วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ไฮโดรเท็ค'บุกพม่า ทุ่ม360ล.ลุย'บำบัดน้ำเสีย'นิคมฯมัณฑะเลย์

'ไฮโดรเท็ค'บุกพม่า ทุ่ม360ล.ลุย'บำบัดน้ำเสีย'นิคมฯมัณฑะเลย์

  • Share:

จากความรู้ความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจเกี่ยวกับระบบน้ำอย่างครบวงจรมากว่า 30 ปี ของบริษัท ไฮโดรเท็ค จำกัด (มหาชน) หรือ HYDRO อีกทั้งยังเป็นผู้ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง งานด้านบริหารจัดการ และธุรกิจลงทุนงานวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ภายใต้การนำของ นายสลิบ สูงสว่าง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กระทั่งมีแผนทำธุรกิจในต่างประเทศ โดยนำร่องประเทศพม่า ก่อนขยายลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศในอนาคต รวมถึงการปูทางสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 นี้

สำหรับจุดเริ่มการลงทุนในประเทศพม่านั้น เนื่องจากนายสลิบ มีเพื่อนๆ ในสายวิศวกรรม มาทำธุรกิจในพม่านาน 10 กว่าปี ทำให้มองเห็นโอกาสโฟกัสการลงทุนในพม่า ซึ่งปัจจุบันมีประชากร 62 ล้านคน โดยใช้เวลาหาช่องทางธุรกิจ และพูดคุยกับพันธมิตรธุรกิจในพื้นที่มากว่า 2 ปี กระทั่งประเดิมด้วยโครงการก่อสร้างรวบรวมและระบบบำบัดน้ำเสียในนิคมอุตสาหกรรมมัณฑะเลย์ โดยที่ผ่านมาได้บรรลุข้อตกลงกับกลุ่มบริษัท Supreme ซึ่งมีธุรกิจหลายด้านในพม่า มีทุนจดทะเบียน 2 พันล้านจ๊าด อาทิ เคมีคอล การเกษตร ไฟฟ้า พลังงาน และระบบจัดการน้ำ นอกจากนี้ ยังร่วมลงทุนกับหลายพันธมิตร เช่น กลุ่มบริษัทเอ็กโก ของไทย รวมถึงพันธมิตรจากประเทศเกาหลี ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และกลุ่มบริษัทซีเมนส์ ของเยอรมนี เป็นต้น


นายสลิบ กล่าวว่า ก่อนหน้านั้น ได้เข้าประมูลโครงการบำบัดน้ำเสียนิคมอุตสาหกรรมมัณฑะเลย์ กับหน่วยงานของทางการพม่า Mandalay City Development Committee หรือ MCDC ซึ่งดูแลระบบสาธารณูปโภคของเมืองมัณฑะเลย์ ครั้งนั้นมีผู้ซื้อซองประมูลจำนวน 40 ราย ส่วนใหญ่เป็นบริษัทในท้องถิ่น แต่ท้ายสุดมีการยื่นซองเพียง 5 รายเท่านั้น โดยหนึ่งในนั้น คือ "ไฮโดรเท็ค" ซึ่งต้องรอผลการประมูลงานคาดว่าจะทราบผลภายในไตรมาสที่ 2/57 โดยโครงการดังกล่าวอยู่ในรูปแบบการลงทุนและบริหารโครงการ (Build, Operate and Transfer: BOT) งบลงทุน 360 ล้านบาท ระยะเวลาสัญญา 30 ปี สามารถต่ออายุสัญญาได้อีก 20 ปี คาดจะเริ่มรับรู้รายได้ประมาณปี 2558

ขณะเดียวกัน ประเทศพม่าซึ่งกำลังเปิดประเทศ ยังมีความต้องการด้านสาธารณูปโภคสูงมาก โดยเฉพาะน้ำประปา ดังนั้น เมื่อได้ข้อสรุปโครงการงานบำบัดน้ำเสีย จะเดินหน้าระบบผลิตน้ำประปาในนิคมอุตสาหกรรมมัณฑะเลย์ต่อไป เนื่องจากมีโรงงานกว่า 200 แห่ง รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นบ้านเรือน อีกประมาณ 10% ซึ่งต้องการน้ำประปาประมาณวันละ 5 พันล้านลูกบาศก์เมตร


นอกจากนั่้น ยังมองโอกาสทางธุรกิจในเมืองย่างกุ้ง ต่อจากมัณฑะเลย์ ซึ่งมีนิคมอุตสาหกรรม 20 กว่าแห่ง อีกทั้งประเทศพม่ากำลังออกกฎหมายเกี่ยวกับคุณภาพน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงเนปิดอว์ ซึ่งปัจจุบันไม่มีระบบผลิตน้ำประปา ยังคงขุดน้ำบาดาลใช้ โดยอาจจะเป็นการร่วมงานกับพันธมิตรรายปัจจุบัน หรือดึงพันธมิตรจากที่อื่นมาร่วมด้วย รวมทั้งเปิดกว้างให้กับพันธมิตรจากประเทศไทยที่สนใจมาร่วมงานกับบริษัท โดยไม่รู้สึกกังวลกับสถานการณ์การเมืองในพม่า ซึ่งมั่นใจว่าไม่มีผลกระทบธุรกิจอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการเจรจางานโครงการที่เกี่ยวกับการก่อสร้างครบวงจร (Engineering, Procurement and Construction : EPC) และโครงการลงทุนให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในรูปแบบ Build, Own and Operate (BOO) และ Build, Operate and Transfer (BOT)

ด้าน มร.ริชาร์ด นักธุรกิจ ชาวพม่าวัย 40 ปี ผู้บริหารกลุ่มบริษัท Supreme ได้แสดงความม่ั่นใจในการเป็นพันธมิตรกับไฮโดรเท็ค โดยระบุว่า Supreme มีจุดแข็งเรื่องตลาดและคอนเน็กชั่นในพื้นที่ ส่วนไฮโดรเท็ค มีข้อดีในเรื่อง Know How บวกกับประสบการณ์เรื่องระบบจัดการน้ำ ยิ่งทำให้มั่นใจมากยิ่งขึ้น


ขณะที่ นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ APM ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) เปิดเผยว่า ไฮโดรเท็ค เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ทำให้มีความน่าเชื่อถือ และมีข้อได้เปรียบเรื่องการใช้เครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย ทำให้ต้นทุนทางการเงินต่ำกว่าคู่แข่ง

นอกจากนี้ ไฮโดรเท็ค มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี บุคลากร เนื่องจากทำธุรกิจที่เกี่ยวกับน้ำอย่างครบวงจร มากว่า 30 ปี ทำให้ยิ่งแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ทำให้มีข้อได้เปรียบเรื่องต้นทุนทางการเงินเมื่อเข้าประมูลงาน.

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้