วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คุมเข้มสินเชื่อบุคคล-รูดปื้ด แบงก์หวั่นหนี้เสียโป่งเบรกแคมเปญกระตุ้นยอด

คุมเข้มสินเชื่อบุคคล-รูดปื้ด แบงก์หวั่นหนี้เสียโป่งเบรกแคมเปญกระตุ้นยอด

  • Share:

นางสาวอารยา ภู่พานิช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้ธนาคารได้เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิต โดยเฉพาะสินเชื่อบุคคลจะมีการชะลอมากเป็นพิเศษ เพราะในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี สินเชื่อบุคคลที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันจะเป็นหนี้เสียอันดับแรก ดังนั้น การปล่อยสินเชื่อใหม่ต้องคัดเลือกกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ พร้อมปรับเงื่อนไข โดยปล่อยให้กับกลุ่มที่มีรายได้ต่อเดือน 15,000 บาทขึ้นไปจากเดิมปล่อยให้กับผู้มีรายได้ 12,000 บาทต่อเดือน “ปีนี้ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อบุคคลไม่เกิน 7,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาปล่อยไป 8,500 ล้านบาท ทำให้สิ้นปีมีวงเงินสินเชื่อบุคคล 32,000 ล้านบาท และการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มนี้ธนาคารได้ระมัดระวังอย่างรุนแรง เห็นได้จากหนี้เสียอยู่ที่ 2% จากตลาดอยู่ที่ 3.7%”

ทั้งนี้ ธุรกิจบัตรเครดิตในปีนี้ได้ปรับเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเหลือ 220,000 ล้านบาท หรือเติบโต 10% จากปี 56 ที่มียอดใช้จ่าย 200,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 16-17% พร้อมลดการทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านบัตร เนื่องจากธนาคารไม่ต้องการให้ผู้ถือบัตรสร้างหนี้เกินตัวและเป็นหนี้เสียในที่สุด อย่างไรก็ตาม ทั้งสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิต ธนาคารยังมีการคุมเข้มในเรื่องของวงเงินในการอนุมัติ หากเป็นกลุ่มที่มีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท จะได้รับอนุมัติวงเงิน 50-60% ของรายได้ และรายได้ต่อเดือนสูงกว่า 15,000 บาท ได้รับอนุมัติ 70% ของรายได้ ซึ่งจากช่วงเศรษฐกิจดีๆ จะได้รับอนุมัติวงเงิน 80-85% ของรายได้

สำหรับยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในปัจจุบัน กลุ่มระดับบนที่มียอดใช้จ่ายต่อเดือน 200,000-300,000 บาท ยังมีการใช้จ่ายเป็นปกติ ส่วนกลุ่มที่มีการใช้จ่ายเดือนละ 6,000-7,000 บาท หรือกลุ่มที่มีรายได้กว่า 50,000 บาทต่อเดือน มีการใช้จ่ายชะลอตัวลง ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)ของบัตรเครดิตอยู่ที่ 0.97% และปีนี้จะคุมเอ็นพีแอลไม่ให้เกิน 1% โดยหากลูกค้าของธนาคารมีปัญหาไม่สามารถผ่อนชำระได้ ธนาคารก็พร้อมเข้าไปช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้ให้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้