วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฮือฮาพบวิธีบายพาส ช่วยต้นสักโดนกาน!

ฮือฮาพบวิธีบายพาส ช่วยต้นสักโดนกาน!

  • Share:

ฮือฮากรมป่าไม้ทำ “บายพาส” ช่วยชีวิตป่าสักผืนสุดท้ายของประเทศ ที่ถูกนายทุนกินป่ากับชาวบ้านลอบ “กาน” เพื่อตัดท่อส่งน้ำเลี้ยงให้ยืนต้นตายก่อนจะตัดโค่น ใช้กิ่งไม้สักที่ยังมีท่อน้ำเลี้ยงสมบูรณ์แปะต่อท่อน้ำเลี้ยงต้นสักเหมือนทำบายพาสเส้นเลือดหัวใจให้คน ผอ.สำนักจัดการทรัพยากร ป่าไม้ที่ 1 (แม่ฮ่องสอน) แฉพบไม้สักขนาด 3-4 คนโอบ ถูกกานถึง 157 ต้น นาน 6-7 เดือนมาแล้ว โชคดี เป็นหน้าฝนต้นสักยังไม่ยืนต้นตาย กรมป่าไม้เตรียมส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปเยียวยา

กรมป่าไม้ทำ “บายพาส” ช่วยชีวิตต้นสักครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 26 ม.ค. นายบุญชอบ สุทธมนัสวงศ์ อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่ากลุ่มนายทุนและชาวบ้านยังพยายามบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าในภาคเหนือ โดยเฉพาะ อ.ขุมยวม และ อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ที่ตั้งป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่เงา- แม่สำเพ็ง เป็นผืนป่าสักเก่าของผืนสุดท้ายของประเทศไทย มีป่าสักอายุหลายร้อยปีจำนวนนับพันต้น โดยใช้วิธี “กาน” คือใช้ของมีคมลอกเปลือกตัดท่อส่งน้ำเลี้ยงรอบลำต้นเพื่อให้ต้นสักยืนต้นตายก่อนจะเข้าไปลักลอบตัดโค่น  เพราะเชื่อว่าจะทำให้ได้ไม้สักคุณภาพดี

อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบไม้สักอายุมากกว่า 100 ปี ถูกกานยืนต้นตายบริเวณปากห้วยแม่ลาก๊ะ-น้ำยวม-ผาเสื่อ 65 ต้น และบริเวณปากห้วยบ้านแม่ข่อ-น้ำยวม 70 ต้น และบริเวณอื่นๆอีกจำนวนมากนับร้อยๆต้น ไม้ที่ถูกตัดโค่นจะขนย้ายทางลำน้ำยวมและลำห้วยสาขาในช่วงน้ำหลาก ซึ่งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจลาดตระเวนเพื่อป้องกันการลักลอบเข้าไปกานไม้สัก ที่สำคัญกรมป่าไม้จะนำคณะผู้เชี่ยวชาญด้านป่าไม้ลงพื้นที่ในวันที่ 27-28 ม.ค.นี้ เพื่อไปทำบายพาสต่อท่อน้ำเลี้ยงแก่ต้นสักที่ถูกกานแต่ยังไม่ตาย เพื่อช่วยให้ต้นสักมีชีวิตต่อไป และถือว่าประเทศไทยเป็นประเทศแรกของโลกที่สามารถทำบายพาสช่วยชีวิตต้นสักเพื่อรักษาป่าสักผืนสุดท้ายของประเทศไทยสำเร็จ

ด้านนายราเชนทร์ ภูมมะภูติ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (แม่ฮ่องสอน) กรมป่าไม้ กล่าวว่า ป่าสงวนฯ แม่ยวมฝั่งซ้าย อ.ขุนยวม มีเนื้อที่ประมาณ 10,000 ไร่ มีพื้นที่ 5 จุดถูกกลุ่มนายทุน และชาวบ้านเข้าไปลักลอบกานต้นสักถึง 157 ต้น แต่ละต้นอายุเฉลี่ย 100 ปี เส้นรอบวงประมาณ 200-300 เซนติเมตร หรือราว 3-4 คนโอบ สูงไม่น้อยกว่า 30 เมตร ต้นสักที่ถูกลักลอบกานไม้เกิดขึ้นเมื่อราว 6-7 เดือนที่ผ่านมา  แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้เป็นฤดูฝนต่อเนื่องฤดูหนาว บรรยากาศในป่าพอจะมีความชุ่มชื้น ต้นสักที่ถูกกานจึงยังไม่ตาย

ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 กล่าวต่อว่า กรมป่าไม้  ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านพรรณพืชลงพื้นที่ไปสำรวจต้นสักที่ถูกกานทั้งหมดเพื่อหาทางช่วยเหลือ พบว่าสักหลายต้น น่าจะสามารถช่วยชีวิตไว้ได้ โดยทำ “บายพาส” ต้นสักเหมือนทำบายพาสหัวใจให้กับคนโดยการเอากิ่งไม้สักที่ยังมีท่อน้ำเลี้ยงสมบูรณ์มาแปะบริเวณที่ถูกกาน แล้วตอกตะปูติดเอาไว้  เพื่อให้น้ำเลี้ยงที่รากดูดขึ้นมาสามารถส่งน้ำและสารอาหารขึ้นไปหล่อเลี้ยงลำต้นได้ แต่ต้นสักที่จะทำแบบนี้ได้จะต้องถูกกานไม่นานนัก และยังมีใบสีเขียวอยู่ ขณะนี้ได้ทดลองทำไปแล้ว 3 ต้น อายุประมาณ 150 ปี ขนาด 3 คนโอบ มีแนวโน้มในทางที่ดีว่าจะรอดชีวิตและในวันที่ 27-28 ม.ค.นี้ จะมีการเข้าไปทำบายพาส ช่วยชีวิตต้นสักเพิ่ม ซึ่งตนตั้งใจว่า จะให้สำนักวิจัยฯ เข้ามาถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเมื่อเจอไม้สักหรือไม้ถูกกานให้เจ้าหน้าที่เหล่านั้นสามารถ ช่วยชีวิตต้นสักได้ทันที เพราะการเข้าไปในพื้นที่นั้นลำบากมาก หากต้องรอผู้เชี่ยวชาญเกรงว่าจะไม่ทันกาล

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้