วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ติดกับดักอำนาจ

หลังจากศาลรัฐธรรมนูญด้วยมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่าสามารถเลื่อนการเลือกตั้งออกไปได้โดยให้นายกฯหารือกับประธาน กกต.ก็มีการตีความกันไปต่างๆนานาพวกที่ไม่ชอบศาลก็ตามฟอร์มคือไม่มีอำนาจวินิจฉัย ไม่ได้บอกว่าจะต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป

บทสรุปก็คือไม่ต้องมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป หากทำเช่นนั้นเท่ากับเป็นการขัดใจประชาชนที่ต้องการไปใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นการชงลูกจาก กกต.ให้ศาล

จะเข้าทาง กปปส.ที่ชุมนุมขับไล่รัฐบาลอยู่ในขณะนี้

กกต.นั้นคงดำเนินการที่ศาลได้แนะนำแนวทางเอาไว้คือการขอหารือกับนายกฯว่าจะเอายังไงกันแน่เพราะเห็นอยู่แล้วการเลือกตั้งมีปัญหาแน่ไม่ว่ามองกันในมุมไหน มิหนำซ้ำยังจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นมาอีก

แค่เลือกตั้งล่วงหน้าก็มีการประกาศกันแล้วจะไปชุมนุมตามหน่วยเลือกตั้ง ไม่ได้ขวางการเลือกตั้ง แต่ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง ที่ภาคใต้หลายจังหวัดมีการชุมนุมปิดล้อมกันไปแล้วจนเจ้าหน้าที่เข้าไปไม่ได้

นั่นคือสถานการณ์ที่เป็นจริงและเผชิญหน้ากันอยู่

อย่างไรก็ดีแนวทางของ กกต.นั้นคงต้องการให้เริ่มกระบวนการเลือกตั้งกันใหม่ทั้งหมดเพื่อหวังเจรจาและบีบให้ประชาธิปัตย์ลงสมัครเลือกตั้งเนื่องจากเป็นพรรคใหญ่ถ้าไม่ส่งผู้สมัครการเลือกตั้งก็ดูจะชอบกล  ส่วนกำหนดวันเลือกตั้งก็ต้องตกลงกันว่าช่วงไหนจะเหมาะสม

และห้วงเวลาก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้งก็คงจะมีเวลาจะเปิดการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นให้คลี่คลายก่อนเพราะมีช่องว่างเวลาที่ให้ทุกฝ่ายมีเวลาคิดและตั้งสติกันใหม่

แน่นอนว่าฝ่ายรัฐบาลย่อมประเมินสถานการณ์ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นขบวนการเดียวกันเพื่อขวางไม่ให้มีการเลือกตั้งด้วยการสุมหัวกัน

แต่ก็ต้องไม่ลืมเช่นกันว่า หากรัฐบาลยังยืนยันที่จะต้องเดินหน้าเพื่อให้มีการเลือกตั้ง ทั้งๆที่รู้ดีอยู่แล้วว่า “นรกรออยู่ข้างหน้า” หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นมาจะทำอย่างไร จะแสดงความรับผิดชอบมากน้อยแค่ไหน

จริงอยู่การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่คิดว่าจะเป็น “ยาวิเศษ” แก้ได้สารพัดโรคเพื่อเป็นการเตรียมการรองรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น เพื่อทำให้สามารถสั่งการต่างๆได้อย่างเต็มที่ และเจ้าหน้าที่ก็ไม่ต้องรับผิดชอบหรือต้องถูกรับโทษ

พูดง่ายๆว่าใช้เป็นเครื่องมือในการปราบปรามและทำให้เจ้าหน้าที่สบายใจเพราะมีกฎหมายรองรับ

แต่ดูจากสภาพการทำงานของ ศรส.ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในฐาน ผอ.ใหญ่ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อน พ.ร.ก.ฉุกเฉินขนาดจะหาสถานที่ ทำงานยังแทบไม่ได้  นอกจากนั้นทหารที่จะต้องเป็นกำลังหลักกลับปฏิเสธ โดยให้ตำรวจว่ากันไป ขอเป็นผู้ช่วยหรือผู้สนับสนุนเท่านั้น

วันนี้ก็เลยได้แต่ปฏิบัติการข่มขู่ คุกคาม ด้วยการออกมาตรการห้ามโน่นห้ามนี่ทั้งแกนนำ ผู้ร่วมชุมนุมและผู้สนับสนุน

บอกว่าไม่ใช้ความรุนแรงแต่จะใช้ช่องทางเจรจา

ดูจากสภาพความเป็นจริงทางการเมืองแล้วแม้จะมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ดูเหมือนว่าฝ่ายผู้ชุมนุม หรือผู้สนับสนุนต่างก็ มิได้เกรงกลัวแต่อย่างใด และยิ่งรัฐบาลกดดันมากๆก็ยิ่งเพิ่มจำนวนและแรงสนับสนุน

เหนืออื่นใดนายกฯเคยพูดเสมอว่าไม่เคยยึดติด ไม่ได้ต้องการอำนาจทางการเมือง แต่ต้องการรักษาระบอบประชาธิปไตย

แต่สังคมประเทศกำลังเกิดปัญหาที่กินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนหาทางออกไม่ได้ นั่นเพราะอะไรคำตอบมันก็คือการ “ติดกับดักอำนาจ”

สุดท้ายก็มีแต่ความเจ็บปวดและการสูญเสีย.

 

“สายล่อฟ้า”

26 ม.ค. 2557 10:23 ไทยรัฐ