วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แพทย์'สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล' ร่วมประสานเสียงหยุด'เอดส์'

แพทย์รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลทั้ง 4 จากสาขาแพทย์และสาขาสาธารณสุข ร่วมประสานเสียงทำงานเพื่องานด้านต่อต้านเอดส์สำหรับประชาคมโลก


รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ถือรางวัลแห่งการเชิดชูเกียรติยศบุคคลด้านต่างๆ ที่ทำคุณประโยชน์แก่ส่วนรวม เป็นรางวัลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ผู้ที่ได้รับรางวันประจำปี 2556 ทั้ง 4 ราย ล้วนเป็นบุคคลสำคัญสำหรับการแพทย์ของโลก เนื่องจากเป็นผู้ทำการวิจัยต้นเหตุการแพร่เชื้อและการรักษาเชื้อไวรัส HIV ที่มาของโรคเอดส์ ซึ่งผู้ได้รับรางวัลในสาขาแพทย์ได้แก่ ศ.นพ.เดวิด  ดี. โฮ และ นพ.แอนโทนี  เอส.ฟอซี ด้านสาธารณสุขได้แก่ บารอน ปีเตอร์ ปิยอต และ นพ.จิม ยอง คิม

ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา รองคณะบดีและผู้อำนวยการโรงเรียนแพทย์ศิริราช อธิบายถึงจุดเริ่มต้นแห่งข้อสงสัยของไวรัส HIV ที่ผู้ได้รับรางวัลพระราชทานค้นพบว่า การตรวจพบไวรัสชนิดนี้ครั้งแรกนั้น พบว่าเมื่อผู้ป่วยได้รับไวรัสเข้าไปในร่างกายแรก ไวรัสจะหายตัวไปและภูมิต้านทานของร่างกายก็ลดน้อยลงด้วย เหมือนกับว่าร่างกายได้กำจัดไวรัสออกไปได้ไม่ส่งผลร้ายต่อร่างกาย จนกระทั่งมาถึงระยะหนึ่งผู้ป่วยเริ่มมีอาการ จึงเกิดข้อสงสัยขึ้นว่า ในระยะที่ไวรัสเข้าสู่ร่างกายมันกำลังควบคุมหรือมันกำลังแพร่พันธุ์


ด้าน ศ.นพ.เดวิด ดี.โฮ และ นพ.แอนโทนี ฟอซี พบว่า เมื่อไวรัส HIV เข้าสู่ร่างกายแล้วมันจะหายไปยังส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย หรือเรียกว่า 'หลบใน'  โดย ศ.นพ.เดวิด เป็นผู้คนแรกที่ค้นพบว่า ในขณะที่ไวรัสเข้าสู่ร่างกายและหลบตัวอยู่นั้น จะมีการแบ่งตัวอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ในการรักษาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องในระยะนี้ตอนที่ยังไม่มีอาการ และท่านเป็นผู้ที่นำการรักษา ที่เรียกว่า 'HAART' (Highly Active Antiretroviral Therapy) เป็นการใช้ยาต้านไวรัส อย่างน้อย 3 ตัวที่ออกฤทธิ์ต่างกัน ซึ่งมีหลายชนิด การรักษาจะต้องเริ่มตั้งแต่ระยะเริ่มต้นที่ยังไม่มีอาการ และผลการรักษาก็มีการตอบสนองดีขึ้น

ส่วน นพ.แอนโทนี  เอส.ฟอ ซี เป็นผู้ค้นพบว่า เมื่อร่างกายได้รับไวรัส HIV การที่เชื้อไวรัสหายไป หลังเข้าสู่ร่างกายแล้ว มันจะเข้าไปฝังตัวอยู่ในต่อมน้ำเหลืองที่เป็นที่เก็บเม็ดเลือดขาวเกี่ยวกับ ภูมิต้านทานและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ และทำลายภูมิต้านทานของเราให้น้อยลง 'หลักการคือรักษาคนไข้ให้ก่อนที่ภูมิต้านทานจะหมดลง และปัญหาที่สำคัญคือการที่จะให้ผู้ที่ได้รับไวรัส HIV เดินเข้ามาเพื่อให้ได้รับการรักษาได้ตั้งแต่เริ่มต้น ก่อนที่ภูมิต้านทานจะถูกทำลาย ไวรัสก็จะหยุดแพร่ตัวลง ผลการรักษาก็จะดีขึ้น พบว่าในอเมริกา 18% ของคนที่ได้รับไวรัสเข้ามาไม่รู้ตัวว่ามีเชื้อ HIV อยู่แล้ว และ 55% ของคนที่รักษา HIV ตอนที่มารักษายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองได้รับเชื้อไวรัสนี้' นพ.ปิยอต กล่าว

ทั้งสองท่านได้ศึกษาและวิจัยทางการแพทย์และได้ค้นพบว่า เจริญเติบโตของไวรัส HIV ในร่างกายเป็นอย่างไร ค้บพบวิธีการรักษาที่ถูกต้องนั่นคือผู้ป่วยต้องได้รับยารักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ต่อมารางวัลในสาขาสาธารณสุข บารอน ปีเตอร์ ปิยอต  เป็นคนแรกผู้ที่ให้ความสำคัญและมองว่า ไวรัส HIV เป็นภัยร้ายแรงที่จะส่งผลเสียปัญหาในระยะยาว และได้แสดงให้โลกเห็นถึงความสำคัญในความน่าสะพรึงกลัวของไวรัสนี้  ปิยอต เริ่มมีบทบาทในการศึกษาระบาดวิทยาของโรคเอดส์ ตั้งแต่ปี 2523  ในโครงการ ซีด้า ในแอฟริกา ได้สังเกตและเห็นถึงความน่ากลัว และได้กระตุ้นให้แต่ละฝ่าย ทั้งนักการเมือง นักธุรกิจให้เห็นเห็นถึงความน่ากลัวในไวรัสนี้ และยังเป็นผู้ที่ต่อรองกับบริษัทต่างๆ ให้ลดราคายาต้านไวรัส ในประเทศกำลลังพัฒนาและด้อยพัฒนา

และสาขาสาธารณสุขอีกท่านคือ  นพ.จิม ยอง คิม ในฐานะของผู้อำนวยการแผนกเอชไอวี/เอดส์ องค์การอนามัยโลก ระหว่างปี 2547-2549 ได้ผลักดันให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาต้านไวรัสเอชไอวีอย่างถ้วนหน้า โดยการผลักดัน 'แผนริเริ่ม 3 ใน 5' โดยให้ผู้ได้รับเชื้อเอชไอวี ในกลุ่มประเทศรายได้น้อยและปานกลางได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวีชนิดผสมหลายตัว 'HAART' จำนวน 3 ล้านคน ภายในปี ค.ศ. 2005 และ สามารถบรรลุได้ในปี ค.ศ. 2007 ได้สำเร็จ

ทั้งนี้ ผู้ได้รับรางวัลทั้ง 4 ท่าน รู้สึกเป็นเกียรติและปีติยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้รับเกียรติให้เข้ารับรางวัลพระราชทานสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ ในครั้งนี้.

แพทย์รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลทั้ง 4 จากสาขาแพทย์และสาขาสาธารณสุข ร่วมประสานเสียงทำงานเพื่องานด้านต่อต้านเอดส์สำหรับประชาคมโลก 28 ม.ค. 2557 15:07 ไทยรัฐ