วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝันไม่เป็นจริง

อาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก เขียนนิทาน เรื่องใครฝันกันแน่ ไว้ในหนังสือ นิทานปรัชญาเต๋า พิมพ์ตั้งแต่ปี 2527 ผมเพิ่งได้อ่าน เห็นว่ายังทันยุคทันสมัย

ชายนายหนึ่งเข้าไปตัดฟืนในป่า ฆ่าเก้งได้ตัวหนึ่ง ก็ซ่อนไว้ในพุ่มไม้ ตัดฟืนต่อไป แต่เมื่อย้อนมาเอาเก้ง...หาเท่าไหร่ ก็ไม่พบ ระหว่างวนเวียน หา เขาก็บ่นดังๆ “กูว่ากูซ่อนไว้ตรงนี้นี่หว่า หรือว่ากูฝันกลางวันว่าฆ่าเก้งได้”

เสียงบ่นของเขาเข้าหูชายอีกคนที่เดินผ่านมา ชายคนหลังจึงลองค้นหา ไม่ช้า เขาก็เจอเก้ง อุ้มเอาไปให้เมียที่บ้าน

“ฉันได้ยินคนตัดฟืนบ่นว่า ฝันว่าฆ่าเก้งได้” เขาเล่า “ลองค้นดู ก็เจอเก้งจริงๆ ความฝันของคนตัดฟืนนั่น กลายเป็นจริง นี่ไง เห็นไหม เก้งตัวใหญ่ไม่เบาเลยทีเดียว”

“คนตัดฟืนที่ไหนกัน” เมียชายคนนั้นว่า “ฉันไม่เคยเห็นคนมาตัดฟืนแถวนี้ เมื่อพี่ได้เก้งมาจริง แสดงว่าพี่นั่นแหละฝัน และความฝันของพี่ต่างหาก ที่กลายเป็นจริง”

“เอาเถอะ อย่าสนใจไปเลย ใครฝันใครไม่ฝัน” ชายตัดฟืนตัดบท “พรุ่งนี้เตรียมเครื่องปรุงเก้งมาเป็นอาหารให้อร่อยๆ กินกันดีกว่า”

ย้อนไปที่ชายตัดฟืน ด้วยความไม่สบายใจ เมื่อนอนหลับ เขาฝันเห็นหน้าตาชายคนที่เอาเก้งของเขาไป ตื่นเช้าเขาก็รีบไปหาพบคนหน้าตาเหมือนในฝัน ทั้งยังเป็นคนที่มีเก้งอยู่ในครอบครอง จึงออกปากทวง

เก้งตัวหนึ่งในยุคโบราณ เป็นของหายาก ใครเล่า จะยอมให้กันไปง่ายๆ เรื่องก็ถึงศาล

ไต่สวนทวนความทั้งโจทก์จำเลย พยานแวดล้อมแล้ว ศาลก็ตัดสิน

“โจทก์กล่าวว่า ขโมยเก้งที่เขาซ่อนไว้ จึงตามมาจับได้ถ้าหากโจทก์จับเก้งได้จริง ทำไม จึงพูดว่าเขาฝัน

หรือถ้าหากเขาฝันจริงๆ ทำไมเรื่องนี้จึงเกิดขึ้นจริงๆ

ส่วนฝ่ายจำเลย มีเก้งในครอบครองจริง แต่เมียของเขายืนยันว่าเขาฝัน

คดีนี้ ศาลตัดสินให้โจทก์และจำเลย แบ่งเก้งเท่าๆ กัน”

คดีนี้เข้าหู ผู้ปกครองนคร เขาเปรยๆ ว่า “สงสัยผู้พิพากษากำลังฝันว่า ได้ตัดสินคดีแย่งเก้ง”

ส่วนโจทก์จำเลยทั้งสอง ไม่พอใจคำตัดสินของศาล ชวนกันไปร้องเรียนเสนาบดียุติธรรม ที่ขึ้นชื่อว่าฉลาดหลักแหลมเหมือนเปาบุ้นจิ้น

“เรื่องนี้ เกินความของข้า ที่จะชี้ขาดว่า ใครฝันใครไม่ฝัน” เสนาบดีออกตัว “มีสองคนเท่านั้น ที่จะตัดสินได้ คือจักรพรรดิเหลือง (พระเจ้าอึ้งตี่) กับขงจื๊อ”

แต่น่าเสียดาย ท่านทั้งสองก็หาชีวิตไม่ไปนานแสนนานแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้

ขอให้โจทก์จำเลย เชื่อตามคำตัดสินของศาลดีกว่า

ทั้งสองชาย...เดินงงออกจากบ้านเสนาบดียุติธรรม สบตากัน เหมือนจะถามกันเอง ตกลง ใครฝันกันแน่

นิทานเรื่องนี้ ไม่มีคำสอนทิ้งท้าย...ทิ้งประเด็นให้จินตนาการต่อ ตามอัธยาศัย

ระหว่างความฝันกับความจริง...บางครั้ง ถ้าเป็นเรื่องดีของเรา เราก็อยากให้ฝันเป็นจริง แต่ถ้าเป็นเรื่องร้าย ก็อยากให้ “ฝันไม่เป็นจริง”

อย่างเรื่อง ชุมนุมปิดกรุงเทพฯ ของมวลมหาประชาชน เรื่องเลื่อนหรือไม่เลื่อนเลือกตั้ง และจะได้เลือกจริงหรือไม่

เรื่องนายกฯยุบสภาแล้ว แต่ยังต้องทำหน้าที่นายกฯรักษาการ...ก็ยังมีเสียงเรียกร้อง ให้ลาออกจากนายกฯรักษาการ...กระทั่งเรื่อง หากมีเหตุด่วน เหตุร้ายๆ ทหารก็ต้องออกมาปัดเป่า

เรื่องราวเหล่านี้ เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้ว และจะเกิดขึ้นต่อไป แต่ความที่ทุกเรื่องทำให้ราษฎรเป็นทุกข์ จึงอยากให้มันเป็นแค่ ความฝัน

ตื่นขึ้นมา เช้าวันนี้ ก็เห็นเรื่องจริง...ชุมนุมอาหารดี ดนตรีไพเราะ ลาโรงไปแล้ว นายกฯก็ลาออกไปแล้ว...ปฏิรูป และเลือกตั้ง ก็ทำกันไปแล้ว

ถนนที่ว่างมาหลายวัน ก็เริ่มมีรถติดเหมือนเดิมอีกแล้ว

ฝันเหล่านี้ ผมจินตนาการเอาเองว่า คงเป็นจริงได้ ในไม่ช้า.

 

กิเลน ประลองเชิง