วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ม็อบกระจายตัว ล้อม-หน่วยลต.

ม็อบกระจายตัว ล้อม-หน่วยลต.

  • Share:


มอบลูกหมี ไปบางบอน ‘บ้านเหลิม’

“สุเทพ” เดินหยามคำ สั่ง ศรส.ประกาศนำมวลชนย่ำทุกเส้นทางสั่งห้าม นำร่องราชดำริ ประตูน้ำ ราชปรารภ พญาไท ชิดลม เพชรบุรีตัดใหม่ “วิทยา” นัดตี 5 พาม็อบปิดหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้ายานนาวา-ฝั่งธนฯ เวทีลาดพร้าวกระจายมวลชนสกัด 3 เขต บางเขน สะพานสูง จตุจักร “สาทิตย์” ดักทางขอคืนพื้นที่ ลั่นไม่ยอม แม้แต่พื้นที่เดียว “ยิ่งลักษณ์” หายตัวล่องหนซุกเซฟเฮาส์ ศรส.ตั้งทีมเจรจาม็อบคืนพื้นที่ราชการ เล็งคุยแจ้งวัฒนะ-พระราม 8 “เฉลิม” หวั่นม็อบปิดล้อม ศรส. ขู่ใช้มาตรการเด็ดขาด ไม่รับปากวิสามัญ “เทพเทือก” “ดีเอสไอ” จ่อชงศาลออกหมายจับ 16 แกนนำตัวเป้งความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน “ปึ้ง” ลั่นขวางเลือกตั้งผิด ก.ม. 2 เด้ง แถมตัดสิทธิ 5 ปี “เรืองไกร” ร้อง ป.ป.ช.ฟัน “เทือก” รับนกหวีดทองคำและเงินบริจาค

ทันทีที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) มีคำสั่งห้ามใช้ อาคารสถานที่ราชการสำคัญๆหลายแห่ง รวมทั้งห้ามเข้าพื้นที่ถนนหลายสาย ล่าสุด นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศอารยะขัดขืนนำมวลชนเดินไปตามเส้นทางโดยไม่สนคำสั่งห้าม พร้อมกันนี้ กปปส.ยังเตรียมบุกหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าทั่ว กทม.และต่างจังหวัดโดยเฉพาะภาคใต้ ศรส.ประชุมเกาะติดสถานการณ์ชุมนุมรายวัน เตรียมยื่นขอศาลออกหมายจับแกนนำทำผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

“อดุลย์” เกาะติดสถานการณ์ม็อบ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 25 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์การยกระดับตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พล.ต.อ.อดุลย์ สั่งกำชับสถานการณ์ขัดขวางการเลือกตั้ง และมีกลุ่มชาวนาประท้วงอาจมารวมกัน ระมัดระวังเหตุแทรกซ้อน การยกระดับมวลชนในวันที่ 2 ก.พ. มอบหมายให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เร่งรัดคดีจับกุมอาวุธสงครามที่ สภ.ธัญบุรี คดีระเบิดปิงปองที่ลาดพร้าว และวัยรุ่นถูกยิงที่ทองหล่อ ผู้ที่ไปปฏิบัติหน้าที่หาข่าวให้ทบทวนวิธีการปฏิบัติเพื่อทำงานได้อย่างปลอดภัย การปรับหมายจับเป็นหมายฉุกเฉินรีบดำเนินการภายในวันนี้ ส่วนด่านตรวจ 7 จุด ผบ.กองกำลังพื้นที่ ช่องทางการประสานงาน ด่านจราจร การแสดงกำลัง งานจราจร มีแผนเผชิญเหตุเพื่อลดความรุนแรง กำหนดช่องทาง การพูดคุยกับแกนนำระดับต่างๆ การเลือกตั้งดำเนินการตามแผนในพื้นที่ที่มีปัญหาได้แก่ ภาคใต้ กทม.ต้องควบคุมการปฏิบัติ

กำชับลูกน้องระงับความโกรธ

พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า สถานการณ์ที่ผ่านมา ตำรวจถูกโจมตี เป็นกลยุทธ์ฝ่ายตรงข้ามมุ่งทำให้เราอ่อนแอ ผู้บังคับบัญชาจะต้องเป็นหลักชี้แจงผู้ใต้ บังคับบัญชาให้เข้าใจสถานการณ์ ไม่หวั่นไหว ยึดหลักกฎหมายยุทธวิธี และงานมวลชน ทำทุกวันเพื่อให้สังคมส่วนใหญ่เชื่อมั่นตำรวจ ต้องหนักแน่น เป็นปึกแผ่น นิ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีวุฒิภาวะมากกว่า ระงับความฉุนเฉียว อารมณ์โกรธ อดทน หากเราจะไปทุบตีประชาชน สังคมจะรับไม่ได้ สถานการณ์อาจเข้มข้นรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากมีการจับอาวุธสงคราม อาวุธปืนได้หลายราย การเลือกตั้งล่วงหน้ากำชับให้มีความพร้อมติดตามสถานการณ์ 15 จว.ภาคใต้ ยังต้องมีภารกิจดูแลการจัดเลือกตั้งตามแผน เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนตั้งใจทำหน้าที่ดีที่สุด ใช้การ เจรจา ระมัดระวังการใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

รายงานเวทีชุมนุมทั่วประเทศ

พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษก ศรส. แถลงว่า ยังคงมีเวที 7 เวทีหลักที่แจ้งวัฒนะ ลาดพร้าว อนุสาวรีย์ชัยฯ ปทุมวัน ราชประสงค์ สวนลุมพินี แยกอโศก และยังมีเวทีเดิมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บริเวณทำเนียบรัฐบาล แยกผ่านฟ้า รณรงค์เจ้าหน้าที่ให้หยุดงานและปิดสถานที่ราชการในกรุงเทพมหานคร 13 แห่ง ต่างจังหวัด 12 จังหวัด การชุมนุมในเวทีคู่ขนานแต่ละภูมิภาคมี 24 จังหวัด แบ่งเป็นภาคเหนือ 3 จังหวัด ภาคกลางและภาคตะวันออก 7 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด และภาคใต้ 10 จังหวัด ขณะเดียวกันมีกิจกรรมของกลุ่มที่สนับสนุนการเลือกตั้ง 16 จังหวัด เป็นภาคเหนือ 5 จังหวัดภาคกลาง 6 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด และภาคใต้ 1 จังหวัด

ทำร้ายตำรวจแฝงตัวหาข่าว

พล.ต.ต.อนุชากล่าวว่า สำหรับผลของการตั้งด่านความมั่นคงของ บช.น. 22 จุด จับกุมอาวุธปืนได้ 1 กระบอก มีด 5 เล่ม ยาบ้าและยาอีพร้อมผู้ต้องหา 10 คน กก.สส.บก.น. 7 ร.ต.ท.ประดิษฐ์ ชัยสวน ได้ไปติดตามสถานการณ์ชุมนุมที่หน้ากระทรวงวัฒนธรรม ขณะกำลังถ่ายภาพการชุมนุมอยู่มีกลุ่มชายฉกรรจ์ 6-7 คนเข้ามาสอบถาม ร.ต.ท.ประดิษฐ์แสดงตัวว่าเป็นข้าราชการตำรวจ ถูกชายกลุ่มดังกล่าวห้ามไม่ให้ถ่ายรูป พยายามลบรูปในโทรศัพท์ยื้อแย่งกันเป็นเหตุให้โทรศัพท์แตกเสียหาย และรุมทำร้าย ร.ต.ท.ประดิษฐ์ บริเวณใบหน้าและลำตัว แล้วยึดอาวุธปืนพก ต่อมาได้มีการเจรจาขออาวุธปืนจากกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว แล้วก็ได้ยึดเอากระสุนปืนไว้ อีกคดี สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จับกุมอาวุธปืนอาก้า 1 กระบอก ซองกระสุน 2 อัน และเครื่องกระสุน 60 นัด เครื่องยิงจรวด RPG พร้อมเครื่องกระสุน 1 ชุด ตะปูเรือใบ พบรถยนต์ทะเบียน กต 7253 ลพบุรี มีนายชินรัตน์ กาญจนาวิเชียร เป็นคนขับรถขนอาวุธดังกล่าว

โต้ม็อบพังป้าย สตช.ถูกยิงตาย

พล.ต.ต.อนุชากล่าวว่า กรณีนายศุภการ อยู่บรรยงค์ ข้าราชการทหารบำนาญถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตที่ถนนบายพาส ต.บ้านไร่ จ.ราชบุรี พบข้อมูลในโซเชียลมีเดีย ว่า นายศุภการเป็นหนึ่งในบุคคลที่เข้ามาทำลายป้ายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเรียนว่ากรณีของนายศุภการ มีข้อเท็จจริงว่า มีความขัดแย้งในหลายกรณีในพื้นที่ จ.ราชบุรี ได้กำชับสืบสวนสอบสวนนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ส่วนที่มีกรณีการโพสต์กลุ่มที่มาชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติทำลายป้ายนั้น ผบก.ภ.จ.ราชบุรี ได้ดำเนินการสอบปากคำบุตรชายของผู้ตายยืนยันว่าบุคคลตามภาพในโซเชียลมีเดีย ไม่ใช่บิดาของตน

ขอศาลออกหมายจับ 16 แกนนำ

เมื่อเวลา 14.45 น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า จากการหารือคณะพนักงานสอบสวนคดีการชุมนุมทางการเมือง 3 หน่วยงาน ทั้งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ พนักงานสอบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และพนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด มีมติว่าในวันจันทร์ที่ 27 ม.ค. จะขออนุมัติหมายจับแกนนำกลุ่ม กปปส.จำนวน 16 คน ต่อศาลอาญา ตามมาตรา 11 (1) พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องจากว่ามีจะมีการประกาศสถานการณ์ที่มีความฉุกเฉินแต่บุคคลเหล่านี้ยังไม่ได้หยุดยั้งพฤติกรรมที่เป็นแกนนำหลักการชุมนุม ส่วนประเด็นการพิจารณาเหตุผลขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาของแกนนำกลุ่ม กปปส.จำนวน 58 คน คดีร่วมกันเป็นกบฏ ตามมาตรา 113 และ 114 ประมวลกฎหมายอาญา เป็นครั้งที่สอง เบื้องต้นดีเอสไอเห็นว่าภายใต้สถานการณ์อย่างนี้จะใช้การออกหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งหมด

เน้นตัวเป้ง “เทพเทือก–สาทิตย์”

ขณะเดียวกันมีรายงานเพิ่มเติมจากดีเอสไอว่า สำหรับรายชื่อแกนนำ กปปส.ที่จะถูกดีเอสไอขอศาลออกหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ 2.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย 3.นายชุมพล จุลใส 4.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 5.นายอิสสระ สมชัย 6.นายวิทยา แก้วภราดัย 7.นายถาวร เสนเนียม 8.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 9.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ 10.น.ส.อัญชลี ไพรีรัก 11.นายนิติธร ล้ำเหลือ 12.นายอุทัย ยอดมณี 13.ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ 14.พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ 15.นายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี หรือนายอมร อมรรัตนานนท์ และ 16.นายกิตติชัย ใสสะอาด

เล็งเจรจาแจ้งวัฒนะ–สะพานพระราม 8

วันเดียวกัน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะคณะกรรมการ ศรส.แถลงว่า จะมีการจัดตั้งทีมเจรจาเพื่อขอคืนสถานที่ราชการที่ถูกปิดล้อมจากกลุ่ม กปปส.ให้สามารถเปิดบริการประชาชนได้ กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ ชุดเจรจาจะมีเจ้าของพื้นที่ เช่น ปลัดกระทรวง หรืออธิบดีกรม ตำรวจ ตัวแทนทหารจาก 3 เหล่าทัพเข้าร่วมการเจรจาทุกครั้ง และจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า จะมีเจรจาพร้อมกันในหลายจุดแยกรายเวที ยืนยันว่าจะไม่มีการสลายการชุมนุม เบื้องต้นมีรายงานว่า จุดแรกที่จะเข้าไปเจรจาในวันที่ 27 ม.ค. คือที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ และที่สะพานพระราม 8

นายกฯล่องหนซุกเซฟเฮาส์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ไม่ได้เดินทางมาปฏิบัติภารกิจทั้งที่ ศรส.ที่กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด และที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมแต่อย่างใด และไม่ได้พักอยู่ที่บ้านซอยโยธินพัฒนา 3 โดยมีรายงานข่าวว่า นายกฯพักอยู่ที่เซฟเฮาส์ในกรุงเทพฯ เพื่อความปลอดภัย ท่ามกลางกระแสข่าวก่อนหน้านี้ ทีมรักษาความปลอดภัยได้เตรียมสถานที่รองรับไว้ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน จ.นครปฐม และที่กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี กรณีฉุกเฉิน

“เหลิม” ขู่ใช้ไม้เด็ดสกัดบุก ศรส.

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. เดินทางมาเข้าร่วมประชุมประเมินสถานการณ์การชุมนุม พร้อมด้วยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษา ศรส. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย โดย ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวก่อนเข้าประชุมว่า ขอยืนยันจะใช้ บช.ปส.ศรส.ชั่วคราว ขอร้องผู้ชุมนุมอย่ามารุกรานอีก ถ้ามาตำรวจจะใช้มาตรการเด็ดขาด

ไม่รับปากวิสามัญ “สุเทพ”

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ส่วนการจับกุมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ขอให้เข้าใจไม่ได้จับในฐานะแกนนำผู้ชุมนุม แต่จับในฐานะผู้ต้องหากบฏตามหมายศาล นายสุเทพมีคนติดตามและพกอาวุธปืน ถ้าตำรวจเข้าทำการจับกุมอาจจะมีการต่อสู้แล้วมีการสูญเสียจะโทษกันไม่ได้ จึงขอให้กลุ่มมือปืนกลับบ้าน แนะนำให้นายสุเทพมอบตัวดีกว่า และจะลงมือจับในเร็ววันนี้ การจับกุมเป็นเรื่องที่ตำรวจดำเนินการส่วนจะถึงขั้นวิสามัญหรือไม่ ตนไม่รู้ เพราะไม่ได้ไปจับ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ ส่วนที่ต้องเจรจาคืนพื้นที่ราชการในวันที่ 27 ม.ค. เนื่องจากประชาชนเดือดร้อนมาก สิ่งที่ ศรส.ห่วงกลัวที่สุดคือมือที่สาม ประสงค์ให้รัฐบาลเสียหาย ไม่รู้ว่ามีจำนวนมากเท่าไร แต่มีแน่ คิดหรือว่าคนอย่างนายสุเทพจะไม่มีศัตรู ส่วนกรณีกลุ่ม กปปส.จะเคลื่อนไหวใน 26 เส้นทางตามประกาศห้ามของ ศรส.นั้น ไม่เป็นไร ตนยึดกฎหมายเป็นหลัก ประนีประนอม ไม่แข็งกร้าว

เรียกเจ้าของโรงแรม หอพัก ชี้แจง

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษา ศรส. แถลงว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และข้อกำหนดพื้นที่ต่างๆ ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวยังใช้ชีวิตตามปกติ เพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉินบังคับใช้กับผู้ที่กระทำผิดเท่านั้น และรัฐบาลจะไม่ใช้วิธีรุนแรงเร่งหรือสลายการชุมนุม อย่างสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ จนมีผู้เสียชีวิต การดำเนินการของ ศรส.กับบุคคล หรือนิติบุคคลใดๆ ภาคเอกชน หรือองค์กรใดๆ จะใช้วิธีการเชิญตัวเข้ามาชี้แจง โดยจะเชิญเจ้าของโรงแรม เจ้าของหอพัก บ้านเช่า หรือให้บ้านหลบซ่อนแก่ผู้ที่มีหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เข้าชี้แจง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ลั่นขวางเลือกตั้งผิด ก.ม. 2 เด้ง

นายสุรพงษ์กล่าวว่า กรณีการขัดขวางการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค. และการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 ก.พ. โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปแล้วนั้น ผู้ใดที่ขัดขวางการเลือกตั้ง นอกจากจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง จำคุก 1-5 ปี และมีโทษปรับ 20,000-100,000 บาท หรือมีโทษทั้งจำและปรับ รวมทั้งถูกถอนสิทธิถูกตัดสิทธิ 5 ปี และจะมีอีกข้อหาหนึ่ง ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือโทษจำคุก 2 ปี โทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท และยืนยันรัฐบาลมีอำนาจประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ทำตาม อำเภอใจ เพื่อประโยชน์บุคคลใด และเพื่อเลือกตั้ง แต่เพื่อความสงบคนในชาติ

ยื่น  ป.ป.ช.ฟัน “เทือก” รับนกหวีดทองคำ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 27 ม.ค. จะยื่นเรื่องต่อประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กรณีรับนกหวีดทองคำน้ำหนัก 6 บาท และเงินสดจากบุคคลจำนวนมาก เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาตรา 103 หรือไม่ หลังจากนายสุเทพได้ลาออกจากการเป็น ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2556 จึงเป็นผู้พ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมาแล้วไม่ถึง 2 ปี จึงขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบนายสุเทพ แต่ขอคัดค้านไม่ให้ นายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. มาร่วมเกี่ยวข้องคำร้องนี้ เนื่องจากมีพยานเอกสารหลักฐานที่เชื่อได้ว่า นายภักดีที่ได้รับแต่งตั้งจากประกาศ คปค. ฉบับที่ 19 เมื่อวันที่ 22 ก.ย.2549 ไม่ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการในบริษัทองค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด ภายในเวลา 15 วัน จึงต้องถือว่าไม่ได้เป็นกรรมการ ป.ป.ช.มาตั้งแต่ต้น

ปชป.ซัดออก พ.ร.ก.โดยมิชอบ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาค กทม.กล่าวถึงการ ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลว่า เป็นการประกาศบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้คำสั่งที่ออกมาเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลทั้งที่ไม่มีสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเกิดความรุนแรง ผู้ชุมนุมยึดหลักในการชุมนุมตามหลักชุมนุมโดยสงบ สันติ อหิงสาปราศจากอาวุธ ซ้ำการประกาศใช้ พ.ร.ก.ดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนและมีความพยายามที่จะลิดรอนเสรีภาพสื่อฯ ส่งผลกระทบต่อพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 ก.พ.57 ที่รัฐบาลยังไม่ได้ประกาศเพิกถอน

ตะเพิด “ปู” พ้นเก้าอี้นายกฯ

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า แนวทางแก้ไขวิกฤติของประเทศในขณะนี้ มีอยู่ 3 ทาง คือ 1.รัฐบาลต้องช่วยกันดึงฟืนออกจากไฟ ไม่เช่นนั้นวิกฤติประเทศแก้ไม่ได้ 2.หยุดนำฟืนใส่เข้าไปในกองไฟเพิ่ม 3.ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่สามารถเจรจากับ กกต. ให้เลื่อนเลือกตั้งออกไปได้ และไม่สามารถรับคำวินิจฉัยขอศาลรัฐธรรมนูญได้ ตนก็ขอร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ลาออกจากนายกรัฐมนตรีรักษาการวิกฤติของประเทศรอ น.ส.ยิ่งลักษณ์คนเดียวไม่ได้ ทุกคนทุกองค์กรมีโอกาสช่วยกัน ไม่ใช่เรื่องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์คนเดียวแล้ว ถ้าทำเรื่องนี้ไม่ได้ก็ขอให้ช่วยลาออกเพื่อส่วนรวม

ธุรกิจท่องเที่ยวค้าน พ.ร.ก.

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 ม.ค. ที่ลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี กลุ่มมวลมหาประชาชนท่องเที่ยวไทย อาทิ กลุ่มมัคคุเทศก์ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและโรงแรมต่างๆ นำโดยนายเจริญ วังอนานนท์ ตัวแทนผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว รวมตัวกันเดินรณรงค์ไปตามย่านอโศก และย่านปทุมวัน คัดค้านการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยนายเจริญกล่าวว่า มีการคัดค้านการใช้อำนาจของรัฐบาล และอำนาจนิติบัญญัติมาตั้งแต่ 31 ต.ค.56 มีเหตุการณ์รุนแรงหาข้อยุติไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อภาคท่องเที่ยว ดังนั้น จึงมีแถลงการณ์ คือ 1.ขอประณามผู้ก่อความรุนแรง 2.ขอให้รัฐบาลเสียสละอำนาจรักษาการ เปิดเวทีเจรจาจากทุกฝ่าย 3.ขอยกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 4.ขอให้เลื่อนการเลือกตั้ง เบื้องต้นให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินก่อน ชาวต่างชาติมีมุมมองเลวร้ายกับการประกาศนี้ ยกเลิกการเข้ามาเที่ยวเมืองไทย โดยเฉพาะญี่ปุ่นและจีน ยกเลิกร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว

ปลุก ขรก.ตื่นตัวปฏิรูปประเทศ

พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ประธานสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปแห่งประเทศไทย ในฐานะตัวแทนประชาคมสาธารณสุขกล่าวว่า ได้หารือร่วมกับโรงเรียนแพทย์จาก 8 สถาบัน สภาวิชาชีพ และทีมจากกระทรวงยุติธรรม ได้ข้อสรุปในเบื้องต้นว่า วันที่ 27 ม.ค.  ประชาคมสาธารณสุข จะยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงส่วนราชการจากทุกกระทรวง เชิญชวนให้ข้าราชการตื่นตัวกับการปฏิรูป ออกมาร่วมกันให้ความเห็นว่าควรปฏิรูปอะไรบ้าง ตระหนักว่าการปฏิรูปหลายขั้นตอน เรื่องเร่งด่วนที่ต้องมีการปฏิรูปการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใสเป็นธรรม ลดคอร์รัปชัน

สธ.รับมือเหตุปะทะเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่โรงพยาบาลสงฆ์ นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวภายหลังประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัย ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีชุมนุมทางการเมืองกระทรวงสาธารณสุขว่า การเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ปะทะที่อาจเกิดขึ้นวันเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค. พื้นที่ กทม.ทั้ง 50 เขต กรมการแพทย์รับผิดชอบดูแลทั้งหมด 7 จุด แบ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง 5 จุด คือ 1.เขตสาทร ที่ศูนย์กีฬาสำนักงานเขตสาทร ทุ่งมหาเมฆ 2.เขตดุสิต บริเวณโรงเรียนสุโขทัย 3.เขตพญาไท บริเวณกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ใกล้สถานีบีทีเอสอารีย์ 4.เขตจตุจักร บริเวณที่ว่างท้ายซอยวิภาวดี 36 และ 5.เขตบางเขน บริเวณสำนักงานเขตและโรงเรียนประชาภิบาล ส่วนหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง 2 จุดคือ 1.เขตลาดพร้าว เต็นท์บริเวณตลาดนัดผู้ใหญ่อ้วน ซอยนาคนิวาส 6 และ 2.เขตจตุจักร บริเวณโรงเรียนเซนต์จอห์นโปลีเทคนิค นอกจากนี้ จะมีทีมกู้ชีพพื้นฐานของมูลนิธิร่วมกตัญญูและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งประจำแต่ละจุด โดยมีทีมกู้ชีพชั้นสูง 4 ทีม ทีมกู้ชีพชั้นสูงสำรองไว้อีก 6 ทีม

รวมยอดเจ็บจากชุมนุม 564 ราย

ด้าน นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ ในฐานะ ผอ.ศูนย์ส่วนหน้า กล่าวว่า สำหรับยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.2556-25 ม.ค.2557 มีทั้งสิ้น 274 ราย ยังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 17 ราย เสียชีวิต 4 ราย ส่วนยอดสะสมตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. มีทั้งสิ้น 564 ราย พักรักษาตัวในโรงพยาบาล 19 ราย เสียชีวิต 9 ราย ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่ยังพักรักษาในโรงพยาบาลไม่มีรายใดต้องอยู่ห้องไอซียูแล้ว อาการดีขึ้นทุกราย

ผู้นำศาสนาแจงม็อบปิดล้อมมัสยิด

ที่ จ.ตรัง นายสุอีน สูบเด็น นายหลีม ไมสู นายอำนวย สุหรน และ นายสักการิยา สองสา ในฐานะคณะกรรมการอิสลามจังหวัดตรัง รับมอบหมายจากนายหนอด ตู้ดำ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดตรัง แถลงถึงกรณีมีการเผยแพร่ภาพม็อบ กปปส.บุกปิดล้อมมัสยิดสุโส๊ะ ต.สุโส๊ะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ว่า เป็นการสื่อสารที่ขาดรายละเอียดสำคัญ ทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่าผู้ชุมนุมจะเข้าไปปิดล้อมมัสยิด แท้จริงแล้วกลุ่มผู้ชุมนุมมีเป้าหมายจะไปที่โรงเรียน ไม่ได้มุ่งไปที่มัสยิดแต่ประการใด ดังนั้น ขอเรียกร้องว่า อย่าได้เอาเหตุการณ์นี้ไปสร้างเงื่อนไข สร้างความขัดแย้งเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม ไม่อยากให้มัสยิดตกเป็นเครื่องมือของบุคคลใด ส่วนกรณีที่มีเอกสารออกมาอ้างว่าเป็นแถลงการณ์จากสำนักจุฬาราชมนตรี ประณามการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น มองว่าขณะนี้สำนักจุฬาราชมนตรียังรับข้อมูลอย่างไม่ครบถ้วน จึงจะทำหนังสือชี้แจงจุฬาราชมนตรีและคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั้ง 39 จังหวัด เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง

กระบี่ขน 18 ล้อขวางหน่วย ลต.

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส.ในต่างจังหวัด ที่ จ.กระบี่ กลุ่ม กปปส.นำรถแบ็กโฮและรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ไปจอดขวางถนนประตูทางเข้า-ออก สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตกระบี่ ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ สถานที่ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้งที่ 1 ขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ กกต.นำหีบบัตรและอุปกรณ์การจัดการเลือกตั้งเข้าไปในหน่วยเลือกตั้ง พร้อมย้ายเวทีจากหน้าศาลากลางจังหวัดไปปักหลักหน้าสถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตกระบี่แทน ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยจากตำรวจชุดควบคุมฝูงชน ในขณะที่นายสมปอง ตั้งเริก ผอ.กกต.กระบี่ ยืนยันจะเข้าไปจัดการการเลือกตั้งให้ได้แม้จะถูกขัดขวาง อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมา มีผู้ไปแจ้งชื่อเพื่อลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 6,000 คน แต่ในการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค.นี้ มีผู้ไปแจ้งลงทะเบียนแค่ 18 คนเท่านั้น

สงขลายึดเต็นท์ค่าย ตชด.

วันเดียวกัน ที่ จ.สงขลา กลุ่ม กปปส.ระดมมวลชนเข้าปิดล้อมบริเวณประตูทางเข้ากองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน 43 ค่ายรามคำแหง อ.เมืองสงขลา ซึ่ง กกต.ใช้เป็นสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด ระหว่างนั้นมีรถกระบะ 3 คัน บรรทุกเต็นท์ 6 หลัง เข้าไปในค่าย ตชด.เพื่อเตรียมใช้เป็นหน่วยเลือกตั้ง แต่ถูกกลุ่มมวลชน กปปส.เข้าขัดขวางพร้อมยึดเอาเต็นท์ทั้งหมดไปตั้งกลางถนนหน้าค่าย ตชด.ใช้เป็นที่ปักหลักชุมนุมขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค. โดยมีกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนคอยดูแลความสงบเรียบร้อย แต่ไม่มีเหตุกระทบกระทั่งกัน นายโชคชัย ผลวัฒนะ ผอ.กกต.สงขลา เผยว่า ภาพรวมได้เตรียมความพร้อมสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้าทั้งหมด 8 เขตเลือกตั้ง มีผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 14,000 คน ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งได้หรือไม่

แห่เผาศพ “ประคอง” แน่นวัด

ส่วนที่ จ.ภูเก็ต กลุ่ม กปปส.จำนวนมากไปร่วมในพิธีเผาศพนายประคอง ชูจันทร์ ที่เมรุวัดเกตโฮ่ ถนนวิชิตสงคราม ต.กะทู้ อ.กะทู้ หลังถูกระเบิดเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ม.ค. ขณะร่วมชุมนุม กปปส.ชัตดาวน์กรุงเทพฯ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า นอกจากกลุ่ม กปปส.ที่แห่กันไปร่วมในพิธีเผาศพจนแน่นวัดแล้ว ยังมีนายไมตรี อินทุสุต ผวจ.ภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ น.ส.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รอง ผวจ.ภูเก็ต นายเชน เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี นายเรวัติ อารีรอบ นางอัญชลี วานิช เทพบุตร อดีต ส.ส.ภูเก็ต รวมทั้งข้าราชการ พ่อค้าประชาชนไปร่วมในพิธีเผาศพด้วย

จันท์เคลื่อนพลแต่ไม่ขวาง

ที่ จ.จันทบุรี กลุ่ม กปปส. นำโดยนายธีระ วงษ์เจริญ นายณัฐพล แสงสีแก้ว นายรุ่งเพชร ผาสุก นายธวัชชัย อนามพงษ์ นายพงษ์เวช เวชชาชีวะ ร่วมกันแถลงข่าว ว่าในวันที่ 26 ม.ค. กลุ่มมวลชน กปปส.บางส่วนจะไปรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนที่บริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด ทั้ง 3 แห่ง เพื่อแสดงพลัง แต่ไม่ขัดขวางการเลือกตั้ง และในวันที่ 27 ม.ค. จะนัดมวลชนออกมาเคลื่อนไหว ที่ลานกีฬาคนรักษ์จันท์ ถนนท่าแฉลบ ก่อนเดินรณรงค์และจัดแรลลี่รถยนต์ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ไปรอบเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี เพื่อขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการ และสถาบันการศึกษา

ด้านนายสุรสิทธิ์ ถือสัตย์ ผอ.กกต.จันทบุรี เผยว่า การเลือกตั้งล่วงหน้ามีกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่นกว่า 200 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อย หากมีเหตุวุ่นวายทำให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าได้ ก็พร้อมที่จะประกาศยกเลิกการเลือกตั้งล่วงหน้าทันที โดยมีผู้มาลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าทั้ง 3 เขตรวม 563 คน

โคราชชูปฏิรูป–แจกนกหวีด

จ.นครราชสีมา กลุ่ม กปปส.จำนวนหนึ่งไปรวมตัวกันบริเวณถนนคู่ขนานหน้าสวนสาธารณะเขาแคน เขตเทศบาลเมืองปากช่อง อ.ปากช่อง โดยถือป้ายมีข้อความโจมตีรัฐบาลในการบริหารประเทศ และข้อความเชิญชวนประชาชนออกมารณรงค์ปฏิรูปการเมืองก่อนการเลือกตั้ง โดยนำเสื้อยืดมาจำหน่ายและแจกนกหวีด ถือธงชาติ ออกเดินรณรงค์ไปตามถนนคู่ขนาน ก่อนหยุดหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาปากช่อง อ่านแถลงการณ์โจมตีการบริหารประเทศผิดพลาดของรัฐบาล ในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ราคาสินค้าข้าวของแพงประชาชนได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะโครงการการรับจำนำข้าว หลังอ่านแถลงการณ์แล้วกลุ่ม กปปส.นำรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียงออกเชิญชวนประชาชนออกมาร่วมแสดงพลังก่อนจะแยกย้ายกันกลับไป

ส่วนที่ จ.ยโสธร เมื่อช่วงค่ำวันเดียวกัน กลุ่มมวลชนรักประชาธิปไตย นัดกันสวมชุดขาวไปรวมตัวจุดเทียนเพื่อแสดงสัญลักษณ์สนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง โดยจัดกิจกรรมต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 3 ณ อุทยานการเรียนรู้ เขตเทศบาลเมืองยโสธร มีผู้คนไปร่วมคับคั่ง

กปท.บุก ปตท.บี้ลดราคาน้ำมัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้ชุมนุม กปท. นำโดย นพ.ระวี มาศฉมาดล แกนนำ คปท.นำผู้ชุมนุมเข้าบุกไปตัดกุญแจประตูของสำนักงานใหญ่บริษัท ปตท.จำกัด มหาชน ถนนวิภาวดีรังสิต โดยขนอุปกรณ์เพื่อตั้งเวทีบริเวณหน้าอาคาร ปตท.อีกหนึ่งเวทีเพื่อเป็นเวทีคู่ขนานกับเวทีของ คปท.ที่ตึกเอ็นนียี่ คอมเพล็กซ์ ทั้งนี้ นพ.ระวีได้ยื่นเงื่อนไขให้ ปตท.ลดราคาน้ำมันลงมาให้เท่ากับราคาของตลาดสิงคโปร์โดยเร็วที่สุด หากไม่ลดราคาน้ำมันอาจจะเพิ่มมาตรการกดดันต่อไป

นายประเสริฐ สลิลอำไพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสื่อสารองค์กร ปตท. กล่าวว่า ข้อเสนอของ กปท.ต้องการให้ปฏิรูปพลังงาน โดยให้ลดราคาขายปลีกกลุ่มน้ำมันเบนซิน 5 บาทต่อลิตร ให้เร็วที่สุด ปตท.ไม่สามารถลดราคาได้ตามความต้องการ เพราะขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล หากต้องการให้ราคาน้ำมันลดลงก็ต้องไปเสนอให้รัฐบาลลดภาษีลงให้ได้

เวทีลาดพร้าวบุก ร.ร.

ที่เวทีห้าแยกลาดพร้าว เมื่อเวลา 10.30 น. นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. ได้มอบหมายให้นายสุชาติ ศรีสังข์ และนายทินกร อ่อนประทุม ขึ้นรถบรรทุก 10 ล้อ และรถกระบะไปที่หน้าประตูทางเข้า ร.ร.มัธยมประชานิเวศน์ หลังได้ข่าวว่าจะมีการอบรมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง แต่เมื่อไปถึงประตูถูกปิดจึงจอดรถขวางทางเข้าไว้ มีนางลินดา โวหารดี ผอ.ร.ร.มัธยมประชานิเวศน์ ออกมาเจรจาและยอมเปิดประตูนำตัวแทนผู้ชุมนุม 8 คน เข้าไปประชุมร่วมกับนายนพกิจ สัญญานุจิต ผอ.เขตจตุจักร และ ผอ.โรงเรียนในเขตจตุจักร 7 แห่ง ที่เดินทางมาร่วมอบรมเจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้ง นายนพกิจได้ต่อรองให้ผู้ชุมนุมเปิดทางให้ผู้เข้าอบรมเข้าไป นายทินกรตัวแทนผู้ชุมนุมชี้แจงว่า ไม่ได้มาขัดขวาง จะไม่ตัดน้ำ ตัดไฟ เพียงต้องการมารณรงค์ให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง จากนั้นได้ขอให้ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเอง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ยืนเฝ้าหน้าประตูทางเข้าไว้

กดดัน จนท.จนต้องกลับบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย เมื่อมีผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มคนที่เข้ามาอบรมอุ้มเด็กอายุประมาณ 2 ขวบ เดินมายืนที่หน้าประตูทางออก ทำตัวสั่นแล้วร้องว่า “กลัวๆ” จึงถูก ตะโกนโห่ไล่ว่าเล่นละคร เพราะหญิงคนดังกล่าวเพิ่งเดินผ่านไป แล้วหันกลับมาร้องให้สื่อมวลชนถ่ายภาพ โดยกลุ่ม กปปส. ได้ปักหลักเฝ้าประตูทางเข้าจนเลยเวลาเปิดการอบรม ทำให้เขตจตุจักรต้องประกาศยกเลิกการอบรมไปโดยปริยาย และให้ทุกคนทยอยเดินทางกลับบ้านในเวลา 13.10 น. กลุ่มผู้ชุมนุมพอใจเคลื่อนขบวนกลับที่ตั้ง

นัดตี 5 ปิดหน่วยยานนาวา-ฝั่งธนฯ

บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ที่เวทีแยกศาลาแดง ถนนสีลม ยังปักหลักชุมนุมตามแผนชัตดาวน์กรุงเทพฯ และมีประชาชนเดินทางมารับฟังการปราศรัยของแกนนำ ระหว่างนั้นนายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กปปส.เรียกประชุมแกนนำและหัวหน้าการ์ด กปปส. ที่เต็นท์หลังเวทีก่อนออกเดินเยี่ยมให้กำลังใจมวลชนและตรวจสอบความเรียบร้อย สั่งให้มีการรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบขั้นสูงสุด หลังย้ายเวทีจากลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 มายังแยกศาลาแดง และได้รับแจ้งว่าจะมีปฏิบัติการจับกุม ลอบสังหารแกนนำคนสำคัญ

นายวิทยากล่าวว่า กปปส.เน้นปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งจะมีมาตรการคัดค้านทุกรูปแบบ เพื่อไม่ให้เกิดการเลือกตั้งและ กกต. ต้องเลื่อนการเลือกตั้ง ดังนั้นในเวลา 05.00 น. วันที่ 26 ม.ค. นัดระดมมวลชนเวทีแยกศาลาแดง เดินไปปิดล้อมหน่วยงานเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตพื้นที่ยานนาวา และฝั่งธนบุรี คือเขตหนองแขม

“สาทิตย์” กร้าวไม่คืนพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานจากเวทีปราศรัยกลุ่ม กปปส. แยกปทุมวันว่า บรรยากาศการชุมนุมตลอดทั้งวันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประชาชนทยอยเดินทางเข้าร่วมชุมนุมต่อเนื่อง ติดตามการถ่ายทอดสดกิจกรรมที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เดินขบวนรณรงค์เชิญชวนประชาชนชาว กทม.ร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส. ทั้งนี้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่า การที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. ระบุว่าจะเข้าเจรจาขอคืนพื้นที่การชุมนุม กปปส. โดยเริ่มจากเวทีถนนแจ้งวัฒนะว่า หาก ร.ต.อ.เฉลิมเข้าไปเจรจาเองอาจไม่ได้กลับออกไปก็ได้ หากมีการเข้าเจรจาก็จะบอกว่า รัฐบาลต้องออกจากประเทศ ประชาชนขอคืนพื้นที่จากรัฐบาลแล้ว ยืนยันว่าเราจะไม่ออกจากพื้นที่แม้แต่พื้นที่เดียว ส่วนการเตรียมขอศาลอาญาออกหมายจับแกนนำ กปปส. 16 คนนั้น ถือว่าไม่จำเป็น เนื่องจากแกนนำอยู่ต่อสู้ กับประชาชนไม่ได้หนีไปไหน

“สุเทพ” เดินหยามคำสั่ง ศรส.

สำหรับความเคลื่อนไหวกลุ่ม กปปส.ในเวทีต่างๆนั้น เมื่อเวลา 10.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ปราศรัยที่เวทีราชประสงค์ว่า การเดินวันนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นการปฏิบัติภารกิจพิเศษและเป็นการท้าทาย เนื่องจากจะเดินตามเส้นทางประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยคำสั่ง ศรส.มีคำสั่งห้ามเข้า เพื่อประกาศเจตนารมณ์ว่า มวลมหาประชาชนต้องการขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และต่อต้านระบอบทักษิณ ต้องการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง จากนั้นนายสุเทพนำผู้ชุมนุมเคลื่อนออกจากแยกราช–ประสงค์ใช้เส้นทางถนนราชดำริ ผ่านแยกประตูน้ำ ถนนราชปรารภ เมื่อมาถึงหน้าห้างสรรพสินค้าอินทราสแควร์ มีบรรดาแม่ค้าที่ค้าขายอยู่ย่านประตูน้ำออกมาต้อนรับพร้อมกับนำธนบัตรใบละ 100 บาท และ 20 บาท เย็บต่อเป็นแถวยาวมอบให้นายสุเทพ พร้อมตะโกนให้กำลังใจ “กำนันสู้ๆ”

ขณะที่ขบวนเลี้ยวจากแยกราชปรารภเข้าถนนศรีอยุธยา มีแพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลพญาไท 1 ออกมายืนต้อนรับพร้อมกับมอบเงินบริจาคให้นายสุเทพจำนวนมาก รวมทั้งตลอดเส้นทางดังกล่าวมีประชาชนและห้างร้าน กระทั่งขบวนเดินมาถึงแยกพญาไท จุดนี้นายสุเทพและแกนนำนั่งพักรับประทานอาหารเที่ยงที่ใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพญาไท ท่าม กลางการรักษาความปลอดภัยของการ์ดอย่างเข้มงวด

ประตูน้ำคึกคักถือเงินรอบริจาค

จากนั้นขบวนออกต่อไปจนถึงแยกราชเทวี จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เมื่อขบวนเดินมาถึงบริเวณห้างสรรพสินค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ห้างสรรพสินค้าแพลทินัม ห้างสรรพสินค้าประตูน้ำเซ็นเตอร์ มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้ามายืนรอต้อนรับนายสุเทพและผู้ชุมนุมพร้อมตะโกนให้กำลังใจอย่างต่อเนื่องและส่วนใหญ่เตรียมเงินบริจาคให้นายสุเทพด้วยตัวเอง กระทั่งขบวนเคลื่อนมาถึงแยกถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ตัดเข้าถนนชิดลม เมื่อถึงแยกชิดลมปรากฏว่ามีประชาชนบางส่วนที่มาเดินจับจ่ายใช้สอยในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม และประชาชนที่มายืนตั้งแถวรอรับนายสุเทพจำนวนมากจนเต็มทั้งสองข้างทาง ทำให้การเคลื่อนขบวนผ่านจุดดังกล่าวเป็นไปด้วยความล่าช้า ขณะเดียวกัน การ์ดรักษาความปลอดภัยก็ทำหน้าที่เข้มงวด เพราะจุดดังกล่าวมีตึกสูง รวมทั้งสกายวอล์ก และสถานีรถไฟฟ้า ขบวนเลี้ยวขวาเข้าถนนสุขุมวิทที่แยกชิดลม ก่อนที่ขบวนจะถึงแยกราชประสงค์ก็มีผู้ชุมนุมรอต้อนรับตลอดเส้นทางจนถึงเวทีแยกราชประสงค์

นกหวีดสนั่นต้อนรับ “กำนันเทพ”

ในช่วงเย็นเวทีราชประสงค์คึกคักมาก เมื่อมวลชนเดินทางมารอนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ  เลขาธิการ กปปส.ที่จะเดินทางมาขึ้นเวทีแห่งนี้จนแน่นขนัดเต็มพื้นที่และบนสกายวอล์ก กระทั่งเวลา 19.00 น. ขบวนของนายสุเทพเดินทางมาถึง ท่ามกลางเสียงเป่านกหวีดดังไปทั่วแยกราชประสงค์ จากนั้นเลขาธิการ กปปส.ขึ้นเวทีปราศรัยกับผู้ชุมนุมว่า เดินครั้งนี้ใช้เวลา 9 ชั่วโมง เพราะมีประชาชนให้การต้อนรับจำนวนมาก โดยเฉพาะที่แยกชิดลมติดอยู่กว่า 2 ชั่วโมง เพราะพี่น้องหลอมหัวใจเป็นหนึ่งเดียวคือต้องการไล่ยิ่งลักษณ์ออกจากประเทศไทย แม้ว่ารัฐบาลจะใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พวกเราจะออกเดินทุกเส้นทางที่ประกาศห้าม แกนนำทุกคนไม่มีใครเกรงใจ ร.ต.อ.เฉลิมเลย

เตือน “เหลิม” ตั้งหลักไว้ไปบุกแน่

นายสุเทพกล่าวอีกว่า  ถือโอกาสนี้เตือน ร.ต.อ.เฉลิมให้เตรียมตัวเอาไว้ วันที่ 26 ม.ค. พวกเราไม่ว่าง เราจะไปคัดค้านการเลือกตั้งล่วงหน้าที่หน่วยเลือกตั้ง แต่ในวันจันทร์ วันอังคาร ที่จะถึงให้ ร.ต.อ.เฉลิมตั้งหลักให้ดี เราจะไปเยี่ยมถึงที่ทำงาน รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลเถื่อนหมดความชอบธรรมไปแล้ว แต่ยังคงกอดเก้าอี้อยู่ พวกเราต้องเขี่ยมันออกไป พวกเราไม่เกรงกลัวรัฐบาลเถื่อน เราจะฝ่าฝืนข้อห้ามทุกอย่าง นายชุมพล จุลใส จะนำไปที่เขตบางบอน บ้าน ร.ต.อ.เฉลิม เวลา 05.00 น. จะเคลื่อนขบวนออก ยืนยันว่าหัวใจของพวกเราเป็นหนึ่งเดียวกัน พวกเราทำเพื่อแผ่นดิน ขจัดระบอบทักษิณออกจากประเทศไทย เพื่อลูกหลานของเรา

สนุกแน่สั่ง “ชุมพล” ลุยบ้าน “เหลิม”

กระทั่งเวลา 20.25 น. นายสุเทพปราศรัยบนเวทีปทุมวันว่า พรุ่งนี้สนุกแน่ เพราะนายชุมพล จุลใส แกนนำ กปปส.จะไปบุกบ้านบางบอนของเฉลิม จะเป็นฉากหนึ่งที่อำนาจทรราชเสื่อมแล้ว ทุกคนเทใจมาให้มวลมหาประชาชน แต่ทุกคนต้องไม่ใช้ความรุนแรง หากมันให้มาระรานให้สวดอิติปิโส นิ่ง แล้วถ่ายคลิปประจานไปทั่วโลก พรุ่งนี้ตื่นแต่เช้า ไปปฏิบัติภารกิจตามที่มอบหมาย ทุกก้าวย่างไปสู่ชัยชนะ ทรราชกำลังจะหมดอำนาจ ยอมสยบให้อำนาจมวลมหาประชาชนในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

ประกาศิตชัตดาวน์เลือกตั้ง 2 ก.พ.

นายสุเทพกล่าวว่า การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. หากปล่อยให้มีการเลือกตั้งได้ ก็จะใช้กฎหมายเดิม ข้าราชการต้องเปิดโอกาสให้มันซื้อคะแนนเสียง โจรห้าร้อยกลับมาอยู่เต็มสภา มีรัฐบาลทรราชเหมือนเดิม ที่จะมาปล้นแผ่นดินไทย เหมือนที่มาโกงข้าวเหมือนเดิม เราจึงคัดค้านการเลือกตั้ง รณรงค์ถึงที่สุด เริ่มทำตั้งแต่พรุ่งนี้ หลังจากนั้นจะเปิดเกมรุกยิ่งขึ้น ไปศูนย์ ศรส.หาเหลิม ถ้า่เส้นเลือดไม่แตกตายจะได้เจอมวลมหาประชาชน จากนั้นไปบ้านยิ่งลักษณ์ ครม.ทุกคน ไปดูว่ามีน้ำมีไฟหรือเปล่า เป็นขั้นตอนยกระดับต่อไป ปฏิบัติการจะเข้มข้น มวลชนจะมาเพิ่มขึ้น ยิ่งใช้กฎหมายแรงเรายิ่งจะมามากขึ้น พรุ่งนี้ทำให้เต็มที่ กลับมามะรืนยกระดับต่อ

ยกระดับปิดตายบางกอกให้อัมพาต

นายสุเทพกล่าวว่า ส่วนข้าราชการ ถ้ามีหัวใจเหมือนข้าราชการสาธารณสุข พาณิชย์ สถิติแห่งชาติ อ้อมแขนประชาชนพร้อมต้อนรับเข้ามาต่อสู้กับเรา กำจัดเสี้ยนหนามแผ่นดิน เราปิด กทม.มา 2 สัปดาห์แล้ว แต่ชาว กทม.ยังสนับสนุน วันนี้เฉพาะข้าว เงิน กำลังใจไม่พอแล้ว ต้องเอาตัวมาสู้กับเราให้เต็มที่กรุงเทพฯ ขอประกาศล่วงหน้าถ้ายิ่งลักษณ์ไม่ลงจากเก้าอี้นายกฯ เราจะปิดกรุงเทพฯให้สนิทเอาให้มันออกไม่ได้ วันดีเดย์ ทุกถนนในกรุงเทพฯ จะเป็นถนนประชาชน ใช้ถนนไม่ได้แม้แต่เส้นเดียว ออกนอกถนนเจอมวลมหาประชาชนทันที เครื่องบินที่เตรียมไว้ขนสมบัติออกนอกต่างประเทศ ก็ทำไม่ได้ เพราะออกจากบ้านไม่ได้

ปลุกมวลชนออกมารบครั้งสุดท้าย

นายสุเทพกล่าวว่า ประกาศไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ชาว กทม.ได้เตรียมตัวลงมาร่วมการต่อสู้ฉากสุดท้ายของมวลมหาประชาชน รอตนประกาศ วันไหน เวลาไหน เลือกวันที่ยิ่งลักษณ์ ครม.อยู่กรุงเทพฯ เตรียมพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ สำหรับการรบนัดสุดท้ายของมวลมหาประชาชน

“พุทธอิสระ” นอนค้างเขตหลักสี่

ส่วนเวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี หลวงปู่พุทธอิสระ นำมวลชนเดินเท้าไปที่สำนักงานเขตหลักสี่ ก่อนจะประกาศนอนพักค้างแรมที่หน้าสำนักงานเขตหลักสี่ 1 คืน อ้างว่าแวะมาเยี่ยมและห้ามมวลชนเข้าไปด้านในและห้ามทำร้ายเจ้าหน้าที่ และยังกล่าวว่าในวันที่ 26 ม.ค. ถ้าประชาชนจะไปเลือกตั้งก็ไม่ห้าม แต่ต้องข้ามพวกมวลมหาประชาชนไปก่อน ต่อมานายณรงค์ จงแจ่มฟ้า ผอ.เขตหลักสี่ เข้ามาพบหลวงปู่พุทธอิสระ พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่จัดรถสุขามาคอยบริการม็อบ รวมทั้งอนุญาตให้หลวงปู่ขึ้นไปสรงน้ำด้านในได้ โดยนายณรงค์กล่าวว่า เขตได้เตรียมการเลือกตั้งไว้หมดแล้ว ถ้ากรรมการเข้าไปทำงานไม่ได้ก็ต้องยกเลิกไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

เวทีลาดพร้าวไปสกัด 3 เขต

เมื่อเวลา 18.00 น. นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส.เวทีห้าแยกลาดพร้าว กล่าวว่า วันที่ 26 ม.ค. จะเคลื่อนมวลชน 3 สาย ไป 3 เขต คือ เขตบางเขน เขตสะพานสูง และเขตจตุจักร โดยจะไปถึงหน้าคูหาเลือกตั้งในเวลา 07.00 น. แต่ตนไม่ได้ไป เพราะเป็นการเคลื่อนไหวของมวลชนเอง ใครอยู่เขตไหนก็นัดกันไปเจอหน้าเขตนั้น อาจแค่ไปยกป้ายแสดงออกตามเจตนารมณ์ คงจะไม่มีการไปปิดล้อมไม่ให้เข้าคูหา ขึ้นอยู่กับมวลชนที่ไปแต่ละเขตว่าจะไปทำอะไร และอยู่นานแค่ไหน  การปะทะกันคงไม่มี  สำหรับผู้ชุมนุมที่มีชื่อในเขตไหน หากต้องการจะไปใช้สิทธิก็ไม่ได้ห้าม  สามารถโนโหวต หรือทำให้เป็นบัตรเสียได้ หากต้องเลือกตั้งจริงๆตนก็จะกลับไปใช้สิทธิที่จังหวัดอุบลราชธานี  แต่จะโนโหวต ไม่เลือกใครเลย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้