วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การ์ดจับด.ต.สายสืบ ยิงม็อบ ประชาทัณฑ์ปางตาย

บิ๊กตร.ชี้แจงลูกน้องไปหาข่าว ‘เทือก’สั่งระดมพลบุกปิดศรส. เหลิมท้าทาย‘เจอของแข็งแน่’

แกนนำ กปปส.นำผู้ชุมนุมบุกประชิดสโมสร ทหารบก ซึ่งเป็นสถานที่ประชุม ครม. วอน ผบ.ทบ.สั่งห้ามรัฐบาลใช้พื้นที่ทหารเป็นที่ทำงาน สถานการณ์คับขันถึงขั้นทีมรักษาความปลอดภัยนายกฯสั่งเตรียมเฮลิคอปเตอร์ไว้พร้อมสรรพ การ์ดม็อบขอตรวจค้นชายแต่งชุดดำเจอชักปืนสั้นยิงสวน สุดท้ายชายฉกรรจ์ถูกรุมประชาทัณฑ์อ่วม ที่แท้เป็นตำรวจยศ ด.ต. มวลมหาประชาชนเป่านกหวีดนัดระดมทัพใหญ่ปิด ศรส. วันที่ 29 ม.ค. กดดันให้ยุบ ศรส.ทิ้งไป “เฉลิม” ท้าเหยง “สุเทพ” ให้รีบมาบุก รับรองเจอของแข็งแน่ ศาลยกคำร้องขอหมายจับ 16 แกนนำม็อบ “ธาริต” เดินหน้าลุยขอหมายจับอีกรอบ ฮิวแมนไรท์วอทช์ห่วงสถานการณ์การเมืองไทยบานปลายสู่รุนแรง “สำราญ รอดเพชร” เจอดีถูกระเบิดเอ็ม 67 ขว้างใส่บ้าน

หลังจากรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาล โดย ผอ.ศรส.ขีดเส้นเงื่อนไขเวลาเตรียมจัดหน่วยจู่โจมจับแกนนำทั้งหมดที่ปิดหน่วยงานราชการ กปปส.ต้องแก้เกมโดยนัดดีเดย์วันที่ 29 ม.ค. ระดมพลทุกเวทีปิดล้อม ศรส. เพื่อกดดันให้ยุบ ศรส.ทิ้งไป

ม็อบสับขาหลอกปิดล้อมสโมสร ทบ.

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวของ กปปส.เวทีราชประสงค์ นายชุมพล จุลใส นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำ กปปส.ประกาศบนเวทีให้ผู้ชุมนุมเตรียมพร้อมออกเดินทางไปอาคารซอฟต์แวร์ ปาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อปิดล้อมกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในเวลา 10.00 น. โดยมีกลุ่ม กปปส.จากเวทีอโศก นำโดยนายณัฐพงษ์ ทีปสุวรรณ นายสกลธี ภัททิยกุล นำมวลชนไปด้วย สิ่งที่แกนนำประกาศจะไปปิดล้อมดีเอสไอเป็นการสับขาหลอก ความจริงจะไปชุมนุมที่หน้าสโมสรทหารบก ทันทีที่มาถึงหน้าสโมสรทหารบก แกนนำประกาศให้กระจายกำลังปิดล้อมประตูทางเข้าออกทั้งสองด้าน หลังจากทราบว่า ครม.ใช้สโมสรดังกล่าวเป็นที่ประชุม จากนั้นแกนนำขึ้นเวทีประกาศขอให้ ครม.ยุติการประชุม พร้อมกับเรียกร้องให้ ผบ.ทบ.สั่งห้ามใช้พื้นที่ของทหารเป็นที่ทำงานของรัฐบาลเถื่อน และเรียกร้องให้ ครม.ทั้งหมดเดินทางออกจากพื้นที่โดยเร็ว ท่ามกลางการรักษาความ ปลอดภัยของตำรวจจากกองร้อยควบคุมฝูงชนพร้อมโล่ ตั้งแถวหน้ากระดาน โดยนำรถควบคุมผู้ต้องหาจำนวน 2 คันมาปิดด้านหน้าทางเข้าออกทั้ง 2 ประตู

ตร.–ทหาร 4 กองร้อย รปภ.ถก ครม.

ขณะที่การประชุม ครม.ที่สโมสรทหารบก เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยใช้กำลังตำรวจ 2 กองร้อย และทหารจาก ร.1 พัน 3 ในส่วนของเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนและหน่วยแพทย์พยาบาล จำนวน 2 กองร้อย โดยนายกฯกำชับให้หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้บริการประชาชน ต้องมีแผนสำรองหากสถานที่ราชการถูกปิดล้อม พร้อมกล่าวขอบคุณข้าราชการ รัฐมนตรีทุกคนที่อดทน อดกลั้น ประคับประคองสถานการณ์จนมาถึงปัจจุบัน ขอยืนยันการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายได้อย่างเต็มที่ การทำงานของ ศรส.ต้องยึดหลักสากล เน้นการเจรจาด้วยสันติวิธี และปฏิบัติหน้าที่ภายในขอบเขตของกฎหมายอย่างเคร่งครัด การประชุมครั้งนี้ใช้เวลาเพียง 40 นาที จากนั้นช่วงบ่ายนายกฯได้เข้าร่วมหารือระหว่างรัฐบาลกับ กกต.

เตรียมเฮลิคอปเตอร์พา “ปู ”หนี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่การรักษาความปลอดภัยที่สโมสรทหารบก ที่เป็นสถานที่จัดการประชุม ครม.และการหารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับ กกต. ที่มีกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ปิดประตูทางเข้า-ออก หน้าสโมสรทหารบก ขณะที่ประตูทางเข้าด้านในที่เป็นจุดถูกมวลชนปิดล้อม ได้มีทหารเป็นแนวหน้านำโซ่คล้องประตู ส่วนภายในสโมสรให้เป็นหน้าที่ตำรวจดูแล ขณะที่หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยนายกฯ ได้หารือกับทีมทหารเป็นระยะๆ โดยขอให้ทางกรมการทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ จัดเตรียมเฮลิคอปเตอร์ให้กับนายกฯในกรณีฉุกเฉินด้วย

ระดมคนเวทีลาดพร้าว–สรส.สมทบ

ต่อมาเวลา 12.15 น. มวลชนจากเวที กปปส.ห้าแยกลาดพร้าว นำโดยนายอิสสระ สมชัย และจากสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) นำโดยนายคมสัน ทองศิริ เลขาธิการ สรส. เดินทางมาสมทบ ทำให้ต้องปิดถนนวิภาวดีฯฝั่งขาออกด้านหน้าสโมสรกองทัพบก โดยแกนนำ กปปส.ประกาศให้เวลา 10 นาที ฝ่ายรัฐบาลต้องส่งคนมาเจรจา จากนั้น พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พร้อม พ.อ. (พิเศษ) เอกรัตน์ ช้างแก้ว ผบ.ร.1 รอ. ที่คอยดูแลพื้นที่เข้ามาเจรจา โดยผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ตำรวจนำรถผู้ต้องขังออกจากหน้าประตูทางเข้า และให้ตำรวจที่ตั้งแถวถอยออกไป ให้นายกฯและ รมต. เดินทางออกไปภายใน 10 นาที ขณะที่ พ.ต.อ.เจริญ แจ้งกับผู้ชุมนุมว่า ครม.เลิกประชุมแล้ว รมต.กำลังทยอยกลับ แต่ขอเวลารับประทานอาหารก่อน เมื่อผู้ชุมนุมได้ฟังดังนั้นประกาศว่า ให้ออกไปทันที ถ้าหากไม่ออกไป  ผู้ชุมนุมจะเข้าไปรับประทานอาหารด้านในสโมสร ทบ.ด้วย

ตะเพิด “เหลิม–เต้น” ออกจากพื้นที่

เวลาไล่เลี่ยกัน พ.อ.เอกรัตน์ แจ้งกับแกนนำ กปปส.ว่า ตำรวจได้ยอมถอยรถผู้ต้องขังออกและถอยร่นตำรวจที่ตั้งแถวหน้ากระดานไปแล้ว ขอให้ผู้ชุมนุมถอยหลังห่างจากประตูไปด้วย เพื่อให้เกิดช่องว่าง พร้อมกันนี้แกนนำจึงสั่งให้ผู้ชุมนุมนั่งรับประทานอาหารกลางวันที่บริเวณประตูทางเข้าสโมสร ทบ. หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ขณะที่แกนนำกำลังสั่งให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับ ได้รับแจ้งว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศรส. และนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ กำลังเดินทางมาที่สโมสร ทบ. กลุ่มผู้ชุมนุมจึงได้ประกาศชุมนุมต่อ เพื่อขับไล่ให้ออกจากพื้นที่ จนกระทั่งเวลาประมาณ 13.45 น. พ.อ.เอกรัตน์เข้า มาพูดคุยกับแกนนำ กปปส. โดยยืนยันว่า ครม.ทั้งหมดออกไปแล้ว พร้อมกับแจ้งว่า ร.ต.อ.เฉลิม และนายณัฐวุฒิก็ออกจากพื้นที่ไปแล้วเช่นกัน แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่เชื่อ ขอปักหลักชุมนุมจนกว่าจะแน่ใจว่าทั้งสองคนออกจากพื้นที่ไปแล้ว

“เหลิม” เผ่นชิงกลับศูนย์บัญชาการ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ช่วงที่กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามตัดโซ่ด้านหน้าสโมสรทหารบกเพื่อบุกเข้ามา ปรากฏว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส.ได้รีบออกจากห้องหารือกับ กกต.ที่เพิ่งเริ่มเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ทั้งที่การประชุมเริ่มได้ไม่ถึง 15 นาที โดยกล่าวว่ากลุ่มผู้ชุมนุมต้องการให้ตนเดินทางออกจากสโมสรทหารบก ก็เลยจะออก ไม่เช่นนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมจะบุกเข้ามา จากนั้น ร.ต.อ.เฉลิมได้เดินทางกลับไปยัง ศรส. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดทันที

ยิงผู้ชุมนุมเจ็บหามส่งโรงพยาบาล

กระทั่งเวลา 14.30 น. ขณะที่แกนนำบนรถปราศรัย ได้สั่งให้ผู้ชุมนุมตัดโซ่ปลดล็อกเปิดประตูทางเข้า จากนั้นให้การ์ดตั้งแถว 3 ชั้น ขยับเดินหน้าเข้าไปในสโมสรทหารบกทีละ 3 ก้าว กลุ่มผู้ชุมนุมและการ์ด กปปส. ได้พบชายต้องสงสัย 2 คน ขับรถ จยย. มาจอดหน้าโรงเรียนอนุบาลปานตา ปากซอยถนนวิภาวดีรังสิตซอย 4 ฝั่งตรงข้ามสโมสรทหารบก โดยชายแต่งชุดดำได้เดินขึ้นไปบนสะพานลอย ส่วนอีกคนอยู่ด้านล่าง จึงขอเข้าไปตรวจค้นแต่ชายคนดังกล่าวทำท่าชักปืน การ์ดจึงวิ่งไล่จับลงมาใต้สะพานลอยพร้อมตะโกนให้ผู้ชุมนุมช่วยจับตัวไว้ แต่คนร้ายได้ชักปืนยิงใส่ผู้ชุมนุม 2 นัด ทำให้ชายคนหนึ่งที่เข้าขวางได้รับบาดเจ็บที่ขา และได้วิ่งหนีกลับเข้าซอย แต่ถูกตามจับตัวไว้ได้ ส่วนอีกคนใช้จังหวะชุลมุนหลบหนีไป หน่วยกู้ชีพได้นำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาลรามาธิบดี ส่วนคนร้ายที่ถูกจับตัวไว้ถูกรุมประชาทัณฑ์ สภาพยับเยินเลือดท่วมใบหน้า เจ้าหน้าที่ต้องกันตัวนำส่งโรงพยาบาลราชวิถี อาการสาหัส

คนยิงเป็นสายสืบสังกัด บก.น. 2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ผู้ชุมนุมได้ยึดกระสุนปืน 11 มม. 1 แมกกาซีนจากคนร้าย นำไปมอบให้แกนนำและได้ส่งต่อให้ทหารมารับไปเป็นหลักฐาน แต่ไม่พบอาวุธปืนที่ถูกผู้ชุมนุมยึดไป เมื่อตรวจค้น จยย.ฮอนด้า สีขาว ทะเบียน สจร 387 กรุงเทพมหานคร ที่คนร้ายจอดทิ้งไว้บริเวณหน้าโรงเรียนอนุบาลปานตา พบใต้เบาะมีเสื้อวินจักรยานยนต์รับจ้างหมายเลข 35 ระบุชื่อวินเขตบางซื่อ หน้าเซเว่นบางซ่อน พร้อมวิทยุสื่อสารมีชื่อเขียนด้วยปากกาเมจิ ว่า “ดาบติ” กุญแจมือ ประแจ และพบกล้องบันทึกภาพวีดิโอขนาดเล็กติดอยู่บริเวณใต้ไฟหน้ารถ และยังพบ จยย.ฮอนด้า สีแดง ทะเบียน อสว 115 กรุงเทพมหานคร อีก 1 คัน จอดทิ้งไว้ใกล้กัน แกนนำผู้ชุมนุมจึงให้ยกขึ้นรถกระบะนำกลับไปที่ชุมนุม รวมทั้งขอกระสุนปืนที่มอบให้ทหารและตำรวจกลับคืนมาเป็นหลักฐาน หลังจากพบว่าคนร้ายที่บุกเข้ามายิงเป็นตำรวจสายสืบชื่อ ด.ต.คงเพชร เพชรกันหา เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบสังกัด บก.น.2

บช.น.อ้างตำรวจยิงป้องกันตัว

ถัดมาเวลา 16.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น.  ในฐานะโฆษก บช.น. เผยถึงความคืบหน้ากรณีมีเหตุยิงกันและมีผู้ได้รับบาดเจ็บระหว่างที่ผู้ชุมนุม กปปส.นำกำลังไปปิดล้อมสโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี–รังสิตว่า เวลาประมาณ 15.00 น. ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมกปปส. ประมาณ 500 คน ไปชุมนุมที่บริเวณหน้าสโมสรทหารบก กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้จัดชุดสืบสวนเข้าไปปะปนกับกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อถ่ายภาพ ต่อมามีการ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมพบเห็น ด.ต.คงเพชร เพชรกันหา ผบ.หมู่ กก.สส.บก.น. 2 เข้ามาถ่ายภาพ โดยยืนอยู่บริเวณทางเท้าใกล้ปากซอยวิภาวดี 4 การ์ดของผู้ชุมนุมจึงได้เข้ามาขอค้นตัว แต่ ด.ต.คงเพชรไม่ยอม การ์ดผู้ชุมนุมจึงเรียกพวกมารุมทำร้าย ซึ่ง ด.ต.คงเพชรใช้ปืนยิงป้องกันตัวเข้าไปที่กลุ่มการ์ดของผู้ชุมนุม 1 นัด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย แต่กลุ่มการ์ดก็เข้ามาจับตัวและรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้นำตัวส่ง รพ.ราชวิถี มีตำรวจชุดสืบสวน 3 นายตามไปด้วย ขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้ปิดล้อมที่ รพ.ราชวิถีไว้ ไม่ให้ตำรวจเข้าไปตรวจสอบ ในส่วนของผู้บาดเจ็บกลุ่มผู้ชุมนุมคือ นายพุทธิชัย วิภา นำส่งที่โรงพยาบาลรามาธิบดีและกลุ่มผู้ชุมนุมได้ปิดล้อม รพ.ไว้

นายดาบซี่โครงหัก 2 ซี่ กะโหลกร้าว

ต่อมาเวลา 18.00 น. ที่ รพ.ราชวิถี นายแพทย์ อุดม เชาวรินทร์ ผอ.โรงพยาบาลราชวิถี เผยถึงอาการของ ด.ต.คงเพชร เพชรกันหา เบื้องต้นหลังจากถูกส่งตัวเข้ามารับการรักษาพบว่า ด.ต.คงเพชรซี่โครงซี่ที่ 8 และ 9 หักรวม 2 ซี่ เมื่อเข้าเครื่องสแกนพบว่ามีอาการกะโหลกร้าว นอกจากนี้ตามร่างกายยังมีร่องรอยฟกช้ำ ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และที่มีข่าวว่าจะส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ตำรวจนั้น ยังไม่มีการประสานมาเพื่อขอย้าย รพ.แต่อย่างใด

“สุเทพ” ฟันธงมือยิงเป็นคนรัฐบาล

ต่อมาเวลา 18.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นปราศรัยที่เวทีราชประสงค์ถึงเหตุการณ์ยิงผู้ชุมนุมหน้าสโมสรทหารบกว่า รัฐบาลส่งมือปืนยิงประชาชนกลางวันแสกๆ และอีกคนถูกยิงที่ขาขวา แต่ไปถูกไฟแช็กที่พกมาเลยปลอดภัย แล้วยังวิ่งไล่จับคนร้ายได้คาหนังคาเขา ได้หลักฐานเป็นแมกกาซีนและลูกปืน 11 มม. แต่ปืนหายไป ระเบิดปิงปอง 4 ลูก วิทยุสื่อสาร กุญแจมือ ที่สำคัญคนร้ายเป็นตำรวจ จับได้คาหนังคาเขาขนาดนี้ ไม่ใช่มือที่ 3 แต่เป็นมือของรัฐบาล ซึ่งหลักฐานที่เก็บได้เมื่อไปถึงมือตำรวจอาจจะเป็นของปลอมได้ เราได้ติดต่อสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบแล้ว อยากจะดูหน้า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.จะออกมาแก้ตัวอย่างไร

ได้จังหวะเชิญแขกออกมาชัตดาวน์

“ขณะนี้กรุงเทพฯกลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนไปแล้ว ดังนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ชาวกรุงเทพฯที่มอบเงินสนับสนุน กปปส.อย่างเดียวไม่ได้แล้ว จะต้องลงแรงออกมาร่วมชุมนุมกันให้หมดทุกคน มิฉะนั้นกรุงเทพฯจะกลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนและยับเยินแน่ ถ้าหากให้โจรยึดเมืองต่อไปอีก ต้องร่วมกันขับไล่มันออกไป แล้วกรุงเทพฯจะกลับมาเป็นแดนศิวิไลซ์เหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม ขอชื่นชมภารกิจของพี่น้องเวทีราชประสงค์และอโศก” นายสุเทพกล่าว

“เฉลิม” ขอกำลัง ตร.รับมือ “เทือก”

ก่อนหน้านั้นเมื่อเวลา 11.15 น. ที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ขอกำลังตำรวจจากตำรวจภูธรภาค 3, 4 และ 5 เพราะทราบว่าจะมีแก๊งอันธพาลใช้วิธีการใหม่ในวันเลือกตั้ง 2 ก.พ. โดยจะเข้าไปที่หน้าเขตเลือกตั้งในช่วงเช้ามืด ขัดขวางการขนหีบบัตรและบัตรลงคะแนนมาที่หน่วยเลือกตั้ง หากปล่อยให้ทำได้สำเร็จการเลือกตั้งจะไม่เกิดขึ้น

“วันนี้นายสุเทพบอกแล้วว่าถึงเลื่อนเลือกตั้ง เขาก็ไม่เอาด้วย เขาจะปฏิรูป จะมีรัฐบาลใหม่ มีสภาฯใหม่ สื่อช่วยเป็นพยานด้วย ผมถูกต่อว่าหาว่าอ่อนเกินไป ไม่อ่อนหรอกครับ ผมจะใช้ความอดทนให้ถึงที่สุด จะยึดหลักกฎหมายอย่างมั่นคง จะไม่ทำชั่วเหมือนกับการสลายม็อบเมื่อครั้งนายสุเทพเป็น ผอ.ศอฉ.” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

เตือนบุกฐานที่มั่นเจอของแข็งแน่

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากไม่ยุบ ศรส.ภายใน 24 ชั่วโมง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.จะนำมวลชนปิดล้อม ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ตอนที่นายสุเทพพูดเมาหรือเปล่า ตนไม่มีอำนาจในการยุบ เพราะ ศรส.ตั้งขึ้นตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อถามว่าถ้าปิดล้อม ศรส.จะส่งผลกระทบการทำงานของ ศรส. หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า กระทบ ที่สำคัญที่สุด ที่นี่มีหน่วยอาวุธพิเศษ มีที่ฝึกของทหารสหรัฐอเมริกา มีที่เก็บยาเสพติด เป็นคลังอาวุธ ขอเตือนให้นายสุเทพไปแสดงแสนยานุภาพที่อื่น อย่ามาที่นี่ เมื่อถามว่ามั่นใจว่าจะสามารถรักษาปกป้องฐานที่มั่นของ ศรส. ตรงนี้ไว้ได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า จะทำให้ดีที่สุด และมั่นใจเกินแสนเปอร์เซ็นต์ เมื่อถามว่าจะไม่ยอมให้ กปปส. เข้ามาที่ ศรส.ใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า เข้ามายึดสถานที่อย่าทำเลย ไม่ดี อย่าไปใช้ว่าผมยอมหรือไม่ยอม ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ต้องยึดหลักกฎหมาย ใช้คำว่าผมไม่เห็นด้วยที่คุณสุเทพจะมายึด บช.ปส. อย่าไปบอกว่ายอมหรือไม่ยอม แต่เชื่อว่าตำรวจมีวิจารณญาณ ถ้าคุณเข้ามา มาคุกคามหน่วยงาน บุกรุกสถานที่ราชการ ปัญหาจะตามมา

ท้าเพื่อนรักมาหลัง 10 โมงเช้า

เมื่อถามว่าได้เตรียมพื้นที่สำรองไว้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า เดิมคิดว่าจะใช้พื้นที่สามพราน จ.นครปฐม อีกแห่งหนึ่ง แต่ไม่เชื่อว่านายสุเทพจะมายึด บช.ปส. ถ้ามีมวลชนมาในพื้นที่ ศรส. ตำรวจจะมีมาตรการตามกฎหมาย ตำรวจไม่คิดร้าย แต่ตำรวจมีความอดทนถึงจุดๆหนึ่ง เมื่อถามอีกว่าถ้านายสุเทพมาที่นี่จะจับกุมหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ตนไปสั่งตำรวจไม่ได้ ห้ามก็ไม่ได้ แต่บอกได้ว่าตำรวจไม่กลัว กฎหมายมีอยู่แล้ว หากบุกรุกสถานที่ราชการ ชุมนุมเกิน 5 คน ฝ่าฝืนคำสั่งประกาศภาวะฉุกเฉิน ถือว่าผิดอยู่แล้ว “ผมไม่ได้ไปรุกรานเวทีชุมนุม จะปราศรัย จะด่าใคร การไปปลุกระดมดาราเด็กๆเขาเตือนว่าเด็กๆนี่ยังเด็กไป อย่าไปฟังพวกอันธพาล เวลาขึ้นเวทีแล้วก้าวร้าว เตือนในฐานะพี่ป้าน้าอา เด็กพวกนั้นยังไม่ได้ทำผิดอะไร เขาดูเจตนาด้วย” ส่วนกรณีที่นายสุเทพจะนำมวลชนไปปิดล้อมที่ตั้ง ศรส.ในวันที่ 29 ม.ค. ขอฝากบอกสุเทพด้วยว่าเฉลิมบอกเพื่อนรักให้มาหลัง 10.00 น. อย่ามาตอนเช้า เพราะมาทำงาน 10.00 น.

ผบ.เหล่าทัพเกาะติดปมร้อน

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. กล่าวที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ ถึงความเป็นห่วงการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.อาจเกิดเหตุความรุนแรงว่า ทุกคนมีความเป็นห่วงไม่อยากให้เกิดความรุนแรง อยากให้หาทาง ออกด้วยการเจรจาแบบสันติ ทุกคนจะช่วยกันดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหมือนวันที่ 26 ม.ค.ที่มีความสูญเสีย อยากให้การเมืองแก้ไขด้วยวิธีการเมือง หวังว่าการให้มีการเลือกตั้งจะทำให้เกิดความร่วมมือไม่สร้างความแตกแยก จะทำให้เกิดความรักสามัคคี เมื่อถามว่ากองทัพมองสถานการณ์ความแตกแยกอย่างไร พล.อ.อ.ประจินตอบว่า ผบ.เหล่าทัพยังไม่ได้นัดว่าจะพูดคุยกันเมื่อไหร่ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ผบ.เหล่าทัพคนอื่นก็ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมสนับสนุนให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไป ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.จะขอทหารไปดูแลผู้ชุมนุม พล.อ.อ.ประจินตอบว่า กองทัพยังไม่ได้เตรียมการเพราะเรามีขีดความสามารถจำกัด

ถึงจุดเดือด ผบ.เหล่าทัพได้จังหวะคุย

เมื่อถามว่า ผบ.เหล่าทัพอึดอัดใจต่อสถานการณ์ขณะนี้หรือไม่ พล.อ.อ.ประจินตอบว่า ลำบากใจที่เกิดเหตุการณ์ปะทะจนนำไปสู่ความสูญเสีย และจากที่ได้ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินกองทัพทำเต็มที่ตามโครงสร้างมั่นใจว่ากองทัพจะไม่ใช้กำลังไปปราบปรามประชาชนแน่นอน “ทหารถูกฝึกมาให้อดทน ผมเชื่อว่าต้องพูดคุยกันและยังมีช่องทางเหลือพอที่จะคุยกัน ทหารเราประเมินสถานการณ์อยู่ตลอด เมื่อถึงจุดๆหนึ่งทาง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด คงจะได้เชิญ ผบ.เหล่าทัพมาหารือกัน” ผบ.ทอ. กล่าว

เวทีปทุมวันเข้มมาตรการ รปภ.

ทางด้านบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ที่เวทีหลักแยกปทุมวัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงเช้ากลุ่มผู้ชุมนุมที่ปักหลักพักค้างตามเต็นท์ได้เก็บสัมภาระเพื่อทำความสะอาดบริเวณพื้นที่การชุมนุมหรือบิ๊กคลีนนิ่งร่วมกับเจ้าหน้าที่ของ กทม.จากสำนักรักษาความสะอาดของ กทม. โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.หยุดออกไปชัตดาวน์ 1 วัน เพื่อรอประเมินสถานการณ์เวที กปปส.อื่นๆที่เคลื่อนไหวไปกดดันรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐตามจุดต่างๆ ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยเวทีปทุมวัน ได้เพิ่มระดับรักษาความปลอดภัย โดยขึงตาข่ายสูงปิดบริเวณด้านหลังและโดยรอบของเวทีปราศรัย รวมถึงเต็นท์สื่อมวลชน ทางเข้าและออกพื้นที่การชุมนุมการ์ดได้ตั้งจุดตรวจตราสัมภาระอย่างเข้มงวด และเพิ่มจุดตรวจตามพื้นที่โดยรอบตามซอกซอยรวมถึงบริเวณเชิงสะพานหัวช้างฝั่งราชเทวี ขณะที่บนเวทีปราศรัย พิธีกรได้รายงานสรุปสถานการณ์ข่าวสาร สลับเปิดเพลงผ่อนคลายบรรยากาศ

โวยศูนย์รักษาความสงบ 2 มาตรฐาน

ต่อมานายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงว่า ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กำลังปฏิบัติ 2 มาตรฐาน ที่จะขอคืนพื้นที่โดยอ้างเหตุผลเรื่องความไม่สะดวกของผู้ได้รับผลกระทบ จึงจะใช้กำลังเข้าปราบปรามผู้ชุมนุมที่ชุมนุมโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ เป็นการสร้างภาพเจรจาปาหี่ แต่ศรส.กลับเพิกเฉยในการรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนที่ออกมาชุมนุมตามสิทธิของรัฐธรรมนูญ และยังพบว่ามีตำรวจแฝงตัวเข้ามาในกลุ่มผู้ชุมนุมในสำนักงานเขตหนองแขม โดยพกอาวุธที่ไม่ได้รับอนุญาต จึงตั้งข้อสังเกตว่าจะเข้ามาก่อเหตุและโยนความผิดให้กับผู้ชุมนุมหรือไม่ เช่นเดียวกับกรณีชายฉกรรจ์ใส่เสื้อขาวที่จะขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าที่สำนักงานเขตบางกะปิที่ไม่มีบัตรประชาชนหลายสิบคนที่อาจเป็นชาวกัมพูชาสวมสิทธิ แต่ตำรวจกลับปล่อยตัวโดยไม่มีการสอบสวนใดๆ

ไปสามพรานลั่นจะตามราวี

ต่อมาช่วงบ่าย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส.ปราศรัยว่า กรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงานและ ผอ.ศรส.ระบุว่า จะย้าย ศรส.ไป  อ.สามพราน ถ้าย้ายไปมวลชนก็จะตามไป วันที่ 28 ม.ค.มีข่าวการชุมนุมปิดถนนของชาวนาที่ยังไม่ได้เงิน แต่ล่าสุดมีข่าววงในว่า รัฐบาลกำลังขอเงินงบประมาณมาจ่ายเบี้ยเลี้ยงตำรวจ พร้อมสั่งซื้อแก๊สน้ำตา รวมเป็นเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท หวังมาทำร้ายประชาชน ดังนั้น จำเป็นต้องไล่รัฐบาลออกจากตำแหน่งรักษาการ ยิ่งอยู่ยิ่งสร้างปัญหา

ดีเดย์ 29 ม.ค.นำมวลชนปิดล้อม ศรส.

ขณะที่เวที กปปส.ห้าแยกลาดพร้าว นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. ปราศรัยว่า ในวันที่ 29 ม.ค. ผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส.ทุกเวที รวมทั้ง กปท. และ คปท.จะร่วมกันไปปิดศูนย์รักษาความสงบ(ศรส.) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ได้ประกาศให้เวลา 24 ชม. มวลชนจากทุกเวทีจะแบ่งกำลังกระจายไปปิดล้อมทางเข้าออกศรส.ทุกประตู โดยนายสุเทพจะเดินทางมาที่เวทีห้าแยกลาดพร้าว ในเวลา 09.00 น. จากนั้นจะออกเคลื่อนขบวนจากจุดนี้

ปิดประตูเข้าออกกระทรวงศึกษาฯ

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ที่เป็นแนวร่วม กปปส. ประมาณ 300 คน นำโดย พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ ได้เดินทางเข้าปิดล้อมพื้นที่บริเวณโดยรอบกระทรวงศึกษาฯ ประกาศขอความร่วมมือให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่หยุดปฏิบัติงาน และออกจากกระทรวง ไม่ทำงานรับใช้รัฐบาล โดยนายศุภกร วงศ์ปราชญ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาฯได้ออกมาเจรจากับแกนนำเพื่อเปิดทางให้ข้าราชการเดินทางออกจากกระทรวง จากนั้นเวลา 11.00 น. ผู้ชุมนุมได้นำโซ่มาคล้องประตูทางเข้ากระทรวงฝั่งคุรุสภา ถนนพิษณุโลก และคลองผดุงกรุงเกษม พร้อมติดป้ายประกาศ กปปส.มีข้อความระบุว่าให้หยุดปฏิบัติงานเพื่อร่วมปฏิรูปประเทศไทยกับมวลมหาประชาชน ก่อนสลายตัวกลับที่ตั้ง

ปาบึมเวทีศูนย์แจ้งวัฒนะอีก

ด้านเวทีชุมนุม  กปปส.ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 28 ม.ค. มีคนร้ายขี่รถ จยย.ไม่ทราบรุ่นและทะเบียนเข้าไปจอดใกล้แนวบังเกอร์ด้านบริษัทไปรษณีย์ไทย ก่อนปาระเบิดเข้าไปตกบริเวณหน้าแนวบังเกอร์ 1 ลูก เสียงดังสนั่น จากนั้นได้หลบหนีไป โดยไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บ ส่วนแผนรับมือตำรวจที่จะเข้าสลายการชุมนุมที่เวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ได้เตรียมไว้พร้อมแล้วหลังมีสายข่าวแจ้งมาว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 กองร้อย มาปักหลักอยู่ที่สโมสรตำรวจ

รองปลัด ก.ยุติธรรมเจรจาขอคืนพื้นที่

ต่อมาเวลา 15.00 น. นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยตัวแทนหน่วยงานในกระทรวง เข้าเจรจากับหลวงปู่พุทธะอิสระ เพื่อหาข้อยุติเปิดพื้นที่ให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่บางส่วนเข้าไปทำงาน หลวงปู่พุทธะอิสระกล่าวว่า เพื่อความชัดเจนในความปลอดภัย ขอให้ทางกระทรวงยุติธรรมนำรายชื่อพร้อมรูปและประวัติมาให้ดูว่ามีเจ้าหน้าที่กี่คนเข้าไปทำงาน และอยากให้ข้าราชการเข้ามามีส่วนร่วมรับรู้ว่า ผู้ชุมนุมเดือดร้อนแค่ไหนขอให้มานอนร่วมกับผู้ชุมนุม 3-5 วัน

ม็อบกระชับพื้นที่ดีเอสไออีกรอบ

ขณะเดียวกัน ที่หลังเวที กปปส.แจ้งวัฒนะ พล.ต.สมเกียรติ วัฒนวิกิจ แกนนำ กปปส.จังหวัดราชบุรี ได้นำมวลชนส่วนหนึ่งจากเวทีแจ้งวัฒนะเข้าปิดล้อมบริเวณด้านหน้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ ภายหลังพบว่ามีการเคลื่อนไหวภายในตึกช่วงเวลากลางคืน มีการเปิดไฟและมีคนอยู่บนตึก ผู้ชุมนุมจึงรู้สึกไม่ปลอดภัยเกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงนำมวลชนมากดดันเรียกร้องให้คนออกจากตึกให้หมด โดยมี พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาเจรจาโดยขอให้ผู้ชุมนุมสามารถจัดคนไปนั่งเฝ้าประจำประตูทางเข้าออกของตึกดีเอสไอได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตอนแรกมวลชนไม่พอใจ พอเจ้าหน้าที่ดีเอสไอยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ภายในตึกอย่างแน่นอน ผู้ชุมนุมก็จะพอใจเคลื่อนกลับที่ตั้งทันที

มือมืดปาประทัดยักษ์ป่วนเวที คปท.

ส่วนความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันบรรยากาศการชุมนุมยังเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อยบนมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และได้เพิ่มกำลังตรวจค้นเต็นท์ที่พักของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปักหลักชุมนุมอยู่ด้วย เพื่อป้องกันผู้ที่นำอาวุธร้ายแรงแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุได้ เนื่องจากเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 27 ม.ค. ได้เกิดเหตุคนร้ายใช้ประทัดยักษ์ขว้างเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม คปท. ที่บริเวณจุดตั้งบังเกอร์กระสอบทราย ถนนนครปฐม ห่างจากเวทีปราศรัยประมาณ 20 เมตร เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย

ทหารออกโรงตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

ต่อมาพันเอกพิเศษสมบัติ ธัญวรรณ หัวหน้าชุดปฏิบัติการมวลชน กองทัพทหารบก ประจำทำเนียบรัฐบาล ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ทำเนียบ รัฐบาล นำกำลังทหารกว่า 10 นาย เข้ามาช่วยดูแลสถานการณ์และร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในอาคารสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ เศษดินปืนที่เกิดจากประทัดยักษ์ตกกระจายเกลื่อนพื้น และพบเสื้อของคนร้ายที่ถอดทิ้งไว้ริมรั้วใกล้วัดเบญจมบพิตร จึงได้เก็บหลักฐานเพื่อส่งมอบให้ตำรวจดำเนินการต่อไป

พบปุ๋ยยูเรียสารตั้งต้นผลิตระเบิด

จากนั้นเวลา 10.30 น. นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. ได้เดินตรวจสอบแนวบังเกอร์รอบพื้นที่การชุมนุม โดยกำชับกำชับการ์ด ที่อยู่ประจำจุดให้เฝ้าระวังดูความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด และสั่งเพิ่มแนวตาข่ายและแนวกระสอบทรายโดยรอบ รวมถึงได้ประสานเจ้าหน้าที่สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อขอให้การ์ด คปท.ขึ้นไปเฝ้าสังเกตการณ์บนตึกด้วย

จนกระทั่งเวลา 12.00 น. นายนัสเซอร์ ยีหมะ หัวหน้าการ์ด คปท. นายกิตติชัย ใสสะอาด คณะทำงานด้านความปลอดภัย คปท. แถลงว่า ฝ่ายรักษาความปลอดภัย คปท.ได้ตรวจสอบพื้นที่ชุมนุมอย่างละเอียด พบว่า มีชายต้องสงสัยอายุ 25-30 ปี นำอุปกรณ์ที่คาดว่าเป็นสารตั้งต้นในการทำระเบิด อาทิ ปุ๋ยยูเรีย ถ่านไร้ควัน เจล เทียนไข รวมถึงพบแก๊สน้ำตา ระเบิดควัน และกระสุนยาง 14 ลูก เข้ามาในพื้นที่ ชุมนุม โดยซุกซ่อนไว้ในเต็นท์หลังหนึ่ง คาดจะเป็นกลุ่มที่ต้องการสร้างสถานการณ์และทำลายความน่า เชื่อถือให้พื้นที่ คปท.เป็นพื้นที่อันตราย ทั้งนี้ ได้ประสานไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบแล้ว

ม็อบยังปักหลักปิดศูนย์ราชการ

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส.ในต่างจังหวัด ที่ จ.ปราจีนบุรี กลุ่ม กปปส.จังหวัดปราจีนบุรียังคงปักหลักชุมนุมปิดทางเข้าออกศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี แต่ยังมีข้าราชการบางส่วนยังคง เข้าไปปฏิบัติหน้าที่โดยใช้ประตูทางเข้าของสำนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรี ที่สามารถทะลุออกไปยังศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรีได้ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมกปปส.ส่วนใหญ่ยกขบวนไปปิดที่ว่าการอำเภอกบินทร์บุรีด้วย ทำให้มีหน่วยงานราชการหลายแห่ง โดยเฉพาะสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ปราจีนบุรี เขต 1  และสำนักงานขนส่งจังหวัดปราจีนบุรี มีการประกาศหยุดงาน 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 28-30 ม.ค. เนื่องจากไม่มั่นใจความปลอดภัย

ยกคำร้องขอหมายจับ 16 แกนนำ

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 15.20 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 901 ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำสั่งคดีที่ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับ 1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ 2.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย 3.นายชุมพล จุลใส 4.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 5.นายอิสสระ สมชัย 6.นายวิทยา แก้วภราดัย 7.นายถาวร เสนเนียม 8.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 9.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ 10.น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก 11.นายนิติธร ล้ำเหลือ 12.นายอุทัย ยอดมณี 13.เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ 14.พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ 15.นายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี และ 16.นายกิตติชัย ใสสะอาด ฐานกระทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 11 (1) ศาลพิเคราะห์เห็นว่า คดีนี้ผู้ร้องมีหน้าที่นำพยานหลักฐานมาให้ศาลไต่สวนให้ได้ความตามคำร้องว่า บุคคลที่สงสัยจะเป็นผู้ร่วมกระทำการให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเป็นผู้ใช้ ผู้โฆษณา ผู้สนับสนุน กระทำการเช่นนั้น อันจะเกิดเหตุร้ายแรงเพื่อให้ศาลออกหมายจับบุคคลดังกล่าว แต่ผู้ร้องมีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ แสงกล้า พนักงานสอบสวน สน.พญาไท มาให้ศาลไต่สวนประกอบพยานหลักฐาน เมื่อพิจารณาพยานหลักฐานของผู้ร้องแล้ว ข้อเท็จจริงก็ไม่ปรากฏว่า บุคคลดังกล่าวเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ในเหตุการณ์ต่างๆด้วย และผู้ร้องไม่ได้นำพยานหลักฐานมาไต่สวนให้ได้ตามที่กล่าวอ้าง ดังนั้นพยานหลักฐานของผู้ร้องจึงไม่เพียงพอรับฟังได้ จึงมีคำสั่งยกคำร้อง

“ธาริต” ลุยขอหมายจับอีกรอบ

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะกรรมการ ศรส. กล่าวภายหลังศาลอาญายกคำร้องขอหมายจับแกนนำ กปปส.จำนวน 16 คน ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่า มอบหมายให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน เพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนมากขึ้นว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวดำเนินการสิ่งใดบ้างที่เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และแม้ว่าในการยื่นคำร้องต่อศาลในครั้งแรกจะได้อธิบายถึงการบุกรุกปิดล้อมคุกคาม จนเป็นเหตุให้การเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ในพื้นที่ กทม.จำนวน 50 เขต ต้องยุติการเลือกตั้งถึง 48 เขต และสามารถเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ได้เพียง 2 เขตเท่านั้น ทั้งนี้ในการยื่นให้ศาลพิจารณาครั้งใหม่นั้น พนักงานสอบสวนก็จะรวบรวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งจะเน้นย้ำให้ศาลเห็นชัดเจนเรื่องการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งและรวมถึงพฤติกรรมในการกระทำผิดอื่นๆประกอบด้วย

ขว้างเอ็ม 67 บ้าน “สำราญ รอดเพชร”
เมื่อเวลา 08.00 น. ร.ต.ท.นราธิป ศรีษะนาราช พงส.สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุขว้างระเบิดเข้าไปในบ้านเลขที่  27/1  ซอยคู้บอน  6  หมู่บ้านชวนชื่น  แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม. ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผกก.สน.คันนายาว พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) บก.สปพ. ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮาส์บ้าน 2 ชั้น ที่พื้นปูนภายในบริเวณบ้านใกล้ประตูรั้วพบหลุมลึก 3 ซม. กว้าง 20 ซม. แรงระเบิดทำให้รถยนต์มิตซูบิชิ มิราจ สีดำ ทะเบียน ฆย 493 กรุงเทพมหานคร เสียหายเล็กน้อย กระจกบ้านแตกเสียหาย 6 บาน พบกระเดื่อง สะเก็ดระเบิด เศษโลหะตกอยู่ สอบสวนนางวรรณดี รอดเพชร อายุ 53 ปี ทราบว่าบ้านหลังเกิดเหตุเป็นของนายสำราญ รอดเพชร แกนนำ กปปส. ตนเป็นภรรยาของนายสำราญ ซึ่งไม่ได้กลับบ้านมากว่า 1 เดือนแล้ว เมื่อช่วงตอนตี 3 ขณะที่หลับพักผ่อนบริเวณชั้น 2 ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น แต่ไม่กล้าออกไปดู จึงแจ้งเหตุช่วงเช้า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อีโอดีพบว่าเป็นระเบิดชนิดขว้างสังหาร เอ็ม 67 ระยะทำลายล้าง 15 เมตร ที่มีใช้ในราชการทหารและตำรวจ ที่ผ่านมายังไม่พบการใช้ระเบิดชนิดนี้มาก่อเหตุในช่วงที่มีการชุมนุม กปปส.

ใกล้ขอหมายจับมือยิง “สุทิน”

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. กล่าวที่ สตช. ถึงความคืบหน้าคดียิงนายสุทิน ธราทิน แกนนำ กปท.ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา ทำด้วยความรอบคอบชัดเจน โดยมีทั้งคลิปภาพที่ได้จากผู้ที่ถ่ายเหตุการณ์ พยานบุคคล วัตถุพยาน และหลักฐานตรวจพิสูจน์ที่เกิดเหตุเป็นแนวทางการสืบสวน คลิปที่ได้มีประโยชน์ ภาพผู้ต้องสงสัยน่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการเสียชีวิตแกนนำที่แยกวัดศรีเอียม จะต้องนำคลิปที่ได้มาตรวจสอบกับผลตรวจหาวิธีกระสุน เพื่อเข้าสู่ขบวนการสอบสวนขออำนาจศาลออกหมายจับกุมผู้ต้องหา ขณะนี้นำพยานหลักฐานเพื่อเตรียมขออนุมัติหมายจับกุม โดยไม่มีการปกป้องช่วยเหลือผู้ที่ก่อเหตุใดๆทั้งสิ้น

เดือดร้อนม็อบกระทบแจ้งกองปราบ

วันเดียวกัน ที่กองบังคับการปราบปราม ประชาชน 8 ราย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.ป. ตามที่ศรส.มีมติให้ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายและได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมทางการเมือง เช่น นายอติสรณ์ อุณหเสขกะ กรรมการบริษัทนอร์ท ไซด์ เอ็กซิบิชั่น จำกัด อยู่เลขที่ 7/99 หมู่ 6 ซอยพูลสวัสดิ์ ถนนจตุโชติ แขวงออเงิน เขต สายไหม กทม. ผู้เสียหายกล่าวว่า บริษัทรับเหมาจัดบูธออกงานแสดงสินค้าที่เมืองทองธานี ได้รับความเดือนร้อนจากการชุมนุมที่ถนนแจ้งวัฒนะมา 2 เดือนแล้ว เงินหมุนเวียนเดือนละ 500,000-1,000,000 บาท แต่ตลอด 2 เดือนไม่มีงานเข้ามาเลย ส่วนนายบุญส่ง เกษมศักดิ์ อาชีพขับรถแท็กซี่ กล่าวว่า เช่าซื้อรถแท็กซี่ 3 คัน ขับเอง 1 คัน และดาวน์ให้เพื่อนอีก 2 คัน รวมต้องจ่ายค่างวดเดือนละเกือบ 50,000 บาท แต่พอมีการปิดถนน ทำให้ขับรับผู้โดยสารไม่ได้เลย จากปกติเคยหาเงินได้วันละกว่า 1,000 บาท ตอนนี้เหลือแค่ 600-700 บาท เมื่อหักค่าแก๊สก็แทบหมด ไม่เหลือเงินส่งค่างวด อยากให้รัฐบาลช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนตรงนี้ให้ด้วย ถ้าเป็นไปได้ขอให้เจรจากับไฟแนนซ์ขอผ่อนผันการชำระก่อน

ฮิวแมนไรท์เกิดความรุนแรง

นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการปกป้องสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมนไรท์วอทช์” ประจำภูมิภาคเอเชีย ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้แกนนำ กปปส. ยุติการขัดขวางประชาชนที่ต้องการใช้สิทธิ์ตามกระบวนการเลือกตั้งในประเทศไทย โดย อ้างถึงเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นตามคูหาเลือกตั้งต่างๆ ทั่วประเทศเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงเรียกร้องให้แกนนำ กปปส.งดเว้นการยั่วยุผู้ชุมนุมให้ก่อเหตุรุนแรง ทั้งยังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยรับรองสิทธิในการชุมนุมอย่างสงบของประชาชน โดยต้องรับประกันว่าเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจะไม่ใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม และจะต้องเข้ายุติหรือแทรกแซงสถานการณ์ที่มีแนวโน้มว่าจะบานปลายเป็นเหตุรุนแรง

“เทือก” ตอกลิ่มกองทัพถูก ตร.หยาม

เมื่อเวลา 20.20 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยอีกครั้งที่เวทีปทุมวันว่า ขอให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงานและ ผอ.ศรส. อดใจรอไว้ ในวันที่ 29 ม.ค.นี้ จะนำมวลชนไปปิดล้อมที่ ศรส. เพื่อสอบถามว่าส่งลูกน้องมาลอบทำร้ายแต่ลูกน้องกลับถูกจับ จึงอยากรู้ว่าจะทำอะไรได้อีก พร้อมกับสืบหาตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ หากเจอตัวที่ไหนจะนำมวลชนไปจับตัวมาสอบว่าส่งคนไปทำร้ายประชาชนจะรับผิดชอบอย่างไร และขอเรียกร้องไปถึง ผบ.ทบ.ว่ามีคนร้ายที่เป็นตำรวจก่อเหตุยิงประชาชนถึงหน้าสโมสรทหารบก ถือว่าเป็นการลูบหน้าทหารมาก เขาหยามท่าน อยากให้ทหาร 3 เหล่าทัพออกมาปกป้องประชาชน หรืออยากให้คนร้ายเข้าไปยิงประชาชนถึงค่ายทหารก่อน ส่วนที่ ศรส.จะเจรจาของพื้นที่คืน กปปส.จะไม่มีการเจรจาเด็ดขาด ไม่ขอก้มหัวให้ทรราชโดยเด็ดขาด จะไม่มีถอยแต่ก้าวเดียว

อ้อนคน กทม.ออกมาต่อสู้ร่วมกัน

นายสุเทพกล่าวอีกว่า ชัยชนะของเราใกล้เป็นจริงเมื่อข้าราชการกระทรวงต่างๆได้ทยอยเปิดตัวประกาศจุดยืนไม่เอาระบอบทักษิณ ส่วนที่รัฐบาลดื้อดึงจะเดินหน้าเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เราจะต่อสู้คัดค้านไม่ให้มีการเลือกตั้ง เพื่อปฏิรูปประเทศให้เสร็จสิ้นก่อน ป้องกันไม่ให้มารร้ายเข้ามาบริหารประเทศต่อ ขอกราบต่อคน กทม.และซาบซึ้งใจที่คน กทม.ให้การต้อนรับอย่างดี เราเดินถนน คน กทม.เอาขนม ผลไม้ เอาเงินมาให้ ซาบซึ้งใจที่ขอหุ้นด้วย แต่อยากบอกว่าหุ้นด้วยการให้เงิน ขนม ผลไม้ไม่พอแล้ว ขอให้มาสู้ด้วยกัน อย่าปล่อยให้โจรห้าร้อยออกมาฆ่าคนกลางถนน ขอให้ออกมาสู้ด้วยกัน เราถึงจะต้านมันได้ ขอพูดด้วยหัวใจแทนหัวใจของมวลมหาประชาชนว่า เรารอพวกท่านทุกวันทุกนาทีให้ออกมาร่วมสู้กัน เราจำเป็นต้องยกระดับการต่อสู้ให้เข้มข้นขึ้น เพื่อขับไล่ระบอบทักษิณให้เร็วที่สุด ยิ่งช้ายิ่งเสียหายต่อประชาชน ประเทศชาติมากยิ่งขึ้น ดังนั้นหวังว่าพี่น้องคน กทม.จะเข้าใจและเห็นใจในความจำเป็นที่ต้องยกระดับการต่อสู้ในครั้งนี้ เพื่อชัยชนะเพื่อลูกหลานของชาวกรุงเทพฯ ด้วย

29 ม.ค. 2557 07:55 29 ม.ค. 2557 07:55 ไทยรัฐ