วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สภาพ "คล่อง" สภาพ "คลั่ง"

สถานะสภาพคล่อง หรือสายป่าน ที่เจ้าของกิจการในไทยรู้จักกันดี กำลังมาถึงจุดท้าทายความสามารถในการทำมาค้าขายให้อยู่รอด ท่ามกลางสถานการณ์สภาพคลั่งในประเทศไทยที่ยืดเยื้อข้ามปีใหม่ทั่วโลก กำลังจะยืดเยื้อข้ามปีใหม่จีน (ตรุษจีน) และอาจมีแนวโน้มยื้อกันถึงปีใหม่ไทยหรือไม่ ? ...

สภาพคล่องประเทศไทย อาจดูได้จากหลายๆ มุม ลองย้อนกลับไปเมื่อ 20-25 ปีที่ผ่านมา หากใครที่เคยเป็นนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ หรือบริหารธุรกิจ คงจะต้องคุ้นกับคำพูดเปรียบเทียบให้เข้าใจกันอย่างง่ายๆ ว่า ถ้าหากประเทศไทยไม่ค้าขายกับประเทศใดๆ ในโลก ซึ่งหมายถึงไม่มีการนำเข้าสินค้า หรือวัตถุดิบใดๆ เข้ามาผลิตเป็นสินค้าเลย ประเทศไทยก็สามารถเลี้ยงดูปูเสื่อคนไทยในประเทศได้นานถึง 6 เดือน เงินมาจากไหน? ดูได้จากมูลค่าทุนสำรองระหว่างประเทศของธนาคารแห่งประเทศไทยนั่นเอง ข้อมูลเมื่อ 20 พ.ย. 2556 เมืองไทยมีมูลค่าทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ที่ 167,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

รัฐบาลไทยมีเงินที่ไถ่ถอนพันธบัตรจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ ซึ่งหมายถึงรัฐบาลต่างประเทศไปจนถึงกองทุนรวมชั้นนำต่างชาติ ที่มาลงทุนซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทย หากความน่าเชื่อถือของสถานะการคลังไทยถูกปรับลดลง ไม่ว่าจะเป็นเพราะกู้หนี้ยืมสินเกินตัว รวมถึงสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อ จนเกิดสภาพคลั่งมีผลกระทบต่อทั้งสถานที่ทำงาน และกระทบต่อการทำงานเบิก-จ่ายเงินราชการ เพื่อสนองตอบนโยบายการคลังในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศ เมืองไทยก็เข้าข่ายถังแตก หรือชักดาบเจ้าหนี้ทั่วโลก ดูได้จากอะไร? ดูได้จากบางตัวชี้วัด เช่น อันดับความน่าเชื่อถือ หรือเรตติ้งของพันธบัตรรัฐบาลไทย รวมถึงดัชนีชี้วัดความสามารถในการซื้อคืนพันธบัตรระยะ 5 ปี ที่ถูกจัดอันดับโดยบริษัทจัดอันดับต่างชาตินั่นเอง ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ค่าดัชนีดังกล่าวพุ่งสูงสุดในรอบ 5 เดือน ซ้ำยังสูงสุดใน 10 ชาติอาเซียน

สภาพคล่องธุรกิจไทยไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่มาถึงขนาดกลาง และสิ้นสุดที่ขนาดเล็ก ก็คงหนีไม่พ้นดูผ่านจากตัวชี้วัดสำคัญต้นๆ คือ ปริมาณเงินสดสุทธิ และความสมดุลของเงินสดกับเงินกู้ที่แข็งแรง หรืออ่อนแอ ที่อาจถึงขั้นสุ่มเสี่ยงต่อการปิดกิจการเร็ว-ช้า แค่ไหน? แน่นอนว่า ตัวเลขเหล่านี้เป็นความลับ และยังเป็นหน้าเป็นตาของเจ้าของกิจการโดยเฉพาะบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ไปจนถึงซีอีโอที่เรียนจบสูง ผนวกกับชั่วโมงบินหรือประสบการณ์ที่สั่งสมผ่านสารพัดวิกฤติ ซึ่งนั่งบริหารบริษัทตัวเองที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีการเปิดเผยตัวเลขสายป่านของบริษัทเหล่านี้อย่างชัดเจนตลอดเวลา เวลาผ่านไปเกือบ 90 วัน และจากนี้ไปจะได้ยินเสียงโอดครวญมากขึ้น ถี่ขึ้น และดังมากขึ้นว่า สภาพคลั่งการเมืองไทยกระทบต่อสภาพคล่องในการหมุนเงินทำธุรกิจอย่างแน่นอน วันนี้เริ่มดูได้จาก 7 องค์กรธุรกิจไทย ที่ประสานทุกฝ่ายหาข้อยุติสถานการณ์การเมือง ก็ขอกลับไปดูแลอู่ข้าวอู่น้ำตัวเองกันแล้ว ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นอยู่ในไทยมานาน ก็ส่งสัญญาณว่าจะไปลงทุนใหม่ๆ ที่อื่น

แล้วสายป่าน หรือสภาพคล่องของเราๆ ท่านๆ เริ่มมีอาการกันแล้วหรือไม่? ผมคงไม่สามารถไปตอบแทนได้ เพราะความสั้น หรือยาวของสายป่าน ซึ่งหมายถึงเงินสด หนี้สิน รวมถึงทรัพย์สินของแต่ละคนล้วนไม่เหมือนกัน และแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงตามฐานะไปจนถึงความสามารถในการบริหารเงินๆ ทองๆ ของมนุษย์เงินเดือน หรือมนุษย์เงินผ่อน แต่หากสถานการณ์ชุมนุมการเมืองไทยยืดเยื้อต่อไป ต่างชาติลดความเชื่อถือ กับความไม่มีกติกาอย่างสากล ทุนเศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ธุรกิจตัดลดค่าใช้จ่ายทุกรูปแบบ ความแตกแยกทางสังคมไปถึงครอบครัวมีมากขึ้น ???

คำถามมีอยู่ว่า ถึงเวลาที่จะเลือกอะไร ระหว่างสภาพคล่อง หรือสภาพคลั่ง ??? สำหรับคนไทยเชื้อสายจีน และพนักงานในบริษัทของคนไทยเชื้อสายจีน ขอให้โชคดีมีสภาพคล่องในซองอั่งเปากันทั่วหน้าครับ

บัญชา ชุมชัยเวทย์

 

บัญชา ชุมชัยเวทย์

สถานะสภาพคล่อง หรือสายป่าน ที่เจ้าของกิจการในไทยรู้จักกันดี กำลังมาถึงจุดท้าทายความสามารถในการทำมาค้าขายให้อยู่รอด ท่ามกลางสถานการณ์สภาพคลั่งในประเทศไทยที่ยืดเยื้อข้ามปีใหม่ทั่วโลก กำลังจะยืดเยื้อข้ามปีใหม่จีน (ตรุษจีน) และอาจมีแนวโน้มยื้อกันถึงปีใหม่ไทยหรือไม่ ? ... 27 ม.ค. 2557 16:39 27 ม.ค. 2557 19:09 ไทยรัฐ