วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ม็อบยูเครนคืนตึกก.ยุติธรรม หลังโดนขู่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงในยูเครน ยอมออกจากอาคารกระทรวงยุติธรรม ที่พวกเขาบุกเข้ายึดเมื่อคืนวันอาทิตย์ หลังจากเจ้ากระทรวงออกมาขู่จะขอให้รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 27 ม.ค. ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมฝักใฝ่สหภาพยุโรป (อียู) ในประเทศยูเครน ยุติการยึดอาคารกระทรวงยุติธรรมซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกมาขู่ว่า จะขอให้รัฐบาลประกาศใช้กฎสถานการณ์ฉุกเฉิน หากผู้ชุมนุมไม่ยอมออกจากอาคาร

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เหตุความไม่สงบกระจายไปยังหลายพื้นที่ในประเทศยูเครนแล้ว โดยกลุ่มผู้ประท้วงบุกโจมตีหรือบุกยึดอาคารที่ทำการของรัฐบาลหลายแห่ง และบุกยึดตึกกระทรวงยุติธรรมเมื่อคืนวันอาทิตย์ (26 ม.ค.) ที่ผ่านมา โดยผู้ประท้วงระบุว่า เป็นการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์เพื่อสะท้อนถึงการไร้ความยุติธรรม

แต่ในวันจันทร์ นางโอเลนา ลูคาช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ออกมาขู่ว่า เธอจะขอให้สภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติยูเครนประกาศใช้กฎสถานการณ์ฉุกเฉิน และยุติการเจรจาทั้งหมดกับแกนนำฝ่ายค้าน ก่อนที่กลุ่มผู้ประท้วงจะยอมเดินทางออกจากตึกกระทรวงยุติธรรม โดยโฆษกของกลุ่มระบุว่า พวกเขาไม่ต้องการยั่วยุรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า มีผู้ชุมนุมในชุดทหารราว 30 คน เดินตระเวนอยู่นอกตึกกระทรวง และปฏิเสธไม่ยอมให้ใครเข้าไปในอาคาร

ทั้งนี้ วิกฤติในประเทศยูเครน มีชนวนเหตุมาจาก ประธานาธิบดี วิคเตอร์ ยานูโควิช กลับลำไม่ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับอียู ในวินาทีสุดท้ายเมื่อเดือน พ.ย.ปีก่อน และหันไปเจรจากับรัสเซีย เพื่อขอรับเงินช่วยเหลือจำนวน 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐแทน ส่งผลให้กลุ่มผู้ฝักใฝ่สหภาพยุโรป ออกมาชุมนุมประท้วง และตั้งเต็นท์ที่พักบริเวณจัตุรัสอินดีเพนเดนซ์ ในกลางกรุงเคียฟ และปะทะกับตำรวจปราบจลาจลหลายครั้ง

เหตุรุนแรงล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งผู้ชุมนุมออกมาประท้วงใหญ่อีกครั้ง เพื่อต่อต้านกฎหมายควบคุมการประท้วงฉบับใหม่ของรัฐบาล ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 4 ราย ก่อนที่ในช่วงสุดสัปดาห์ การประท้วงจะลุกลามไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะในภาคตะวันตก ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เป็นผู้ฝักใฝ่อียู มีการบุกยึดตึกกระทรวงและอาคารที่ทำการรัฐบาลหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่เป็นการยึดในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น

อีกด้านหนึ่ง นายยานูโควิชเข้าเจรจากับ 3 แกนนำฝ่ายค้าน ซึ่งรวมถึงนายอาร์เซนีย์ ยัตเซนยุค หัวหน้าพรรค 'ฟาเธอร์แลนด์' ฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุด และนายวิตาลี คลิทช์โก อดีตนักมวยสากลรุ่นเฮฟวีเวท หัวหน้าพรรค 'อูดาร์' อีกครั้งในช่วงเย็นวันจันทร์ โดยก่อนหน้านี้นายยานูโควิชเสนอตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและตำแหน่งรองนายกฯให้แก่ทั้งคู่ เพื่อยุติการชุมนุม แต่แกนนำทั้งสองคนปฏิเสธไม่รับตำแหน่ง