วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลรัฐธรรมนูญชี้ทาง

โดย

วิกฤติการเมืองที่ถึงทางตันนานแรมเดือน  เดินมาทางจุดเปลี่ยนที่สำคัญอีกก้าวหนึ่ง เมื่อคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยว่าสามารถเลื่อนการเลือกตั้งได้ โดยให้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี และประธาน กกต. ที่จะหารือกัน เพื่อยกเลิกพระราชกฤษฎีกาที่ให้เลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ และออกพระราชกฤษฎีกาใหม่ และกำหนดวันเลือกตั้งใหม่

เป็นผลจากการที่ กกต.ได้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับ กกต. นายกรัฐมนตรียืนกรานว่าไม่มีกฎหมายให้เลื่อนการเลือกตั้งได้ จึงต้องเดินหน้าเลือกตั้งต่อไปตามกำหนด เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลต้องการใช้ผลการเลือกตั้ง เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลได้รับการสนับสนุนจากประชาชน มากกว่ามวลชนของ กปปส. ที่ปักหลักชุมนุมขับไล่รัฐบาลเกือบสามเดือน

รัฐบาลหวังว่าจะใช้ผลการเลือกตั้ง เพื่อสร้างความชอบธรรมให้อยู่ในอำนาจต่อไป ในขณะที่ กกต.เชื่อว่าการเลือกตั้งตามกำหนดเดิม จะไม่แก้ปัญหา หรือผ่าทางตันทางการเมือง เพราะไม่มีผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตใน 28 เขต ทำให้ไม่มีการเลือกตั้งทั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ จึงได้ ส.ส.ไม่ถึง 95% หรือ 475 คนขึ้นไป ทำให้ไม่สามารถเปิดประชุมสภาและไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรี

กกต.กังวลว่าการเลือกตั้งจะไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีปัญหาในการหากรรมการประจำหน่วยนับหมื่นนับแสนคน มีปัญหาว่าจะประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้หรือไม่? เพราะไม่มีการลงคะแนนถึง 28 เขต และอาจถูกฟ้องให้เป็นโมฆะ เสียทั้งเวลาและงบประมาณแผ่นดินกว่า 3.8 พันล้านบาท จึงต้องขอบารมีศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่พึ่ง

กกต.แสดงท่าทีว่าพอใจในคำวินิจฉัยของศาล แต่คงต้องจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าตามกำหนดเดิมในวันที่ 26 มกราคม และจะหารือกับนายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดวัน เลือกตั้งใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย ต่อประเทศ ส่วน กปปส.ซึ่งยืนกรานคัดค้านการ เลือกตั้งมาโดยตลอด ก็สัญญาว่าจะไม่ขัดขวางการเลือกตั้ง แต่จะไม่ยุติการชุมนุม เพราะเป้าหมายของ กปปส. คือคัดค้านการเลือกตั้ง

มีปัญหาว่ารัฐบาลจะยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่? เพราะเคยยืนยันมาโดยตลอดว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจ ในการรับคำร้องของ กกต. และไม่มีอำนาจวินิจฉัยให้เลื่อนการเลือกตั้ง เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจน จะต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 60 วัน หลังการยุบสภา

วิกฤติการเมืองครั้งร้ายแรงนี้ เป็นบทพิสูจน์นักการเมืองไทย จะสามัคคีปรองดอง และหาทางออกให้แก่ประเทศชาติร่วมกันได้หรือไม่? จะคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นหลัก หรือจะยึดถือประโยชน์กับพวกพ้องเป็นหลัก ศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้ทางออกให้แล้ว จึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่จะตัดสินใจร่วมกันผ่าทางตัน โปรดอย่าถือว่า กกต.หรือศาลรัฐธรรมนูญเป็นคู่ขัดแย้ง.

26 ม.ค. 2557 09:06 ไทยรัฐ