วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อสป.ยุคปฏิรูป

แม้จะเป็นรัฐวิสาหกิจที่ประสบปัญหาการขาดทุนมาโดยตลอด แต่ในโอกาสครบรอบ 61 ปี องค์การสะพานปลา (อสป.) เริ่มเห็นทางออกในการปลดเปลื้องภาระให้กับองค์กรได้แล้ว

ที่ผ่านมาถึง อสป.จะได้พยายามแก้ปัญหาด้วยการส่งสินค้าประมงไปจำหน่ายให้กับกรมราชทัณฑ์ นายภูมิจิตต์ พงษ์พันธุ์งาม รองผู้อำนวยการด้านธุรกิจ รักษาการแทนผู้อำนวยการ อสป. บอกว่า แม้จะช่วยทำให้องค์กรมีกำไรเพิ่มขึ้นปีละ 10 ล้านบาทก็ตาม...แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาขาดสภาพคล่องด้านการเงินได้มากนัก

จำเป็นต้องหารายได้จากอย่างอื่นเพิ่ม โดยเฉพาะรายได้ตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบกิจการแพปลา ให้ อสป.เก็บค่าธรรมเนียม 1% ของมูลค่าจากผู้นำสัตว์น้ำมาขึ้นสะพานปลาและท่าเทียบเรือ

อสป.เก็บแค่ 1% ในขณะที่สะพานปลาของเอกชนเรียกเก็บแพงกว่า ในอัตรา 5%...แต่ทำไมพี่น้องชาวเลถึงได้นิยมเอาปลาไปขึ้นที่สะพานปลาของเอกชนมากกว่า

เป็นปุจฉาที่รักษาการแทนผู้อำนวยการ อสป. เปิดประเด็นให้คิดกันเล่นๆ ก่อนที่จะวิสัชนาให้ฟังว่า จากการสำรวจรวบรวมข้อมูลต่างๆ ถึงได้รู้ว่า เก็บค่าธรรมเนียมถูกกว่าแต่ชาวเลไม่สน สาเหตุมาจากชาวประมงพื้นบ้าน ไม่มีเงินทุนหมุนเวียนมาใช้เติมน้ำมัน ซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องมือจับสัตว์น้ำในทะเล...จะออกเรือไปหาปลามาเลี้ยงชีพได้ จำต้องไปขอกู้เงินเกี๊ยวล่วงหน้าจากเจ้าของแพปลาเอกชน

โดยมีเงื่อนไขจับปลามาได้ ต้องนำไปส่งแพปลาเจ้าของเงินกู้ นอกจากจะถูกหักเงินกู้ยืมดอกเบี้ยแพงแล้ว ยังถูกกดราคาซื้อขายสัตว์น้ำอีกต่างหาก

“ฉะนั้นปีนี้ อสป.จะเร่งแก้ปัญหาประมงพื้นบ้านในเชิงรุก เน้นไปที่สงขลา ภูเก็ต และปัตตานี ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือตัวอย่างของ อสป. เพราะมีปริมาณสินค้าสัตว์น้ำมากที่สุด ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจากับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อขออนุมัติเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ชาวประมง”

ทั้งนี้ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ส่งขึ้นสะพานปลาและท่าเทียบเรือทั้ง 18 แห่งของ อสป. มีปริมาณสัตว์น้ำหมุนเวียนทั้งบริโภคภายในและส่งออกรวม 1,600 ล้านบาท/เดือน มีคุณภาพมาตรฐานแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ และปีนี้ยังได้มีนโยบายเร่งปรับปรุงสุขอนามัยสะพานปลาทั้งหมด เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของอียูได้กำหนดให้แต่ละปี จะต้องส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสุขอนามัยมาตรฐานท่าเทียบเรือของรัฐ.

 

ชมชืื่น ชูช่อ

27 ม.ค. 2557 09:32 ไทยรัฐ