วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หลีกหายนะประชาธิปไตย

โดย

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม เป็นหนังตัวอย่างที่บ่งชี้ว่าถ้าเดินหน้าเลือกตั้งใหญ่ในวันอาทิตย์หน้าบ้านเมืองจะวุ่นวายแค่ไหน? ในวันเลือกตั้งล่วงหน้า กกต.ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ 83 เขต ส่วนใหญ่ในภาคใต้และ กทม.กับจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงครามและเพชรบูรณ์ จังหวัดละเขต มวลชน กปปส.ถูกยิงเสียชีวิตหนึ่งคน บาดเจ็บระนาว

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีนัดกับนายกรัฐมนตรีที่จะหารือกันว่าจะเลื่อนการเลือกตั้งหรือไม่? ถ้าเลื่อนจะเลื่อนออกไปอีกกี่วัน? จะต้องออกพระราชกฤษฎีกาใหม่และเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ให้ทุกพรรคสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่หรือไม่? ขณะที่พรรคเพื่อไทยถาม กกต.ว่ายืนยันได้ไหมว่าถ้าเลื่อนการเลือกตั้งออกไปจะมีการขัดขวางการเลือกตั้งหรือไม่?

ประธาน กกต.ตอบคำถามล่วงหน้าแล้วว่าไม่มีหลักประกันยืนยันได้ว่าการเลื่อนการเลือกตั้งจะทำให้สถานการณ์การเมืองสงบ แต่เชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์คลี่คลายและเย็นลงบ้าง ส่วนที่รัฐบาลเป็นห่วงว่าจะอ้างกฎหมายใด? เรื่องนี้ไม่น่าเป็นปัญหา เพราะเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเลื่อนได้ ย่อมเป็นเด็ดขาด ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้รับผิดชอบ

แต่เมื่อ กกต.ยอมรับว่าไม่มีหลักประกันว่าการเลื่อนเลือกตั้งจะทำให้สถานการณ์สงบ ไม่มีการขัดขวางการเลือกตั้ง กกต.จึงน่าจะเป็นคนกลางจัดให้มีการพบกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับ กปปส.รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคอื่นๆเพื่อจับเข่าคุยกัน และตกลงร่วมกันเรื่องวันเลือกตั้งและกระบวนการการปฏิรูปประเทศก่อนที่จะเดินหน้าเลือกตั้งต่อไป

ถ้าไม่มีการตกลงกันก่อน ถึงจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก็จะไร้ประโยชน์ยังจะมีการต่อต้านและความวุ่นวายไม่จบสิ้น ส่วนกระบวนการและองค์กรปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งจะต้องไม่ให้นักการเมืองผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงเข้าเกี่ยวข้อง แต่ควรให้องค์กรภาคเอกชน องค์กรวิชาชีพและนักวิชาการ เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ 2540

การต่อสู้โดยสันติ อหิงสาและปราศจากอาวุธของ กปปส.เป็นหลักการที่ถูกต้อง แต่ต้องยึดหลักการประชาธิปไตยและทำให้เห็นเป็นแบบอย่าง เพราะชื่อ กปปส.ก็ระบุชัดว่าจะเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ต้องให้ชัดเจนระหว่างการ “คัดค้าน” กับการ “ขัดขวาง” การเลือกตั้ง ส่วนรัฐบาลก็จะต้องไม่อ้างแต่เสียงข้างมากเพื่อทำอะไรได้ตามใจ

การปฏิรูปการเมืองจะต้องเริ่มต้นด้วยการปลูกฝังแนวคิด “จิตสาธารณะ” ที่พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ชี้ว่าตรงกับหลัก “สาธารณโภคิตา” ของพระพุทธศาสนาคือยึดถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นตัวตั้งยึดหลักประนีประนอมพบกันครึ่งทาง เพราะในทางการเมืองจะต้องไม่มีใครชนะหรือแพ้เด็ดขาด ทุกฝ่ายต้องชนะ คติ “แพ้ไม่ได้” คือหายนะประชาธิปไตย.

28 ม.ค. 2557 09:59 28 ม.ค. 2557 10:00 ไทยรัฐ


advertisement