วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิรูปพลังงานไทย ปฏิวัติ! น้ำมันแพง

โดย

ทำไม? เราต้องปฏิรูปพลังงานไทย ...ก็เพราะว่า พลังงานไทยมีปัญหา เรื่องหลักๆในช่วงแรกๆย้อนไปราวปี 2514 ที่ประเทศไทยค้นพบน้ำมัน ก็เริ่มออกพ.ร.บ.ปิโตรเลียม

ยุค “โชติช่วงชัชวาล” ในช่วงนั้นการกำหนดระเบียบกติกาต่างๆ ยังไม่ทันสมัย เป็นการลงทุนช่วงแรก อย่างเรื่องรายได้ทั้งหมด 10 ส่วน...เมื่อแบ่งกันแล้วประเทศจะได้อยู่ที่ 3 ส่วน ผู้ประกอบการได้ 7 ส่วน

นพ.ระวี  มาศฉมาดล  กรรมการ กปปส. บอกว่า สัดส่วนผลประโยชน์ที่ได้ ในโลกวันนี้เปลี่ยนไปหมดแล้ว สวนทางกัน กลับกลายเป็นว่า เจ้าของประเทศได้ 6-8 ส่วน ผู้สัมปทานขุดน้ำมันกับแก๊สได้ 2-4 ส่วน

“แก๊ส”...การลงทุนความคุ้มค่าอาจได้ไม่เท่าน้ำมัน สัดส่วนผล ประโยชน์ที่ให้กับผู้ประกอบการ ผู้ลงทุนอาจจะได้มากกว่า...ผู้ขุดเจาะอาจจะได้ถึง 4 ส่วน

ปัญหามีว่า...ประเทศไทยไม่ใช่อย่างนั้น ตัวเลขที่กล่าวถึงทั้งหมดข้างต้นก็มีที่มาที่ไปมาจากกระทรวงพลังงาน ถามว่าเคยมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ ต้องบอกว่า...ก็มีการปรับอยู่ครั้งหนึ่ง แต่แทนที่จะปรับขึ้นกลับน้อยลง


“เดิมค่าภาคหลวงที่รัฐได้อยู่ที่ 12.5 เปอร์เซ็นต์ตายตัวไม่ว่า พลังงานหลุมไหน...ในสมัยพลเอกสุรยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี  ได้มีการปรับปรุง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม กลายเป็นว่าให้ 5–15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งดูมาก แต่ปรากฏว่าเมื่อข้าราชการอ่อนแอ...ผลยังไง โดยเฉลี่ยกลับลดลงมาเหลือ 7 เปอร์เซ็นต์”

นี่คือตัวเลขจริงของกระทรวงพลังงาน จาก 12.5 เปอร์เซ็นต์ลดลงเกือบครึ่ง เหลือ 7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แสดงให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเหตุผล สำคัญที่มีความจำเป็นต้องปฏิรูป

ขณะที่ประเทศอื่นทั่วโลกมีแต่จะเพิ่มขึ้นๆ บ้านเรากลับลดลง คุณหมอ ระวี บอกอีกว่า ปัญหาที่สอง...สัมปทานที่ออกไปแล้วเป็นรอบๆ รอบหนึ่งก็หลายๆแปลง ออกไปแล้วทั้งหมด 20 รอบ ในรอบทั้งหมดนี้ปรากฏว่า...ปริมาณ “น้ำมัน”... “แก๊ส” ที่ขุดเจาะกันไปนั้น ไม่มั่นใจว่าเป็นตัวเลขจริงหรือไม่

เพราะว่า ระบบให้สัมปทาน...มีช่องว่าง อดสงสัยไม่ได้ว่า เขาอาจจะขุดได้วันละ 100 แต่อาจจะแจ้งตัวเลข 70...50...30 ก็ได้ ส่วนที่ขุดได้ที่เหลือก็ขนลงอ่าวไทยออกไปขายได้ใช่ไหม

ปัญหานี้ยังไม่มีหลักฐาน เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะตรวจสอบเวลาไปตรวจตัวเลขก็ตรงตามรายงาน หากมีการปฏิรูปจริง ภาคประชาชนต้องมีสิทธิเข้าตรวจสอบว่ามีปริมาณขุดเจาะตรงตามที่ระบุเอาไว้หรือเปล่า

เท่าที่ประเมินสถานการณ์จากการส่งทีมสำรวจ 6 ฐานขุดเจาะทั่วประเทศ อัดวีดิโอต่อเนื่อง เช็กรถที่ออกมาจากแท่นเจาะ น่าสนใจว่า...คำนวณปริมาณดูแล้วตัวเลขต่างกันเยอะมาก กับตัวเลขทางการที่แจ้งในรายงานหลุมนี้กี่บาร์เรลต่อวัน แม้กระทั่งหลุมเจาะในอ่าวไทยก็เอาเรือไปเฝ้าสังเกต ลำไหนระวางความจุประมาณกี่ตัน...

ถึงตรงนี้คงย้ำได้เพียงว่า...เป็นแค่การตั้งข้อสังเกตระบบสัมปทานอาจจะมีช่องโหว่

“ช่องโหว่สัมปทาน สมมติว่าประเทศไทยเป็นเจ้าของสวนมะม่วง ระบบสัมปทานที่ให้เรายกสวนมะม่วงให้เขาไปบริหารจัดการ30ปี...คุณเป็นคนเก็บมะม่วง แล้วบอกเราว่าปีนี้เก็บได้ 100 ผล

เราได้ 30 ผล...แต่ความจริงเขาอาจจะเก็บได้ 300...ระบบตรวจสอบที่ล้มเหลว โกงกินของข้าราชการที่เกี่ยวพันโยงใยกันเป็นลูกโซ่จนยากจะแก้”

เมื่อระบบโกงกินโยงใยสายสัมพันธ์กันแนบแน่น และยิ่งคนควบคุมกับคนทำงานเป็นคนคนเดียวกัน การตรวจสอบจะเป็นธรรมได้มากน้อยแค่ไหน ...ซึ่งก็หมายถึงว่า “ไม่มีธรรมาภิบาล”

กลายเป็นวังวน...วงจรอุบาทว์ที่เลวร้ายที่สุดของประเทศไทยที่ต้องเผชิญ?

ตัดกลับมาที่เรื่องสัมปทานพลังงานไทย ยังมีช่องว่างที่น่าสนใจ เชื่อมโยงอุปกรณ์ วัสดุ เหล็กทุกท่อนที่นำมาประกอบเป็นแท่นขุดเจาะ พอเป็นระบบสัมปทานก็ไม่ได้เป็นของประเทศไทย

ต่างกับประเทศอื่นทั่วโลกที่เขาทำกัน ทันทีที่ผู้ได้รับสัมปทานนำอุปกรณ์เข้ามาหรือผลิตนำมาใช้ในประเทศ เมื่อครบอายุสัมปทาน 30ปี...
20 ปี...50 ปีแล้วจะตกลง ทั้งหมดนี้จะตกเป็นของรัฐ

ช่องว่างที่เกิดขึ้นบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างแดนก็อาศัยเช่าจากบริษัทลูกทั้งหมด ถ้าครบสัมปทาน ประเทศไทยเจ้าของหลุมพลังงานขอทำเองอย่างไรเสียก็ทำไม่ได้ หมดสัญญาแล้วก็ถอนอุปกรณ์ทั้งหมดออกไป ต้องเริ่มกันใหม่...ขุดสำรวจใหม่ จะเรียกว่า เป็นความเลวร้ายหรือเปล่าก็ลองทบทวนกันดู

วันเวลาผ่านมายาวนานเป็นเช่นนี้ คุณหมอระวี บอกว่าแล้วก็มาซ้ำเติมในช่วงที่อยู่ในยุคที่เรียกกันว่า ยุคระบอบทักษิณ ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้เป็นปัญหาของพลังงานไทยในช่วงต้นน้ำ ที่ต้องแก้ไปที่ต้นทาง...

“พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ”

สำหรับปัญหา “กลางน้ำ” ...รัฐบาลสร้างโรงกลั่น สร้างท่อส่งแก๊ส สร้างโรงแยกแก๊ส หน่วยงานรับผิดชอบพอแปรรูปมาเป็น “ปตท.”ในปัจจุบันคำถามแรกคือ ปตท.ฉ้อฉลตอนแปรรูปหรือไม่? โปร่งใสแค่ไหน?...

“โรงกลั่นมูลค่าลงทุนแสนล้านแต่ตีมูลค่าเหลือบาทเดียวเป็นไปได้ อย่างไร กรณี “ท่อแก๊ส” ก็แบบเดียวกัน กระทั่งมีการฟ้องร้อง สุดท้ายศาลมีคำสั่งต้องคืนท่อให้ประชาชน แล้ววันนี้คืนหรือยัง”

ต้องตั้งคำถามกลับไปว่า...ผู้บังคับใช้กฎหมาย กระทรวงพลังงานใส่เกียร์ว่างหรือเปล่า


ข้อต่อมา...ปตท.ผูกขาดหรือเปล่า? “เงินมันเยอะ กำไรมหาศาล ...รวมบริษัทลูกทั้งหมดมากกว่า 2 แสนล้านต่อปี...ประเด็นผูกขาดก็ตั้งแต่กลางน้ำไปจนถึงปลายน้ำ และเหตุที่ทำให้เกิดช่องว่าง ความไม่โปร่งใสคงไม่มีใครอดคิดไม่ได้ว่า...คนในระบบนั่นเองที่ร่วมมือกับคนนอกระบบ”

พลังงานไทยโชติช่วงชัชวาลเพื่อใคร มองภาพง่ายๆ ถ้าเพื่อคนไทย ...หากลดกำไรที่ได้รับมหาศาลลง พลังงานที่คนไทยซื้อใช้จะถูกลงแน่นอน

ประเด็นผูกขาดหรือเปล่า คุณหมอระวี เชื่อมโยงประเด็นให้ฟังว่า ปตท.มีหุ้นโรงกลั่น โรงแยกแก๊สทั้งหมด ตอนนี้คุมท่อแก๊ส ฉะนั้นแก๊สในอ่าวไทยทั้งหมดไม่ว่าบริษัทไหนที่ขุดได้ก็ต้องผ่านท่อแก๊ส ปตท.

“ไฟฟ้า”...ที่เราใช้กันทุกวันนี้ก็เช่นกัน ใช้แก๊สผลิตส่งผ่านมาจากท่อนี้

คิดง่ายๆแบบไม่ต้องซับซ้อน “ถ้าท่อแก๊สเป็นของประเทศไทย เป็นของประชาชนคนไทย...คิดค่าเช่าถูกๆ ค่าไฟฟ้าก็จะลดลง”

สุดท้าย “ปลายน้ำ” ปั๊มน้ำมันต่างๆถูกเทกโอเวอร์ แล้วจากการแข่งขันก็ถือว่า ปตท.มีความสามารถในการบริหารธุรกิจได้ก้าวกระโดด ยิ่งจับคู่กับร้านค้าปลีก 24 ชั่วโมง เปิดคู่กัน...ไม่ใช่เรื่องผิด ต้องยอมรับ เพราะใครๆก็อยากแวะไปใช้บริการ จนปั๊มอื่นๆคนบางตา

ปัญหาก็คือผูกขาดตลาด คำว่า “ผูกขาด” คุณหมอระวี ย้ำว่า ไม่ใช่บริหารแบบผูกขาด แต่เป็นเรื่องราคาน้ำมันที่ขายปลีก เหตุผลอะไร? ที่มาเลเซียขายน้ำมันเบนซินลิตรละ 19 บาท...อินโดนีเซีย ขายลิตรละ 20 บาท...พม่า ขายลิตรละ 25 บาท

ประเทศเหล่านี้ก็มีแหล่งน้ำมันพอๆกับบ้านเรา ศักยภาพก็พอๆกับเรา จะบอกว่าประเทศไทยคิดค่ากองทุนน้ำมันก็คงจะไม่กี่บาท ทั้งหมดเหล่านี้ยังมีอะไรซ่อนเร้นอีกมากมาย “คนไทย”...จึงใช้พลังงานแพงอยู่ทุกวันนี้...ยิ่งใช้ยิ่งจน นายทุน...กลุ่มผลประโยชน์ก็มีแต่กอบโกย.

28 ม.ค. 2557 10:41 28 ม.ค. 2557 10:43 ไทยรัฐ