วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ปู' ถก กกต.5ข้อ ไม่โดนย้อนหลัง

สหรัฐชี้ขวางเลือกตั้ง ละเมิดสิทธิมนุษยชน

“ยิ่งลักษณ์” ถกกุนซือตั้งประเด็น 5 ข้อเคลียร์ กกต. ขอคำตอบยืนยันได้หรือไม่จะไม่มีข้อ ก.ม.เอาผิดนายกฯย้อนหลัง “ธวัช” แบไต๋ยังไม่ถึงจุดต้องออก พ.ร.ฎ.ใหม่ อ้างไม่มี ก.ม.มาตราใดเปิดช่อง ลิ่วล้อ พท.แจ้งความ กปปส.ขัดขวางเลือกตั้ง ฟัน ม.157 ผอ.กกต.ประจำเขต-ผอ.เขต-กกต.กทม. “นพดล” ร่อนหนังสือฟ้องชาติมหาอำนาจ-ยูเอ็น ปชป.เตือนดันทุรังเลือกตั้งบนกองเลือด ชี้นิ้วทางออกเดียวต้องจัดเลือกตั้งใหม่ “มาร์ค” ขู่ดื้อรั้น “ปู” ถูกฟ้องข้อหาหนัก สหรัฐฯอึ้ง กปปส.กีดกันคนใช้สิทธิ ละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่สอดคล้องหลักประชาธิปไตย กกต.ซาวเสียงนอกรอบ 8 พรรคที่มี ส.ส.ในสภาฯ “ยิ่งลักษณ์” หนาวอีก ป.ป.ช.เร่งปิดเกม จ่อตั้งอนุ กก.ถอดถอนเพิ่ม ฐานละเว้นปราบโกงจำนำข้าว

จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าสามารถเลื่อนวันเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ออกไปได้ โดยให้เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีกับประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปหารือร่วมกัน ทางรัฐบาลได้วางแนวทางโดยตั้ง 5 คำถามสำคัญที่ให้นายกฯไปขอคำยืนยันจาก กกต.

นายกฯถกทีม ก.ม.วางแนวหารือ กกต.

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 27 ม.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางมายังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมหารือรัฐมนตรี และฝ่ายกฎหมายรัฐบาล อาทิ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายรัฐบาล และนายอัชพร จารุจินดา ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายรัฐบาล เพื่อพิจารณาแนวทางการหารือ กกต.ถึงข้อเสนอการออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ก่อนที่นายกฯจะหารือกับประธาน กกต.ในวันที่ 28 ม.ค. เวลา 14.00 น. หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต

อุบไต๋ข้อต่อรองรอดูท่าที กกต.

ต่อมาเวลา 16.30 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ เปิดเผยภายหลังหารือกับทีมกฎหมาย ถึงแนวทางข้อหารือกับ กกต.ว่า รัฐบาลยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่ามีแนวทางข้อสรุปไว้อย่างไร เป็นเพียงการรับฟังรายละเอียดข้อกฎหมายในภาพรวมเท่านั้น ส่วนนายกฯ ไม่ได้มีข้อห่วงใยหรือกำชับเรื่องใดเป็นพิเศษ โดยนายกฯให้รอฟังข้อเสนอ กกต.ที่จะเสนอมายังรัฐบาลในวันที่ 28 ม.ค.ก่อน

กังวล ลต.ล่วงหน้าโมฆะหรือไม่

ด้านนายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรมช.เกษตรฯกล่าวว่า รัฐบาลยังไม่ได้เตรียมคำตอบไว้ว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ขอดูข้อเสนอ กกต.ก่อน ขณะที่ฝ่ายกฎหมายรัฐบาลได้ศึกษาข้อกฎหมายต่างๆเตรียมไว้แล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยเวลานี้จนกว่าจะมีการหารือ และการหารือวันที่ 28 ม.ค.จะได้ข้อสรุปเลยหรือไม่ก็ยังไม่แน่ใจ แต่ข้อสรุปต้องเป็นที่ยอมรับทุกฝ่ายด้วย ไม่ใช่แค่รัฐบาลกับ กกต.ตกลงกัน ต้องรวมถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งด้วย เมื่อถามว่า ที่ประชุมนำข้อถกเถียงว่าหากมีการออก พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่จริง การเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ถือเป็นโมฆะ มาหารือด้วยหรือไม่ นายวราเทพกล่าวว่า เป็นข้อหนึ่งที่หยิบยกมาหารือ

ตั้งคำถาม 5 ข้อเคลียร์ กกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการหารือเตรียมแนวทางก่อนที่นายกฯจะไปหารือร่วมกับประธาน กกต.ในวันที่ 28 ม.ค. นั้น นายกฯจะขอความเห็นและคำยืนยันจาก กกต.ในประเด็นหลัก 5 ประเด็น หากต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปตามมติของ กกต.ที่เสนอต่อรัฐบาล คือ 1. ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้วในการจัดการเลือกตั้งเกือบ 2,000 ล้านบาท กกต.พร้อมจะเป็นผู้รับผิดชอบหรือไม่ 2. สตง.พร้อมยอมรับกับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปแล้วหรือไม่ 3. กลุ่ม กปปส.จะยุติการชุมนุมหรือไม่ 4. พรรคประชาธิปัตย์ จะกลับมาลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ และ 5. กกต. หรือผู้ที่เกี่ยวข้องจะให้คำยืนยันได้หรือไม่ว่าหากรัฐบาลตรา พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่แล้ว จะไม่มีข้อกฎหมายใดเอาผิดย้อนหลังกับนายกฯและรัฐบาลในเรื่องนี้อีกเหมือนกับหลายกรณีที่ผ่านมาหรือไม่ ขณะที่นายกฯ กล่าวในที่ประชุมว่า จะยึดหลักกฎหมายเป็นสำคัญ

4 พรรคเล็กจ้องฟ้องแพ่ง–อาญา

ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พรรคการเมืองขนาดเล็กที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.อาทิ พรรคประชาธิปไตยใหม่ก้าวหน้า พรรคไทยรักธรรม พรรคพลังไทยรักชาติ พรรคเพื่อแผ่นดิน เดินทางมายื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรี ผ่าน พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกฯ ขอให้เดินหน้าจัดการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ถ้ามีการเลื่อนไปจะฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและอาญากับ กกต.และนายกฯ

“ธวัช” แบะท่า 2 ก.พ.เดินหน้าลุย

ขณะที่ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการรับหนังสือว่า รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. สิ่งที่นำเสนอไม่ได้เป็นมติของรัฐบาล แต่เป็นสิ่งที่หลายพรรคเสนอ หากดูข้อกฎหมายทั้งหมดไม่มีกฎหมายมาตราใดเปิดโอกาสให้เลื่อนได้ นายกฯยึดตามกฎหมาย ไม่ได้ยึดตามความรู้สึก การที่ศาลรัฐธรรมนูญแนะนำว่า สามารถเลื่อนการเลือกตั้งได้เป็นเพียงการตีความเพียงครึ่งเดียว ไม่ได้พูดหมดทุกอย่าง ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้วินิจฉัยออกมาว่าเลื่อนได้หรือไม่ ประเด็นนี้เหมือนทิ้งปัญหาให้ไปคิดเองทำเอง เมื่อถามย้ำว่า กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลออกมารับผิดชอบผู้ที่เสียชีวิต พล.ต.ต.ธวัช กล่าวว่า การตายที่ผ่านมาไม่เห็นมีใครรับผิดชอบกันเลย

มท.1 ฉะอัปยศ กกต.โยนบาป

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข้อเสนอให้ กกต.หารือกับทุกพรรคการเมืองเรื่องเลื่อนเลือกตั้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อนที่ กกต.จะหารือกับนายกฯ ว่า เท่าที่หารือกับผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยเห็นว่าไม่จำเป็น รัฐบาลเคยเชิญทุกพรรคมาหารือแล้ว มีถึง 41 พรรคร่วมลงนามสนับสนุนเดินหน้าเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.หากเลื่อนเลือกตั้งลิดรอนสิทธิผู้มีสิทธิลงคะแนน 48 ล้านคน หลายพรรคเตรียมฟ้อง กกต.แล้ว ไม่เคยเห็นการจัดการเลือกตั้งครั้งไหนอัปยศเท่าครั้งนี้ ส่วนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารการเลือกตั้ง ระบุได้ทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยแล้ว แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า นายสมชัยอย่าโยนให้กระทรวงมหาดไทยเป็นแพะรับบาป ตรวจสอบไปยังสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.)และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ไม่พบหนังสือของ กกต. สอบถามรองเลขาธิการ กกต.ท่านหนึ่ง ก็ไม่กล้ายืนยันส่งหนังสือมาหรือไม่ ได้สั่งให้ ผวจ.10 จังหวัดที่ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า ชี้แจงว่าให้ความร่วมมือกับ กกต.จังหวัดอย่างไร

“อ๋อย” ดักคอยิ่งขยายความขัดแย้ง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลื่อนเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเห็นว่าอาจจะเลื่อนได้ ถ้าเห็นว่าไม่สงบ มีผลต่อความมั่นคง แต่ไม่ได้บอกว่าต้องเลื่อน ฉะนั้นขึ้นอยู่กับการหารือของนายกฯกับ กกต. นายกฯผู้จะเสนอ พ.ร.ฎ. ต้องดูเหตุผลว่าควรเลื่อนหรือไม่ แต่เท่าที่ดูแล้วพบว่าการเลื่อนเลือกตั้งไม่เกิดประโยชน์อะไร และไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเพราะ กปปส.บอกแล้วว่าเลื่อนเลือกตั้งก็ไม่ยอม ต้องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ถึงแม้เลื่อนไป ปัญหาการยึดสถานที่ราชการ ปิดจราจร ขวางการเลือกตั้งยังจะมีต่อไป ความเสียหายก็มากขึ้น นอกจากเสี่ยงเกิดสุญญากาศแล้วยังเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงนอกระบบตามมา

กกต.ต้องขอกำลังทหารคุ้มครอง

นายจาตุรนต์กล่าวว่า การเลือกตั้งล่วงหน้าพบว่าปัญหาไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่คาดคนขัดขวางไม่มาก ลงคะแนนเลือกตั้งได้ 1.5 ล้านคน ลงไม่ได้ 4.4 แสนคน ส่วนหนึ่งที่เกิดปัญหาเพราะ กกต.ไม่หาทางระงับยับยั้ง ไม่มีเจ้าหน้าที่มาดูแลหน่วยเลือกตั้งหลายแห่งสมยอมให้หยุดลงคะแนน การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เราสรุปบทเรียนจากตรงนี้ได้ โดย กกต.ควรขอเจ้าหน้าที่มาคุ้มครองหน่วยเลือกตั้ง ระหว่างนี้ก็ ดำเนินคดีกับผู้ขัดขวางอย่างจริงจังจะทำให้คนขัดขวางน้อยลง ตนเห็นด้วยที่ให้ทหารออกมา แต่เป็นการออกมาช่วยคุ้มครองหน่วยเลือกตั้ง โดยไม่ต้องใช้อาวุธ เพียงแต่ใช้กำลังจำนวนมากๆ ป้องกันการกระทบกระทั่ง เพราะ กปปส.เองมีท่าทีที่ดีต่อทหาร ตรงนี้จะเป็นข้อดีว่าไม่มีความจำเป็นต้องยึดอำนาจ ด้วยข้ออ้างเกิดความรุนแรง

ศรส.ประณามละเมิดสิทธิ ปชช.

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย (ศรส.) แถลงกรณีกลุ่ม กปปส.ปิดหน่วยลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ในพื้นที่ กทม.และ 10 จังหวัดภาคใต้ว่า ถือเป็นวิธีการที่ล่วงละเมิดไม่เคารพสิทธิประชาชน สมควรถูกประณาม ล่าสุดนางเจน ซากี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ออกแถลงการณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า สหรัฐอเมริการู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อความพยายามคัดค้านการเลือกตั้งในไทย รวมทั้งเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง แต่สหรัฐอเมริกาไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ตนเชื่อว่าประเทศอื่นๆในอาเซียน เป็นห่วงความขัดแย้งในไทย และการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา  ได้เห็นแล้วว่าประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนระบอบประชาธิปไตย

สวน กกต.ขอกำลังเหมือนเหตุปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายสุรพงษ์เป็นประธานการประชุม ศรส.ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า มีคำถามว่าทำไมตำรวจ ทหาร ไม่ดูแลเขตเลือกตั้ง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม  และนายวิบูลย์  สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ชี้แจงแล้วว่า กกต.ไม่ได้ขอกำลังดูแลพิเศษ แต่ขอมาปกติเหมือนไม่มีเหตุการณ์วุ่นวาย กกต.จึงเตรียมขอกำลังเพิ่มเติม เท่าที่ดู ไม่ได้ยุ่งยากเกินกว่าจะดูแล

พท.ทำหนังสือฟ้องชาติมหาอำนาจ

ช่วงเที่ยงที่พรรคเพื่อไทย นายนพดล ปัทมะ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์ปิดกั้นขัดขวางไม่ให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างร้ายแรง ถือเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญและละเมิดปฏิญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทยและอดีต รมว.ต่างประเทศ จะทำหนังสือไปยังประเทศในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่มีที่นั่งถาวร ประกอบด้วย สาธารณรัฐประชาชนจีน สหรัฐอเมริกา รัสเซีย ฝรั่งเศส และอังกฤษ และจะส่งถึงนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ รวมถึงคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ต้องรับผิดชอบ และขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาขอโทษคนไทยที่ปล่อยให้แกนนำและสมาชิกพรรคออกมาขัดขวางการเลือกตั้ง

มติ พท.ยืนกรานไม่เลื่อนกาบัตร

นายนพดลกล่าวอีกว่า ท่าทีของพรรคและรัฐบาลเป็นไปในแนวทางเดียวกันคือ ไม่มีกฎหมายใดๆ ที่รองรับและอนุญาตให้เลื่อนวันเลือกตั้งได้ ขณะที่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไม่ชัดเจนว่าเป็นการให้ความเห็นหรือเป็นคำสั่ง ทำให้ไม่มั่นใจ ถ้าเลื่อนจริงจะถูกตัดสินว่าผิดอีกหรือไม่ พรรคเพื่อไทยมีจุดยืนเป็นมติพรรคที่จะไม่เลื่อนเลือกตั้ง และไม่มีความคิดจะเลื่อน เราไม่สามารถฝ่าฝืนกฎหมายได้ เมื่อถามอีกว่าหากเกิดความรุนแรงในวันเลือกตั้ง 2 ก.พ.ใครต้องรับผิดชอบ นายนพดลตอบว่า นายสุเทพต้องเป็นคนรับผิดชอบ เราจะไม่ยอมให้นักเลงโตมาบีบบังคับให้เราทำผิดกฎหมาย ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์สื่อประเทศจีน สั่ง น.ส. ยิ่งลักษณ์ให้เลื่อนการเลือกตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณยืนยันกับตนแล้วว่าไม่เป็นความจริง เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของรัฐบาล

ลูกหาบแจ้งความ ผอ.เขต–กปปส.

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวถึงการแจ้งความดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง และกลุ่มผู้ชุมนุมที่ขัดขวางการเลือกตั้ง โดยนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้หารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ได้ข้อสรุปว่าจะให้ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ขัดขวางการเลือกตั้งแยกเป็น 2 กลุ่มคือ 1.กลุ่มเจ้าหน้าที่ อาทิ ผอ.เลือกตั้งประจำเขต ผู้อำนวยการเขต และเจ้าหน้าที่ กกต.กทม. เพราะไม่มีความพยายามในการจัดการเลือกตั้ง บางพื้นที่มีผู้ชุมนุมเพียงไม่กี่สิบคน กลับประกาศไม่ให้มีการเลือกตั้ง โดยจะแจ้งความเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ 2. กลุ่มผู้ชุมนุมที่ไปขัดขวางการเลือกตั้ง พบว่าเป็นคนในพื้นที่แค่ 40% ส่วนที่เหลือเป็นคนนอกพื้นที่ จะไปแจ้งความเอาผิดข้อหาผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 กรณีข่มขืนใจผู้อื่นไม่ให้กระทำการใดๆ

ปชป.เตือนดึงดัน ลต.บนกองเลือด

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ขอแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของนายสุทิน ธราทิน แกนนํากองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ที่ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ไม่มีหลักประกันจะไม่เกิดเหตุรุนแรงขึ้น รัฐบาลยังมุ่งจะเลือกตั้งให้ได้เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองทั้งที่ไม่ควร เพราะจะเป็นการเลือกตั้งเลือดบนความตายของประชาชนไม่รู้อีกกี่ศพ และเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความจริงใจร่วมหารือกับประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 28 ม.ค.ด้วยตัวเอง ไม่ควรมอบให้ผู้อื่นไปทางออกขณะนี้คือการจัดให้การเลือกตั้งใหม่ ไม่ใช่เลื่อนการเลือกตั้ง แต่หากรัฐบาลยังเดินไปสู่การเลือกตั้งเชื่อว่าจะเกิดความรุนแรง โดยเฉพาะการปะทะกันของประชาชนใน กทม. และภาคใต้ รวมทั้งไม่สามารถนับคะแนนได้ ไม่สามารถประกาศผลประกาศเลือกตั้งได้ และต้องมีการร้องเรียนให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะหลายกรณี

“มาร์ค” เหน็บ “ปู” เลิกยึดติด 2 ก.พ.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่าเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อวันที่ 26 ม.ค. กกต.และหลายฝ่ายเตือนมาตลอด แต่เมื่อรัฐบาลไม่ขยับและเดินหน้าต่อ ปัญหาจะสะสมเรื่อยๆ นายกฯ ต้องรับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้น การนัดพิจารณาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญควรมีข้อยุติ ถ้าเห็นตรงกันต้องหาทางออกก็ต้องไม่ยึดติดวันที่ 2 ก.พ. และรับหลักการคิดทางออกให้ทุกฝ่ายมาพูดคุยกัน ขอแนะนำว่ารัฐบาลไม่ควรเป็นเจ้าภาพ หรือรัฐบาลตัดสินใจเลยว่าไม่เลื่อนการเลือกตั้งก็ต้องรับผิดชอบกับการตัดสินใจ ทั้งนี้หากนายกฯ มอบหมายให้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ ไปหารือกับ กกต.แทนก็ไม่มีประโยชน์ เพราะคนที่รักษาการตาม พ.ร.ฎ.คือนายกฯ ถ้าจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปแล้วไม่คิดแก้ปัญหาก็อย่าอยู่ต่อไปดีกว่า

ขู่ไม่เลื่อนถูกฟ้องข้อหาหนัก

เมื่อถามว่านายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ระบุว่ารัฐบาลจะเดินหน้าเลือกตั้งต่อไป นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า  คนอื่นพยายามคิดแก้ไขปัญหา แต่รัฐบาลยังเดินหน้าจะมีความเสี่ยง และหากไม่เลื่อนจะมีปัญหาข้อกฎหมาย เพราะ กกต.รายงานชัดเจนว่าการเลือกตั้งจะไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และผู้แก้ไขได้คือรัฐบาล แต่ไม่แก้ไขปัญหาทำให้มองได้ว่ารัฐบาลจงใจฝ่าฝืนให้เกิดเงื่อนไขที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้การที่นายกฯ ระบุว่าอยู่ต่อไปในขณะนี้เพื่อรักษาประชาธิปไตยต้องมีการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม วันนี้จึงมีคำถามว่าจะอยู่ต่อไปเพื่ออะไร หรืออยู่เพื่อเป็นเงื่อนไขความขัดแย้ง นอกจากนี้นายกฯ ต้องตัดสินใจว่าจะ ดำเนินการอย่างไรกับการที่พรรคการเมืองขนาดเล็กรวมตัวเรียกร้องให้เดินหน้าเลือกตั้ง แต่หากอ้างว่าเลื่อนการเลือกตั้งแล้วจะถูกฟ้องก็ต้องบอกว่าหากไม่เลื่อนจะถูกฟ้องด้วยข้อหาที่หนักกว่า

บี้ฝ่ายมั่นคงรวบเขมรจุ้นในไทย

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ส่วนการที่เจ้าหน้าที่จับกุมชาวกัมพูชาได้ 22 คน ที่เขตบึงกุ่ม เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ถือว่าเอาคนเขมรมาเกี่ยวข้องกับการเมืองไทย เอามาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อจะรักษาอำนาจข่มขู่คนอื่น และจะใช้ความรุนแรงกระทบต่อความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยด้วย เป็นสิ่งที่คนยอมรับไม่ได้ ฝ่ายความมั่นคงคงทราบเรื่องนี้อยู่แล้วและพยายามจะปรามก็ควรดำเนินการได้แล้ว ไม่ควรปล่อยทิ้งไป เรื่องดังกล่าวเกินคำบรรยายจริงๆ เหตุใด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบบริหารประเทศไทย ต้องบริหารเพื่อประชาชนไทยและประเทศไทย จะทำถึงขนาดนี้หรือปล่อยให้ทำถึงขนาดนี้

สหรัฐฯอึ้งขวางกาบัตรขัด ปชต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ม.ค. นาง Jen Psaki โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาแถลงว่า สหรัฐอเมริการู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อความพยายามคัดค้านการลงคะแนนเสียงและขัดขวางการเลือกตั้งในประเทศไทย รวมทั้งเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองครั้งล่าสุด สหรัฐฯไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในความขัดแย้งทางการเมืองนี้ และยังคงให้การสนับสนุนการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างเสรี และสิทธิในการประท้วงอย่างสันติ แต่การกีดกันประชาชนไม่ให้สามารถลงคะแนนเสียงนับว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย อย่างไรก็ตามสหรัฐฯขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยับยั้งการใช้ความรุนแรง อดทนอดกลั้นและยึดมั่นในการเจรจาอย่างจริงใจ เพื่อแก้ไขความแตกต่างทางการเมืองอย่างสันติและเป็นประชาธิปไตย

สื่อ ตปท.มองไทยถึงขั้นแยก ปท.

วันเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างคำสัมภาษณ์นายพอล แชมเบอร์ส ผอ.สถาบันวิจัยกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถึงสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยยาวนานกว่า 8 ปี ระบุเมืองไทยอาจจำเป็นต้องจัดตั้งระบบการปกครองแบบกระจายอำนาจจากศูนย์กลางให้แต่ละภูมิภาคได้ดำเนินนโยบายต่างๆด้วยตัวเอง ภายใต้รูปแบบหนึ่งประเทศ สองประชาธิปไตย แต่ยังอยู่ภายใต้ราชอาณาจักรไทย เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง 2 ฝ่ายทางการเมือง รุนแรงขึ้นเรื่อยๆโดยเห็นภาพสะท้อนชัดเจนลักษณะตาต่อตา ฟันต่อฟัน จากเหตุมีผู้เสียชีวิตในวันเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ ยิ่งดูเหมือนอันตรายเข้าใกล้สภาพสงครามกลางเมืองเข้าไปทุกทีหรืออาจเกิดเหตุปะทะระหว่างตำรวจกับทหารได้ในอนาคตอันใกล้ ทำให้ทุกฝ่ายต่างพยายามหลีกเลี่ยงสภาวะสงครามกลางเมือง ซึ่งนำไปสู่การทำปฏิวัติยึดอำนาจโดยกองทัพ

กกต.ถกแนวหารือเลื่อนเข้าคูหา

เมื่อเวลา 11.45 น. ที่ตึกโดมบริหาร ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กกต. ว่า กกต. จะหารือกับที่ปรึกษากฎหมายเพื่อหารือการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ก่อนจะพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีในวันที่ 28 ม.ค. เมื่อยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ยังคงมีอยู่ พื้นที่ใดสถานการณ์ปกติก็จัดการเลือกตั้งไป ส่วนพื้นที่ไม่ปกติ กกต.พยายามจะขอให้กำลังพลในกองทัพมาช่วยเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) แต่ติดที่กำลังพลกองทัพในเขตเลือกตั้งไม่ได้เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ กปน.ที่ยังขาดอยู่ในภาคใต้ 5 หมื่นคน ยังไม่มีหลักประกันว่า กปน.ที่เหลือจะเปลี่ยนใจทำหน้าที่ในวันที่ 2 ก.พ.หรือไม่ และ กทม.ขาด กปน. 6 พันคน กกต.พยายามจะใช้เครือข่ายนักศึกษามาเป็นกรรมการประจำหน่วย

คนเหนือแชมป์ ลต.ล่วงหน้า

นายภุชงค์กล่าวว่า สำหรับจำนวนผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิจำนวน 55,243 คน แต่มีผู้มาใช้สิทธิลงคะแนน 38,093 คน คิดเป็นร้อยละ 68.96 โดยภาคเหนือมีผู้ใช้สิทธิ 10,481 คน คิดเป็นร้อยละ 81.18 ภาคตะวันออก 3,900 คน ร้อยละ 77.57 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16,340 คน ร้อยละ 72.70 ภาคใต้ 1,315 คน ร้อยละ 53.85 และภาคกลางและปริมณฑล 6,057 คน ร้อยละ 48.90 ส่วนสถานที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้งทั้งหมด 548 แห่ง เปิดให้ลงคะแนน 437 แห่ง งดลงคะแนน 111 แห่ง ขณะที่สถานที่เลือกตั้งนอกเขต 152 แห่ง เปิดลงคะแนน 88 แห่ง งดลงคะแนน 64 แห่ง

คุยนอกรอบ 8 พรรคการเมือง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวก่อนการประชุม กกต.ว่า ประมาณ 18.00 น. กกต.นัดหมายหัวหน้าพรรค การเมืองประมาณ 8 พรรคที่มีเสียงในสภาฯรวมถึงพรรคประชาธิปัตย์มาพูดคุยว่ามีความเห็นร่วมกันว่าอย่างไร เพื่อนำไปเป็นเหตุผลประกอบการพูดคุยกับนายกฯวันที่ 28 ม.ค. ที่ไม่เชิญพรรคการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้มาหารือด้วยเป็นคนละจังหวะ ต้องค่อยๆคุยไป หากการหารือระหว่าง กกต.กับนายกฯเห็นต่างกัน กกต.ก็จะเดินหน้าจัดการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ต่อไป ไม่มีปัญหา แต่ผลเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ทั้งความสงบเรียบร้อย และการนำผลการเลือกตั้งไปเปิดประชุมสภาฯ ไม่สามารถคาดการณ์ได้ รัฐบาลต้องรับผิดชอบการตัดสินใจ ความไม่สงบในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมาน่าเสียใจ แต่ยังไม่กระจายกว้างขวาง หากมุ่งจัดการเลือกตั้งให้สำเร็จโดยไม่สนใจความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น น่าจะเกิดภาพจลาจลมากกว่าวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา

“มาร์ค” ดอดร่วมวงโดนเสื้อแดงไล่

ต่อมาเวลา 17.35 น. บรรดาหัวหน้าพรรคการ เมือง อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ตัวแทนพรรคเพื่อไทย นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เดินทางเข้าหารือกับ กกต. ขณะเดียวกัน มีตัวแทนพรรคการเมืองพรรคเล็กที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. นำรถติดเครื่องขยายเสียงมากล่าวโจมตี กกต.ที่ไม่เชิญเข้าหารือครั้งนี้ ซึ่งทันทีที่นายอภิสิทธิ์เดินทางมาถึง มีกลุ่มเสื้อแดง จ.ปทุมธานี สวมเสื้อสีขาว ประมาณ 10 คน มาชูป้ายคัดค้านการเลื่อนการเลือกตั้ง พร้อมตะโกนด่านายอภิสิทธิ์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย จากนั้นมีกลุ่มนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโดยนายศรันย์ ฉุยฉาย หรือ “อั้ม เนโกะ” มายืนชูป้ายเดินหน้าเลือกตั้ง 2 ก.พ.และปฏิรูปประเทศ โดยมีมวลชนพยายามบุกขึ้นไปบนตึกโดมบริหาร มธ.ศูนย์รังสิต ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ มธ.ศูนย์รังสิต รีบปิดประตูเหล็กทางขึ้นลงตึกเกือบทั้งหมด เหลือทางขึ้นลงทางเดียว พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยดูแลความปลอดภัย

อ้างเสียงส่วนใหญ่เห็นพ้อง กกต.

กระทั่งเวลา 21.00 น. นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต. ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ เปิดเผยถึงการหารือ ว่า การประชุมยังไม่ได้ข้อยุติ แต่เสียงส่วนใหญ่มีความเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับ กกต. แต่ละพรรคเข้าใจการจัดการเลือกตั้งมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้สำเร็จได้ กกต.จะนำความคิดเห็นจากหัวหน้าพรรคการเมืองเหล่านี้ ไปประกอบในการหารือร่วมกับนายกฯในวันที่ 28 ม.ค. หากได้ข้อสรุปว่าจะเลื่อนการเลือกตั้งก็จะพิจารณาว่าจะกำหนดระยะเวลาเท่าใดถึงจะเหมาะสม และไม่มีความกังวลใดๆว่าจะได้ข้อยุติหรือไม่ เพราะจะพูดในหลักเหตุและผล

“ศุภชัย” โยนเผือกร้อนรอ “ปู” เคาะ

ด้านนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. เปิดเผยว่า แต่ละพรรคมีความคิดเห็นแตกต่างกันไปทั้งควรจะเลื่อนและให้จัดการเลือกตั้งต่อไป ส่วนการหารือกับนายกฯในวันที่ 28 ม.ค. ตนจะนำข้อหารือต่างๆ ที่ได้ไปประกอบการหารือด้วย แต่เบื้องต้น กกต. ก็มีแนวทางในการหารือกับนายกฯอยู่แล้ว จะได้ข้อสรุปหรือไม่อยู่ที่นายกฯว่าจะได้ข้อยุติทันก่อนวันที่ 2 ก.พ.หรือไม่ กกต.ยังยึดเจตนารมณ์ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรมตามกฎหมายบัญญัติไว้

กวีซีไรต์โร่ฟ้อง กกต.เขตคลองสาน

วันเดียวกัน นายซะการีย์ยา อมตยา นักเขียนกวีซีไรต์ ปี 2553 เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ได้ไปแจ้งความที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา คลองสาน เนื่องจากมีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ได้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าที่เขตคลองสานไว้ เป็นครั้งแรกที่ตั้งใจไปเลือกตั้ง ทั้งที่ชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยไปเลือกตั้ง โดยอยากเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเสียงประชาชน อยากเปลี่ยนแปลง อยากปฏิรูป อยากยืนยันสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมือง แต่เจ้าหน้าที่ กกต.เขตคลองสานไม่จัดให้มีการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างปกติ ปิดคูหาก่อนเวลา 15.00 น. อ้างว่าผู้ชุมนุม กปปส.มาปิด ซึ่งเหตุการณ์ไม่ได้รุนแรงแต่อย่างใด จึงเห็นว่าเจ้าหน้าที่ กกต.เขตคลองสานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ม.157 ทั้งนี้จะไปแจ้งความต่อเพื่อขอเพิ่มข้อกล่าวหาว่าการที่เจ้าหน้าที่ปิดหน่วยลงคะแนนเป็นการ “จงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่” เป็นความผิดตามมาตรา 20 ประกอบกับมาตรา 137 ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯ พ.ศ.2550 ด้วย อยากเรียกร้องให้ทุกคนที่มีสิทธิเลือกตั้งปกป้องสิทธิตัวเอง ด้วยการแจ้งความฟ้องร้องต่อ กกต.เขตของตัวเอง

ป.ป.ช.จ่อตั้งอนุ ก.ก.ถอด “ปู” อีกคดี

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตโครงการจำนำข้าว กล่าวว่า คณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.ได้ทำหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาให้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวก รวม 15 คน ทราบเรียบร้อยแล้ว และวันที่ 27 ม.ค.คณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.ประชุมวางแนวทางการไต่สวน ส่วนการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) กรณีเพิกเฉยต่อความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว วันที่ 28 ม.ค.คณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.จะเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ เพื่อขอตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีละเว้นปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะยื่นถอดถอนมา โดยใช้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่เป็นองค์คณะไต่สวน ทำงานควบคู่ไปกับการไต่สวนคดีอาญาที่ ป.ป.ช.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปก่อนหน้านี้

เร่งเครื่องสอบไม่ถึง 2 เดือน

นายวิชากล่าวว่า การตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน การถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์จะทำงานได้รวดเร็วกว่าในคดีอาญา จะพิจารณาได้เร็วคล้ายกับการถอดถอน ส.ส.-ส.ว. 308 คน กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ เมื่อถามว่า จะใช้เวลาถึง 1-2 เดือนหรือไม่ นายวิชาตอบว่า คงไม่ถึง คิดว่าไม่ถึง

28 ม.ค. 2557 07:30 28 ม.ค. 2557 07:30 ไทยรัฐ