วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รับขวัญมาตา! 'ผี'หลอน'คาร์ดิฟฟ์' 2-0 'หงส์'ถล่ม'ท็อฟฟี' 4-0,'ปืน'เจ๊า 2-2

"ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รับขวัญนักเตะใหม่ ฆวน มาตา ได้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ควง แอชลีย์ ยัง ยิงเอาชนะ "บลูเบิร์ด" คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ไป 2-0 ด้าน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล คว้าชัยศึก ดาร์บี้ แมตช์ เอาชนะ "ท็อฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน 4-0 โดย แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ยิงไปสองประตู ส่วน "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เงิบเหลือ 10 คนท้ายเกม บุกไปเสมอ "นักบุญ" เซาธ์แฮมป์ตัน 2-2...

การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอังคารที่ 28 ม.ค. มีโปรแกรมลงสนาม 6 คู่ คู่ที่น่าสนใจอยู่ที่ สนาม โอลด์ แทร็ฟเฟิร์ด "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 7 ของตาราง ลงเล่นในบ้านพบ "บลูเบิร์ด" คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ทีมอันดับที่ 20

เดวิด มอยส์ เทรนเนอร์ "ปิศาจแดง" ได้ขุมกำลังแนวรุกสำคัญ อย่าง โรบิน ฟาน เพอร์ซี และ เวย์น รูนีย์ กับมาร่วมทีม แต่เกมนี้ส่ง ฟาน เพอร์ซี ลงเป็นตัวจริงล่าตาข่าย ร่วมกับ ฆวน มาตา เพลย์เมกเกอร์ป้ายแดง ที่ลงสนามกับทีมใหม่เป็นนัดแรก ขณะที่ รูนีย์ เป็นสำรอง ด้าน คาร์ดิฟฟ์ ภายใต้การนำของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ที่กลับเยือนอดีตต้นสังกัด ในฐานะกุนซือคู่แข่ง วาง เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ ลงล่าตาข่าย

เปิดเกมได้ 6 นาที "ปิศาจแดง" ก็คว้าประตูขึ้นนำตั้งแต่หัววัน จากจังหวะที่ ฆวน มาตา โยนบอลมาฝั่งซ้าย ลูกเลยมาเข้าทาง แอชลีย์ ยัง ลากขึ้นไปเปิดต่อเข้าหน้าประตู อันโตนิโอ วาเลนเซีย สอดเข้าไปโขกชนคาน ลูกเด้งมาเข้าทาง โรบิน ฟาน เพอร์ซี โขกซ้ำอีกที ไปตรงตัว เดวิด มาร์แชลล์ นายด่านคาร์ดิฟฟ์ แต่บอลถูกปัดมาทางเดิม และก็เป็น "อาร์วีพี" ที่โหม่งซ้ำอีกทีไม่พลาด แมนฯยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0

มาถึง น.20 แมนฯยู ก็มีลุ้นใส่สกอร์เพิ่ม จากจังหวะที่ ฆวน มาตา โชว์ความแม่นวางบอลจากฝั่งขวา ไปทางเสาสอง ให้ แอช์ลีย์ ยัง วิ่งตามเข้าไปชาร์จจ่อๆ แต่ไม่โดนบอล ลูกหลุดออกหลังไป หลังจากนั้น 3 นาที โอกาสเป็นของ คาร์ดิฟฟ์ บ้าง เคร็ก นูน เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาให้ สตีเวน คอลเกอร์ ขึ้นโขกแต่โดนแนวรับประกบ ทำให้โดนบอลไม่เต็มใบ

น.34 แมนฯยู มีโอกาสใกล้เคียงจะเป็นประตู ปาทริช เอฟรา ตวัดจ่ายยัดเข้ากลางเขตโทษ แอชลีย์ ยัง แทงต่อไปเกือบสุดริมเส้นหลัง และเป็น โรบิน ฟาน เพอร์ซี ที่สอดไปยิงมุมแคบ แต่บอลพุ่งเฉียดเสาสองออกหลังไป ทำให้จบครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด ขึ้นนำ คาร์ดิฟฟ์ ไปก่อน 1-0

กลับมาต่อในครึ่งหลัง เกมกลับมาสูสี แต่ก็เป็น แมนฯยูไนเต็ด ที่ได้ประตูเพิ่มใน น.58 จากจังหวะที่ แอชลีย์ ยัง โชว์เลี้ยงตัดจากซ้าย เข้าหน้าเขตโทษ ก่อนจะซัดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเรียดผ่านมือ เดวิด มาร์แชลล์ เข้าประตูไป ช่วยให้ "ปิศาจแดง" นำห่างเป็น 2-0

น.73 โอกาสทองเป็นของเจ้าถิ่น วาเลนเซีย พาบอลเข้าเขตโทษ แต่งดึงจังหวะยิงมุมแคบ แต่ มาร์แชลล์ บินไปปัดบอลแฉลบไปชนเสาออกหลังไป และหลังจากนั้น ทั้งสองทีมก็ทำอะไรกันไม่ได้ จบการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ไป 2-0 เตะ 23 นัดมี 40 คะแนน อยู่อันดับที่ 7 ตามเดิม

รายชื่อ 11 ตัวจริง

แมนฯยู :
ดาบิด เด เคอา,ราฟาเอล ดา ซิลวา,ปาทริซ เอฟรา,จอนนี อีแวนส์,คริส สมอลลิง,ฟิล โจนส์, ไรอัน กิกส์, แอชลีย์ ยัง,อันโตนิโอ วาเลนเซีย,ฆวน มาตา,โรบิน ฟาน เพอร์ซี

คาร์ดิฟฟ์ : เดวิด มาร์แชลล์, สตีเวน คอลเกอร์, มาร์ค ฮัดสัน,เควิน แม็คนอห์ตัน,เดคแคลน จอห์น,ปีเตอร์ วิตติงแฮม,แกรี เมเดล,เคร็ก นูน, จอร์ดอน มัทช์,เคร็ก เบลลามี,เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์

ด้านเกมบิ๊กแมตช์อีกคู่ ศึก เมอร์ซีไซต์ ดาร์บี้ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล อันดับ 4 ของตารางเปิดรัง แอนด์ฟิลด์ รับการมาเยือนของ "ท็อฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน อันดับ 6 ของตาราง ซึ่งเกมนี้เจ้าถิ่นยังคงวางกองหน้าเป็นคู่หู หลุยส์ ซัวเรซ และ แดเนียล สเตอร์ริดจ์

เปิดเกมได้ 20 นาที ลิเวอร์พูล ก็มีประตูขึ้นนำ 1-0 หลุยส์ ซัวเรซ เปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้ายไปที่เสาแรกและเป็น สตีเวน เจอร์ราร์ด ที่ขึ้นโขกเต็มศีรษะส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย

จากนั้น น.33 "หงส์แดง" ก็มาได้ประตูเพิ่มเป็น 2-0 โดยอาศัยลูกสวนกลับ ฟิลิปเป คูตินโญ แทงบอลให้ เดเนียล สเตอร์ริดจ์ หลุดเดี่ยวยิงผ่าน ทิม ฮาเวิร์ด เข้าประตูไป และหลังจากนั้นเพียง 2 นาทีเจ้าถิ่นก็มาได้ประตูที่สามจากจังหวะที่ โคโล ตูเร่ เปิดบอลยาวจากแดนตัวเองให้ สเตอร์ริดจ์ สอดหลุดสปีดตามบอลไปถึงหน้าเขตโทษ ก่อนจะใช้เท้าซ้ายดีดบอลลอยข้ามหัว ฮาเวิร์ด เข้าไปกองก้นตาข่ายอย่างเหนือชั้น ทำให้จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล  นำ เอฟเวอร์ตัน ไปก่อน 3-0

กลับมาต่อในครึ่งหลัง น.50 เจ้าถิ่นมาได้ประตูเพิ่ม หลุยส์ ซัวเรซ ตัดบอลจาก ฟิล จากิลกา ก่อนจะลากเข้าไปแปสวน ทิม ฮาเวิร์ด เข้าประตูไปอย่างง่ายดาย ลิเวอร์พูล นำห่างเป็น 4-0 แล้ว

หลังจากนั้น 4 นาที โอกาสทองเป็นของเจ้าถิ่นหลังมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ ฮาเวิร์ด ทำฟาล์ว สเตอร์ริดจ์ ในเขตโทษ และเป็น สเตอร์ริดจ์ ที่รับหน้าที่สังหารเพื่อลุ้นแฮตทริกแต่ดันออกแรงมากเกิน ยิงข้ามคานออกไป และในช่วงเวลาที่เหลือก็ไม่มีประตูเพิ่มเติม จบการแข่งขัน ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ไป 4-0 เล่น 23 นัดมี 46 คะแนนอยู่อันดับที่ 4 ของตารางตามเดิม

เกมอีกสนาม "นักบุญ" เซาธ์แฮมป์ตัน อันดับ 9 ของตารางเปิดรัง เซนต์ แมรี พบกับจ่าฝูง "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล  โดยเกมนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ เทรนเนอร์ทีมเยือนได้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กลับมาล่าตาข่ายโดยมี เมซุต โอซิล, ซานติ กาซอร์ลา และ แซร์ก กนาบรี ลงทำเกมแดนกลาง

เปิดเกมได้ 21 นาที เซาธ์แฮมป์ตัน ก็ออกสตาร์ทขึ้นนำก่อน 1-0 ลุค ชอว์ พาบอลลุยมาทางซ้าย ก่อนจะโชว์ความแม่นครอสบอลข้ามไปเสาสองให้ โชเช ฟอนเต โขกระยะ 6 หลาเข้าประตูไม่เหลือซาก และหลังจากนั้นก็เป็น "นักบุญ" ที่ครองบอลได้ดีกว่า ขาดเพียงจังหวะสุดท้ายที่ยังไม่คมพอ ส่งผลให้ครึ่งแรกจบลงด้วยผลสกอร์ดังกล่าว

กลับมาต่อในครึ่งหลังเพียง 2 นาที อาร์เซนอล ก็ตีเสมอจนได้จากจังหวะที่ บาการี ซานญา ดึงบอลลงในเขตโทษฝั่งขวาก่อนจะจ่ายยัดไปหน้าประตูและเป็น โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่ไขว์ขาเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูไป ช่วยให้ทีมตีเสมอเป็น 1-1

น.52 "ปืนใหญ่" พลิกขึ้นนำเป็น 2-1 เมซุต โอซิล เลี้ยงเข้าเขตโทษด้านขวาก่อนจะจ่ายเข้ากลางให้ ซานติ กาซอร์ลา กดด้วยซ้ายเข้าประตูไป แต่เพียงชั่วอึดใจ 2 นาทีต่อมา เซาธ์แฮมป์ตัน ก็ไล่ตีเสมอได้สำเร็จ เจย์ โรดริเกซ พาบอลลุยมาทางซ้ายแล้วจ่ายต่อให้ อดัม ลัลลานา ยิงแฉลบ วอยเซียค เชสนี เข้าประตู ช่วยให้ "นักบุญ" ตีเสมอเป็น 2-2

น.80 อาร์เซนอล ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนหลัง มาติอู ฟลามินี กองกลางตัวเสียบสองเท้าสกัด มอร์แกน ชไนเดอร์แลง ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามทันที และหลังจากนั้น ทั้งสองทีมก็ไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม อาร์เซนอล บุกไปเสมอกับ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-2 เตะ 23 นัดมี 52 คะแนน รั้งตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป โดยมีแต้มห่างจาก แมนฯซิตี้ ที่จะแข่งในวันพุธนี้เพียง 2 คะแนนเท่านั้น

ผลคู่อื่น
สวอนซี ซิตี้ ชนะ ฟูแลม 2-0
นอริช ซิตี้ เสมอ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 0-0
คริสตัล พาเลซ ชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 1-0

"ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รับขวัญนักเตะใหม่ ฆวน มาตา ได้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ควง แอชลีย์ ยัง ยิงเอาชนะ "บลูเบิร์ด" คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ไป 2-0 ด้าน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล คว้าชัยศึก ดาร์บี้ แมตช์ เอาชนะ "ท็อฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน 4-0 โดย แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ยิงไปสองประตู ส่วน "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เงิบเหลือ 10 คนท้ายเกม บุกไปเสมอ "นักบุญ" เซาธ์แฮมป์ตัน 2-2... 29 ม.ค. 2557 04:59 29 ม.ค. 2557 05:16 ไทยรัฐ