วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป่วนกาล่วงหน้า-ซัลโวดับ แกนนํากปท.

สาว50ถือไฟฉายฝ่าม็อบ ปึ้งบี้กกต.ล้มเลือกตั้ง เทือกให้ทหารมาได้แล้ว

กปปส.เดินตามแผน ขัดขวางประชาชนใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าจาก 375 เขตทั่วประเทศ โดนม็อบปิดล้อมเข้ากาบัตรไม่ได้ 83 เขต เป็น กทม. 33 เขต ภาคใต้ 47 เขต ยกเว้น 3 จังหวัดใต้ที่ยังไปใช้สิทธิ์ได้ทุกเขต ส่วนภาคอื่นอีก 3 เขต ทหารหลายหน่วยตบเท้าลงคะแนนพรึ่บ ที่เขตบางนาเดือด กปท.ยิงปะทะฝ่ายตรงข้าม “สุทิน ธาราทิน” แกนนำ กปท.ดับ 2 ฝ่ายบาดเจ็บอีก 9 “สุเทพ”เสียใจแนวร่วมตาย ลั่นส่งเสียลูกจนเรียนจบ คนอยากใช้สิทธิ์โดนคุกคามหนัก ทั้งทำร้ายร่างกาย ฉกทรัพย์ “ป๋าเปรม” ไม่เครียด ขอใช้สิทธิ์ครั้งหน้า ศรส.มีมติเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ “สุรพงษ์” ซัด กกต.จงใจล้มเลือกตั้ง ขู่จับแน่หากละเว้นตาม ม.157 ส่งทีมเจรจาขอเปิดพื้นที่ “สมชัย” โต้ข้อหาไม่ขอกำลัง ตร.-ทหารคุมป่วน แนะให้ไปโหวตวันที่ 2 ก.พ.แทน

ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. สั่งการให้มวลชนปิดหน่วยเลือกตั้งทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้เกิดการปะทะกับประชาชนที่ต้องการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในหลายพื้นที่จนเกิดความชุลมุนวุ่นวาย ในวันเลือกตั้งล่วงหน้านั้น

“อิสสระ” นำมวลชนนอนขวางทาง

เมื่อเวลา 06.40 น. วันที่ 26 ม.ค.ที่หน่วยเลือกตั้งเขตจตุจักร นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. นำมวลชนจากเวทีห้าแยกลาดพร้าว เดินเท้ามาปิดล้อม จนเวลา 08.00 น. ประชาชนเริ่มทยอยมาใช้สิทธิแต่เข้าไม่ได้ เพราะกลุ่ม กปปส.นอนขวางถนนเอาไว้ เมื่อประชาชนจะเดินฝ่าเข้าไปจึงถูกเป่านกหวีดไล่ และผลักดันออกมา โดย น.ส.พิจาริณี รัตนชำนอง อายุ 50 ปี สวมเสื้อขาวถือไฟฉายสีแดงเดินแหวกผู้ชุมนุมที่นอนขวางจะเข้าไป แต่ถูกดึงตัวออกมา น.ส.พิจาริณีกล่าวว่า ที่ถือไฟฉายต้องการส่องทางให้สว่างเพราะบ้านเมืองมันมืด ขณะที่ชายอีกคนพยายามฝ่าแนวกั้นของ กปปส. ขณะถูกผลักดันออกมาได้นำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายวีดิโอ จึงถูกผู้ชุมนุมชายคนหนึ่งยึดโทรศัพท์ไป พอขอคืนได้รับการปฏิเสธและท้าให้ไปแจ้งความเอาเอง จนเวลา 10.00 น. นายอิสสระประกาศให้ผู้ชุมนุมทราบว่า ผอ.เขตจตุจักร ได้สั่งให้ยุติการเลือกตั้งแล้ว แต่สร้างความไม่พอใจให้ประชาชนที่มารอใช้สิทธิ เกิดการปะทะคารมกันหลายครั้ง โดยผู้ที่ไม่สามารถใช้สิทธิได้พากันไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพื่อรักษาสิทธิของตัวเอง

กปปส.ล็อกประตูเขตดุสิต

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 26 ม.ค. กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ได้ปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าสำนักงานเขตดุสิต และโรงเรียนสุโขทัย โดยนำโซ่คล้องกุญแจมาล็อกประตูเข้าออก จนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเปิดหน่วยเลือกตั้งได้ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต เฝ้าสังเกตการณ์ ซึ่งนางสมรรักษ์ อรรนิตย์ ผู้ช่วย ผอ.เขตดุสิต กล่าวว่า ถือเป็นการขัดขวางการเลือกตั้ง ได้รายงานไปยัง กกต.ส่วนกลาง พร้อมทั้งแจ้งความต่อ สน.ดุสิต ทั้งนี้ในเขตดุสิตมีบุคคลสำคัญที่ได้ลงชื่อเพื่อขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ มีกำหนดจะเดินทางมาใช้สิทธิที่โรงเรียนสุโขทัย แต่เมื่อหน่วยเลือกตั้งถูกปิด ทำให้ พล.อ.เปรมไม่ได้เดินทางมาใช้สิทธิล่วงหน้า

คนอยากเลือกตั้งตะโกนด่า

หลังจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการเลือกตั้งล่วงหน้าได้ สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนที่เดินทางมาใช้สิทธิ มีการตะโกนด่ากลุ่ม กปปส. และรวมตัวกันบุกเข้ามาในสำนักงานเขตดุสิต เรียกร้องให้เปิดการเลือกตั้ง เมื่อกลุ่ม  กปปส.เห็นว่าสำนักงานเขตดุสิตประกาศยกเลิกการเลือกตั้งแล้ว ได้แยกย้ายไปยังหน่วยเลือกตั้งอื่น ขณะที่นายสมศักดิ์ แกมเกตุ ประธาน กกต.ประจำเขต 5 ได้นำหนังสือประกาศงดการเลือกตั้งล่วงหน้ามาติดที่หน้าสำนักงานเขตดุสิต ท่ามกลางเสียงโห่ร้องไม่พอใจของประชาชน

ทส.เผย “ป๋า” ไม่แจ้งความ

ด้าน พล.ต.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ นายทหารคนสนิทของ พล.อ.เปรม กล่าวว่า พล.อ.เปรมทราบเรื่องที่มีการปิดหน่วยเลือกตั้งแล้ว แต่ไม่ได้ส่งคนไปแจ้งความ เพราะ กกต.เป็นฝ่ายประกาศปิดหน่วยการเลือกตั้งเอง ซึ่งไม่กระทบสิทธิแต่อย่างใด ส่วนคนที่ไปแจ้งความอาจห่วงว่าจะกระทบต่อการไปใช้สิทธิในครั้งต่อไป โดย พล.อ.เปรมพักผ่อนอยู่ในบ้านพัก ถ้ามีการเลือกตั้งครั้งหน้าจะออกไปใช้สิทธิตามปกติ

ยานนาวาก็วุ่นหวิดปะทะกัน

ขณะที่เวลา 05.00 น. กปปส.เวทีแยกศาลาแดง แบ่งออกเป็น 2 สาย โดยสายแรกไปปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งเขตหนองแขม เขตบางแค ส่วนสายที่ 2ไปปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งเขตยานนาวา ขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งสำนักงานเขตยานนาวา กำลังจัดเตรียมอุปกรณ์การเลือกตั้งอยู่ ทำให้นายจีรศักดิ์ เพ็งกุล ผู้ช่วย ผอ.เขตยานนาวา ต้องออกมาเจรจาแต่ไม่เป็นผล เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตยานนาวาจึงนำป้ายประกาศแจ้งงดการเลือกตั้ง มาติดที่หน้าประตูทางเข้าสำนักงานเขต สร้างความไม่พอใจให้ประชาชนที่มารอใช้สิทธิ์ จนเกิดมีปากเสียงกระทบกระทั่งระหว่างกลุ่ม กปปส.กับประชาชน จนเจ้าหน้าที่ตำรวจและเทศกิจ ต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์ แต่ประชาชนต้องการใช้สิทธิ์ยังคงรวมตัวประท้วง พร้อมเรียกร้องให้เปิดการเลือกตั้งอีกครั้ง และพยายามบุกเข้าไปในสำนักงานเขตเพื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำกำลังเข้ามาควบคุมสถานการณ์

ผอ.เขตหลักสี่ลนลานสั่งปิดหน่วย

เวลา 08.30 น. ที่ทำการเขตหลักสี่ นายณรงค์ จงแจ่มฟ้า ผอ.เขตหลักสี่ ประธาน กกต.เขตหลักสี่ ได้นำประกาศมาติดไว้ที่ด้านหน้าหน่วยเลือกตั้ง ว่าตามที่มีมวลชนมาปิดล้อมหน่วยเลือกตั้ง ทำให้เป็นอุปสรรคต่อเจ้าหน้าที่และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยต่อชีวิตผู้ปฏิบัติหน้าที่ และทรัพย์สินของราชการ จึงประกาศงดลงคะแนน ขณะที่เขตดอนเมือง มีประชาชนไปรอใช้สิทธิ์ล่วงหน้าตั้งแต่เวลา 08.00 น. แต่ทางสำนักงานเขตปิดไม่ให้มีการลงคะแนน ทำให้บรรยากาศตึงเครียดไปจนถึงช่วงบ่าย เมื่อประชาชนที่รอใช้สิทธิ์เดินตามหาตัวประธาน กกต.เขต 12 ดอนเมือง แต่หาไม่เจอ จึงพากันแสดงเชิงสัญลักษณ์ด้วยการหยิบบัตรประชาชนขึ้นมาชู ว่าต้องการเลือกตั้ง ไม่เอาอำนาจเผด็จการ

ลาดกระบัง กปปส.ตีกับประชาชน

เวลา 08.30 น. ที่เขตลาดกระบัง กลุ่ม กปปส. เคลื่อนขบวนรถติดเครื่องขยายเสียงมาปิดล้อมบริเวณทางเข้าหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า เป็นเหตุให้ประชาชนส่วนหนึ่งไม่พอใจจนเกิดการปะทะกัน มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย คือนายสุชาติ ทองชู อายุ 31 ปี ชาวสุราษฎร์ธานีที่มากับกลุ่ม กปปส. ถูกตีด้วยไม้เข้าที่คิ้วขวาแตก จนนายเชาวฤทธิ์ ทรงนวรัตน์ รักษาการ ผอ.เขตลาดกระบัง ต้องนำหนังสือยุติการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ามาแสดง ผู้ชุมนุมจึงพอใจยอมออกจากพื้นที่

การ์ดเหิมชก ตร.ฉกปืน 11 มม.

ที่สำนักงานเขตหนองแขม ได้เกิดเหตุการ์ดกปปส. กว่า 10 คน พยายามจับตัว ร.ต.อ.อิทธิกร ลุนสะแกวงศ์ รอง สว.สส.สน.หนองแขม ที่กำลังถ่ายรูปผู้ชุมนุมที่ยกขบวนมาปิดหน่วยเลือกตั้ง จนเกิดการยื้อแย่งชกต่อยจน ร.ต.อ.อิทธิกรได้รับบาดเจ็บตามใบหน้าและร่างกาย ก่อนจะมีตำรวจเข้ามาห้ามปราม การ์ดทั้งหมดจึงล่าถอยขึ้นรถออกไปพร้อมยึดปืน 11 มม. ยี่ห้อคิมเบอร์ และเงินสด 6,000 บาทติดไปด้วย เบื้องต้น ร.ต.อ.อิทธิกรเข้ารักษาบาดแผลที่ รพ.หลวงพ่อทวีศักดิ์ พร้อมแจ้งความลงบันทึกประจำวัน พนักงานสอบสวนที่ สน.หนองแขมแล้ว

ใต้ป่วนหลายจังหวัดงดเลือกตั้ง

ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ ที่ จ.กระบี่ กลุ่ม กปปส.กระบี่ ปิดถนนทางเข้าออก ขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ กกต.นำหีบบัตร รวมทั้งอุปกรณ์เลือกตั้งเข้าคูหา ขณะที่กลุ่ม กปปส.พังงา ปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งทั้ง 4 หน่วย คือศาลาอเนกประสงค์ โรงเรียนเทศบาลท้ายช้าง อ.เมืองพังงา และสำนักงานเทศบาลตำบลลำแก่น อ.ท้ายเหมือง ขัดขวางไม่ให้ประชาชนเข้าไปใช้สิทธิ์ ด้าน จ.สุราษฎร์ธานี กลุ่ม กปปส.ปิดล้อมศูนย์ฝึกอบรม บช.ภ.8 อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ทำให้ กกต.สุราษฎร์ธานี ต้องประกาศงดการเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะไม่มีบัตรลงคะแนน และกรรมการประจำหน่วยทั้ง 6 เขตเลือกตั้งมีไม่ครบ ด้าน กปปส.พัทลุง ปิดทางเข้าออกกองร้อย ตชด.434 พัทลุง และปิดกั้นบนถนนสายบ้านแร่-ต้นโดน ทำให้ทั้งหมดต้องประกาศงดการเลือกตั้งล่วงหน้า ขณะที่กลุ่ม กปปส.พัทลุง ราว 300 คน ปิดถนนเอเซีย หมู่ 3 ต.ท่ามิหรำ อ.เมืองพัทลุง เนื่องจากไม่พอใจที่นักการเมืองท้องถิ่นพกอาวุธสงครามเข้าหน่วยเลือกตั้ง

ภูเก็ตคนขอใช้สิทธิ์ 3 หมื่นแต่แห้ว

ที่ จ.ภูเก็ต กลุ่ม กปปส.ภูเก็ต ปิดล้อมศาลาประชาคมภูเก็ต อ.เมือง สถานที่จัดการเลือกตั้งกลางของ จ.ภูเก็ต สำหรับการเลือกตั้งนอกเขตจังหวัดจำนวน 26 หน่วยเลือกตั้ง ทำให้ผู้ขอใช้สิทธิ์กว่า 30,000 คน ไม่สามารถเข้าไปใช้สิทธิ์ได้ ส่วนหน้าหอประชุมเทศบาลนครภูเก็ต ถ.นริศร ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต หน่วยเลือกตั้งที่เขต 1 และหอประชุมโรงเรียนถลาง–พระนางสร้าง อ.ถลาง หน่วยเลือกตั้งเขต 2 อ.ถลาง ถูกปิดล้อมจน กกต.ภูเก็ต ต้องประกาศงดลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าทั้ง 3 เขต เช่นเดียวกับการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ จ.ชุมพร ตรัง สตูล และระนอง ถูกปิดล้อมจนต้องยุติการลงคะแนนเลือกตั้งไปตามๆกัน

ผบก.ภ.จ.นครศรีฯโหวตได้คนเดียว

ส่วนที่ จ.นครศรีธรรมราช กลุ่ม กปปส.นครศรีธรรมราช ปิดล้อมประตูทางเข้าสนามกีฬากลางจังหวัด โดยมีเพียง พล.ต.ต.พชร บุญสิทธิ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช เข้าไปใช้สิทธิ์ได้คนเดียว โดย พล.ต.สุวัฒน์ เรืองกุล ผอ.กกต.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า กกต.นครศรีธรรมราช รับบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าแบบบัญชีรายชื่อมาเท่านั้น ส่วนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 9 เขตไม่ได้รับ เนื่องจากไปรษณีย์ไม่สามารถส่งบัตรเลือกตั้งมาให้ได้ จึงต้องประกาศยุติการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าทั้ง 9 เขตทันที

3 จว.ใต้ไร้ปัญหา กปปส.ขวางไม่ได้

ที่ จ.ปัตตานี กลุ่ม กปปส.ปัตตานี ได้ปิดศาลากลางจังหวัด จนต้องย้ายสถานที่ไปที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ส่วนที่โรงเรียนเดชะปัตตนะยานุกูล ยังสามารถจัดสถานที่ให้ผู้ใช้สิทธิ เลือกตั้งในเขตเลือกตั้งได้เหมือนเดิม โดยมีตำรวจ อส. และชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.ปัตตานี วางกำลังดูแลทางเข้าหน่วยทำให้กลุ่ม กปปส. ราว 100 คน ที่ตามมาได้แต่ยืนปราศรัยด้านหน้าทางเข้ามหาวิทยาลัย ก่อนแยกย้ายกันกลับ ทำให้การเลือกตั้งสามารถดำเนินไปได้ตามปกติ ขณะที่ จ.ยะลา กลุ่ม กปปส.ยะลา รวมตัวกันปิดหน้าหน่วยเลือกตั้ง แต่มีกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งจำนวนไล่เลี่ยกันยืนประจันหน้าอยู่ ทำให้ผู้มาใช้สิทธิ์ล่วงหน้าทยอยมาใช้สิทธิ์ต่อเนื่อง จนกระทั่งปิดหีบโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น เช่นเดียวกับที่ จ.นราธิวาส ก็ไม่มีสถานการณ์รุนแรง

ภาคเหนือสงบไร้ป่วน

ขณะที่ภาคเหนือ บรรยากาศโดยรวมสงบเรียบร้อย โดยที่ จ.เชียงใหม่ บริเวณศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่จัดการเลือกตั้งล่วงหน้า มีผู้ทยอยเข้ามาใช้สิทธิ์ เหตุการณ์สงบเรียบร้อย ส่วน จ.สุโขทัย ที่หอประชุม อ.เมืองสุโขทัย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ไปใช้สิทธิ์ล่วงหน้า ซึ่งภาพรวมยังคงปกติ ไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น ด้าน จ.ตาก ที่โรงเรียนสรรพวิทยาคม อ.แม่สอด จ.ตาก กลุ่ม กปปส.แม่สอด กว่า 50 คน ได้มารณรงค์คัดค้านการเลือกตั้ง แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด

อีสานคึกคักทหารแห่ใช้สิทธิ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่สนามหน้าศาลากลาง จ.ขอนแก่น มีประชาชนทยอยมาใช้สิทธิ์ต่อเนื่อง โดยมีกลุ่ม กปปส.ขอนแก่น จำนวนหนึ่งชุมนุมอยู่ แต่ไม่มีเหตุรุนแรงหรือขวางการเลือกตั้ง ด้าน จ.อุดรธานี มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์คึกคัก และมีเจ้าหน้าที่ ตชด. จาก กก.ตชด.23 สกลนคร และกำลังพลจากกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 13 เดินทางมาใช้สิทธิ์เช่นกัน รวมถึงที่ จ.อุบลราชธานี สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีมวลชนขัดขวางการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแต่อย่างใด โดยที่โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านโพธิ์กลาง นักเรียนมัธยมศึกษาร่วมจุดเทียนเพื่อแสดงออกเรียกร้องสันติภาพ และการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย

โคราชเครียด 2 ฝ่ายประจัญหน้า

ที่ จ.นครราชสีมา กลุ่ม กปปส.จำนวนมากรวมตัวกันที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และเดินขบวนคัดค้านการเลือกตั้งไปตามถนนจอมสุรางค์ยาตร์ ก่อนจะไปปักหลักรวมตัวชุมนุมกันที่หน้าหน่วยเลือกตั้งอาคารสำนักงานเทศบาลนครราชสีมา โดยมีกลุ่มคนเสื้อขาวและเสื้อหลากสีที่สนับสนุนการเลือกตั้งจำนวนหนึ่ง นำมวลชนตั้งแถวยืนห่างจากหน่วยเลือกตั้ง 100 เมตร และได้ตะโกนด่าทอโห่ร้องอยู่ริมถนน มีกำลังตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา และชุดปราบจลาจลยืนคั่นกลางระหว่าง 2 กลุ่ม จนไม่มีการกระทบกระทั่งกัน โดยประชาชนทยอยเข้าใช้สิทธิ์ได้ ขณะที่ทหารสังกัดจังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด เข้าใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า ที่หน่วยเลือกตั้งห้องประชุมที่ว่าการ อ.เมืองร้อยเอ็ด

นักกีฬาวีลแชร์ยังเข้าคูหา

ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ริมทะเลสาบ เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า มีหน่วยเลือกตั้ง ภาคเหนือ กลาง ภาคใต้และตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 97 หน่วย มีประชาชนทยอยออกมาใช้สิทธิ์ โดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ได้เดินทางมาตรวจความเรียบร้อย ทั้งนี้ นายพัทธยา เทศทอง นักกีฬาพาราลิมปิกทีมชาติ ได้นั่งรถเข็นเข้าคูหาลงคะแนนเลือกตั้ง ส่วนที่ศูนย์เบญจบูรพาสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ ประชาชนทยอยเดินทางใช้สิทธิ์อย่างคึกคัก แต่มีชายคนหนึ่งคล้องริบบิ้นธงชาติยืนเป่านกหวีดด้านหน้า และมีการปะทะคารมกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ไปใช้สิทธิ์ ตำรวจจึงพาชายคนดังกล่าวออกไป

“สมชัย”ดอดตรวจเลือกตั้งระยอง

ภาคกลาง ที่โรงยิมศูนย์กีฬาเทศบาลเมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี บรรยากาศคึกคักประชาชนทยอยมาใช้สิทธิ์ และมีทหารจากโรงเรียนนายร้อย จปร. จ.นครนายก รวมถึงกำลังพลจาก พล.ร.9 ออกมาใช้สิทธิ์จำนวนมาก ส่วนที่หอประชุมโรงเรียนท่าม่วงราษฎรบำรุง กลุ่ม กปปส.กาญจนบุรี แสดงเชิงสัญลักษณ์คัดค้านการเลือกตั้ง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ด้าน จ.จันทบุรี มีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์บางตา โดยไม่มีเหตุวุ่นวาย ส่วนที่สนามกีฬากลาง จ.ระยอง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารจัดการเลือกตั้ง นำคณะตรวจการใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าของประชาชน

หน้าแตกขวาง นร.นายร้อยไม่ได้

แต่ที่ จ.สมุทรสงคราม กลุ่ม กปปส.สมุทรสงครามเข้าเจรจากับ  น.ส.ปิยนาฎ กลางพนม ผอ.กกต.สมุทรสงคราม จนยอมทำหนังสือประกาศปิดหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงที่ จ.สมุทรสาคร กลุ่ม กปปส. สมุทรสาครรวมตัวกันกดดันจนนายสวัสดิ์ ทองสมุทร ผอ.กกต.สมุทรสาคร ยอมประกาศงดการเลือกตั้งล่วงหน้า ส่วนที่ จ.ราชบุรี นายบุญมาก ศิริเนาวกุล  อดีต  ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นำมวลชนขัดขวางไม่ให้ขบวนรถบรรทุกทหารนักเรียนนายร้อยปีที่ 2 จำนวน 8 คัน ที่จะเข้าไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จนเจ้าหน้าที่ต้องเปิดให้เข้าทางประตูด้านหลัง ในที่สุดสามารถเปิดให้ผู้มาใช้สิทธิ์เข้าลงคะแนนได้ปกติ ส่วนที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กลุ่ม  กปปส.สามารถขัดขวางการใช้สิทธิ์ได้ที่หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าเขต 1 เขตเดียว ส่วนอีก 2 หน่วย ไม่สามารถขัดขวางได้เพราะจำนวนผู้ชุมนุมมีไม่เพียงพอ

เวทีปทุมวันผวากางตาข่ายคลุม

ช่วงค่ำ ที่เวทีปราศรัยแยกปทุมวัน ประชาชนยังทยอยเข้าร่วมชุมนุมต่อเนื่อง ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัย มีการตรวจค้นกระเป๋าผู้เข้าร่วมชุมนุมที่ประตูทางเข้าทุกด้านอย่างเข้มงวด และด้านหลังเวทีที่เป็นที่พักของแกนนำ ผู้รอปราศรัย ศิลปินและที่ทำงานของสื่อมวลชน มีการนำตาข่ายมากางคลุมพื้นที่เต็นท์ไว้ เพื่อป้องกันการลอบทำร้ายด้วย

“สุเทพ” เสียใจแนวร่วมตาย

เมื่อเวลา 17.30 น. ที่เวทีปราศรัยแยกศาลาแดง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นปราศรัยว่า การที่วันนี้ประชาชนคัดค้านการเลือกตั้งได้สำเร็จ กรุงเทพฯมี 50 กว่าเขตปกครอง แต่จัดการเลือกตั้งได้ 5 เขตเท่านั้น ส่วนภาคใต้ก็เรียบร้อย 11 จังหวัด เราทำให้เห็นว่าเป็นหนังตัวอย่าง ถ้าหนังจริงจะเด็ดขาดกว่านี้ แต่ขณะที่เราไปคัดค้านการเลือกตั้งกลับมีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะดูแล ศอ.รส. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ออกมาแถลงข่าวว่ามวลชน กปปส. กระทำผิดกฎหมายบ้านเมืองอย่างรุนแรง มีโทษจำคุก และประกาศจะดำเนินคดีหมดทุกคน และยังบอกว่าเราไปปฏิบัติการด้วยความรุนแรง โหดร้าย มีอาวุธปืนสั้น ปืนยาว ซึ่งเป็นการใส่ร้ายหน้าด้านๆ เพราะคนในรัฐบาลโกหกเหมือนกันหมด ทั้งนี้น่าเสียใจที่พี่น้องมวลชนกลุ่ม กปท.ที่ไปคัดค้านการเลือกตั้งเขตบางนา ในขณะกำลังกลับก็ถูกสมุนรัฐบาลที่ไม่ใส่เสื้อแดงเข้าปะทะและยิง ทำให้มีคนตาย 1 คน คือนายสุทิน ธาราทิน  การกระทำดังกล่าวทำกลางวันแสกๆ อยากให้พี่น้องดูความโหดเหี้ยมอำมหิตของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ลั่นส่งเสียลูก “สุทิน” จนเรียนจบ

นายสุเทพกล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติพี่น้องของนายสุทิน โดยวันนี้เวลา 19.00 น. ที่เวทีปทุมวันจะจัดพิธีไว้อาลัย เราจะดูแลครอบครัวนายสุทิน แม้จะไม่ได้เป็นกลุ่มมวลชนเดียวกับเรา แต่ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกัน ต้องให้ลูกเขาเรียนหนังสือจนจบ โดยมีเงินจ่ายให้ก่อนสำหรับการศึกษา 1 ล้านบาท

ศรส.หารือสถานการณ์ม็อบ

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) สถานที่ทำงานของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ที่ปรึกษา ศรส. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ผู้อำนวยการ ศรส. พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ร่วมประชุมรับฟังรายงานและประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ ไทยเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) ที่เคลื่อนมวลชนขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้า ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เก็บตัวอยู่ในเซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯเพื่อความปลอดภัย แต่ได้รับ ฟังรายงานสถานการณ์จากนายสุรพงษ์เป็นระยะ

ประเมินเหตุป่วนใช้สิทธิ์ล่วงหน้า

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายสุรพงษ์แถลงว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. หัวหน้าผู้รับผิดชอบการปฏิบัติของ ศรส. ได้รายงานสถานการณ์การเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีกลุ่ม กปปส.เข้าไปขัดขวาง และใช้กำลังประทุษร้ายผู้ใช้สิทธิ์ โดยภาพรวมสามารถจัดการเลือกตั้งได้ 66 จังหวัด 10 จังหวัดภาคใต้ไม่สามารถจัดเลือกตั้งได้ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร สงขลา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง และพัทลุง ส่วนพื้นที่ กทม. 50 เขต มีหน่วยเลือกตั้งที่ต้องยุติ 45 เขต แบ่งเป็น กทม. 33 เขต และฝั่งธนบุรี 12 เขต

มีมติเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

ด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะกรรมการ ศรส. กล่าวว่า ที่ประชุม ศรส.มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการขอคืนพื้นที่ราชการ เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการประชาชนได้ โดยจะมีคณะเจรจาประกอบด้วย ปลัดกระทรวงหรืออธิบดี เจ้าหน้าที่ทหาร 3 เหล่าทัพ ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ มีมติให้ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมของ กปปส. ขอให้มาแจ้งความเพื่อรับเยียวยาได้ที่กองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน และสถานีตำรวจทุกแห่ง ทั้งใน กทม. นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค.-3 ก.พ. ใช้เพียงบัตรประชาชนและแจ้งภูมิลำเนาที่ชัดเจน ไม่จำเป็นต้องมีทะเบียนบ้านก็ได้ แต่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป หลังจากรับแจ้งแล้วเจ้าหน้าที่จะออกบันทึกประจำวันเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน เช่น ส่งกะรถไม่ทัน ชำระเงินกู้ เบี้ยประกัน หรือค่างวดรถไม่ทัน รวมถึงการขัดขวางการเดินทางของผู้ป่วย หรือการศึกษา

ขอใช้ข้อมูลเอาผิดม็อบ

นายธาริตกล่าวว่า หลังจากเปิดแจ้งความครบ 7 วัน ศรส.จะขอความร่วมมือไปยังธนาคาร ห้างร้าน โรงแรม หรือกิจการการค้าทุกประเภท ให้ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนที่มี นิติสัมพันธ์กับผู้ประกอบการทั้งหมด เช่น ผ่อนผันระยะเวลาการชำระหนี้ การผ่อนผันค่าปรับกรณีชำระล่าช้า ลดหย่อนค่าเสียหาย และการทุเลาใดๆ เพื่อลดความเสียหาย หากกิจการใดๆให้ความร่วมมือ  ศรส.จะเสนอรัฐบาลหลังเหตุการณ์ยุติเพื่อพิจารณาให้การช่วยเหลือด้านภาระภาษี หรือเงินกู้จากธนาคารของรัฐ เป็นต้น และ ศรส.จะเสนอรัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือความเสียหายในรูปแบบต่างๆ เช่นเงินกู้ดอกเบี้ยถูก สำหรับข้อมูลการสำรวจความเสียหายครั้งนี้จะใช้เป็นหลักฐานในการประกอบการดำเนินคดีกับ กปปส.ด้วย

ชี้โทษหนักผิดกฎหมายรุนแรง

นายธาริตกล่าวว่า ที่ประชุมเห็นว่าการก่อเหตุร้ายขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้าใน กทม. และต่างจังหวัดแบ่งเป็น 5 ประเด็น ได้แก่ 1.แกนนำ กปปส. นำประชาชนปิดล้อม ขัดขวาง ประทุษร้าย ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถือว่ามีโทษร้ายแรง 2.กกต.ไม่ได้ขอความช่วยเหลือมายัง สตช.และกองทัพให้สนับสนุนจัดการเลือกตั้ง ทั้งที่ กกต.มีอำนาจ 3.การชุมนุมของ กปปส.ที่กระทำการปิดสถานที่อย่างต่อเนื่อง สร้างความเสียหายต่อระบอบประชาธิปไตยและสิทธิส่วนบุคคลอย่างรุนแรงต่อการเลือกตั้ง 4.ศรส.ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการกีดขวางการเลือกตั้งไปแจ้งความที่โรงพักประจำท้องที่ที่เกิดเหตุ 5.ศรส.กำชับให้ สตช.และดีเอสไอดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างรัดกุม

นายกฯห่วงเลือกตั้งอันตราย

ก่อนการประชุม นายสุรพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า นายกฯเป็นห่วงถึงกรณีมีการปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า เกรงประชาชนที่ถูกล้อมจะได้รับอันตราย เกิดปะทะกันระหว่างผู้ที่ต้องการเลือกตั้งและผู้คัดค้าน จนเกิดความเข้าใจผิดไปกันใหญ่ ส่วนผู้ที่กระทำความผิดฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทางการสามารถออกหมายจับได้ภายหลัง เชื่อว่ากระบวนการเลือกตั้งล่วงหน้ายังสามารถเดินต่อไปได้ มีเพียงเฉพาะบางเขตใน กทม. และภาคใต้บางจังหวัด ที่ถูกผู้ชุมนุมปิดล้อม คิดเป็นเพียงร้อยละ 8-10 เท่านั้น

ซัด กกต.จงใจล้มเลือกตั้ง

นายสุรพงษ์กล่าวว่า สิ่งที่น่าห่วงคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ได้ขอกำลังทหาร ตำรวจเข้าไปช่วยดูแลเลย ทั้งที่รู้ว่ามีปัญหา และหน่วยงานต่างๆพร้อมให้การสนับสนุน โดยจะให้ปลัดกระทรวงกลาโหม และ ผบ.ตร. รายงาน ศรส.ว่ามีคำขอจาก กกต.หรือไม่ วันนี้มองเจตนา กกต. โดยเฉพาะ กกต.บางท่านเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากต้องการให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายไม่มีการเลือกตั้ง ส่วนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นการให้คำแนะนำ ไม่ใช่คำตัดสินหากปฏิบัติตามอาจผิดกฎหมายอีก ตรงนี้น่าห่วงเพราะเจอแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว อย่างกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลไม่ขอตกเป็นเหยื่อรอบสอง จึงคิดว่าไม่น่าจะเลื่อนการเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ.

ขู่จับ กกต.หากละเว้นหน้าที่

นายสุรพงษ์กล่าวต่อว่า ส่วนพื้นที่ภาคใต้ที่มีการนำหีบบัตรไปทำลายนั้น ถือว่ามีความผิด กกต.ต้องเป็นเจ้าทุกข์ ถ้าไม่แจ้งความดำเนินคดี ตนจะจับ กกต.ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม ม.157 กกต.จะทำอย่างนี้เหมือนบ้านเมืองไม่มีขื่อไม่มีแปไม่ได้ อย่าสมรู้ร่วมคิดกันอย่างนี้เราไม่เอา วันนี้จะชี้แจงให้ทูตต่างๆเข้าใจถึงการประท้วงขัดขวางการเลือกตั้งว่าไม่เป็นประชาธิปไตย แต่เป็นเผด็จการของพวกเขาเอง ส่วนหมายจับแกนนำ กปปส. ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะออกวันที่ 27 ม.ค. ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมอย่าคิดว่าไม่ผิด ส่วนดารานักแสดงที่ขึ้นเวที ที่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินถือว่าผิด ศรส.อาจมีหมายเรียกหรือใบสั่งส่งถึงบ้าน

“ปู” ไม่หนีม็อบปักหลักกรุง

นายสุรพงษ์กล่าวว่า ส่วนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะไปปิดล้อมสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานชั่วคราวของนายกฯ และทีมงานนั้น พื้นที่ดังกล่าวประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ถ้าบุกมาก็จับ มาเยอะจะทยอยจับแบบผ่อนส่ง และวันที่ 27 ม.ค. นายกฯและตนจะเข้าทำงานที่นั่น ไม่หนีไปไหน รวมถึง ศรส.ก็จะไม่ย้ายหนี และยืนยันว่าในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ นายกฯไม่ได้ไปอยู่เชียงใหม่ ยังคงอยู่ที่กรุงเทพฯติดตามสถานการณ์

“เหลิม” ชี้ “เทือก” มีตัวช่วยดันหลัง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. กล่าวว่า ทุกเขตเลือกตั้งพอ กปปส.ไปข่มขู่ก็ประกาศปิดหน่วยเลือกตั้ง คงสมใจนึก กกต.แล้ว เพราะดูทรงแล้ว กกต.ไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง กกต.ไม่เคยขอความร่วมมือจาก ศรส. หากเลือกตั้งล่วงหน้าไม่สามารถทำได้ กกต.ต้องรับผิดชอบ ศาลรัฐธรรมนูญก็แทงกั๊ก มันรู้กันหมด ส่วนที่ผู้ชุมนุมปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งนั้น เป็นคดีอาญา ไม่ต้องมีใครมาร้องทุกข์ ทั้งนี้มีตำรวจหลายหน่วยบอกว่าให้ตนสั่งเพื่อจะเข้าไปตีกับมัน แต่ตนบอกไปว่าน้องคิดผิด เพราะสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์เคยสลายการชุมนุมนั้นเลวร้าย พวกเราต้องอย่าทำ แต่ขอเตือนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. อย่าสร้างรอยแค้นและความเจ็บปวดให้กับตำรวจมากนัก เพราะวันหนึ่งถึงจุดที่ทุกคนทนไม่ได้ นายสุเทพจะเสียใจ ลำพังนายสุเทพนั้นไม่เท่าไหร่ แต่มีตัวช่วย ไม่เช่นนั้นไม่อหังการขนาดนี้ แต่ไม่ขอบอกว่าเป็นใคร

ศรส.ตั้ง “ปลอด-พฤณท์”

วันเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศรส. ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่พิเศษ 4/2557 แต่งตั้งเพิ่มเติมคณะบุคคลเป็นที่ปรึกษาการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้แก่ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา และนายสงวน ติยะไพบูลย์ โดยคำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. หัวหน้ารับผิดชอบฝ่ายปฏิบัติการ ศรส. มีประกาศ ศรส.ฉบับที่ 3/2557 เรื่องห้ามไม่ให้ชุมนุมหรือมั่วสุมตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ได้แก่ การกีดขวางการจราจร กีดขวางทางเข้าออกอาคารหรือสถานที่ การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐ มีการประทุษร้ายหรือใช้กำลังทำให้ประชาชนเดือดร้อนเสียหายและเกรงกลัว

ส่งทีมเจรจาขอเปิดพื้นที่ให้ ปชช.

เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ บช.ปส. ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันที่ 27 ม.ค. ศรส.จะให้ทีมเข้าเจรจาขอเปิดพื้นที่ 2 พื้นที่ คือเวลา 10.00 น. จะเจรจาศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เช่น กรมการกงสุล กระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ และเวลา 14.00 น. จะเข้าเจรจาที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มีหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตั้งอยู่ ทีมเจรจาประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ผู้แทนจากกองทัพ และจะมีสื่อมวลชนไปเป็นสักขีพยาน ไม่มีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง โดย ศรส.มอบ 8 นโยบายในการเจรจา อาทิ ไม่ใช่การขอคืนพื้นที่หรือสลายการชุมนุม แต่ขอเปิดพื้นที่ให้บริการประชาชน ชี้ให้เห็นว่าการชุมนุมผิดกฎหมายอย่างไร จะให้เวลาแกนนำพิจารณาให้คำตอบภายใน 24 ชม. แจ้งคำตอบในวันรุ่งขึ้น ซึ่งนายกฯมอบนโยบายให้ยึดหลักกฎหมาย ยึดหลักสากล ไม่รุนแรง ทำให้ประชาชนเข้าใจในการขอเปิดพื้นที่

สรุปวุ่น 83 เขตลงคะแนนไม่ได้

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่สำนักงานชั่วคราวของ กกต. จ.ชลบุรี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร แถลงภายหลังปิดการเลือกตั้งล่วงหน้าในและนอกเขตจังหวัดทั่วประเทศว่า ภาพรวมมี 83 เขตเลือกตั้งใน 375 เขตทั่วประเทศที่มีการปิดล้อม ไม่สามารถจัดการลงคะแนน เลือกตั้งล่วงหน้าได้ โดย 83 เขตเลือกตั้งแยกเป็น กทม. 33 เขตเลือกตั้ง ภาคใต้ 47 เขตเลือกตั้ง และสมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบูรณ์ ทำให้มีผู้ที่ขอลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดที่ไม่สามารถใช้สิทธิได้จำนวน 440,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 22 จากจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตจังหวัด 2 กว่าล้านคน แต่ในส่วนของผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตจังหวัดไม่ได้รับผลกระทบมาก เพราะยังสามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งที่ตัวเองมีชื่อในการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ได้ จากนี้ กกต.จะพิจารณาว่าจะสามารถจัดลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าใหม่นอกเขตจังหวัดทดแทนที่เสียไปในวันนี้ได้หรือไม่ เพราะยังมีปัญหาข้อกฎหมาย

โต้ข้อหาไม่ขอกำลังดูแลความสงบ

นายสมชัยกล่าวว่า กรณีมีรัฐมนตรีบางคนระบุว่า กกต.ไม่ได้ประสานไปยังหน่วยงานความมั่นคง เพื่อขอกำลังสนับสนุนในการดูแลจัดการเลือกตั้งนั้น กกต.ได้มีหนังสืออย่างเป็นทางการไปยังปลัดกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีมหาดไทย และ ผบ.ตร. เพื่อขอ สนับสนุนการเลือกตั้งในเรื่องสถานที่ กำลังพล อุปกรณ์ ต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค. แต่เมื่อลงพื้นที่ภาคใต้ 6 จังหวัด พบว่าความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความ มั่นคงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทหาร ตำรวจมีข้อจำกัดในการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุกฝ่ายต้องการหลีกเลี่ยงเหตุความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะหากยึดแนวทางปฏิบัติเข้มข้น เชื่อว่าจะนำไปสู่การปะทะสูญเสียจนอาจกลายเป็นเหตุจลาจลได้ ทำให้การเลือกตั้งล่วงหน้าวันนี้สถานการณ์เบากว่าที่คาดการณ์ไว้

ท้า “ปึ้ง” ร่วมลงพื้นที่ดูปัญหา

นายสมชัยกล่าวว่า ขอเชิญนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รวมทั้ง ผบ.ตร. และปลัดกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ไปกับตนในวันที่ 29-31 ม.ค.นี้ เพื่อดูว่าที่บอกว่าเจ้าหน้าที่ของท่านช่วยเหลือสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งนั้น แท้จริงเป็นไปด้วยความยากลำบากแค่ไหน กกต.จะออกค่าเครื่องบินและค่าใช้จ่ายอื่นให้ทั้งหมด

รอจังหวะแจ้งดำเนินคดีม็อบ

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า กกต.ประสานไปยัง สตช. เจ้าหน้าที่ทหาร ตามช่องทางปกติ ขอให้มาช่วยดูแลความสงบเรียบร้อย ไม่ได้ประสานโดยตรงไปที่ ศรส. เพราะ สตช.มีแผนดูแลรักษาความสงบในการเลือกตั้งอยู่แล้ว ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมที่ปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งนั้น ตามกฎหมาย กกต.ต้องดำเนินคดี เพราะถือว่าเป็นคดีอาญาแผ่นดิน หากไม่ดำเนินการจะถือว่าไม่ทำตามหน้าที่ เนื่องจากผู้ชุมนุมไปดำเนินการขัดขวางการเลือกตั้ง แต่ กกต.ต้องดูสถานการณ์และความเหมาะสม

บางนาปะทะเดือดตาย 1 เจ็บ 9

นายบรรจง สุขดี รองปลัด กทม. สรุปผลการ เลือกตั้งล่วงหน้าใน กทม.ว่า ต้องประกาศยุติการเลือกตั้งก่อนเวลาปิดหีบเกือบครบทุกเขต เหลือเขตสาทรที่สามารถเปิดให้เลือกตั้งล่วงหน้าจนถึงเวลาปิดหีบ 15.00 น. มีผู้มาใช้สิทธิ 2,170 คน จากที่ลงทะเบียนไว้ 17,574 คน ส่วนเขตลาดกระบังสามารถเปิดให้เลือกตั้งล่วงหน้าเฉพาะส่วนภายในเขตจังหวัด มีผู้ใช้สิทธิ 60 คน จากที่ลงทะเบียนไว้ 95 คน โดยมีรายงานเหตุการณ์รุนแรง ที่เขตบางนา ที่วัดศรีเอี่ยม ถนนศรีนครินทร์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 9 ราย ถูกส่งไปที่ รพ.วิภาราม ส่วนที่เขตสายไหม หลังจากกลุ่ม กปปส.ปิดล้อมให้ยุติการเลือกตั้งแล้ว กลุ่มที่สนับสนุนการเลือกตั้งได้ประท้วงปิดถนนสุขาภิบาล 5 และเรียกร้องให้เขตเปิดการลงคะแนน การชี้แจงของ ผอ.เขตและ กกต.กทม.ไม่เป็นผล จึงให้เป็นอำนาจของตำรวจรับแจ้งความ

เผยแกนนำ กปท.สังเวยชีวิต

ต่อมาเวลา 14.00 น. พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ  จินดาควรสนอง ผกก.สน.บางนา พร้อมด้วย พ.ต.ท.อาชวิน บุญธรรมเจริญ พงส.ผนพ.สน.บางนา ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ติดเครื่องขยายเสียงที่กระจกหน้ารถและกระจกขวาด้านหลังคนขับถูกทุบด้วยของแข็งจนแตก ตรวจสอบในรถพบเสื้อเกราะกันกระสุน 1 ตัว แผ่นฟิล์มเอกซเรย์สำหรับทำเสื้อเกราะอ่อนจำนวนหนึ่ง ปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซอง 2 นัด กระสุนปืนเอ็ม 16 อีก 1 นัด อาวุธอื่นอีกหลายรายการ สอบสวนทราบว่าผู้ตายชื่อนายสุทิน ธาราทิน อายุ 52 ปี ผู้ประสานงานกปท. ถูกยิงที่ศีรษะ 1 นัด หน้าอกขวา 1 นัด

ต่อมาเวลา 16.40 น. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.พฐก. เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์

“กุลธน” ปัดอยู่เบื้องหลังยิง

ขณะที่ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตบางนา พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีถูกกล่าวหาเป็นผู้นำกลุ่ม นปช.ไปยิงนายสุทิน ธราทิน เสียชีวิตว่า เป็นการใส่ร้ายอย่างร้ายแรง ขณะนั้นไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ เมื่อรับทราบว่ามีเหตุยิงกันจึงมาสังเกตการณ์ในฐานะเป็นผู้สมัคร ส.ส. ระหว่างเดินทางได้จอดรถข้างทางเพื่อสอบถามเหตุการณ์ จึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ หากเป็นเรื่องจริงพร้อมจะเข้าคุก แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าตนบริสุทธิ์ ขอให้ผลกรรมกลับไปที่ผู้กล่าวหา ทราบว่าคนที่ยิงก็ไม่ได้ใส่เสื้อแดง ยืนยันว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้

นปช.ตีปี๊บรวมพลใหญ่ 29 ม.ค.

นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. แถลงว่า สถานการณ์วันนี้มีหลายเขตเลือกตั้งต้องยกเลิกการลงคะแนนล่วงหน้า นปช.ขอตั้งข้อสังเกตว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะสามารถดูแลการเลือกตั้งได้  แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ความพยายามของรัฐในการคุ้มครองผู้ใช้สิทธิ์น้อยเกินไป จนเหมือนกับไม่ได้ใช้ความพยายามเลย บางเขตเลือกตั้งมีคนไปขัดขวางไม่กี่สิบคนก็ต้องยุติการเลือกตั้ง ดังนั้น  ขอให้ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิ์ช่วยกันบันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานผู้ขัดขวางการเลือกตั้ง ไปส่งให้ ศรส.เพื่อใช้สิทธิ์ตามกฎหมายเอาผิดกับผู้ขัดขวาง และกรณีที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกลับไปขอลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งที่ กปปส.ขัดขวางไว้แต่ได้เดินทางออกไปแล้วนั้น หาก ผอ.เขตไม่ดำเนินการให้มีการเลือกตั้ง ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ประชาชนมีสิทธิ์ร้องเอาผิดได้ ส่วนวันที่ 29 ม.ค. ที่ นปช.นัดหมายเคลื่อนไหวใหญ่พร้อมกันทั่วประเทศนั้น ขอให้แกนนำ นปช.แต่ละจังหวัด ประสานมายังส่วนกลาง เพื่อหารือและเตรียมความพร้อมที่จะประกาศให้ทราบใน 1-2 วันนี้

สพศท.ประณามคนใช้ความรุนแรง

พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ประธานสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์ /โรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.) ออกแถลงการณ์จากเหตุการณ์การข่มขู่ คุกคาม การทำร้ายโดยใช้กำลังและอาวุธ แก่บุคลากรกระทรวงสาธารณสุข ในโรงพยาบาลนครปฐม โรงพยาบาลนางรอง โรงพยาบาลอุบลรัตน์ โรงพยาบาลน้ำพอง รวมทั้งโรงเรียนใน จ.พระนครศรีอยุธยา และสถานที่อื่นๆซึ่งแสดงจุดยืนทางการเมืองโดยสงบ ปราศจากอาวุธ และเป็นไปตามสิทธิ์ในรัฐธรรมนูญ โดย สพศท.ขอแสดงความเห็นใจกับผู้ได้รับผลกระทบทุกคน และขอเสนอความเห็นต่อสังคม 3 เรื่องได้แก่ 1.ร่วมกันประณามการข่มขู่ คุกคาม และทำร้ายบุคลากรสาธารณสุขผู้บริสุทธิ์ทุกรูปแบบ 2.สนับสนุนให้มีการแสวงหาข้อเท็จจริง และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมให้ได้ 3.สนับสนุนให้มีระบบ ดูแลรักษาความปลอดภัยแก่บุคลากรสาธารณสุขผู้บริสุทธิ์ สามารถให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่

ไทยฟรีดอมจุดเทียนปล่อยลูกโป่ง

ช่วงเย็นที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราช กลุ่มไทยฟรีดอมจัดกิจกรรมจุดเทียนสันติภาพ มีประชาชนย่านฝั่งธนฯจำนวนมากเข้าร่วม ทางกลุ่มได้แจกจ่ายลูกโป่งสีขาว มีข้อความ 2 ก.พ.ไปเลือกตั้ง ให้ผู้ที่มาร่วมงานปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้า จากนั้นมีการปราศรัยโจมตีนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ และกลุ่ม กปปส. ที่ขัดขวางการเลือกตั้งหลายจุดใน กทม. นอกจากนี้ได้นัดแนะประชาชนที่ต้องการเลือกตั้งให้รวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อไปใช้สิทธิในวันที่ 2 ก.พ. ป้องกันไม่ให้กลุ่ม กปปส.ใช้กำลังมวลชนเข้ามาขัดขวางอีก ช่วงท้ายมีการจุดเทียนขึ้นพร้อมกัน  และร้องเพลงอิเมจิ้น  ของศิลปินจอห์น เลนนอน อดีตนักร้องวงเดอะบีเทิล ก่อนนำเทียนทั้งหมดมาปักเป็นสัญลักษณ์เสรีภาพ แล้วแยกย้ายกันกลับ

กปปส.ทำพิธีไว้อาลัย “สุทิน”

จากนั้นเวลา 19.20 น. ที่เวทีปทุมวัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. นำแกนนำ และแนวร่วมทุกกลุ่มทำพิธีไว้อาลัยให้กับนายสุทิน โดยนายสุเทพนำจุดเทียน วางดอกเบญจมาศสีขาวหน้ารูปถ่ายนายสุทินที่วางอยู่หน้าธงชาติผืนใหญ่ พร้อมเปิดให้ผู้ชุมนุมที่อยู่หน้าเวทีร่วมไว้อาลัย ขณะที่บนเวทีนายธนิศร์ ศรีกลิ่นดี เป่าขลุ่ยคลอ พร้อมกับบี๋ คณาคํา อภิรดี นักร้องชื่อดังอ่านบทกลอนไว้อาลัยนายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำ กปท.นำกล่าวสดุดีและให้ผู้ชุมนุมยืนไว้อาลัย 1 นาที โดยบรรยากาศระหว่างทำพิธีเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

“เทือก” โยนมือปืนต่างด้าว

ต่อมาเวลา 20.10 น. ที่เวทีปราศรัยแยกปทุมวัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นปราศรัยว่า วันนี้เป็นวันที่โศกเศร้าที่เกิดจากการกระทำของระบอบทักษิณ และเป็นศพที่ 4 ที่ลุกขึ้นมาต่อสู้ถูกผลาญชีวิตด้วยมือมารพวกทรราชเห็นชีวิตประชาชนไม่มีค่า พวกเขาพร้อมเข่นฆ่าประชาชนเพื่อรักษาอำนาจไว้ ตนรู้ว่าพี่น้องรู้สึกเจ็บปวด แต่ก็ขอเรียกร้องว่าต้องมีขันติ ข่มความเจ็บปวด ความโกรธ ยึดมั่นแนวทางการต่อสู้อย่าง สันติ ตนสงสัยว่ามือปืนที่ยิงนายสุทิน ธาราทิน เป็นมือปืนที่ตำรวจเลี้ยงไว้ หรือว่าเป็นหน่วยรบพิเศษจากเขมรตามที่เป็นข่าว มีตำรวจดีๆส่งข่าวมาให้พวกเราทราบตลอดว่ามีมือปืนที่ใช้ปืนยาวแบบสไนเปอร์ 80 คน ได้รับมอบหมายให้อยู่บนตึกสูงและคอยทำร้ายแกนนำ ประชาชน ซึ่งไม่เชื่อมั่นว่าการพิสูจน์หลักฐานหัวกระสุนปืนหรือหลักฐานในที่เกิดเหตุจะนำไปสู่การจับกุมผู้ร้ายได้ และไม่แน่ใจว่าขณะนี้จะคุ้มกันส่งผู้ร้ายออกนอกประเทศไปแล้วหรือไม่ หรือมีตำรวจคุ้มกันอยู่  มั่นใจว่าไม่ใช่การกระทำของประชาชนที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง  เนื่องจากประชาชนจะไม่พกปืนมาสังหารพวกเรา

ร้องขอทหารออกมาคุ้มครอง

นายสุเทพกล่าวต่อว่า อยากกราบเรียน ผบ. เหล่าทัพ 3 เหล่าทัพขอให้พิจารณา ถ้าเป็นมือปืนจากเขมร เท่ากับว่ามีการล่วงล้ำอธิปไตยของประเทศไทย ทหารต้องออกมาจัดการเรื่องนี้ แต่หากเป็นนักเลงอันธพาลที่ตำรวจชุบเลี้ยงไว้และจัดหามาทำร้ายประชาชน ก็ต้องบอก ผบ.เหล่าทัพว่าประชาชนอย่างพวกเราไม่มีทางป้องกันตัวเองได้ ขอให้ 3 เหล่าทัพจัดกำลังมาคุ้มครองพวกเราด้วย อาจจะตั้งด่านรอบพื้นที่การชุมนุม  เพื่อตรวจค้นอาวุธ สกัดจับคนร้ายเวลาที่มาทำร้ายพวกเรา เนื่องจากไม่ไว้ใจตำรวจ และเรื่องดังกล่าวไม่ใช่การเรียกร้องให้ปฏิวัติ แต่ต้องการให้ยืนข้างประชาชน ทั้งนี้ ถ้าทหารดูการถ่ายสดอยู่ ให้บอกผู้บังคับบัญชาว่าประชาชนเรียกร้องจะได้รับการคุ้มครองจากทหารของชาติ และที่ประชาชนเรียกร้องให้ทหารออกมาเพราะหวังพึ่งใครไม่ได้ การเรียกร้องนี้ไม่ได้ให้ยึดอำนาจ เนื่องจากการยึดอำนาจประชาชนมีกำลังพออยู่แล้ว ตนขอเป็นตัวแทนประชาชนกราบวิงวอนให้ทหาร 3 เหล่าทัพมาอยู่ข้างประชาชน

ลั่นสู้ต่อ–ไม่สนเลื่อนเลือกตั้ง

นายสุเทพกล่าวว่า ขอให้การ์ดรักษาความปลอดภัยทำหน้าที่ให้เต็มที่ และขอให้หลวงปู่พุทธอิสระระมัดระวังด้วย เพราะเมื่อช่วงเย็นตำรวจประชุมกันแล้วจะจับแกนนำให้ได้ในที่ชุมนุม ซึ่งหากตำรวจจะจับนั้นให้แต่งกายชุดเครื่องแบบมาในเวลากลางวัน อย่ามากลางคืน และให้ตำรวจที่ดีๆระลึกไว้ว่าผู้ชุมนุมไม่ใช่ศัตรูกับตำรวจ แต่เราเป็นศัตรูระบอบทักษิณเท่านั้น ยืนยันว่าจะไม่หนีไปไหน เพราะไม่ใช่คนขี้ขลาดที่หนีไปต่างประเทศ แต่ขอให้โค่นระบอบทักษิณให้เรียบร้อยก่อนที่จะดำเนินคดี นอกจากนี้จะเดินหน้าสู้ต่อไปไม่ยอมกลับบ้านถ้าไม่ชนะ ถึงแม้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯจะหารือกับ กกต. แล้วอาจจะให้เลื่อนเลือกตั้งออกไปกี่วันก็ตาม ขอย้ำว่าไม่มีการผูกพันกับพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น เป็นเรื่องของประชาชนล้วนๆ เป้าหมายของมวลมหาประชาชนคือนายกฯ และคณะรัฐมนตรีต้องลาออกจากการรักษาการ เพื่อตั้งสภาประชาชน และสภานิติบัญญัติ เพื่อการปฏิรูปประเทศไทยก่อนจะมีการเลือกตั้ง

มือป่วนปาประทัดยักษ์ใส่ คปท.

เมื่อเวลา 19.45 น. ที่บริเวณหน้าด่านทางเข้าพื้นที่ชุมนุมของ คปท. แยกนางเลิ้ง เกิดเสียงดังคล้ายประทัดยักษ์ 1 นัด ขณะกำลังเชื่อมสัญญาณเสียงจากเวทีปทุมวัน ที่ทำพิธีไว้อาลัยนายสุทินซึ่งเสียชีวิตลง นายนัสเซอร์ ยีหมะ หัวหน้าการ์ด คปท. จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดและสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ พบว่าก่อนเกิดเหตุมีชายสวมเสื้อสีขาวลายทางสีดำ กางเกงยีนส์สีดำ สะพายกระเป๋าเดินเลียบมาตามทางเท้าจากฝั่งถนนนครสวรรค์  มาเดินวนเวียนบริเวณหน้าตู้ไปรษณีย์ที่ตั้งอยู่หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ก่อนที่ชายคนดังกล่าวได้ขยำกระดาษสีขาวแล้วหย่อนลงในตู้ไปรษณีย์ แล้วเกิดเสียงดังขึ้น แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

27 ม.ค. 2557 07:12