วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กศน. เผย 3 ภารกิจสู่เป้าหมายคนไทยรู้หนังสือทุกคน

เลขาฯ กศน.เผยผลประชุมร่วมองค์กรหลักกระทรวงศึกษาธิการ รายงานการดำเนินงานเพิ่มและขยายโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพของ กศน. โดยเน้น 3 ภารกิจสำคัญ...

นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กล่าวระหว่างการประชุมร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ณ สำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษาว่า ความก้าวหน้าของภารกิจของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) ซึ่งได้ดำเนินงานใน 3 ภารกิจที่สำคัญ คือ จัดการศึกษาให้ประชาชนรู้หนังสือ โดยมีเป้าหมายประชาชนอายุ 15-59 ปี รู้หนังสือไทยทุกคน เพราะในปัจจุบันประเทศไทยยังมีผู้ไม่รู้หนังสือถึงร้อยละ 4.5  จึงขอให้สำนักงาน กศน.หารือการทำงานในเรื่องนี้ร่วมกับ สพฐ. ต่อไป


พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดย ในปีนี้ กศน.ได้กำหนดให้เป็นปีแห่งการยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่สากล ภายใต้การพัฒนาคุณภาพ 6 มิติ คือ มิติด้านผู้เรียน รูปแบบการเรียน การจัดการเรียนรู้ สื่อการเรียน ครูผู้สอน และการบริหารจัดการ ที่จะลดสัดส่วนครูต่อผู้เรียนในกลุ่มผู้เรียนปกติ ให้เป็น 1:60, กลุ่มผู้เรียนพิการทางสติปัญญา 1:5, กลุ่มผู้เรียนพิการทางร่างกาย 1:10, กลุ่มผู้เรียนพื้นที่พิเศษ (ศศช.) 1:35  จึง ต้องการให้ กศน.ศึกษาสัดส่วนที่เหมาะสมในการรับเงินค่าอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัว เพราะขณะนี้สำนักงาน กศน.มีความจำเป็นต้องนำค่าใช้จ่ายรายหัวไปใช้เกี่ยวกับค่าสาธารณูปโภค และค่าจ้างครูด้วย ฉะนั้นเมื่อเทียบกับการจัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แล้ว จะทำให้เห็นว่าค่าใช้จ่ายต่อหัวในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยต่ำมาก ทำให้การขยายโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพของ กศน.เป็นไปได้ยาก


และสุดท้ายจัดการศึกษา ปวช.กศน. โดย ได้จัดทำโครงการ 1 จังหวัด 1 ห้องเรียน ปวช. เพื่อเน้นให้ผู้เรียนมีงานทำ เรียนในสาขาที่ทำงาน มีการสอนโดยครูที่มีคุณวุฒิตรงตามสาขา และมีการประสานเครือข่ายสถานประกอบการ แหล่งเรียนรู้ สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดยใช้หลักสูตรอาชีวะ และ กลุ่มผู้เรียนอาชีพของ กศน. ก็เป็นกลุ่มคนที่มีงานทำแล้วในชุมชน ภาคปฏิบัติก็อยู่ในสถานประกอบการของผู้เรียนเอง จึงไม่เป็นการแย่งลูกค้ากับ สอศ. ถือเป็นส่วนที่ช่วยเสริมคุณภาพการศึกษาด้านอาชีพของประเทศ

นอกจากนี้ในที่ประชุมยังกล่าวถึง ประเด็นการเทียบวุฒิผู้ทำงานเพื่อจบ ม.6 ในปีที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมากถึง 9 หมื่นคน แต่ว่ามีผู้สอบผ่านเกณฑ์ทุกวิชาในรอบแรกเพียง 100 กว่าคนเท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ข้อเท็จจริงของโครงการ "จบ ม.6 ได้ภายใน 8 เดือน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่สาธารณชนรับรู้ เพราะโครงการนี้เน้นคุณภาพของผู้ที่จบ ไม่ได้เป็นโครงการที่เข้าง่ายออกง่ายอย่างที่เข้าใจกัน ซึ่งเป็นหน้าที่ กศน.ที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงฯ ต้องทำความเข้าใจกับสาธารณชนว่า การเข้าร่วมโครงการจบ ม.6 ได้ภายใน 8 เดือนนั้น เน้นที่คุณภาพเป็นสำคัญ.