้มีการสรรหาผู้ที่เป็นกลางและมีเจตจำนงที่บริสุทธิ์ใจในการจัดการเลือกตั้งในประเทศได้ เข้ามาทำหน้าที่แทน อยากให้ กกต.เห็นหัวประชาชนที่ใช้สิทธิบ้าง

ปธ.กกต.ท้ายืดอีก 180 วันก็ไม่จบ

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า เมื่อนายกฯไม่เลื่อนการเลือกตั้ง กกต.ต้องทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งต่อไป โดยรัฐบาลให้เหตุผลว่าถ้าเลื่อนการเลือกตั้งออกไปปัญหาก็ไม่หมด ปัญหาจะเยอะ วันนี้ไม่ผิดหวังเพราะเรารู้อยู่แล้วว่าคำตอบจะเป็นแบบนี้ และ กกต.เชื่อการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.สถานการณ์ก็ยังไม่จบ และให้ต่อเวลาไปอีก 180 วันก็ยังไม่จบ ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังสู้ต่อหรือไม่ นายศุภชัยหันมายิ้มพร้อมชูสองนิ้ว พร้อมกับบอกว่าสู้สิ

แฉ “ปึ้ง” ถามใครยืนยันไม่ฟ้องนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการหารือระหว่างรัฐบาลและ กกต.นายกฯ ได้ให้เหตุผลว่าที่ไม่สามารถออก พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ ขณะที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ระบุว่า แล้วจะมีใครรับรองว่านายกฯจะไม่ถูกฟ้องร้องถ้าออก พ.ร.ฎ.ใหม่ เพราะนายกฯต้องเป็นผู้เสนอออก พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ และต้องเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ตนยอมให้นายกฯถูกฟ้องร้องไม่ได้ โดยไม่มี กกต.คนใดตอบเรื่องนี้ ขณะที่ทาง กกต.นายสมชัยเสนอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปไม่เกิน 120 วัน โดยอ้างว่าหากเดินหน้าเลือกตั้งอาจทำให้ไม่สามารถประกาศรับรอง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ 125 คนได้ ทำให้เปิดประชุมสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้ และหากเกิดปัญหาตรงนี้ขึ้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

บิ๊ก พท.ผวาเสียแฟน–โดนร้อง

ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ เป็นประธานหารือเรื่องการเลือกตั้ง โดยที่ประชุมได้นำเหตุการณ์เลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 ม.ค. มาประเมิน โดยเห็นว่ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทย จะต้องยืนยันการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เนื่องจากภาพรวมการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ออกมา เป็นผลบวกกับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากต้องการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ถ้าพื้นที่ไหนเลือกตั้งไม่ได้ ก็เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะจัดการเลือกตั้งใหม่ต่อไป จนกว่าจะได้ ส.ส.ครบตามจำนวนที่จะเปิดสภาฯได้ และเห็นว่าการไม่เลื่อนเลือกตั้งออกไป เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลจำเป็นต้องทำเพื่อยึดข้อกฎหมาย ยึดรัฐธรรมนูญ มิฉะนั้นจะไม่มีหลักให้ยึดอีกต่อไป คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแนะนำว่าเลื่อนเลือกตั้งได้แต่ไม่ได้บอกข้อกฎหมายรองรับ หากเลื่อนเลือกตั้งออกไปก็เสี่ยงที่จะเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามฟ้องร้องเอาผิดได้ ขณะเดียวกันการไม่เลื่อนการเลือกตั้งออกไป จะเป็นการรักษาฐานเสียงมวลชนที่สนับสนุนการเลือกตั้งเอาไว้ ถ้าเลื่อนอาจทำให้เสียมวลชนได้

ปชป.ขู่ยังดื้อเจอฉายหนังจริง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การที่รัฐบาลนัด กกต. หารือคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ให้กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้ แต่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยละเลยคำวินิจฉัยและพยายามชี้ให้สังคมเห็นว่าการดำเนินการตามศาลรัฐธรรมนูญเป็นเพียงการเลื่อนเลือกตั้งออกไปไม่เกิน 60 วัน ถือว่าสร้างความสับสนให้สังคม อย่างไรก็ตาม หากปล่อยให้มีการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ต่อไป ทั้งที่เห็นการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค. เป็นหนังตัวอย่างอยู่แล้วรัฐบาลอยากเห็นหนังจริงทั้งเรื่องหรือ จึงอยู่ที่รัฐบาลโดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะมีส่วนกำหนดสิ่งเหล่านั้นหรือไม่ และหลังจากนี้เหลือเวลา 5 วันที่สำคัญ ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นหรือซ้ำเติมบ้านเมืองให้หนักกว่าเดิม

เชียร์ยืดเวลาทำสัตยาบันปฏิรูป

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดเลือกตั้งใหม่ 4-5 เดือนว่า ทุกคนก็เห็นด้วยที่ไม่อยากให้มีการเลือกตั้งช่วงนี้ เพราะหากเลือกตั้งไปก็ได้ผู้แทนไม่ครบ เปิดสภาฯไม่ได้ และเมื่อเลื่อนเลือกตั้งไปแล้วก็สามารถทำการปฏิรูปบางเรื่องที่สามารถทำได้ก่อนภายในระยะเวลาก่อนการเลือกตั้ง เช่น การทำให้การเลือกตั้งโปร่งใส สุจริต และเป็นธรรม ส่วนเรื่องใดที่ต้องรับฟังความคิดเห็นประชาชน อาทิ ปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ หรือการเลือกตั้ง ผวจ.ที่ต้องแก้ไขกฎหมายและใช้ระยะเวลานานก็ต้องให้พรรคการเมืองลงสัตยาบันอาจจะ 1 ปีต้องปฏิรูปให้เสร็จ และจะเสนอกฎหมายใหม่กี่เดือน เนื่องจากการปฏิรูปก็ต้องทำก่อนและหลังเลือกตั้ง การปฏิรูปจึงสมบูรณ์

แบะท่าเลื่อนจริงขอเกาะขบวนด้วย

ต่อข้อถามว่า หากเลื่อนเลือกตั้งตาม กกต.เสนอ พรรคประชาธิปัตย์จะลงรับสมัครเลือกตั้งหรือไม่ นายนิพิฏฐ์ตอบว่า ถ้าการเลื่อนเลือกตั้งมีเงื่อนไขโดยให้ กกต.เป็นคนกลางเพื่อปฏิรูป พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ลงเลือกตั้ง เพราะหากไม่ลงเลือกตั้งติดต่อกัน 2 ครั้ง พรรคประชาธิปัตย์จะถูกยุบพรรคได้ ทั้งนี้การที่พรรคเพื่อไทยยืนยันต้องเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ให้ได้ เห็นว่า กกต.ต้องเสนอให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะเลือกตั้งใหม่ แต่หากรัฐบาลยังคงเดินหน้าเลือกตั้งต่อไปทั้งที่ กกต.มีความเห็นให้เลื่อน จนทำให้เกิดเหตุการณ์ปะทะจนทำให้เกิดการสูญเสีย ก็จะมีคนฟ้องแพ่งและอาญาต่อ ครม.ทั้งคณะ ซึ่งตนจะเป็นผู้ฟ้องแพ่งเองโดยเรียกค่าเสียหายงบประมาณที่ใช้จัดการเลือกตั้งกว่า 3,800 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วต้องจ่ายคนละ 100 กว่าล้านบาท

พท.ยื่นสอบยุบ ปชป.ขวางเลือกตั้ง

ที่รัฐสภา นายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือถึงนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ขอให้ดำเนินการยุบพรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีที่สมาชิกและกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับกลุ่ม กปปส. คปท. กปท. ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่และกดดัน กกต.ประจำเขต และผู้อำนวย การเลือกตั้งประจำเขต ให้ลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ มีการขัดขวางการรับสมัครและขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้าในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ มีการทำลายบัตรเลือกตั้ง ยั่วยุประชาชนให้กระทำผิด ทำร้ายประชาชนที่ต้องการเลือกตั้ง ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 237 ทำผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. มาตรา 43, 67 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 138, 139, 140 และละเมิดพื้นที่ฝ่าฝืนตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา 11 (1)

ซัด “มาร์ค” ตัวการปลุกปั่น–ป้ายสี

นายสิงห์ทองกล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค มีการปราศรัยและแถลงข่าวใส่ร้ายป้ายสีโจมตี เพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งงดเว้นการลงคะแนนให้พรรคเพื่อไทย ทำให้พรรคการเมืองอื่นเสียคะแนนนิยม ปลุกปั่นให้ประชาชนกระทำผิด กฎหมายไม่ยอมรับอำนาจรัฐ ข่มขู่ กกต.เท่ากับไม่ยึดมั่นรักษาประชาธิปไตย จึงขอให้ประธาน กกต. ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง มาตรา 95 เพื่อยุบพรรคประชาธิปัตย์ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปี

ผบ.ตร.สั่ง รปภ.ขั้นเทพหีบบัตร ลต.

พ.ต.อ.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รองโฆษก สตช.กล่าวว่า ภารกิจการดูแลความเรียบร้อยในการเลือกตั้งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง จัดทำแนวทางและแผนเผชิญเหตุ ในการดูแลความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกรณีที่จะมีการขัดขวางการเลือกตั้ง รวมถึงการเผชิญหน้าของกลุ่มมวลชนที่เห็นต่าง ส่วนภารกิจการขนส่งหีบบัตรเลือกตั้งไปยังจังหวัดต่างๆ ทางด้าน บช.ก.จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดย พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศรส.ลต.ตร.ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ดูแลรักษาหีบบัตรเลือกตั้งให้มีความปลอดภัยอย่างสูงสุด สตช.ขอยืนยันและให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชน ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้ใช้สิทธิใช้เสียงตามกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างเต็มความสามารถ

กดดันมาก ผอ.ปน.ชักแถวออก

เมื่อเวลา 12.20 น. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพ– มหานคร (กทม.) นางนินนาท ชลิตานนท์ ปลัด กทม. กล่าวภายหลังหารือเรื่องการเตรียมพร้อมการเลือกตั้งร่วมกับผู้อำนวยการเขตว่า ผู้อำนวยการเขต 50 เขต ในฐานะผู้อำนวยการประจำหน่วยเลือกตั้ง (ผอ.ปน.) ได้แจ้งว่า ในการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค.ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว แต่รู้สึกกดดันกับสถานการณ์ความเห็นต่างของประชาชน และถูกดูหมิ่นศักดิ์ศรี กล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลาง ถูกตำหนิจากผู้ชุมนุมทั้งผู้มาใช้สิทธิและคัดค้าน ผู้อำนวยการเขตจึงกังวลเรื่องความปลอดภัยในวันเลือกตั้งที่ 2 ก.พ. จึงหารือว่าจะขอลาออกจาก ผอ.ปน.ได้หรือไม่ ล่าสุดได้รับแจ้งว่า ผอ.เขตบางกะปิได้ลาออกไปแล้ว และยังมีคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) หลายคนประสงค์ลาออกเช่นกัน

นายสิน นิติธาดากุล ผอ.เขตบางกะปิ กล่าวว่า สาเหตุที่ลาออกจาก ผอ.ปน. เนื่องจากถูกมองว่าไม่เป็นกลาง อีกทั้งเป็นข้าราชการ กทม. ที่มี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เป็นผู้บังคับบัญชา ซึ่งผู้ว่าฯ กทม. ก็มาจากพรรคประชาธิปัตย์ จึงเห็นว่าควรลาออก เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาทำหน้าที่แทน

จตุจักรจี้ กกต.ใส่ใจ จนท.หน้าหน่วย

นายนพกิจ สัญญานุจิต ผอ.เขตจตุจักร กล่าวว่า จากการประเมินภาพรวมในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 ม.ค. แล้วมองว่า เจ้าหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติงาน ณ หน่วยเลือกตั้ง เกิดความรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย เนื่องจากมีมวลชนจาก กปปส.จำนวนมากเดินทางไปคัดค้านการเลือกตั้งที่บริเวณหน่วยเลือกตั้ง ตั้งแต่ก่อนเปิดหีบบัตรลงคะแนนเวลา 08.00 น. ดังนั้นในวันเลือกตั้งหากเกิดความวุ่นวายหรือมีเหตุรุนแรงใดๆขึ้น ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ณ หน่วยเลือกตั้ง จึงมีความสำคัญเป็นอันดับแรก ซึ่ง กกต.ต้องให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาความปลอดภัยทั้งผู้ปฏิบัติงาน และสถานที่ที่ใช้เป็นหน่วยเลือกตั้งขั้นสูงสุดด้วย ทั้งนี้  ผอ. เขตจตุจักร ได้เตรียมแผนสำรองกรณีที่เจ้าของสถานที่ ไม่อนุญาตให้ใช้เป็นหน่วยเลือกตั้ง จะใช้สถานที่สาธารณะใกล้เคียงเป็นหน่วยเลือกตั้งชั่วคราวแทน โดยทำหนังสือแจ้งต่อ กกต.ถึงความจำเป็นอีกครั้ง

ศิษย์เก่า มศว เรียกร้องเลือกตั้ง

ที่สำนักงาน กกต.พิษณุโลก นายเกษมสันต์ มีทิพย์ และตัวแทนกลุ่มศิษย์เก่า มศว พิษณุโลกปกป้อง ประชาธิปไตย ร่วมกับชมรมส่งเสริมการเรียนรู้ภาคเหนือ ตอนล่างยื่นหนังสือให้ กกต.จ.พิษณุโลกผ่านไปยัง กกต.กลางเรียกร้องให้จัดเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 2 ก.พ. โดยมีนายยงยศ เมฆอรุณ ประธาน กกต.พิษณุโลกเป็นผู้รับเรื่องโดยในหนังสือระบุว่า ตามที่มีประกาศพระราชกฤษฎีกายุบสภาและจัดให้มีการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 อันเป็นไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และกระบวนการปกติของระบอบประชา– ธิปไตย ต่อมาได้มีข้อเรียกร้องจากกลุ่มคนส่วนหนึ่งที่พยายามขัดขวางกระบวนการเลือกตั้ง รวมถึงเรียกร้องหรือกดดันให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ขณะเดียวกัน มี กกต.บางคนปฏิบัติหน้าที่และดำเนินการอันเป็นที่รับทราบทางสาธารณะไปในทิศทางที่เชื่อได้ว่ามีความ ต้องการในการเลื่อนการเลือกตั้ง ดังนั้น ขอเรียกร้องให้ กกต.ซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการจัดการเลือกตั้ง ต้องดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 2 ก.พ.57 อย่างเต็มอำนาจ หน้าที่และอย่างเต็มความสามารถ

เปิดตัวเครือข่ายรับใช้ปฏิรูปฯ

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ห้องกมลมาศ โรงแรมเดอะสุโกศล มีการเปิดตัวเครือข่ายผู้รับใช้การปฏิรูปประเทศโดยสันติของประชาชนไทย โดยกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียงทุกวงการทั้งจากภาคธุรกิจ วิชาการ ข้าราชการ ประชาสังคม ชุมชนท้องถิ่น ศิลปิน ดารานักแสดง และสื่อมวลชนจำนวนประมาณ 190 คน อาทิ นายธีรยุทธ บุญมี นพ.พลเดช ปิ่นประทีป นายสมเกียรติ อ่อนวิมล นายปราโมทย์ ไม้กลัด นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นายบำรุง คะโยธา เรืออากาศตรีสุเทพ วงศ์กำแหง นายต่อตระกูล ยมนาค นางวรวรรณ ธาราภูมิ เป็นต้น

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ กล่าวว่า มี 5 ประเด็นที่สมควรปฏิรูป คือ ปฏิรูปทุจริตคอร์รัปชัน ปฏิรูปการเมือง การปกครอง ปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูปเศรษฐกิจผูกขาด และปฏิรูปสังคมสร้างพลังพลเมืองที่เข้มแข็ง แต่เครือข่ายไม่ใช่สภาประชาชน สภาปฏิรูป หรือสมัชชาใดๆ เพียงเห็นว่าภาคการเมืองหมดความชอบธรรมในการปฏิรูปประเทศจึงเชิญชวนคนในสังคมมาร่วมกันปฏิรูปประเทศ และจะมีการจัดกิจกรรมในต่างจังหวัดเพื่อขยายพลังในการปฏิรูปให้ขยายวงกว้างขึ้น

“ธีรยุทธ” ชี้นักการเมืองพา ปท.พินาศ

นายธีรยุทธ บุญมี ผู้อำนวยการสถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า ความโลภ ความบ้าอำนาจอย่างไม่มีขีดจำกัดของนักการเมือง นำไปสู่ความพังพินาศแบบสมบูรณ์แบบของประเทศ เป็นเรื่องที่น่าห่วงและเสียใจ สื่อต่างประเทศมองระบอบทักษิณเฉพาะกลไกการเลือกตั้ง ทั้งที่มีการทำลายระบบของประเทศ เช่น โครงสร้างระบบพรรคการเมือง ดุลอำนาจ 3 ฝ่ายพังทลาย จะเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร นอกจากนี้ ระบบตรวจสอบโดยเฉพาะสื่อเสียศูนย์ไปมาก เพราะในสมัย 14 ตุลา สื่อมีส่วนสำคัญในการช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศ แต่ปัจจุบันวิญญาณเหล่านั้นหายไป ขณะที่โครงสร้างราชการพัง ความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชน นักวิชาการ กลุ่มธุรกิจ ที่สำคัญคือคุณธรรม ศีลธรรม กำลังพังทลายลงไปมากกว่าครึ่ง ดังนั้น การที่มวลมหาประชาชนบอกว่าต้องต่อสู้เพื่อลูกหลานเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น ทำให้ตนมี ความหวังหลังจากที่เคยหมดหวังไปแล้ว อาจเป็นโอกาส สุดท้ายที่จะทำให้บ้านเมืองรอดพ้นจากความฉิบหาย

กลุ่มจุดเทียนเจอแว้นนกหวีดไล่

ช่วงเย็นที่หน้าร้านอาหารขนาบน้ำริมเชิงสะพาน กรุงธน หรือสะพานซังฮี้ กลุ่มประชาชนใช้ชื่อว่ากลุ่มคนฝั่งธนฯ นัดหมายผู้ที่สนับสนุนการเลือกตั้ง และไม่ต้องการความรุนแรง รวมตัวกันจัดกิจกรรม ลอยอังคาร กกต. กปปส. และ กสม.ลงแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทางกลุ่มได้นำป้ายผ้าเขียนชื่อ กปปส. กกต. กสม. มาผูกกับกระทง ก่อนจุดเทียน แล้วทำพิธีลอยลงแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อขับไล่ความชั่วร้าย นอกจากนี้ยังมีประชาชนขึ้นไปรวมตัวกันตลอดเชิงสะพานซังฮี้ เพื่อจุดเทียนและปล่อยลูกโป่งขาว แสดงสัญลักษณ์สนับสนุนการเลือกตั้ง พร้อมตะโกน 2 ก.พ.ไปเลือกตั้งๆ ได้รับความสนใจจากประชาชนที่ผ่านไปมาบนสะพาน อย่างไรก็ตาม ระหว่างการรณรงค์มีชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่ง ขับ จยย.ผ่านมาบนสะพาน แล้วเป่านกหวีดใส่ผู้รณรงค์ แล้วตะโกนด่า ทำให้ผู้ร่วมรณรงค์ต่างโห่ไล่ แต่ก็ไม่มีเหตุรุนแรง หลังเสร็จกิจกรรมทั้งหมดจึงแยกย้ายกลับ

29 ม.ค. 2557 08:03 29 ม.ค. 2557 08:03 ไทยรัฐ