วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปธ.กกต.รับ ไม่มีหลักประกันจะสงบ

หากขยับเลือกตั้ง2ก.พ. พลังชลพลิกเชียร์เลื่อน

ประธาน กกต.ย้ำนัดหารือนายกฯ วันที่ 28 ม.ค. ยืนกรานข้อเสนอเลื่อนเลือกตั้ง 2 ก.พ. ยอมรับไม่มีหลักประกันว่าเลื่อนแล้วสถานการณ์การเมืองจะสงบ แต่มั่นใจจะคลี่คลายเย็นลงได้ “สมชัย” ดันออกพระราชกฤษฎีกาใหม่ทับของเดิม “มาร์ค” ลั่นรัฐบาลไม่มีสิทธิยื่นเงื่อนไขต่อรอง เตือนบิ๊ก พท.อย่าดึงดันเติมเชื้อไฟอีก ขู่นายกฯ-ครม.อาจถูกยื่นถอดถอน พลังชลกลับลำเชียร์ให้เลื่อนเลือกตั้งเพื่อความสงบของประเทศ ภูมิใจไทยเสนอ กกต.รับฟังความเห็นทุกพรรคด้วย ด้าน พท.ไล่บี้ กกต.แจงปัญหา 6 ข้อก่อน ผวาแผนถ่วงเวลารอเชือดนายกฯ

กรณีที่ กกต.มีมติเห็นควรเสนอให้เลื่อนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ออกไปก่อน พร้อมประสานขอหารือเรื่องดังกล่าวกับนายกรัฐมนตรี ขณะที่แกนนำพรรคเพื่อไทยมีท่าทีอยากให้เดินหน้าจัดการเลือกตั้งตามกำหนดเดิม โดยอ้างว่าไม่มีหลักประกันว่าถ้าเลื่อนการเลือกตั้งออกไปแล้วสถานการณ์บ้านเมืองจะสงบเรียบร้อย

กกต.ย้ำนัดคุยนายกฯ 28 ม.ค.

เมื่อเวลา 14.05 น. วันที่ 26 ม.ค. ที่สำนักงานชั่วคราวของ กกต. จ.ชลบุรี นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. แถลงถึงความคืบหน้าการนัดหารือกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหมว่า ได้รับการประสานทางโทรศัพท์จากนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันแล้วว่านายกฯจะพูดคุยกับ กกต.ในวันที่ 28 ม.ค. เวลา 14.00 น. รัฐบาลจะเป็นผู้กำหนดสถานที่ โดย กกต.จะนำปัญหาที่เกิดขึ้นในการรับสมัคร และปัญหาในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีมวลชนไปปิดล้อมขัดขวาง ไปหารือกับนายกฯว่าการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นจะไม่สุจริตและเที่ยงธรรมได้ตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งจะเป็นการสูญเสียงบประมาณแผ่นดินอีกกว่า 1 พันล้านบาท ซึ่งหากได้ข้อสรุปตรงกันว่าควรจะเลื่อนวันเลือกตั้ง คิดว่าระยะเวลาที่เหลือ 1 สัปดาห์นี้ถ้าตั้งใจทำจริงก็อาจจะมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่ออกมาได้ก่อนวันเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลยังจะเดินหน้าเลือกตั้ง กกต.ก็ต้องจัดการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ แม้จะชัดเจนว่าเลือกตั้ง 2 ก.พ.แล้วก็เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ เพราะมี ส.ส.ไม่ครบ 95 เปอร์เซ็นต์ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมด

ไม่การันตีเลื่อนแล้วจะสงบ

นายศุภชัยกล่าวว่า ยอมรับว่ายังไม่มีหลัก ประกันที่จะยืนยันได้ว่าหาก กกต.และรัฐบาลเห็นตรงกันควรเลื่อนการเลือกตั้งแล้ว จะทำให้สถานการณ์การเมืองสงบลง เพราะ กกต.ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าถ้าเลื่อนเลือกตั้งแล้ว วันเลือกตั้งใหม่ควรเป็นวันใด หรือระหว่างที่เลื่อนการเลือกตั้งจะทำอย่างไรต่อไป แต่คิดว่าการเลื่อนเลือกตั้งจะทำให้สถานการณ์การเมืองคลี่คลายและเย็นลงได้บ้าง ตนไม่คิดว่าการเลื่อนการเลือกตั้งจะเป็นการซื้อเวลา เนื่องจาก กกต.ไม่เห็นชอบที่จะเลื่อนการเลือกตั้ง ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายถ้าเราทำให้เสร็จเท่าไรยิ่งดี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ กกต.ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรมได้ ยืนยันว่า กกต.ไม่ได้ร่วมรู้เห็นเป็นใจกับผู้ชุมนุมที่ไปปิดล้อมเพื่อไม่ให้ลงคะแนนได้

เบรกอบรม กปน.หวั่นสูญงบฯเปล่า

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า ปรากฏการณ์ผู้ชุมนุมไปปิดล้อมขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันนี้ ทำให้เห็นว่าการเลือกตั้ง 2 ก.พ.จะมีปัญหาคล้ายกัน เราเป็นห่วงเรื่องความวุ่นวายและเหตุรุนแรง อาจมีทั้งผู้บาดเจ็บเสียชีวิตเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นที่วัดศรีเอี่ยม เขตบางนา ดังนั้น กกต.จะนำข้อมูลต่างๆที่เกิดขึ้นไปพิจารณาร่วมกับรัฐบาลในวันที่ 28 ม.ค.ว่าสมควรเดินหน้าจัดการเลือกตั้งหรือไม่ อีกทั้ง กกต.ได้มีหนังสือสั่งการ กกต.จังหวัดให้ชะลอการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เช่นการอบรมกรรมการประจำหน่วย (กปน.) กว่า 1 ล้านคน ที่ต้องมีค่าใช้จ่าย 350 บาทต่อคนต่อวัน โดยให้ชะลอไปหลังวันที่ 29 ก.พ. รอความชัดเจนจากรัฐบาลก่อน เพื่อไม่ให้สูญเสียงบประมาณ

ยืนกรานให้รัฐบาลออก พ.ร.ฎ.ใหม่

นายสมชัยกล่าวว่า โจทย์สำคัญคือการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่เกิดผลลัพธ์ทางสังคม คือจะไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้ เพราะไม่สามารถคิดคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และไม่มีผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งใน 28 เขต ดังนั้น การหารือกับรัฐบาลหากเห็นตรงกันว่าควรกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งรัฐบาลต้องไปพิจารณาว่าจะสามารถออก พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ทับ พ.ร.ฎ.เดิมได้หรือไม่ คิดว่าจะทำได้ทันก่อนวันที่ 2 ก.พ. เพราะถ้าล่าช้าไปอีกก็จะเสียงบประมาณวันละไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท ระหว่างนั้นควรมีการทำข้อตกลงร่วมกันของทุกพรรคทุกกลุ่มการเมืองรวมถึงผู้ที่เห็นต่าง เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งใหม่เดินหน้าต่อไปได้ และต้องมีการปฏิรูปกฎหมายเลือกตั้ง แก้ไขปัญหาทุจริตซื้อเสียง แต่ถ้ารัฐบาลตัดสินใจไม่เลื่อนการเลือกตั้ง กกต.ก็ยินดีจัดการเลือกตั้งไป

พท.ไล่บี้ กกต.แจงปม 6 ข้อ

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า การที่ กกต.จะไปหารือกับนายกรัฐมนตรีในวันที่ 28 ม.ค. อยากถาม กกต. 6 ข้อก่อนที่จะเสนอเลื่อนเลือกตั้งว่า 1. กกต.ยืนยันได้หรือไม่ว่าหากเลื่อนเลือกตั้งออกไปจะไม่มีปัญหาขัดขวางการเลือกตั้งเกิดขึ้นอีก 2. การจะแก้ไขพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งใหม่ตามคำวินิจฉัยของ กกต. ไม่มีความชัดเจนว่าจะแก้ไขประเด็นอะไรบ้าง 3. จะเลื่อนเลือกตั้งออกไปนานเท่าใด ถ้าเลื่อนไปมากกว่า 60 วัน จะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 108 ที่ให้เลือกตั้งภายใน 60 วันหลังจากยุบสภา ใครจะให้ความกระจ่างเรื่องระยะเวลา หรือต้องไปถามศาลรัฐธรรมนูญอีกว่าสามารถเลื่อนได้กี่วัน 4. ถ้าพรรคอื่นที่ลงสมัครไม่ยอมให้เลื่อนวันเลือกตั้ง โดยอ้างว่าเสียค่าใช้จ่ายไปแล้ว ใครจะรับผิดชอบค่าเสียหายดังกล่าว 5. ถ้าประชาชนที่เสียสิทธิการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ไปฟ้องศาล ใครจะรับผิดชอบในการเลื่อนวันเลือกตั้ง เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเพียงให้คำแนะนำว่าเลื่อนได้เท่านั้น 6. ค่าใช้จ่ายที่ กกต.เสียไปสำหรับการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ใช้ไปแล้วเท่าใด หากผู้สมัครมาฟ้องต่อศาลเรียกค่าเสียหายที่ต้องเสียไปในการหาเสียง กกต.จะรับผิดชอบหรือไม่

เก็บหลักฐานเตรียมร้องยุบ ปชป.

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ระดมมวลชนไปขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้าใน กทม.และต่างจังหวัดนั้น เป็นการปิดกั้นสิทธิประชาชน และมีการแสดงพฤติกรรมดิบ เถื่อน ถ่อย ผิดกฎหมายเลือกตั้ง ขอเรียกร้องประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิไปแจ้งความเอาผิดนายสุเทพและพวก ขณะที่พรรคเพื่อไทยจะให้ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคถ่ายภาพผู้ขัดขวาง เพื่อแจ้งความเอาผิดแกนนำ กปปส.แต่ละพื้นที่ที่ขัดขวางการเลือกตั้ง ทราบว่ามีคนใกล้ชิดและอดีตนักการเมืองภาคใต้ร่วมขัดขวางการเลือกตั้ง ขณะนี้ได้รวบรวมหลักฐานการชุมนุม 1,200 หน้า เช่นคลิปการชุมนุมของนายสุเทพและพวก การบอยคอตเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ การขึ้นเวที กปปส.ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อยื่นเรื่องต่อ กกต.เอาผิดยุบพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 31 ม.ค. ส่วนที่นายอิสสระ สมชัย แกนนำกปปส. ระบุจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อรักษาสิทธินั้น เมื่อบอยคอตการเลือกตั้งไปแล้วก็อย่าไปใช้สิทธิ ขอท้าให้เว้นวรรคไป 4 ปีเลย อย่าทำตัวเป็นพวกเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง

ชี้แผนถ่วงเวลารอเชือดนายกฯ

นายคณิน บุญสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสามารถเลื่อนการเลือกตั้งได้ โดยให้ประธาน กกต.กับนายกฯไปตกลงกันนั้น ถือว่ากำกวม เพราะบอกเพียงว่าเลื่อนได้ แต่ไม่ได้บอกว่าเลื่อนได้ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตราใด เหมือนที่เคยวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับควรไปทำประชามติก่อน ก็ไม่บอกว่าให้ไปทำประชามติตามบทบัญญัติใดของรัฐธรรมนูญ การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเช่นนี้ อดมองไม่ได้ว่าเป็นการรู้กันระหว่าง กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ กปปส. และพรรคประชาธิปัตย์ มีเป้าหมายถ่วงเวลาให้นานที่สุดจนกว่าผู้สมัครเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยรวมทั้งนายกฯจะถูกสอยออกจากตำแหน่ง และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง โดยศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. และ กกต. ใช่หรือไม่ ประการสำคัญ นายกฯเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการตราพระราชกฤษฎีกา ถ้าจะเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงการเลือกตั้งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 108 โดยอ้างอิงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ นายกฯจะเข้าปิ้ง ตกที่นั่งลำบากในที่สุด

“มาร์ค” เตือน พท.อย่าเติมเชื้อไฟอีก

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้วว่าสามารถเลื่อนการเลือกตั้งได้ หากมีเหตุอันสมควรโดยเป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรีกับประธาน กกต. ซึ่ง กกต.ได้ข้อสรุปชัดเจนว่าหากจัดเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ต่อไป จะมีแต่ความเสี่ยงเกิดความวุ่นวายและรุนแรง ไม่อาจทำให้เกิดความสุจริตเที่ยงธรรมหรือบรรลุวัตถุประสงค์ในการเปิดสภาตามรัฐธรรมนูญได้ ทั้งยังต้องสูญเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ การจะกำหนดวันเลือกตั้งใหม่จึงต้องมุ่งแก้ปัญหาเหล่านี้ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าท่าทีของบุคคลในรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยกลับแสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์ วิพากษ์วิจารณ์โต้แย้ง เหมือนไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ หรือพยายามตีความรัฐธรรมนูญเอง เช่นระบุว่าหากจะเลื่อนเลือกตั้งก็เลื่อนออกไปได้ถึงวันที่ 6 ก.พ.เท่านั้น คนเหล่านี้ยังไม่เข้าใจหรือแกล้งไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ กกต.และศาลกำลังแก้ไขอยู่นั้นไม่ใช่ปัญหาการปฏิบัติเกี่ยวกับขั้นตอนในการเลือกตั้ง แต่เป็นปัญหาการเลือกตั้งทั่วไปในภาพรวม จึงกล่าวถึงการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ไม่ใช่การเลื่อนวันลงคะแนน ที่สำคัญพรรคเพื่อไทยยังไม่ตระหนักอีกหรือว่าวิกฤติวันนี้มาจากการท้าทายอำนาจศาล ท้าทายกฎหมาย และท้าทายความรู้สึกประชาชน ยังคิดจะเติมเชื้อไฟอีกหรือ

ซัดรัฐบาลไม่มีสิทธิต่อรองเงื่อนไข

นายอภิสิทธิ์ระบุว่า ส่วนท่าทีของรัฐมนตรีบางคนที่บอกว่าจะเลื่อนการเลือกตั้งต้องแลกกับการเลิกการชุมนุม และการคว่ำบาตรการเลือกตั้งนั้น ประการแรกอยากบอกว่าการจะเลื่อนการเลือกตั้งนั้นก็เพื่อหาทางออกให้ประเทศ ให้มีการเดินหน้าปฏิรูป ให้มีการเลือกตั้งที่เป็นที่ยอมรับ ไม่ใช่เป็นเรื่องของการต่อรองกัน ประการที่ 2 รัฐบาลที่เป็นผู้ก่อปัญหาไม่อยู่ในฐานะที่จะมาต่อรองสร้างเงื่อนไขกับใครทั้งสิ้น สิ่งที่ควรเร่งทำคือให้นายกฯหารือกับ กกต.รับหลักการที่จะกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ จากนั้นควรมอบให้ กกต.และองค์กรภาคประชาชนเร่งหาข้อยุติเรื่องการเลือกตั้งครั้งใหม่กับกระบวนการปฏิรูป โดยเร่งทำให้เสร็จก่อนวันที่ 2 ก.พ. เพื่อจะได้ตรา พ.ร.ฎ.เลือกตั้งฉบับใหม่แก้ไขฉบับเดิมได้ ก่อนส่งมอบหน้าที่ให้คนที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับมาเดินหน้าขั้นตอนต่างๆต่อไป

ขู่ยื่นถอดถอนนายกฯ–ครม.

“ผมจึงไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีมีภารกิจสำคัญอะไรจึงต้องรอถึงวันที่ 28 ม.ค.กว่าจะพบกับ กกต.ได้ ทั้งที่เป็นโอกาสที่จะสามารถคลี่คลายวิกฤติของประเทศ หากคิดแต่เพียงจะซื้อเวลา ยื้ออยู่ในอำนาจ หวังให้เดินหน้า 2 ก.พ.ไปก่อน ก็เชิญครับ แต่เมื่อข้อกฎหมาย คำวินิจฉัยศาล และจุดยืน กกต.ชัดเจนอย่างนี้ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีก็เตรียมรับการถูกยื่นถอดถอนได้เลยว่าจงใจให้เกิดการเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญได้เลย” นายอภิสิทธิ์ระบุ

ถามถ้าลุยต่อแล้วโมฆะใครรับผิดชอบ

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นทางออกให้ประเทศได้ แต่น่าเสียใจที่คนพรรคเพื่อไทยกลับตีความคำวินิจฉัยเป็นแค่คำแนะนำ และยืนยันเดินหน้าเลือกตั้งเพื่อกระชับอำนาจ ทั้งยังอ้างว่าหากเลื่อนการเลือกตั้งจะมีการดำเนินคดีกับนายกฯ ทั้งๆที่ กกต.ยังไม่กลัวถูกฟ้องเลย นอกจากนี้ขอตั้งคำถามว่าเหตุใดนายกฯไปพักผ่อนที่ จ.เชียงใหม่ได้ แต่กลับไม่ให้เวลากับประเทศเพื่อที่จะพบกับประธาน กกต.ให้เร็วขึ้น หรือว่านายกฯเห็นการพักผ่อนส่วนตัวที่บ้านสำคัญกว่าปัญหาความไม่สงบภายในประเทศ ประเทศไทยต้องเสียสละเพื่อครอบครัวนี้อีกหรือ ทั้งที่เสียสละมานานเกินพอแล้ว วันนี้นายกฯต้องเสียสละให้กับประเทศด้วย ส่วนที่พรรคเพื่อ–ไทยถามหาความรับผิดชอบเรื่องงบประมาณจากภาษีที่ใช้ไปแล้วในการจัดการเลือกตั้งบางส่วนไปแล้วนั้น อยากถามพรรคเพื่อไทยกลับว่าถ้าเดินหน้าเลือกตั้งแล้วสุดท้ายเป็นโมฆะ นายกฯและพรรคเพื่อไทยจะนำเงินที่ใช้ไปแล้วมาจ่ายคืนภาษีประชาชนหรือไม่ เพราะวันนี้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยืนยันที่จะนำภาษีประชาชนไปตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ทั้งที่สามารถเลื่อนการเลือกตั้งได้

ภท.เสนอ กกต.นัดคุยทุกพรรค

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ก่อนที่ กกต.จะไปหารือกับนายกฯเรื่องเลื่อนวันเลือกตั้ง ขอเรียกร้องให้จัดการหารือกับทุกพรรค การเมืองก่อน เพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อนจะไปแจ้งนายกฯ เพราะการหารือของ กกต.กับนายกฯเพียงสองฝ่ายไม่สามารถทำให้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติได้ หากว่าพรรคการเมืองไม่เห็นด้วย ดังนั้นควรจะเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองแสดงความเห็นในฐานะที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งโดยตรง ส่วนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้พรรคภูมิใจไทยเคยเสนอแนะ กกต.กับรัฐบาลมาแล้วว่า ควรเชิญทุกพรรคทุกฝ่ายมาหารือ แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่นำไปสู่การเลือกตั้งที่ล้มเหลว วันนี้ กกต.และรัฐบาล ควรจะเลิกคิดเอาชนะกัน อย่าแยกประชาชนเป็นสองฝ่ายหรือหลายฝ่ายเพื่อหาผู้สนับสนุนตัวเอง ปัญหานี้ควรจะจบเร็วที่สุดก่อนที่ประเทศไทยและระบอบประชาธิปไตยจะล้มเหลวไปมากกว่านี้

พลังชลเชียร์ให้เลื่อนเพื่อความสงบ

นายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังชล กล่าวว่า พรรคน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินให้สามารถเลื่อนวันเลือกตั้งได้ เพื่อให้เกิดความสงบของบ้านเมือง เพราะจะเห็นได้ว่าสถานการณ์การเมืองวันนี้เกิดความรุนแรงจนประชาชนถึงขั้นเสียชีวิตและล้มเจ็บไปหลายราย หากยังยื้อและดันทุรังให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ก็จะไม่เกิดประโยชน์ เชื่อว่าประเทศจะเสียหายมากกว่านี้ ดังนั้นอยากให้ทุกฝ่ายมาหารือกันเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ

คนกรุงหนุน–ตจว.ค้านเลื่อนเลือกตั้ง

สวนดุสิตโพลเปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นคนกรุงเทพฯ 582 คน และคนต่างจังหวัด 850 คน กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีวินิจฉัยว่าสามารถเลื่อนวันเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ได้ พบว่าในส่วนของคนกรุงเทพฯร้อยละ 43.30 อยากให้เลื่อนการเลือกตั้ง เพราะอยากให้ปฏิรูปการเมืองและนักการเมืองให้ดีก่อน อีกทั้งสถานการณ์บ้านเมืองยังไม่สงบ กลัวจะเกิดเหตุรุนแรง ขณะที่ร้อยละ 34.36 ไม่อยากให้เลื่อนเลือกตั้ง เพราะบ้านเมืองจะได้เดินหน้า และรู้ถึงความนิยมของ ประชาชน ส่วนอีกร้อยละ 22.34 เห็นว่าเลื่อนก็ได้ไม่เลื่อนก็ได้ เพราะไม่ว่าผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไร การเมืองไทยยังคงขัดแย้งอยู่ดี ปัญหาไม่ได้อยู่ที่วันเลือกตั้ง แต่อยู่ที่ตัวนักการเมือง ส่วนความคิดเห็นคนต่างจังหวัด ร้อยละ 42.12 ไม่อยากให้เลื่อนเลือกตั้ง เพราะอยากเห็นบ้านเมืองพัฒนา ควรให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าจะเลือกใครเข้ามาทำงาน ขณะที่ร้อยละ 36.00 อยากให้เลื่อนเลือกตั้ง เพราะการชุมนุมยังคงมีอยู่ เกรงจะเกิดการปะทะ ที่เหลือร้อยละ 21.88 เห็นว่าเลื่อนก็ได้ไม่เลื่อนก็ได้ เพราะถึงอย่างไรการเมืองไทยก็ยังคงวุ่นวายขัดแย้งเหมือนเดิม

27 ม.ค. 2557 07:16 27 ม.ค. 2557 07:17 ไทยรัฐ