วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


มธ.จัดเวทีเสวนาชำแหละ 'ทีวีดิจิตอล' ใครได้ประโยชน์

ในการเสวนา เรื่อง "ทีวีดิจิตอล อนาคตประเทศไทย ใคร...? ได้รับผลประโยชน์" ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน จัดขึ้นที่ห้อง 407 อาคารธรรมศาสตร์ 60 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์นั้น ได้มีการพูดถึงรายละเอียดเกี่ยวกับ "ทีวีดิจิตอล" จากบุคคลสำคัญๆ หลายคน ในแวดวงทีวีมาให้ความรู้

ผศ.ดร.ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เผยถึงรายละเอียดของการบริหารจัดการระบบทีวีดิจิตอลในมุมของ กสทช. ว่า เมื่อปีที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการทำแผนแม่บท และเดินหน้าเรื่องระบบโทรทัศน์ ซึ่งระบบโทรทัศน์เป็นระบบที่ค่อนข้างจะไม่วุ่นวาย ทุกอย่างต้องเป็นระเบียบ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะมีการลงทุนสูงเป็นระบบที่ยอมรับกันในทั่วโลก โดยทำการกำหนดจำนวนและประเภทช่องรายการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลได้ประมาณ 50 ช่อง และเราก็ได้มีการเตรียมตัวจัดให้มีการคัดเลือกการประมูลช่อง พร้อมร่างกฎหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการประกอบกิจการที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้มีการเตรียมความพร้อมของประชาชนในการเข้าสู่ยุคดิจิตอลทีวี

ด้าน นายวิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์ นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เผยถึงเรื่องกฎเกณฑ์และข้อสังเกตในวิชาชีพสื่อเกี่ยวกับการให้ใบอนุญาตทีวีสาธารณะ ว่า "การทำงานของกองทุนวิจัยและการพัฒนา หลายคนมีความสงสัยในเรื่องของการขอใบอนุญาตสาธารณะ แต่ว่ามีการทำ MOU ให้กับช่องบางช่อง เช่น ช่อง 5 ช่อง 11 ก็มีความสับสนว่า ทีวีสาธารณะกับทีวีภาครัฐ มันคาบเกี่ยวกันยังไง ในทางองค์กรวิชาชีพสื่อมีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง คือทีวีดิจิตอลมี 3 หมวดด้วยกัน หมวดธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นมี 24 ช่อง หมวดดิจิตอลสาธารณะอีก 12 ช่อง ที่จะเกิดขึ้นในระบบชุมชนด้วย  ทุกคนจะโฟกัสไปที่หมวดธุรกิจ 24 ช่องที่กำลังจะเกิด แต่ว่าหมวด 12 ช่อง Chanel Buethy contest กระบวนความพร้อมในการทำงาน มูลค่าทีวีมหาศาล ความสามารถก็ไม่แพ้กับ การที่จะมอบให้บุคคลใด หน่วยงานใด ได้ใช้ทีวีดิจิตอลสาธารณะต้องเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลประโยชน์ แต่ที่ผ่านมาดูเหมือนว่าจะมีการจัดสั่ง บางกลุ่มคนอาจจะมองว่า การทำทีวีสาธารณะทำเพื่อผลประโยชน์"

ด้านนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการบริษัทเนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงเรื่องการเตรียมของผู้ประกอบการในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบโทรทัศน์ดิจิตอล และผลกระทบต่อองค์กรโทรทัศน์ไทย ว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง  โครงสร้างของความเป็นเจ้าของสื่อและโครงสร้างอุตสาหกรรมของโทรทัศน์ทั้งหมด เพราะว่าทีวี “อะนาล็อก” อยู่กับคนไทยมากว่า 50 ปี แต่จะมีทีวีดาวเทียม เคเบิล เข้ามาใน 5 ปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นไม่ถือว่าเป็นการปฏิวัติ แต่ถือเป็นกบฏทีวี เข้าไปทำให้มีคนดูทีวีอะนาล็อกน้อยลง อันเกิดขึ้นของดิจิตอลทีวีถือว่าเป็นการปฏิวัติในรอบ 50 ปี มีการเปลี่ยนแปลงในความเป็นเจ้าของจากเดิมที่ไม่มีจำนวนผู้เล่น ปัจจุบันมีจำนวนผู้เล่นมากขึ้น และในระยะ 15 ปี จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย คงจะส่งผลกระทบกับสื่ออื่น ก็คือ การเกิดของทีวีดิจิตอลก็คือ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ก็คือ เคเบิลทีวีท้องถิ่น เนื่องจากทีวีดิจิตอล 48 ช่อง ไม่มีใครเป็นสมาชิกเคเบิลแล้ว และคงค่อยๆ ลดหายไป อันดับต่อมาคือทีวีดาวเทียม หลังจากทีวีดิจิตอลเกิด รายได้งบโฆษณาของทีวีดาวเทียมจะเริ่มหดตัวเป็นครั้งแรก จากเดิมที่โตสองหลักใน 3-4 ปี ปีนี้จะเริ่มหดตัวแล้วหนังสือพิมพ์ก็คงจะถูกผลกระทบ เพราะถ้างบโดยรวมไม่ขยายก็คงจะต้องมีการถ่ายเทงบ เพราะสุดท้ายดิจิตอลจะเป็นการพัฒนาที่คงอยู่ และยาวนาน

สำหรับนักวิชาการสื่อสารมวลชน อย่าง ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล เผยทิศทางการดำเนินการเปลี่ยนแปลงระบบโทรทัศน์ไทย ว่า ถือว่าเป็นวิกฤติใหม่ของวงการโทรทัศน์ไทย ที่จะทำให้เกิดความมั่งคั่งมั่นคง แต่ว่าจำนวนคนที่ผลิตออกมาจากคณะนิเทศศาสตร์ ไม่พอต่อความต้องการ จึงมีการรับบัณฑิตที่จบอะไรมาก็ได้ทำงาน ที่แค่พูดภาษาไทยรู้เรื่อง ก็เข้าไปฝึกงาน ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าดีหรือไม่ดี ในเรื่องคุณภาพ มันยากมากที่จะหาคนเข้าทำงาน มันเลยเกิดวิกฤติด้านปริมาณและคุณภาพ อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องเร่งรับมือโดยด่วน ระบบโทรทัศน์ดิจิตอล เป็นแค่เทคโนโลยีที่ดีกว่าเดิม ถูกกว่าเดิมด้วยซ้ำไป คุณภาพในแง่ภาพเสียง การกระจายในที่ต่างๆ มันดีกว่าเดิมมากๆ ถูกกว่าเดิมในแง่การผลิตแสงสีต่างๆ และเราจะมีทางเลือกมากขึ้น

"ปัญหาของผมก็คือ สำหรับการขยายโอกาสในการผลิตโทรทัศน์ดิจิตอล 40 กว่าช่อง และนับรวมที่เขามีอยู่แล้วที่ดูกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ แบบผิดกฎหมาย ผมสรุป 2 อย่าง วิกฤติการขยายกิจการก็คือ เรามีวิกฤติ ทางด้านปริมาณแล้วก็ทางด้านคุณภาพ เพราะฉะนั้นปริมาณนั้นเราจึงต้องมีคนเข้าสู่อาชีพนี้มากขึ้น ในคุณภาพซึ่งเป็นอาชีพที่เรียนระดับมหาวิทยาลัย ประเด็นอยู่ที่ว่า ปริมาณนี้เราจะแก้ไขรูปแบบย่อๆ เช่นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต้องขยายจำนวนนักศึกษา อาจารย์ก็ต้องเพิ่มมากขึ้น เพราะว่ามีอาจารย์แค่ 20 คน นักศึกษามีมากเลยจะต้องขยาย และต้องปรับหลักสูตรขยายปริมาณ ขยายงบประมาณ เขียนหลักสูตรใหม่ ต้องทำแบบนี้เพื่อผลิตคน ถ้าเกิดไม่รีบ เขาจะมีส่วนของด้านศิลปศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ อักษรศาสตร์ที่ไม่ใช่วารสารศาสตร์เข้ามามากเกินไป ก็แสดงว่าคนพวกนี้จะมีคุณภาพในเชิงคอนเทนต์ สามารถทำข่าวการเมือง ต่างประเทศและวิทยาศาสตร์ได้ดีด้วยความรู้ที่แน่กว่าพวกเราและเรื่อง เทคโนโลยีต่างๆ ถ้าเราเข้าไปน้อยในองค์กรที่เกิดใหม่ เพื่อนๆ ที่ไม่ได้เรียนมาแบบเราก็จะขาดคำแนะนำดีๆ เชิงจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ และเราต้องไปต่อสู้กับการโฆษณาแฝงซึ่งขัดต่อจรรยาบรรณวิชาชีพ นิเทศศาสตร์วารสารมันน้อยลงเพราะเขาไม่ค่อยมีความรู้เรื่องคอนเทนต์ที่จะเขียน ผมมุ่งไปที่มหาวิทยาลัยต้องขยายกิจการ ปรับนโยบายมหาลัยเรื่องงบประมาณ เพื่อเอามาเพิ่มเทให้กับการผลิตคนที่จะทำงานในสายนี้ต่อไป เป็นเรื่องวิชาการที่จะต้องเปลี่ยนปีต่อปีหรือระดับชาติเลยก็ได้ ประเด็นสุดท้ายเรื่องการเปลี่ยนหลักสูตร ตัวคนที่เราจะผลิตออกไป ต้องตอกย้ำไม่ให้สังคมเกิดวิกฤติ มหาวิทยาลัยต้องตอกย้ำเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพให้พวกที่ไม่ได้เรียนวิชานี้เข้ามา อบรมตอกย้ำเพื่อให้ออกไปประกอบวิชาชีพ" ดร.สมเกียรติ กล่าว

ขณะที่ ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูต อาจารย์ ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึง กฎมัสแครี่ ที่เน้นให้เห็นว่า dtt เป็นทีวีหลัก เพราะฉะนั้นในอนาคตทั้ง 48 ช่อง ออกอากาศได้หมด ถ้านโยบายรัฐเน้น dtt ที่จัดสรรให้เป็นคลื่นสาธารณะ ถ้าอะไรก็ตามที่ออกในทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน จะต้องถูกนำเสนอผ่านทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งทำให้การกวาดสายตาดูของผู้ชมเป็น 100% ถึงแม้ตอนแรกโครงข่ายยังไม่เข้าถึงก็ตาม หลักการมัสแครี่รับประกันได้ว่าประชาชนจะใช้เทคโนโลยีใดๆ จะสามารถรับชมบริการโทรทัศน์ที่ชัดที่เป็นทรัพยากรของชาติได้อย่างเท่าเทียม นี่เป็นกฎที่เอื้อกับ dtt หลังจากที่มีการเปลี่ยนจากศูนย์ดิจิตอลแล้ว จะมีคลื่นเหลือส่วนใหญ่คลื่นที่เหลือ จะมีการจัดสรรจะเอาไปใช้ในกิจการซึ่งเป็นพวกโมบายบรอดแบนด์เป็น หรือ พวกเตือนภัยสาธารณะ ถ้าเป็นในระดับสากลจะอยู่ที่ในระดับ 470-862 Mz ถ้าเป็น bsf ก็อยู่ 170-130 Mz 

"ประเทศเรานี้เห็นได้ว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เตรียมการพัฒนาทีวีดิจิตอลแล้ว ได้มีการจัดสรรทีวีดิจิตอลไปสู่โมบายบรอดแบนด์ คนใช้โมบายบรอดแบนด์มากขึ้นเรื่อยๆ ต้องเอาอันนี้ไปสำรอง กรณีดิจิตอลดิวิเดนท์กับ กสทช. ได้สอบถามโดยตรงซึ่งท่านให้ข้อมูลว่าปัญหา คือ ปรากฏว่าคลื่นที่จะเป็นดิจิตอลทีวีถูกใช้ไปแล้ว คลื่นจริงๆ ธรรมดาโทรทัศน์ต้องใช้ 470-690 Mz ปรากฏว่า 470-510 Mz ของไทยถูกใช้ไปแล้ว ในทางโทรคมนาคม ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นว่าการใช้ดิจิตอลดิเวอร์เดนมันไม่เหลือแล้ว สุดท้ายกลายเป็นว่าจะต้องไปเอาตรงนั้นกลับคืน เพื่อที่จะให้เกิดดิจิตอลดิวิเดนท์ได้โอกาสใหม่อุตสาหกรรมสื่อ" อาจารย์ ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว.

วงเสวนา "ทีวีดิจิตอล อนาคตประเทศไทย ใคร...? ได้รับผลประโยชน์" ของคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์นั้น พูดถึงรายละเอียดเกี่ยวกับ "ทีวีดิจิตอล" จากบุคคลสำคัญๆ หลายคน ในแวดวงทีวีมาให้ความรู้... 27 ม.ค. 2557 03:35 27 ม.ค. 2557 21:36 ไทยรัฐ