วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เฉลิม' ขู่จัดจู่โจม ไล่จับหมด พวกยึดที่ราชการ

ยันผิดฉุกเฉิน-ไม่เกี่ยวม็อบ ‘เทือก’ปิดเจรจา-ไม่คืนพื้นที่ จ่อล้อมศรส.อ้างศูนย์เถื่อน!

“สุเทพ เทือกสุบรรณ” เลขาธิการ กปปส. ปัดไม่เจรจากับ ศรส.ขอคืนพื้นที่สถานที่ราชการ พร้อมเรียกร้องมวลมหาประชาชนเดินหน้าปิดกรุงเทพฯอย่างต่อเนื่อง จวกยับ ศรส.เป็นแค่ศูนย์เถื่อน ไม่มีอำนาจทางกฎหมายสั่งการใดๆก่อนให้เวลาเพียง 1 วันเร่งปิดศูนย์ ลั่นหากขืนยังตั้งอยู่จะยกกำลังไปช่วยปิด ขณะที่ “เฉลิม อยู่บำรุง” ฮึดใช้อำนาจ ผอ.ศรส. เตรียมส่งหน่วยจู่โจมเข้าจับกุมแกนนำ กปปส.  ภายใน 72 ชั่วโมงหากไม่ถอนตัวหรือดื้อรั้นลองดี เผยเตรียม 7 ชุดเคลื่อนที่เร็วอุ้มขึ้นรถตำรวจส่งขัง ตชด.คลอง 6 และอีก 5 พื้นที่ “ธาริต เพ็งดิษฐ์” ประกาศเตือนภาคเอกชน 30 แห่ง หนุนหลังม็อบ กปปส.ระวังเจอคุก “พุทธอิสระ” มีเงื่อนไขยอมเปิดกรมการกงสุลให้ประชาชนเข้าพื้นที่ ผบ.ตร.เต้นสั่งเร่งคดีลอบยิง “สุทิน” แกนนำ กปท.

สถานการณ์การเมืองเริ่มทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ภายหลังนายสุทิน ธราทิน แกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ หรือ กปท.ถูกลอบยิงเสียชีวิตระหว่างนำมวลชนไปคัดค้านการเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้วนั้น ล่าสุด ผอ.ศรส.จัดหน่วยจู่โจมเตรียมจับแกนนำผู้ชุมนุม กปปส.ที่ปิดหน่วยงานราชการภายใน 72 ชั่วโมง

“อดุลย์” ตั้งทีมเร่งคดียิง “สุทิน”

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.มีหนังสือสั่งการให้เร่งรัดสืบสวนและจับกุมผู้กระทำผิดจากเหตุการณ์ปะทะที่วัดศรีเอี่ยม เขตบางนา จนเป็นเหตุให้นายสุทิน ธราทิน แกนนำ กปท.ถูกยิงเสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บหลายคนซึ่งเป็นคดีสำคัญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และเพื่อให้ การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงกำชับให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.ไปควบคุมกำกับเร่งรัดการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบ และจับกุมผู้กระทำผิดให้ได้โดยเร็ว รวมถึงให้จเรตำรวจตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้รับผิดชอบทั้งในระดับ สน.และ บก.

ตร.ยันต้องหามือปืนให้ได้

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้เรียกประชุมพนักงานสืบสวนสอบสวนของ บช.น.ให้เร่งสอบสวนปากคำพยานบุคคลที่รู้เห็น โดยจะสอบสวนอย่างตรงไปตรงมาและหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ส่วนการสืบสวน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ได้มอบหมายให้ บก.สส.บช.น.และ กก.สส.บก.น.5 ไปตรวจสอบกลุ่มคนที่มาก่อเหตุเพื่อตรวจพิสูจน์ยืนยันเส้นทาง เบื้องต้นได้รับรายงานว่ากลุ่มคนร้ายมาจากถนนศรีนครินทร์ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามาจากจุดใดต้องรอผลการตรวจกล้องซีซีทีวี และผลการชันสูตรพลิกศพ เพื่อให้ทราบถึงทิศทางของกระสุนปืน เพื่อนำมาประกอบกับคลิปภาพยืนยันลำดับเหตุการณ์ จุดที่เกิดเหตุเพื่อเป็นแนวทางการติดตามจับกุมคนร้าย และอยากชี้แจงว่ารถกระบะที่ปรากฏในคลิปกับที่ยึดได้เป็นคนละคันกัน

เชื่อคนร้ายใช้ 11 มม. ยิง “สุทิน”

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต. ชยุต ธรทวีรัชต์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ ผบก.น.5 บก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.5 และฝ่ายสืบสวน สน.บางนา ร่วมประชุมคลี่คลายคดีคนร้ายยิงนายสุทิน ธราทิน แกนนำ กปท.เสียชีวิตบริเวณวัดศรีเอี่ยม ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ โดย พล.ต.ต.ชยุต กล่าวว่า ได้สอบปากคำผู้บาดเจ็บว่าใครอยู่ที่ไหน และเหตุการณ์เป็นอย่างไร จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอก กระสุนปืนคาดว่าขนาด 11 มม. โดยไม่พบหัวกระสุน ส่วนภาพเหตุการณ์ที่มีการเผยแพร่รวมทั้งกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ ขณะนี้ระบุสาเหตุยังไม่ได้ต้องให้ฝ่ายสืบสวนและฝ่ายสอบสวนตรวจพิสูจน์รายละเอียดทั้งหมดก่อน

รวมคลิป–วงจรปิดหามือปืน

พล.ต.ต.ฐิติราชกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบ รวมภาพกล้องวงจรปิด และคลิปต่างๆจากที่เกิดเหตุมาตรวจสอบว่า รถที่ใช้ในขบวนมีกี่คัน รถกระบะที่ถูกทุบเป็นของกลุ่มใด รถยนต์ของ กปปส. คนตายยืนอยู่ในจุดใด ขณะนี้ยังไม่ชัดเจน ส่วนสาเหตุมาจากข้อขัดแย้ง 2 กลุ่มที่ทะเลาะวิวาทกัน ขณะนี้ให้ตรวจกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบวิถีกระสุนว่า คนตายอยู่รถคันไหน ยืนตำแหน่งไหน ขณะถูกยิงเป็นอย่างไรและต้องจำลองเหตุการณ์ว่าคนที่ยิงมาจากตำแหน่งไหนเพื่อบีบและวางกรอบให้แคบลง

ตร.ยังสอบสวนผู้บาดเจ็บไม่ได้

พ.ต.ท.อาชวิน บุญธรรมเจริญ พงส.ผนพ. (หน.) สน.บางนา กล่าวถึงกรณีนายสุทิน ธาราทิน แกนนำ กปท. ถูกยิงเสียชีวิต ขณะเคลื่อนขบวนกลับหลังจากการขัดขวางการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในพื้นที่เขตบางนาว่า หลังเกิดเหตุได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุทันที เพื่อนำมาปะติดปะต่อเรื่องราว โดยไปสอบสวนผู้บาดเจ็บจากเหตุดังกล่าวที่ รพ.วิภาราม แต่แพทย์ยังไม่ให้สอบปากคำ เนื่องจากอยู่ระหว่างการผ่าตัด อย่างไรก็ตามจากนี้จะสอบปากคำพยานแวดล้อมที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อรวบรวมหลักฐานต่อไป ส่วนศพของนายสุทิน ญาติมารับส่งต่อไปสถาบันนิติเวชฯ รพ.รามาธิบดี

เมีย “สุทิน” เผยเตรียมใจไว้แล้ว

เวลา 11.00 น. ที่แผนกนิติเวช สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี น.ส.กนิษฐา ด้วงอินทร์ อายุ 38 ปี ภรรยานายสุทิน พร้อมญาติและผู้ชุมนุม กปท. บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งแพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้ตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม มาร่วมสังเกตการณ์การผ่าชันสูตรศพนายสุทิน ร่วมกับเเพทย์นิติเวช รพ.รามาธิบดีด้วย

น.ส.กนิษฐาเผยว่า ตนและนายสุทินมีความคิดเห็นทางการเมืองไปในทิศทางเดียวกัน แต่ไม่ค่อยเห็นด้วยที่สามีออกไปเป็นแกนนำเพราะสถานการณ์รุนแรงมากขึ้น จุดเสี่ยงคือแกนนำมากกว่าผู้ชุมนุม แต่ก็เคารพในการตัดสินใจของนายสุทินเพราะมีภาวะผู้นำสูง ยอมรับว่าตนเตรียมใจและทำใจไว้แล้วตั้งแต่ที่นายสุทินก้าวขาออกจากบ้าน เพียงแต่ภาวนาว่าอย่าให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงใดๆ

เสียใจมากขาดผู้นำครอบครัว

น.ส.กนิษฐากล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ก่อนเกิดเหตุเวลา 11.00-12.00 น. น้องลูกแก้วอ่านหนังสือนิทาน 2 เล่มให้ตนฟัง พร้อมบอกจะอ่านให้พ่อฟังด้วยถ้าปะป๋ากลับมา อยู่ๆช่วง 4 โมงเย็นที่รู้ข่าวรู้สึกแย่มากเสียใจมาก เพราะเรามีกันอยู่ 3 คน พ่อ แม่ ลูก พอขาดเขาไปเหลือเรากับลูกและตอนนี้ลูกก็ยังไม่รู้ว่าพ่อไม่อยู่แล้ว รู้แค่ว่าพ่ออยู่ที่ รพ. เราก็บอกว่าจะไปส่งพ่อให้ไปอยู่กับตากับยาย เขาก็ยังไม่รู้ว่าหมายความว่ายังไง หลังจากเกิดเหตุการณ์รู้สึกเหมือนขาดผู้นำครอบครัว ส่วนเรื่องเงินช่วยเหลือและเยียวยาที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวตนจะให้ญาติเป็นผู้ดำเนินการ

หมอพรทิพย์ร่วมพิสูจน์ศพ “สุทิน”

นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้ตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำ กปปส. ร่วมแถลงข่าวกรณีการเสียชีวิตของนายสุทิน ที่ชั้น 5 รพ.รามาธิบดี โดยแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า ผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บถูกยิงจากทั้ง 2 ด้านของรถ และจากการชันสูตรศพนายสุทิน เบื้องต้นไม่พบหัวกระสุนฝังในร่างกายเป็นลักษณะกระสุนเข้าและออก 4 จุด บาดแผลที่พบเป็นบริเวณด้านหน้ารักแร้ข้างขวา และทะลุแผ่นหลังด้านซ้ายเป็น 2 จุดและบริเวณคอด้านขวา ทะลุเหนือกกหูด้านซ้าย 2 จุด เป็นจุดที่ตัดเส้นเลือด คาดว่าจะเป็นจุดที่ทำให้เสียชีวิต ทั้งนี้ ยังไม่สามารถระบุได้ว่านายสุทินถูกยิงจากกระสุนชนิดใดและกี่นัด

ศรส.ลั่น 3 ก.พ.เปิดส่วนราชการได้

เมื่อเวลา 10.30 น.  ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษา ศรส.เป็นประธานการประชุมโดยมีนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช.นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.ผู้แทนจากกองทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงานในฐานะ ผอ.ศรส.เดินทางมาสมทบในภายหลัง

นายธาริตแถลงผลการประชุม ศรส.ว่า ที่ประชุมพิจารณาแนวทางขอเปิดพื้นที่ส่วนราชการ หาก กปปส.ไม่ยอมคืนพื้นที่ ศรส.จะมีมาตรการเป็นขั้นตอน โดยในวันที่ 29 ม.ค. เวลา 14.00 น. จะประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ และทหาร หารือมาตรการเปิดพื้นที่ เชื่อว่าตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.จะสามารถเปิดส่วนราชการได้ทั้งหมด มั่นใจว่า กปปส.จะให้ความร่วมมือ

เตือน 30 เอกชนหนุนหลังม็อบ

นายธาริตกล่าวอีกว่า ศรส.ออกประกาศสำคัญ 4 ฉบับ ได้แก่ 1.การให้ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับ ความเสียหายจากการชุมนุมปิด กทม. ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจได้ทุกแห่ง กองบังคับการตำรวจปราบปราม แล้วนำหลักฐานไปติดต่อคู่ค้า ธนาคาร หรือภาคธุรกิจต่างๆ เพื่อให้ได้รับการผ่อนผัน 2.ขอความร่วมมือภาคเอกชนให้ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เมื่อการชุมนุมยุติ ศรส.จะเสนอรัฐบาลให้ช่วยเหลือภาคธุรกิจเหล่านั้น 3.ศรส.จะส่งหนังสือแจ้งเตือนโดยเร็วที่สุดไปยังภาคธุรกิจเอกชน 30 องค์กร ผู้สนับสนุนรายใหญ่ ให้งดเว้นการให้ความช่วยเหลือทั้งด้านการเงิน ที่พัก ยานพาหนะ และอุปกรณ์ในการชุมนุมแก่ กปปส. ตรวจสอบพบว่าช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีเงินหมุนเวียนในครัวราชดำเนินประมาณ 200 ล้านบาท และ 4.จะขอความร่วมมือสื่องดเว้นการนำเสนอข่าวยั่วยุตามการปลุกระดมของแกนนำกปปส. ประกาศทั้ง 4 ฉบับจะประกาศลงราชกิจจานุเบกษาช่วงเย็นวันที่ 27 ม.ค.

เตรียมสถานที่คุมตัว 16 แกนนำ

นายธาริตกล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังรับทราบผลการดำเนินคดีแกนนำ กปปส.จำนวน 58 คน โดยวันที่ 27 ม.ค. ได้ขอศาลอาญาให้ออกหมายจับความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินกับแกนนำกลุ่มแรกจำนวน 16 คน โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เป็นหลัก คาดว่าช่วงเย็นศาลอาญาจะพิจารณาว่าจะอนุญาตออกหมายจับดังกล่าว ซึ่ง ศรส.ได้เตรียมสถานที่ควบคุมตัวไว้แล้ว และขอชี้แจงว่า ศรส.ไม่เคยมีมติสั่งการให้เรียกดารา นักร้อง ที่ร่วมการชุมนุมมาสอบสวนแต่อย่างใด

รอฟังคำสั่งศาลจับ “สุเทพ” 28 ม.ค.

เวลา 16.00 น. ที่ศาลอาญา หลังจากศาลไต่สวนพยาน 2 ปาก มีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ และ พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ แสงกล้า พนักงานสอบสวน ผู้ชำนาญการพิเศษ สน.พญาไท เกี่ยวกับประเด็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่างๆ ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นการไต่สวน ศาลนัดฟังคำสั่งศาลในการอนุมัติหมายจับนายสุเทพกับพวกอีก 16 คน ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่ในวันที่ 28 ม.ค. ในเวลา 15.00 น.

“เหลิม” ซัด “เทือก” ปลุกคนไปตาย

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส.กล่าวถึงกรณีเหตุปะทะกันจนทำให้นายสุทิน ธราทิน แกนนำ กปท. เสียชีวิตว่า รัฐบาลและตนในฐานะ ศรส.ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น สั่งให้ ผบช.น.ติดตามจับกุมคนร้าย ขอประณามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ที่ปลุกปั่นยุยงให้ประชาชนขัดขวางการเลือกตั้ง ปิดหน้าสำนักงานเขตคุกคามข่มขู่ผู้สุจริตที่จะไปลงคะแนน ถ้านายสุเทพไม่ปลุกระดมก็ไม่มีใครตาย ขอบอกว่า กกต. กปปส. และ กทม. รู้กัน ไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง จะให้ตนกราบม็อบแล้วม็อบกลับบ้านก็จะไป ส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุมไปเขตหนองแขมและชกตำรวจแล้วเอาปืน 11 มม.ไปนั้น ล่าสุดตำรวจออกหมายจับข้อหาปล้นทรัพย์ซึ่งเป็นลูกน้องนายชุมพล จุลใส แกนนำ กปปส.แล้ว

ย้ำมือที่ 3 เตรียมป่วนชุมนุม

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า อย่างไรก็ตามถ้าสถานการณ์ สงบพร้อมจะกราบเรียนนายกฯให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินทันที แต่ขอเตือนประชาชนทั้ง กทม. และต่างจังหวัดที่มาร่วมชุมนุมให้กลับบ้าน นายสุเทพไม่มีวันชนะ ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบประชาธิปไตย ศิลปินเด็กๆลูกหลานอย่าไปหลงเชื่อ ไม่มีใครไปจับหรอกเป็นเพียงแต่เตือนว่าอย่าไปร่วมกับคนคิดไม่ดีกับบ้านเมือง นอกจากนี้ยังมีการข่าวจะมีการก่อเหตุในพื้นที่ชุมนุมจากมือที่ 3 และผู้ชุมนุมก่อเหตุ แล้วมาอ้างว่ารัฐบาลทำทั้งที่ผู้ชุมนุมผิดหวังที่รัฐบาลไม่ใช้ความรุนแรง ไม่สลายการชุมนุม

ตั้งหน่วยจู่โจมจับม็อบปิดที่ราชการ

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวอีกว่า ส่วนใครที่ปิดสถานที่ราชการให้ยกเลิกแล้วกลับไปชุมนุมกับนายสุเทพ เพราะจากนี้ภายใน 72 ชั่วโมง จะส่งหน่วยจู่โจมไปจับกุมให้หมด ไม่ปล่อยให้ละเมิดสิทธิคนอื่น จะชุมนุมด่ารัฐบาลก็ทำไป แต่อย่าปิดกระทรวง ทบวง กรม ภายใน 72 ชั่วโมง ไม่ถอนตัว ดื้อรั้นลองดี ตนจะใช้อำนาจ ผอ.ศรส.จับกุมในความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยืนยันว่าจะจับเพียงคนที่ปิดสถานที่ราชการ สะพานพระราม 8 ขัดขวางการทำงาน ส่งผลให้เดือดร้อน แต่ม็อบอื่นไม่ยุ่งเชิญเลย

เตรียมหิ้วม็อบพ้นสถานที่ราชการ

เวลา 15.10 น. ที่ บช.ปส. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส.ได้ไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลตำรวจ 18 กองร้อย ซึ่งประจำการอยู่ภายใน บช.ปส. โดย ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า มีข่าวม็อบจะบุก บช.ปส. ถ้ามาบุกให้ถอยร่น เราไม่ได้สลายม็อบ แต่ม็อบจะมาสลายตำรวจ เราอยู่ในที่ตั้งสามารถใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จับได้ในความผิดบุกสถานที่ราชการ ตนจะไม่พาตำรวจไปทำผิดหรือสลายการชุมนุม หากเกิดอะไรขึ้นตนจะรับผิดเพียงคนเดียว ขอให้กำลังพลพร้อมทำหน้าที่ไม่ต้องกลัวปปช.ที่ตำรวจถูกคดีในครั้งก่อนจากการสลายม็อบ แต่นี่เราไม่ได้สลาย ทั้งนี้ตนได้ตั้ง 7 ชุดเคลื่อนที่เร็วไปหน่วยงานที่ม็อบยึดแต่ไม่ได้ไปตี จะไปอุ้มขึ้นรถโปลิศส่ง ตชด. คลอง 6 จับตามหมาย ฉ. ส่งขัง 5 พื้นที่ ถ้านายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ถูกจับจะส่งไปขังทุ่งกุลาร้องไห้

“บิ๊กตู่” จี้ ศรส.เพิ่ม รปภ.คุมเข้ม

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงเหตุการณ์ปะทะที่หน้าวัดศรีเอี่ยม เขตบางนา จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เสียใจและเป็นห่วงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนกังวลในการใช้ความรุนแรงต่อกันมาโดยตลอด ผบ.ทบ. ไม่อยากให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในสังคมไทย จากนี้จะประสานไปยัง ศรส.เพื่อพิจารณาปรับเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยตามท้องที่ต่างๆ คงต้องเน้นความเข็มงวดมากขึ้น และไม่อยากให้นำเหตุดังกล่าวมาขยายความขัดแย้ง มิฉะนั้นอาจกระทบการแก้ปัญหาภาพรวมได้

“สุเทพ” ต้องรับผิดชอบชีวิต “สุทิน”

นพ.เหวง โตจิราการ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีการ เสียชีวิตของนายสุทิน ธราทิน แกนนำ กปท.ว่าานายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ต้องรับผิดชอบเรื่องดังกล่าว เพราะนายสุเทพสั่งให้นายสุทินไปปิดหน่วยเลือกตั้ง ตนไม่ขอวิจารณ์เรื่องนี้ เพราะมีการพูดกันมาก พูดกันถึงกระทั่ง คปท.กับกปปส. ยิงกันเอง และเรื่องนี้ไม่เห็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกมาแสดงความเห็นอะไรเลย ดังนั้นก็ควรลาออกไปได้แล้ว

นปช. เลื่อนชุมนุมใหญ่ 31 ม.ค.

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า เหตุผลที่มีกลุ่มคนมาขัดขวางการเลือกตั้งทั้งใน กทม.และภาคใต้ เป็นเพราะ กกต.ไม่พยายามที่จะดำเนินคดีกับคนเหล่านี้ ตั้งแต่ขัดขวางการรับสมัครเลือกตั้ง ทำให้คนกลุ่มเดิมออกมากระทำการซ้ำด้วยการขวางการใช้สิทธิเลือกตั้ง สะท้อนความไม่จริงใจในการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. หากเลื่อนการเลือกตั้ง กปปส.จะเลิกชุมนุมและพรรคประชาธิปัตย์เลิกบอยคอตเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งมีวิธีเดียวเรื่องถึงจบคือ เอานายสุเทพออกไปเสีย ส่วนการนัดหมายแสดงพลังครั้งใหญ่ของ นปช.ทั่วประเทศ ในวันที่ 29 ม.ค.นี้ จะเลื่อนไปเป็นวันที่ 31 ม.ค. ส่วนจะเป็นการเคลื่อนไหวรูปแบบใดจะนัดหมายอีกครั้ง

ปชป.บี้ “ปู” สั่ง ศรส.หยุดบิดเบือน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องต่อ ศรส.ว่า ไม่ควรมีพฤติกรรมเหมือน ศอ.รส. คือ 1.การให้ข้อมูลข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน 2.ไม่ควรมีพฤติกรรมใส่ร้ายป้ายสีผู้ชุมนุม 3.ไม่ควรปล่อยให้มีการข่มขู่คุกคามไม่ว่าทางตรงทางอ้อมต่อผู้ชุมนุม และ 4.ไม่ควรมีพฤติกรรมสร้างสถานการณ์ขยายผลโดยใช้ข้อมูลเลื่อนลอย ทั้งนี้หาก ศรส.มีพฤติกรรมเช่นนี้สถานการณ์จะเลวร้ายลง จึงขอฝากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เข้าไปดูแลให้ ศรส. ให้ข้อมูลที่เป็นจริงตรงไปตรงมาโดยไม่บิดเบือนด้วย

“ถาวร” ยื่นศาลถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

เวลา 09.30 น. ที่ศาลแพ่ง นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.ได้ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ในฐานะรอง ผอ.ศรส. ในข้อหาละเมิด ให้เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงและห้ามใช้กำลังสลายการชุมนุม พร้อมขอศาลไต่สวนฉุกเฉิน ซึ่งศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ 275/2557

นายถาวรกล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ร้ายแรงถึงขั้นต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่รัฐบาลและฝ่ายบริหารประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยมิชอบ เป็นการจำกัดสิทธิของประชาชน ขอให้ศาลแพ่งมีคำสั่งเพิกถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฉบับนี้ และขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินทันที จากนั้นศาลได้ไต่สวนฉุกเฉินนายถาวรที่ห้องพิจารณาคดี 712 ก่อนจะมีคำสั่งในวันที่ 30 ม.ค.นี้

ดีเอสไอขอหมายจับ 16 แกนนำ

เวลา 11.00 น. ที่ศาลอาญา พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ยื่นคำร้องขอศาลอนุมัติหมายจับแกนนำ กปปส.16 รายคือ 1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ 2.นายสาธิต วงศ์หนองเตย 3.นายชุมพล จุลใส 4.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 5.นายอิสสระ สมชัย 6.นายวิทยา แก้วภราดัย 7.นายถาวร เสนเนียม 8.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 9.นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ 10.น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก 11.นายนิติธร ล้ำเหลือ 12.นายอุทัย ยอดมณี 13.เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ 14.พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ 15.นายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี หรือนายอมร อมรรัตนานนท์ และ16.นายกิตติชัย ใสสะอาด ในความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา 11 (1)  ภายหลัง  พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า  เบื้องต้นศาลเรียกนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ขึ้นเบิกความเพื่อไต่สวนกรณีดังกล่าวในช่วงบ่ายเพื่อมีคำสั่งต่อไป

ศรส.ขอคืนพื้นที่แจ้งวัฒนะ

อีกด้านหนึ่งเมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ร.ท.หญิง สุนิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี พล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์ กระทรวงกลาโหม เข้าพบหลวงปู่พุทธอิสระ เพื่อเจรจาขอคืนพื้นที่ในส่วนของสำนัก งานศูนย์ราชการ หลังได้รับมอบหมายจากที่ประชุมศูนย์รักษาความสงบ ให้เร่งเจรจาขอคืนพื้นที่การชุมนุมหลายจุดในกรุงเทพมหานคร โดย พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวว่า วันนี้มาเจรจาหลวงปู่พุทธอิสระขอความเมตตา การปิดศูนย์ราชการมีผลกระทบกับประชาชน และขอให้เปิดพื้นที่จราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ ส่วนช่วงบ่ายจะเจรจาในพื้นที่ส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ โดยประสานไปยังนายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. แต่นายอิสสระ ปฏิเสธจึงต้องยกเลิกไปก่อน

ตะเพิดหมวดเจี๊ยบพ้นวงเจรจา

ส่วนบรรยากาศในการเจรจา หลวงปู่พุทธอิสระ อยู่ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัย ซึ่งระหว่างเจรจาหลวงปู่อิสระ ได้เชิญ ร.ท.หญิงสุณิสาออกจากโต๊ะเจรจาทำให้ ร.ท.หญิงสุณิสาต้องเดินออกพร้อมกับน้ำตา จากนั้นเจ้าหน้าได้ชี้แจงถึงเหตุผลการขอใช้พื้นที่ศูนย์ราชการเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ก่อนที่หลวงปู่พุทธอิสระ ขอพักชั่วคราวเพื่อไปฉันเพลและนัดหารืออีกครั้งเวลา 15.00 น. โดยขอให้มีเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องจริงๆ หากมีบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องจะถือว่าการเจรจาครั้งนี้ไม่ปลอดการเมือง ขณะที่พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวว่า  เบื้องต้นการหารือเป็นไปในที่ดี ซึ่งจะหารือถึงผลกระทบต่อประชาชนที่เกิดขึ้นเริ่มจากกรมการกงสุล

ขณะที่ ร.ท.หญิงสุณิสากล่าวพร้อมน้ำตาหลังจากหลวงปู่พุทธอิสระ เชิญออกจากโต๊ะเจรจาว่า ตนมาทำหน้าที่ดูแลสื่อมวลชนในเมื่อพระพุทธอิสระและผู้ชุมนุมไม่สบายใจ ว่าจะมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องก็รู้สึกเสียใจ และยืนยันว่าไม่มีเจตนาทำให้บรรยากาศเจรจาตึงเครียด นอกจากนี้ในส่วนบรรยากาศขณะเจ้าหน้าที่เดินทางออกจากพื้นที่ กลุ่มชุมนุมได้ออกมาตะโกนโห่ไล่พร้อมด่าทอเจ้าหน้าที่ แต่ไม่มีอะไรรุนแรง

“พุทธอิสระ” ยื่นเงื่อนไขเปิดพื้นที่

ต่อมาเวลา 15.00 น. หลังการเจรจาหลวงปู่พุทธอิสระกล่าวว่า เพื่อประโยชน์และลดความเดือดร้อนของประชาชนที่เข้ามาติดต่อราชการที่กรมการกงสุล ตนยินดีจะเปิดให้เข้าทำงาน แต่ยังมีความกังวลใจในการเคลื่อนไหวของรัฐบาลที่ออกมาสลายการชุมนุมภายใน 72 ชั่วโมง ถ้าหากเปิดให้ก็ต้องมีหลักประกัน 3 ข้อคือ 1.ต้องไม่มีเหตุการณ์ใดๆที่มีผลกระทบกับผู้ชุมนุมไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม 2.กลุ่มผู้ชุมนุมขอใช้สิทธิในการชุมนุมอย่างสันติ อหิงสา และ 3.กำจัดบุคคลที่ไม่หวังดีที่เข้ามาสอดส่อง เล็งเป้าบุคคลในพื้นที่ชุมนุม โดยรับปากอย่างลูกผู้ชายว่า สามารถทำเงื่อนไขตามข้อเรียกร้องได้จริงๆตนก็ไม่มีปัญหา ซึ่งทาง พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่าจะนำเงื่อนไขนี้ไปปรึกษาหาข้อสรุปในเร็วๆนี้

“อิสสระ” ไม่คืนพื้นที่ ม.เกษตรฯ

เวลา 11.00 น. ที่เวทีห้าแยกลาดพร้าว นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. กล่าวว่า หลังจากนายสุทิน ธราทิน แกนนำ กปท.ถูกยิงเสียชีวิต จึงต้องปรับยุทธวิธีเคลื่อนขบวนที่ออกไปทำกิจกรรมจะเสี่ยงอันตราย เนื่องจากรัฐบาลปล่อยให้เสื้อแดงมาดักทำร้ายเพื่อไม่ให้สูญเสียเพิ่มขึ้นจึงต้องป้องกันตัวไว้ก่อน ระยะหลังแกนนำเวทีห้าแยกลาดพร้าวจะสวมหมวกเหล็กทุกครั้ง ที่ออกไปปิดหน่วยงานราชการเพราะการอยู่บนรถปราศรัยนำขบวนจะตกเป็นเป้า การใส่เสื้อเกราะจะไม่ช่วยอะไรถ้าถูกยิงหัว ส่วนกรณี ศรส.จะขอเจรจาขอคืนพื้นที่ หน่วยงานราชการสังกัดกระทรวงเกษตร ในมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ บางเขน ยังไม่มีการเจรจาและยืนยันจะปิดตามเดิมไม่ยอมเปิดพื้นที่แน่นอน ไม่ว่าจะหน่วยงานราชการหรือสถานที่ชุมนุมจะปักหลักชุมนุมไม่ย้ายไปไหน

“สาทิตย์” นัดแกนนำวางแผน รปภ.

ที่เวทีการชุมนุม กปปส.แยกปทุมวัน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. กล่าวว่า แกนนำ กปปส.ทุกเวทีนัดหมายเพื่อร่วมหารือถึงมาตรการในการรักษาความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุมและแกนนำ กปปส. หลังจาก ศรส.ประกาศจะเร่งจัดการกับแกนนำ รวมถึงเหตุลอบยิงนายสุทิน ธาราทิน แกนนำ กปท.ระหว่างนำมวลชนคัดค้านการเลือกตั้งล่วงหน้าที่หน้าวัดศรีเอี่ยม ขอยืนยันว่าจะเคลื่อนไหวเดินหน้าต่อ เบื้องต้นมีเป้าหมายเคลื่อนไหวใหญ่ไปสถานที่ทำงาน ศรส. แต่ขอดูวัน เวลาและความพร้อม ส่วนกรณีที่ ศรส.จะเจรจาขอคืนพื้นที่การชุมนุมนั้น ในส่วนของเวทีปทุมวันยังไม่ได้รับการประสานแต่อย่างใด และยังไม่ได้รับการติดต่อจาก ผบ.เหล่าทัพ หลังจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เรียกร้องให้ส่งทหารมาดูแลเพื่อปกป้องผู้ชุมนุม

“สุเทพ” หยอกสื่อเหน็บ ศรส.

กระทั่งเวลา 11.50 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. มาถึงเวทีปทุมวันเพื่อประชุมแกนนำ กปปส.และตัวแทนกลุ่มพันธมิตรจาก คปท.กปท.และกองทัพธรรมที่หอศิลปวัฒนธรรม ซึ่งก่อนเข้าประชุม นายสุเทพได้ทักทายสื่อมวลชนหลังเวทีด้วยท่าทีอารมณ์ดี โดยกล่าวสัพยอกถึงนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธาน ศรส. ที่ประกาศออกหมายเรียกดารา นักแสดง ที่ขึ้นเวที กปปส.ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ดารา ศิลปิน นักร้องกลับแสดงความเห็นผ่านสื่อออนไลน์ โดยไม่สนใจหมายเรียกดังกล่าว ซึ่งนายสุเทพกล่าวขอชื่นชมความกล้าหาญของเพื่อนดาราศิลปินที่ได้ออกมาแสดงออก ก่อนกล่าวติดตลกกับสื่อมวลชนที่ทำข่าวการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ว่า อีกหน่อยสื่อมวลชนอาจจะถูกศรส.ออกหมายเรียกด้วยก็ได้

จวก ”ยิ่งลักษณ์” หมดความชอบธรรม

ต่อมาเวลา 15.30 น. นายสุเทพ พร้อมนายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. นายอิสสระ สมชัย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ นายสุริยะใส กตศิลา ได้ร่วมแถลงข่าวหลังการหารือ โดยนายสุเทพกล่าวว่า กรณีศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) หรือศูนย์เถื่อนที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศรส.ประกาศขอคืนพื้นที่ส่วนราชการจากผู้ชุมนุมนั้น คณะกรรมการ กปปส.และแกนนำกลุ่มต่างๆได้มีมติเพื่อชี้แจงต่อประชาชนให้เข้าใจคือ 1.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะรัฐมนตรีหมดความชอบธรรมที่จะเป็นรัฐบาลไปแล้ว ทั้งในแง่ทางกฎหมายและทางการเมือง ดังนั้น จึงไม่มีสิทธิ์ ไม่มีอำนาจบริหารจัดการเรื่องใดๆในประเทศ 2.มวลมหาประชาชนมีเจตนารมณ์ร่วมกันปฏิรูปประเทศ เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศให้ปกครองโดยระบอบประชา-ธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การจะทำได้ต้องขจัดระบอบทักษิณให้หมดไปเสียก่อน เพราะระบอบทักษิณไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง ที่ผ่านมาทำให้ทุกคนเห็นแล้วว่าได้ทำลายประเทศไทย โดยการทุจริต ฉ้อฉลและใช้อำนาจตามอำเภอใจไม่ฟังเสียงประชาชน

ปัดไม่เจรจา ศรส.ขอคืนพื้นที่

นายสุเทพกล่าวอีกว่า การที่ ร.ต.อ.เฉลิม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ที่ปรึกษา ศรส.และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ประกาศขอคืนพื้นที่ส่วนราชการเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อใช้กำลังปราบปรามประชาชนตามเวทีต่างๆเท่านั้น คนเหล่านี้ใช้เล่ห์เพทุบายในการพูดจาไม่ใช่การปฏิบัติตรงไปตรงมา ฉะนั้น ทุกเวทีการชุมนุมจะไม่รับเจรจากับกลุ่มบุคคลเหล่านี้โดยเด็ดขาด จึงไม่ต้องเสียเวลาติดต่อมา เราจะดำเนินการตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชนต่อไปคือ การปิดกรุงเทพฯและปิดสถานที่ราชการเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าราชการกลายเป็นเครื่องมือรับใช้ของระบอบทักษิณ

ให้เวลา 1 วันปิดศูนย์เถื่อน-ศรส.

นายสุเทพกล่าวว่า กปปส.ทราบดีเมื่อประกาศออกมาเขาจะใช้ตำรวจมาสลายการชุมนุมในแต่ละเวที จึงขอประกาศให้ทราบว่า เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปสลายเวทีใด พี่น้องมวลมหาประชาชนจากทุกเวทีจะไปช่วยเหลือเวทีนั้นๆ ซึ่งจะไม่เข้าไปต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ แต่จะไปนั่งเป็นเพื่อนยึดมั่นหลักการต่อสู้แบบสันติอหิงสา จึงขอแจ้งไปยัง ร.ต.อ.เฉลิมและนายสุรพงษ์ ให้ยกเลิกศูนย์เถื่อนนี้ทันที เพราะไม่มีอำนาจทางกฎหมายที่จะตั้งศูนย์เพื่อปราบปรามประชาชนและไม่มีอำนาจเจรจาใดๆ การดำรงอยู่ของศูนย์จะสร้างความสับสนให้แก่ประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพราะแท้ที่จริงไม่สามารถรักษาความสงบได้ ดูได้จากเหตุการณ์ใช้อาวุธสังหาร นายสุทิน ธราทิน แกนนำ กปท.โดยศูนย์นี้ไม่ได้ทำอะไรและกล่าวโทษเพียงแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่โดยเราจะให้เวลาอีก 1 วัน หากยังตั้งอยู่เราจะยกกำลังไปปิดศูนย์นี้ด้วยมือของประชาชน

“สาทิตย์” นัดเสริมกำลังมวลชน

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส.กล่าวบนเวทีแยกปทุมวันว่า บทบาทของเวทีปทุมวันจะทำหน้าที่เสริมไปช่วยเพื่อนในเวทีต่างๆโดยจะไปแต่หัวใจกับเท้า และนกหวีด อย่างอื่นไม่ต้องเอาอะไรไป หากเวทีใดถูกเข้าปราบปรามเราจะประกาศขออาสาสมัครในที่ชุมนุมเพื่อไปช่วย ไปเพื่อนั่งร่วมชุมนุมและสวดมนต์ พี่น้องศาสนาอื่นก็ไปได้ไม่ต้องสวดมนต์ ไปนั่งสงบนิ่ง เราจะอดทนสงบนิ่งไม่ตอบโต้ ใช้ความสันติเป็นอาวุธ ไปกันให้มากๆ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐไม่มีสิทธิทำร้ายประชาชนมือเปล่า ถ้าจับไปขังเราจะยอมให้จับทุกคน เพราะไม่มีคุกไหนใหญ่ที่จะขังประชาชนได้หมด เชื่อว่าจะไม่สลายการชุมนุมเวลากลางคืนเพราะผิดกฎหมาย แต่เราต้องเตรียมพร้อมกำลังเสริมไม่ตอบโต้

เวทีลุมพินียันไม่ยอมคืนพื้นที่

ส่วนการชุมนุม กปปส.เวทีแยกศาลาแดงหรือสวนลุมพินี ยังคงปักหลักอย่างคับคั่ง โดยมีการปราศรัยโจมตีคนร้ายยิงนายสุทิน ธราทิน แกนนำ กปท. โดยนายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กปปส.เวทีแยกศาลาแดง กล่าวว่า รัฐบาลต้องรับผิดชอบและปกป้องชีวิตผู้บริสุทธิ์เพื่อไม่ให้พลเมืองเกิดความผวาหวาดกลัว เนื่องจากไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อยากเรียกร้องให้ทหารออกมาตอบโต้กับบุคคลเหล่านี้ เพราะเราไม่สามารถฝากชีวิตไว้กับตำรวจได้แล้ว ส่วนกรณีที่ ศรส.ขอพื้นที่การชุมนุมนั้นไม่มีสิทธิ เพราะเป็นการชุมนุมอย่างสงบปราศจากอาวุธ คิดว่าหากไม่ยอมคืนพื้นที่ต้องใช้ความรุนแรงอย่างแน่นอน ขอยืนยันว่าจะไม่ยอมตามข้อเรียกร้องอย่างเด็ดขาดและ ศรส.อย่าใช้กระบวนการของโจร นำกำลังเข้าปราบปรามประชาชนเด็ดขาด

เผย “สุทิน” เป็นขวัญใจ กปท.

ด้าน นพ.ระวี มาศฉมาดล แกนนำ กปท.กล่าวว่า เหตุการณ์ยิงนายสุทิน ธราทิน เสียชีวิตถือเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อนมีการเตรียมการไว้แล้ว ซึ่งนายสุทิน เป็นขวัญใจของผู้ชุมนุม กปท.ซึ่งครอบครัวผู้ตายมีลูกสาว 1 คน เบื้องต้นกองทุน กปปส.จะมอบเงินให้ครอบครัว 1 ล้านบาท และช่วยเหลือภรรยาและลูกอย่างถึงที่สุด เพราะถือว่าเป็นวีรบุรุษของพวกเรา สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปท.และเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย ที่ปักหลักในสำนักงานใหญ่ ปตท.ถนนวิภาวดีรังสิต นั้นได้นำยางรถยนต์ตั้งเป็นแนวบังเกอร์สูงท่วมหัว บริเวณเต็นท์การ์ดอาสาด้านหน้าพร้อมแจกเสื้อเกราะกันกระสุนให้การ์ดใส่ป้องกันตัว

ลั่นไม่เจรจาเตรียมบุกปิด ศรส.

ส่วนบรรยากาศการชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ในช่วงบ่ายนายอมร อมรรัตนานนท์ โฆษก คปท.พร้อมนายนัสเซอร์ ยีหมะ หัวหน้าการ์ด คปท.ได้นำมวลชนจำนวนหนึ่งไปมอบดอกไม้ผูกเสี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจาก ภ.จ.หนองคาย และ ภ.จ.กาฬสินธุ์ ที่มาสับเปลี่ยนกำลังรักษาการณ์ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. กล่าวว่า ตามที่แกนนํา กปปส.ทุกเวทีมีมติไม่เจรจากับ ศรส.ถึงการขอพื้นที่คืน แต่จะชุมนุมต่อไปพร้อมจะให้มีการปิด ศรส. ภายใน 24 ชั่วโมง เป้าหมายสำคัญคือปิด ศรส.ซึ่งทาง คปท.จะไม่เจรจาใดๆ กับ ศรส.แต่หาก ศรส.จะสลายการชุมนุม คปท.ก็พร้อมจะเผชิญหน้าด้วยสันติวิธี

ต่อมาเวลา 16.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุม คปท.นำโดยนายนิติธร ได้ไปร่วมรดน้ำศพนายสุทิน ที่ศาลา 5 วัดโสมนัสราชวรวิหาร ท่ามกลางความโศกเศร้าโดยมวลชนต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กรณีความรุนแรงที่เกิดขึ้นและไม่พอใจรัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปล่อยให้สถานการณ์บานปลายจนเกิดความสูญเสียขึ้น ทั้งนี้นายนิติธรได้มอบเงินจำนวน 8 แสนบาท ช่วยเหลือครอบครัวนายสุทินด้วย

ห่วงยึดรถเมล์ห้าแยกลาดพร้าว

อีกเรื่องหนึ่ง พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม กล่าวว่า ตนได้รับรายงานว่าเมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา รถร่วมเอกชนขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) สาย 8 วิ่งเส้นทางสะพานพุทธ-บางกะปิ ได้ถูกยึดไป 2 คันโดยกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณห้าแยกลาดพร้าว และบังคับให้คนขับรถนำผู้ชุมนุมไปส่งในจุดต่างๆ รวมทั้งรถเมล์สาย 77 ก็เกือบถูกยึดที่สีลมเช่นกัน จึงมีความเป็นห่วงในสถานการณ์ขณะนี้ว่า หากพนักงานขับรถเกิดมีการขัดขืนหรือไม่ยอมจะทำให้เกิดปัญหาตามมา จึงอยากขอร้องผู้ชุมนุมว่า รถเมล์เป็นบริการสาธารณะให้กับประชาชนในกรุงเทพฯและปริมณฑลจึงอย่าได้ยึดรถเมล์ เพราะเป็นการทำผิดกฎหมายเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ยิงถล่มร้านค้าแกนนํา กปปส.

ที่ จ.ราชบุรี เวลา 12.00 น. นายณรงค์ ครองชนม์ รอง ผวจ.ราชบุรี พร้อม พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช ผบก.ภ.จ.ราชบุรี เข้าตรวจสอบร้านไพศาลฮาร์ดแวร์ เลขที่ 157 หมู่ 3 ต.โคกหม้อ อ.เมืองราชบุรี ของนายยุทธพล ปฐมสาธิต อายุ 50 ปี แกนนำ กปปส.ราชบุรี ที่ถูกคนร้ายใช้ปืนยิงถล่มใส่ร้านเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 27 ม.ค. ประตูเหล็กหน้าร้านมีรอยกระสุนกว่า 10 รู กระจกโคมไฟแตกกระจาย โดยนายยุทธพลกล่าวว่าเชื่อว่ามาจากเรื่องที่ตนนำมวลชนปิดล้อมศาลากลาง แต่ไม่ได้ทำให้ตนและครอบครัวหวาดกลัว ยืนยันจะเป็นแกนนำให้การปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งต่อไป

ส่วนที่ จ.สมุทรสงคราม เมื่อเวลา 04.00 น.มีคนร้ายใช้ปืนลูกซองยาว 5 นัด ถล่มยิงร้านขายอะไหล่รถยนต์กีกลการของนายยกกี จิรสัจจานุกูล แกนนํา กปปส.สมุทรสงคราม ตั้งอยู่เลขที่ 541/21 ถนนสายสมุทรสงคราม-บางแพ ตลาดแม่กลอง อ.เมืองสมุทรสงคราม หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.สมพงษ์ เชตะสมบูรณ์ ผบก.ภ.จ.สมุทรสงคราม เข้าตรวจสอบพบรอยกระสุนที่ประตูเหล็ก 4 รู เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเป็นเรื่องการเมืองที่มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่โดยเฉพาะการออกไปร่วมคัดค้านการเลือกตั้ง

ตั้ง กกล.ศรส.รักษาความสงบ

เวลา 16.00 น. พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงถึงการจัดกำลังของกองกำลังรักษาความสงบ มี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เป็นผู้บัญชาการกองกำลังศรส. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. และ พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นรองผู้บัญชาการกองกำลัง ศรส. พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการกองกำลัง ศรส.ตั้งอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้กำลังพลเรือน ตำรวจ และทหาร เพื่อระงับยับยั้งเหตุการณ์ความรุนแรง และแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตพื้นที่ที่กำหนด การใช้กำลังแบ่งเป็น 4 ส่วน คือการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์การก่อเหตุรุนแรงของกลุ่มผู้ชุมนุม และการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มมวลชน การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรง การป้องกันและรักษาสถานที่สำคัญ และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานสำคัญ รวมถึงการระงับเหตุฉุกเฉิน ได้แก่ การก่อวินาศกรรม การก่อการจลาจล เป็นต้น

ชาวพระราม 2 จุดเทียนสันติภาพ

ช่วงเย็น ที่หน้าโรงเบียร์ฮอลแลนด์ ริมถนนพระราม 2 กลุ่มประชาชนที่อาศัยย่านถนนพระราม 2 พร้อมใจกันสวมเสื้อสีขาวรวมตัวกันจัดกิจกรรมรณรงค์จุดเทียนเขียนสันติภาพเลือกตั้ง โดยมีการนำป้าย ข้อความ respect my vote มายืนเรียงแถวกันบริเวณริมถนนพระราม 2 แล้วตะโกนคำว่า “2 ก.พ. ไปเลือกตั้งๆ” ได้รับความสนใจจากประชาชนที่ผ่านไปมา จากนั้นทั้งหมดได้พร้อมใจจุดเทียนขึ้นและร้องเพลง “เพื่อมวลชน” เป็นสัญลักษณ์ประกาศเจตนารมณ์ที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. โดยไม่ให้ใครมาขัดขวาง ก่อนทั้งหมดจะเดินถือเทียนรณรงค์ขึ้นไปจุดบนสะพานลอยหน้าเซ็นทรัลพระราม 2 แล้วจึงแยกย้ายกันกลับ

พ่อค้าไก่ย่างร้อง กปปส.ทำรายได้หด

เวลา 15.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม นายสมัถ สังข์ทอง อายุ 50 ปี พ่อค้าขายไก่ย่างบริเวณหลังกระทรวงพลังงาน และอาคาร ปตท.สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต นายสุวรรณ บุญมา พ่อค้าลูกชิ้น นายเจือ เกิดโมลี นายนิรันดร์ ทองเกตุ และนางลัดดา ทองเกตุ แม่ค้าขายรองเท้าบริเวณดังกล่าว รวม 5 ราย เข้าพบ ร.ต.ท.ปรีชา ศรีอุดม พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน กรณีได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. เวทีห้าแยกลาดพร้าว

นายสมัถกล่าวว่า ปกติจะขายไก่ย่างมีรายได้วันละกว่า 1,000 บาท แต่หลังจากกลุ่ม กปปส.ตั้งเวทีห้าแยกลาดพร้าวกว่า 2 สัปดาห์ ทำให้ขายของไม่ได้เพราะข้าราชการกระทรวงพลังงาน ได้ย้ายไปทำงานสถานที่อื่น รวมทั้งพนักงานบริษัท ปตท.จำกัด ไม่มาทำงานด้วย เมื่อขาดรายได้ทำให้ต้องไปกู้เงินมาเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆจากนายทุนเงินกู้นอกระบบ จึงอยากให้รัฐบาลหาทางช่วยเหลือ ก่อนหน้านี้เคยคิดจะไปขายในบริเวณการชุมนุมแต่ก็ถูกกีดกันจากการ์ดและไม่อยากเสี่ยงเข้าไปเพราะมีการตรวจค้นอย่างเข้มงวดกลัวจะได้รับอันตราย

“สุเทพ” ย้ำชัดขจัดระบอบทักษิณ

ต่อมาเวลา 18.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีราชประสงค์ ปราศรัยว่าเราได้แสดงออกถึงความต้องการปฏิรูปประเทศไทย โดยขจัดระบอบทักษิณ เพราะไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงเป็นเพียงแต่เปลือกนอก ที่ต้องการอำนาจปกครองประเทศ ทำทุกอย่างเพื่อชนะการเลือกตั้ง ถ้าปล่อยให้ระบอบทักษิณมีอำนาจต่อไปไม่มีทางทำให้ได้ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แต่จะทำให้ประเทศแย่ลง

เลขาธิการ กปปส.กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ พยายามหลอกลวงคนไทยและชาวโลก เข้าใจผิดคิดว่ายุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ คืนอำนาจให้กับประชาชนคือประชาธิปไตย ประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง ชาวโลกไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่า การเลือกตั้งในเมืองไทยนั้นแตกต่างกับนานาประเทศ เพราะไม่มีในโลกที่ไหนใช้ตำรวจขนเงินไปแจกให้ประชาชนให้ช่วยเลือกพรรคเพื่อไทย ไม่มีประเทศไหนทำกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ ไม่มีทางที่จะได้ ส.ส.ที่ดี รัฐบาลดีๆ ทำเพื่อชาติประชาชน ฉะนั้นจะต้องปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง

เชื่อจับผู้ร้ายยิงแกนนำ กปปส.ไม่ได้

นายสุเทพกล่าวว่า พวกเราชุมนุมโดยสงบสันติ ปราศจากอาวุธ เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ต้องได้รับความคุ้มครองจากรัฐบาล แต่รัฐบาลชุดนี้กลับใช้ลูกน้องปาระเบิด ใช้ปืนยิง จนพวกเราต้องเสียชีวิต โดยไม่มีทางที่ต่อสู้เลย ตนเชื่อว่า ตำรวจจับผู้ร้ายไม่ได้แน่นอน หากจับได้ก็คือแพะ นอกจากนี้ยังกล่าวหาผู้ชุมนุมว่าไปขัดขวางการเลือกตั้ง พกพาอาวุธปืนสั้นปืนยาว ซึ่งถ้าพวกเรามีอาวุธจริง ทำไมไม่ยิงบ้าง แต่กลับปล่อยให้ถูกยิงฝ่ายเดียว ถ้าปฏิรูปประเทศ จะต้องปรับโครงสร้างตำรวจให้เป็นตำรวจของประชาชน

ยื่นคำขาด “เหลิม” ยุบ ศรส.

นายสุเทพกล่าวว่า รัฐบาลพยายามจะเจรจาขอพื้นที่คืน ถ้าเราคืนให้แล้วจะมาต่อสู้ทำไม ลงทุนปิดกรุงเทพฯ เพราะไม่ต้องการให้ข้าราชการดีๆ ตกเป็นเครื่องมือของระบอบทักษิณ ตนอยากถามจริงๆ ว่า การที่มาขอคืนพื้นที่นั้น รัฐบาลโง่จริงๆ หรือตั้งใจโง่ ไม่ต้องมาเจรจา ไม่คืนให้แม้แต่ตารางนิ้วเดียว มีแต่จะยึดพื้นที่เพิ่ม ถ้าหาก ร.ต.อ.เฉลิมจะใช้กำลังมาปราบปราม ขอท้าให้เข้ามา ไม่ใช่ว่าเราจะสู้ แต่ต้อง มาเวลากลางวัน แต่งชุดให้ถูกต้อง เราจะนั่งสวดมนต์บทอิติปิโสอย่างเดียว ถ้าหากเวทีไหนถูกปราบปราม พวกเราทั้ง 7 เวทีจะยกพลไปช่วยทุกเวที ตนขอบอก ร.ต.อ.เฉลิมว่า ขอให้ยกเลิก ศรส.เสีย ไม่มีประโยชน์อะไรเมื่อวันก่อน กปปส.ถูกยิงเสียชีวิต ไม่เห็น ศรส. ทำอะไรได้สักอย่าง ตนให้เวลา 1 วัน ให้ยุบ ศรส.เสีย ถ้าไม่ยุบเราจะยกมวลชนทุกเวทีไปไล่ “เฉลิม”

“สุเทพ” ลั่น “กูไม่กลัวมึง”

ต่อมาเวลา 19.50 น. นายสุเทพขึ้นกล่าวปราศรัยอีกครั้งว่า ขอลูกศิษย์หลวงปู่มานอนเป็นเพื่อนหลวงปู่พุทธอิสระ ที่เวทีแจ้งวัฒนะ เพราะเชื่อว่าจะมีการสลายพื้นที่หลังจาก ศรส.เจรจาไม่สำเร็จ ตนได้โทรศัพท์พูดกับหลวงปู่พุทธอิสระและแจ้งว่าไม่สามารถไปหาได้เพราะพวกของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศรส. จ้องจะยิงจะจับตนทุกวัน ขอให้หลวงปู่ดูแลพื้นที่ หากสู้ไม่ได้บอกมาเราจะได้ไปสมทบ หรือหลวงปู่จะมาร่วมกับเราก็ได้ สำหรับพื้นที่ คปท. กองทัพธรรม และพื้นที่อื่นๆ หากเวทีไหนถูก ร.ต.อ.เฉลิม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท. คํารณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ล้อมปราบขอให้แจ้งมาจะได้ให้ทุกเวทีเข้าไปช่วย โดยแจ้งผ่านทางโทรทัศน์บลูสกาย ขอย้ำให้ทุกคนไปด้วยมือเปล่าและสันติ โดยไปนั่งที่เวทีพร้อมสวดอิติปิโสฯ และพกนกหวีดกับส้นตีนและกล้องถ่ายรูปไปเท่านั้น หากใครทำใจไม่ได้ไม่ต้องมาให้นอนอยู่ที่บ้านหรือนั่งอยู่ที่แยกปทุมวัน ดังนั้น หากเขาอยากสลายการชุมนุมก็ขอให้มาได้เลยและยืนยันไม่หนีไปไหน ที่พูดนี้ไม่ได้ท้าทาย แต่อยากจะบอกว่า กูไม่กลัวมึง

เย้ย “เฉลิม” กรรมกำลังตามสนอง

“กรรมกำลังตามสนองคนที่ฆ่าดาบยิ้ม ขยันกินไวน์ไปเถอะ ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ ร.ต.อ.เฉลิมตายแน่นอน เราต้องพูดให้ช้ำใจเพราะกำลังดูปราศรัยอยู่ วันไหนผมตาย มีคนดำเนินการแน่นอน ร.ต.อ.เฉลิม ก็ไม่รอด ลูกคุณก็ไม่รอดด้วย คุณไม่ใช่คนกล้า คนรู้ทั้งแผ่นดิน เป็นโจรขี้ขลาดแห่งยุค เวลาเมาใหญ่โต ลูกชายทำความผิด ร.ต.อ.เฉลิมก็เมาไปด่าที่โรงพัก หากแน่จริงมาด่ากำนันสุเทพได้เลยที่เวทีปทุมวัน และผมรับรองความปลอดภัย แต่หากไม่มาขอให้นั่งอยู่ที่ ศรส. กำนันสุเทพจะไปปิดเอง แต่จะไปวันไหนไม่บอกให้ใจตุ๊มๆต้อมๆ ส่วนที่บอกตำรวจไม่ให้กำนันมีชีวิตต่อไปนั้น ขอบอกว่ามีพระดีคุ้มครอง” นายสุเทพกล่าว

28 ม.ค. 2557 07:26 ไทยรัฐ