วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กลับหัวคิด 62: หลอดไฟที่ไม่มีไฟ

ผมนึกถึงคนสมัยก่อนที่บอกว่า “มีคันธนูไม่มีลูกศร” คำเหล่านี้ มันทำให้ผมคิดอะไรได้มากมายกว่าความหมายตรงๆ ที่สอนไว้ ซึ่งหมายถึง การที่มีสิ่งของที่ต้องใช้คู่กันนั้น ถ้าขาดสิ่งใดไปก็ไม่มีประโยชน์ เหมือนกับมีหลอดไฟ แต่ไม่มีไฟฟ้าก็ไร้ประโยชน์ครับ

โดยอาชีพของหลายๆ คน ผมเชื่อว่า เราอยู่ในหลักการนี้ คือการที่เราไม่สามารถทำงานให้เสร็จด้วยตัวเราเองได้ งานจำเป็นต้องอาศัยคนทำงานด้วยกัน ด้วยความเชี่ยวชาญหลายๆ อย่าง จึงจะทำงานชิ้นนั้นเสร็จสิ้น

สมัยก่อนเราอาจจะสามารถทำอะไรด้วยตัวเองทุกอย่างได้ แต่วันนี้ลองนึกดูสิครับ ไม่มีทางเลย ที่คุณจะไม่มีคนอื่น โลกมันทำให้เราต้องพึ่งกันและกันครับ สิ่งที่เราต้องเรียนรู้ ณ วันนี้ คือการที่เราต้องเรียนรู้ว่า เรามีอะไรที่มีคุณค่าที่สุด และคุณค่าของผู้อื่นอยู่ที่ตรงไหน และเราจะไปบวกกับเขาคนนั้นด้วยวิธีไหน ที่จะสร้างคุณค่าอย่างไร ให้มากกว่าที่เราสองคนที่ต่างคนต่างอยู่ ซึ่งหลายกรณี เมื่อแยกกันอยู่ มันจะไม่มีคุณค่าอะไรเลย เฉกเช่นคันธนู จะอยู่เฉยๆ แยกกันอยู่กับลูกศร หรือหลอดไฟก็อยู่ไม่ได้โดยปราศจากไฟฟ้า

หลายๆ คนหยิ่งผยองในคุณค่าของตัวเอง ในความเก่งของตัวเอง ลำพองว่าฉันดีกว่าคนอื่น มองไม่เห็นประโยชน์ที่จะไปร่วมงานกับคนอื่น เพราะฉันคิดว่าฉันอยู่ของฉันก็พอแล้ว จึงไม่มองเห็นว่าคนอื่นก็มีคุณค่า

ผมเองมีวิธีการทำธุรกิจที่เอาความเก่งของเรา กับความเก่งของคนอื่นมาผสมกันเสมอ เพราะผมเชื่อว่ามันเป็นวิธี ที่จะทำให้เราสามารถที่จะก้าวไปได้เร็วกว่าคนอื่น เพราะเราจะไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้ เรื่องที่เราไม่รู้ เหมือนเรามีคันธนู แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้ทะลุเข้าเป้า ได้มีลูกศรมาก็ไม่มีทางที่จะพุ่งแหวกอากาศ

คนเราต่างมีมุมที่มีประโยชน์ต่อกันและกัน ไม่มีใครเหนือใคร จนอยู่คนเดียวได้ในโลกนี้ได้ การที่คนสองคนมาทำงานด้วยกัน อย่างแรกที่ต้องมองข้ามไป คืออดีตที่ผ่านมา เพราะหลายคนมองคุณค่าในอดีตของฝ่ายตัวเองว่ายิ่งใหญ่อย่างโน้นอย่างนี้ เมื่อฝ่ายหนึ่งตีมูลค่า อีกฝ่ายก็จะมีอีโก้เช่นกัน การที่คนสองคนมาทำงานด้วยกันนั้น ต้องมองเรื่องอนาคตเป็นหลักครับ ว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทั้งสองฝ่ายกันอย่างไรบ้าง ไม่ไช่มองอดีตและปัจจุบัน เช่นเดียวกับหลอดไฟกับกระแสไฟ ถ้าต่างคนต่างอยู่โลกก็ไม่มีแสงสว่างครับ แต่เมื่อสองสิ่งมาอยู่รวมกันเมื่อไหร่โลกก็จะสว่างน่าอยู่ขึ้นครับ

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ อยากให้เราทุกคนเห็นค่าให้ตัวเอง และเห็นค่าของคนอื่นด้วย อย่ามองแค่ว่าตัวเองเป็นคนเก่งแล้ว ดีแล้ว ไม่มีที่ติ จนทำให้มองข้ามความสำคัญของคนอื่น หรือหาที่ติแต่ของคนอื่นจนตัวเองถูกไปหมดทุกอย่างนะครับ เพราะอย่างไร เมื่อเราเห็นค่าของกันและกัน ทุกอย่างก็จะเกิดการพัฒนาไปทางที่ดี ผมเชื่ออย่างนั้นครับ


เกรียงไกร กาญจนะโภคิน

 

เกรียงไกร กาญจนะโภคิน