วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รัฐกู้ 1.3 แสนล้านจ่ายชาวนา ทยอยให้หลังเลือกตั้ง-พาณิชย์ดิ้นประมูลข้าว

สบน. เตรียมกู้เงินแบงก์พาณิชย์ในประเทศ 1.3 แสนล้านบาท จ่ายเงินชาวนาที่ยังไม่ได้เงินจำนำข้าว แต่ “กิตติรัตน์” อุบเงียบกู้ที่ไหน หวั่นม็อบแห่ปิดล้อมแบงก์ที่ปล่อยกู้ให้รัฐบาล คาด 1 สัปดาห์เริ่มจ่ายให้ชาวนาได้ ด้านแบงก์พาณิชย์ขอดูเงื่อนไขก่อนตัดสินใจปล่อยกู้ ขณะที่ “พาณิชย์” ดิ้นเปิดประมูลข้าวในสต๊อก หลังขายจีทูจีชะงัก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมว่า หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาในข้อกฎหมาย และให้ความเห็นว่ารัฐบาลรักษาการสามารถกู้เงิน 130,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 56/57 ได้ เพราะเป็นโครงการต่อเนื่องก่อนที่จะยุบสภานั้น ขณะนี้ นายกิตติรัตน์อยู่ระหว่างวางขั้นตอนขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน คาดหลังการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.57 จะเริ่มจ่ายเงินให้ชาวนาที่มีใบประทวน แต่ยังไม่ได้รับเงิน ส่วนสาเหตุที่ไม่แถลงข่าวรายละเอียดในเรื่องนี้ เพราะสถาบันการเงินกังวลว่าอาจทำให้กลุ่มมวลชนไปปิดล้อม และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสถาบันการเงินนั้นๆได้

นายสุวิช โรจนวานิช ที่ปรึกษาสำนักงานบริหาร หนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า สบน.เตรียมเปิดวงเงินกู้จากสถาบันการเงินในประเทศ ซึ่งเป็นการกู้ระยะสั้นในลักษณะเป็น Bridge finance เพื่อดูสถานการณ์อัตราดอกเบี้ยในตลาด หลังจากนั้นจะรวบรวมเงินกู้มาออกเป็นพันธบัตรของ ธ.ก.ส. โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน ซึ่งจะเป็นเงินกู้ระยะยาวต่อไป “จำนวนเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ จะเป็นเงินกู้ก้อนเล็กๆ แบบทยอยกู้ คาดเงินจะถึงมือชาวนาไม่เกิน 1 เดือนนับจากนี้”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รูปแบบการกู้เงินของกระทรวงการคลังผ่าน สบน.ที่ผ่านมา สบน.จะออกเป็น เงื่อนไข (ทีโออาร์) การกู้เงิน และให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งเสนออัตราดอกเบี้ย เพื่อแข่งขันประมูลวงเงินกู้ หากธนาคารพาณิชย์ใดเสนอดอกเบี้ยต่ำสุดจะชนะการประมูล และหากเป็นวงเงินกู้สูง จะมีธนาคารพาณิชย์ หลายแห่งได้รับการคัดเลือก ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สบน.  ได้ค้ำประกันพันธบัตรให้ ธ.ก.ส. วงเงิน  32,589.20 ล้านบาท  อายุ 3 ปี  เพื่อนำไปจ่ายคืนหนี้ที่ครบกำหนดพันธบัตร ธ.ก.ส. รวมถึงจ่ายคืนหนี้ล่วงหน้า โดยการกู้ครั้งนี้เป็นการ re-open พันธบัตรชุดเดิมที่มีอัตราดอกเบี้ย 3.53% ถือว่าเป็นพันธบัตรที่มีดอกเบี้ยค่อนข้างสูง เมื่อเทียบพันธบัตรรัฐบาล อายุเดียวกันที่มีอัตราผลตอบแทน 2.77% ดังนั้น การ re-open ครั้งนี้ ทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยของพันธบัตรชุดนี้อยู่ที่ 3.14%

นายวศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การปล่อยเงินกู้ให้ ธ.ก.ส. โดยมีกระทรวงการคลังค้ำ ประกัน ธนาคารขอดูรายละเอียดเงื่อนไขการปล่อยกู้ และสภาพคล่องของธนาคารก่อน ด้านนายอาทิตย์ นันทวิทยา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทย–พาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารขอดูรายละเอียดของเงื่อนไขในการปล่อยกู้ก่อน และหากจะปล่อยกู้ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการของธนาคาร

ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า คาดจะเปิดประมูลขายข้าวในสต๊อกรัฐบาลเป็นการทั่วไป ปลายเดือน ม.ค.-ต้นเดือน ก.พ.57 แต่ยังไม่ได้กำหนดชนิดและปริมาณ โดยเป้าหมายจะยังอยู่ที่ 500,000-1,000,000 ตันในปีนี้ สาเหตุที่ต้องเปิดประมูลทั่วไปมากขึ้น เพราะการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) รอบใหม่ไม่สามารถทำได้ เพราะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระบุว่า การระบายข้าวของกรมการค้าต่างประเทศ ไม่โปร่งใส  จึงต้องหยุดการขายแบบจีทูจีไว้ก่อน นอกจากนี้ กรมการค้าต่างประเทศยังเตรียมเสนอให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรง–ไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ อนุมัติการขายข้าวให้กับเอกชนกว่า 10 ราย ที่ได้เสนอขอ ซื้อข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล โดยได้แนบคำสั่งซื้อข้าวจากต่างประเทศประกอบ ซึ่งมีปริมาณเสนอซื้อ 700,000 ตัน มูลค่า 70,000-80,000 ล้านบาท

ส่วนการให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช. กรณีที่ ป.ป.ช.จะแจ้งข้อกล่าวหาว่า นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และพวกรวม 15 คน ซึ่งมีอดีตข้าราชการ และข้าราชการกรมการค้าต่างประเทศรวมอยู่ด้วย 3 คน ร่วมกันทุจริตขายข้าวจีทูจีให้รัฐวิสาหกิจของ จีนนั้น ขณะนี้ กรมการค้าต่างประเทศกำลังรอ ป.ป.ช. เรียกไปชี้แจง ซึ่งไม่ได้หนักใจ เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ในการดำเนินการที่ผ่านมาว่าทำตามขั้นตอนของกฎหมาย และระเบียบราชการทุกอย่าง

ด้านนางสาวกอบสุข เอี่ยมสุรีย์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า รัฐควรเปิดประมูลข้าวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่แรก เพื่อระบายข้าวในสต๊อกจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมา รัฐไม่ได้เปิดประมูลต่อเนื่อง เพราะกังวลจะไม่ได้ราคาสูงตามที่กำหนดไว้ ประกอบกับเอกชนกังวลความโปร่งใสในวิธีการประมูล จึงไม่สนใจเข้าร่วมมากนัก แต่ถ้าจะเปิดประมูลจริงต้องทำอย่างโปร่งใส และไม่เอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดรายหนึ่งเท่านั้น

ขณะที่ศาสตราจารย์ (พิเศษ) วิชา มหาคุณ เลขากรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า การขายข้าวแบบจีทูจี กรมการค้าต่างประเทศสามารถดำเนินการได้ แต่ต้องเป็นวิธีการที่ถูกต้อง เช่น ต้องมีการเปิดแอล/ซีที่ชัดเจน ไม่ใช่วิธีการขายที่เข้าข่ายข้อกล่าวหาที่ ป.ป.ช.ได้แจ้งไว้สำหรับการขายข้าวให้จีนก่อนหน้านี้ ส่วนเว็บไซต์กรมการค้าภายใน ระบุผลการรับจำนำข้าวเปลือกปี 56/57 (ครั้งที่ 1) ตั้งแต่ 1 ต.ค. 56-25 ม.ค.57 มีข้าวเปลือกเข้าโครงการแล้ว 10.709 ล้านตัน จำนวนใบประทวน 1.853 ล้านใบ ธ.ก.ส.จ่ายเงินให้เกษตรกรไปแล้ว 406,936 สัญญา เป็นเงิน 50,083 ล้านบาท.