วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เลื่อนได้ก็ไม่เลื่อน ลิ่วล้อพท. ดันปูสู้เลือก2ก.พ.


แต่ชาติไทยพัฒนาเห็นต่าง สมศักดิ์บอกเป็นไปได้ยาก กกต.ก็ไม่เชื่อว่าจะมีขึ้นได้!

รัฐบาลแบะท่าไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง อ้างเงื่อนไขม็อบบีบ “ปู” ลาออกไม่ใช่เรื่องเลื่อน-ไม่เลื่อน บี้กลับม็อบหยุด-ปชป.ลงสนามรับรองฉลุย “เพื่อไทย” ดาหน้าส่ายหัวดิกมึนคำวินิจฉัยศาล รธน.ฟังแล้วไม่เคลียร์ จี้ตอบให้ชัดยึด รธน.มาตราใดมาบังคับ ผวาโดนสอยตลบหลัง “เหลิม” จวกยับมติแบบนี้แทงกั๊ก สร้างความสับสน ลิ่วล้องัด ม.108 ยืดได้เต็มที่แค่วันที่ 6 ก.พ. ชี้ออก พ.ร.ฎ. ซ้อน พ.ร.ฎ.ขัด ม.187 “ประชาธิปัตย์” วอนรัฐบาลน้อมรับวินิจฉัย เลิกดื้อปฏิเสธอำนาจศาลอีก “ปู-กกต.” นัดหมายลงตัว 28 ม.ค. เปิดโต๊ะถกวันเลือกตั้ง “กกต.ธีรวัฒน์” เล็งเชิญทุกฝ่ายเคลียร์ข้อขัดแย้ง ฟันธง 2 ก.พ. ไม่มีเลือกตั้ง บลูมเบิร์กวิเคราะห์ “นายกฯยิ่งลักษณ์” ใกล้หมดเวลาจากคดีจีทูจีข้าวเก๊

หลังจากคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้เลื่อนวันเลือกตั้งได้ โดยให้นายกรัฐมนตรีและประธาน กกต.หารือเพื่อหาทางออกนั้น

“ปู” นัด 28 ม.ค.ถก กกต.เลื่อนเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 ม.ค.ที่สโมสรตำรวจ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีประสานไปยังประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อนัดหมายในการหารือถึงคำแนะนำของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการเลื่อนการเลือกตั้ง โดยได้นัดหมายในวันที่ 28 ม.ค. แต่ยังไม่ระบุสถานที่และเวลา ซึ่งการหารือจะใช้ที่เดียวกันกับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และนายกฯมอบหมายให้ทีมกฎหมายส่วนตัว คณะกรรมการกฤษฎีกา และทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยศึกษารายละเอียดคำแนะนำศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อจะนำทางเลือกต่างๆเข้ารายงานนายกฯอีกครั้ง ก่อนจะหารือกับประธาน กกต.ต่อไป

แบะท่า 2 ก.พ.เข้าคูหาฝ่าดงม็อบ

นายสุรนันทน์กล่าวว่า รัฐบาลยึดเสียงส่วนใหญ่ที่ประชาชนจำนวนมากต้องการให้มีการเลือกตั้ง ในวันที่ 2 ก.พ. โดยความเห็นส่วนตัวเชื่อว่าเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก็ไม่ทำให้สถานการณ์ลดความขัดแย้งลง เพราะข้อเรียกร้องของ กปปส.คือให้นายกฯลาออก ไม่ใช่การเลื่อนการเลือกตั้ง ส่วนการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค. ก็ยังดำเนินต่อไป โดยหวังว่า กกต.จะจัดการเลือกตั้งให้เกิดความสงบเรียบร้อย และขอความร่วมมือไปยังกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ไม่ทำการขัดขวางข่มขู่ประชาชนไม่ให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือทำให้เกิดความรุนแรง และขอเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมหากต้องการการยอมรับจากประชาชน ต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ ปฏิบัติตามวิถีทางประชาธิปไตยด้วยเช่นกัน เนื่องจากที่ผ่านมานายกฯใช้ความละมุนละม่อมและเคารพเสียงส่วนน้อยมาโดยตลอด

ถามใช้ รธน.มาตราใดเลื่อนเลือกตั้ง

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ขอความชัดเจนรัฐบาลกำหนดวันเลือกตั้งใหม่และเตรียมเสนอเลื่อนเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นวันที่ 31 ม.ค. ว่า เป็นอำนาจของ กกต. เราพร้อมเลื่อนการเลือกตั้งหากสามารถยุติปัญหาในขณะนี้ได้ แต่เบื้องต้นต้องขอความชัดเจนไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และ กกต.ว่ามีกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตราไหนคุ้มครองและเป็นหลักประกันว่าสามารถเลื่อนได้

จี้ศาล รธน.-กกต.ตอบเสียวโดนสอย

นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า หากเลื่อนการเลือกตั้งออกไปนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะไม่ถูกเล่นงานย้อนหลังว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงขอให้ทั้งสองหน่วยงานตอบคำถามให้ชัด และแทนที่ กกต.จะถามมายังรัฐบาลฝ่ายเดียว ควรไปถาม กลุ่ม กปปส.ว่าจะยุติการชุมนุมหรือไม่หากเลื่อนการเลือกตั้ง เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์จะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ตรงนี้ กกต.ควรพูดคุยและหาข้อสรุปให้ได้ก่อน เพราะนายกรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทยพร้อมหารือเสมอ

“เหลิม” จวกยับวินิจฉัยแทงกั๊ก

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. กล่าวว่า การเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค. เป็นหน้าที่ของ กกต. ถ้ามีการขอร้องให้มีการสนับสนุนมาก็จะพิจารณาเสนอไปที่นายกฯ ถ้าไม่มีการขอร้องมาก็ไม่ใช่เรื่องของตน ส่วนเรื่องเลื่อนการเลือกตั้งไม่ขอแสดงความเห็นไปถึงนายกฯ เพราะไม่ใช่หน้าที่ แต่จะเอากฎหมายฉบับไหนมาเลื่อน ศาลรัฐธรรมนูญก็มีมติแบบแทงกั๊กให้ไปตกลงกัน ซึ่งเหมือนเป็นการรวมหัวกันทำลายพรรคเพื่อไทย และทำให้ประชาชนสับสนว่าเป็นการบีบนายกฯ

ผวาถูกตลบหลังมีคนร้องเอาผิด

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นคำแนะนำที่ให้รัฐบาลไปหารือกับ กกต. แต่พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าเลือกตั้งต่อไป อยากฝากคำถามถึง กกต.ก่อนว่า ถ้าเลื่อนเลือกตั้งแล้ว กปปส.จะยุติชุมนุมหรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์จะเลิกบอยคอตหรือเปล่า งบประมาณที่ทราบว่า กกต.ใช้ไปกับการเลือกตั้งแล้วกว่า 2 พันล้าน จะรับผิดชอบอย่างไร รวมทั้งค่าใช้จ่ายของพรรคการเมือง 53 พรรคที่ลงสมัครเลือกตั้ง จะเยียวยาอย่างไร ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยมีข้อห่วงใยว่าจะมีหลักประกันอะไรว่าถ้าเลื่อนเลือกตั้งแล้วจะไม่มีการร้องเอาผิดรัฐบาลว่ากระทำขัดรัฐธรรมนูญ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ที่สำคัญคือเลื่อนเลือกตั้งแล้วความขัดแย้งจะจบหรือไม่ กกต.ต้องตอบคำถามเหล่านี้ก่อนที่จะเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไปหารือ

อ้าง ม.108 ยืดได้แค่ 6 ก.พ.

นายพิชิต ชื่นบาน ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะทีมกฎหมายพรรค กล่าวว่า การเลื่อนวันเลือกตั้งไม่สามารถเลื่อนได้เกินกว่ากรอบเวลาที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 108 คือเลื่อนได้ไม่เกิน 60 วัน หลังจากยุบสภา ดังนั้น กรณีนี้ถ้านายกรัฐมนตรี และ กกต.จะไปหารือกันก็จะเลื่อนเลือกตั้งได้ไม่เกินวันที่ 6 ก.พ. ส่วนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. เสนอให้เลื่อนการเลือกตั้งเป็นเวลา 3 เดือน คงเป็นไปไม่ได้ เพราะจะผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 ที่มีวัตถุประสงค์ให้เลือกตั้งภายใน 60 วันหลังจากยุบสภา เพื่อไม่ให้ประเทศถูกแช่แข็งนานเกินไป หากเลื่อนการเลือกตั้งออกไปนาน จะส่งผลให้ช่วงปี 57 อาจจะไม่มีรัฐบาลโดยสมบูรณ์ที่มีอำนาจบริหารประเทศโดยไม่มีข้อจำกัด

พลิ้ว กกต.พบ “ปู” เลื่อน-ไม่เลื่อนก็ได้

นายพิชิตกล่าวว่า ในการหารือกันระหว่าง กกต.กับนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 27 ม.ค. อยากให้ กกต.เชิญทุกพรรคการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้งมาร่วมหารือด้วยว่า จะเลื่อนเลือกตั้งไปวันใด เพื่อ ไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติกับทุกพรรค ซึ่งจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ขณะที่ฝ่ายนายกรัฐมนตรีก็ต้องคำนึงถึงความเสียหายทางจิตใจของประชาชนที่อยากไปเลือกตั้งด้วย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแค่ให้ความเห็นในข้อกฎหมายว่าสามารถเลื่อนการเลือกตั้งได้ โดยให้นายกฯและ กกต.ไปคุยกัน ถ้าสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าควรเลื่อนก็เลื่อน แต่ถ้าสองฝ่ายเห็นว่าไม่ควรเลื่อนก็ไม่จำเป็นต้องเลื่อนการเลือกตั้งได้

“โภคิน” ข้องใจศาล รธน.ไม่เรียกแจง

นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คงต้องขอดูคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน จึงจะทราบว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่สงสัยว่าประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ใช่เรื่องข้อขัดแย้งระหว่างองค์กร เป็นเพียงการหารือข้อกฎหมาย ศาลจึงไม่มีอำนาจรับคำวินิจฉัย และเมื่อศาลบอกว่าเป็นเรื่องข้อขัดแย้งระหว่างองค์กร แต่กลับไม่เชิญผู้เกี่ยวข้องคือรัฐบาลไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ลิ่วล้ออยากรู้ ปชป.ลง-ไม่ลง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญขาดความชัดเจน และก่อให้เกิดปัญหาทางปฏิบัติหลายด้าน เช่น จะใช้กฎหมายมาตราใดมาเลื่อนเลือกตั้ง และพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งฉบับเดิมจะทำอย่างไร รวมถึงไม่สามารถใช้การเลื่อนการเลือกตั้งปี 49 มาเปรียบเทียบกับการเลื่อนเลือกตั้งในครั้งนี้ได้ อยากถามพรรคประชาธิปัตย์ และ กปปส. 5 ข้อว่า 1.ถ้ามีการเลื่อนการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์จะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ 2.กปปส.จะยุติการชุมนุม คืนความสุขให้คนไทยหรือไม่ 3.พรรคประชาธิปัตย์และ กปปส.จะยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่ออกมาหรือไม่ 4.พรรคประชาธิปัตย์และ กปปส.จะออกมาจัดม็อบไล่รัฐบาลอีกหรือไม่ 5.ทุกพรรคต้องลงสัตยาบันเคารพผลการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์และ กปปส.ยินดีหรือไม่

ชี้ออก พ.ร.ฎ.ซ้อน พ.ร.ฎ.ขัด ม.187

นายอนุสรณ์กล่าวว่า ถึงกรณีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขาดความชัดเจนและก่อให้เกิดปัญหาทางปฏิบัติหลายด้าน ตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญจะให้ใช้กฎหมายมาตราใดมาเลื่อนและยังไปอ้างการเลือกตั้งปี 2549 ซึ่งในครั้งนั้นศาลรัฐธรรมนูญตัดสินไปแล้วว่าเป็นโมฆะ แต่การเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 ยังไม่เป็นโมฆะ มาเทียบเคียงกันได้อย่างไร การที่ศาลวินิจฉัยให้สามารถเลื่อนวันเลือกตั้งและตราพ.ร.ฎ.ยุบสภาขึ้นใหม่ได้ เกิดปัญหาว่า พ.ร.ฎ.เดิมจะทำอย่างไร จะให้ยุบสภาซ้อนยุบสภาหรือจะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติม แล้วจะขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 หรือไม่ ทั้งนี้การตรา พ.ร.ฎ.ใหม่นั้นแน่นอนว่าจะต้องขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 187

กระซิบ “ปู” อย่ารับออเดอร์ กกต.

นายคณิน บุญสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการออก พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งขึ้นใหม่ คนที่จะมีอำนาจเสนอเรื่องขึ้นกราบทูลมีเพียง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เท่านั้น ซึ่งไม่มีใครบังคับได้ แม้ กกต.จะหารือกับนายกฯ ก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไร เพราะนายกฯเองไม่มีสิทธิ์แก้ไข พ.ร.ฎ.เลือกตั้งฉบับนี้ ขณะนี้นายกฯมีอีกฐานะคือผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่สมควรไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลื่อนเลือกตั้ง ทั้งนี้เห็นว่า การแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ฎ.เสนอเลื่อนเลือกตั้งออกไป ทำได้เพียง 2 กรณีคือ 1.ศาลมีคำสั่งเพิกถอน พ.ร.ฎ. ด้วยเหตุผลว่าตราขึ้นมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งข้อนี้ตัดทิ้งไปได้เลย 2.เมื่อการเลือกตั้งผ่านพ้นไป แต่ถือเป็นโมฆะ จึงจะแก้ไขเพิ่มเติมได้

ยื่นเงื่อนไขม็อบหยุด-ปชป.ลงสนาม

นายคณินกล่าวอีกว่า ส่วนอีกกรณีไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่ คือ กกต.จะต้องมีเหตุผลในการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ฎ เช่น กกต.เห็นว่าไม่สามารถจัดเลือกตั้งได้ราบรื่น เพราะมีม็อบ กปปส.ขวางเลือกตั้ง และพรรคประชาธิปัตย์บอยคอต ซึ่ง กกต. ต้องให้การรับรองด้วยว่า เมื่อเลื่อนเลือกตั้งแล้ว กปปส.จะยุติชุมนุม พรรคประชาธิปัตย์จะลงสมัครเลือกตั้ง มิฉะนั้นเลื่อนเลือกตั้งไปก็เหมือนเดิม ถ้า กกต.ไม่สามารถรับรองตรงนี้ได้ก็ไม่มีสิทธิ์มาบังคับนายกฯ

มท.1 เงื้อดาบฟัน ขรก.เกียร์ว่าง

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวข้าราชการกระทรวงมหาดไทยเพิกเฉยต่อการสนับสนุนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่าจังหวัดใดไม่ให้ความร่วมมือหรือไม่สนับสนุน กกต. หากมีจังหวัดใดมีปัญหาในการสนับสนุน กกต.ตนพร้อมจะตรวจสอบและดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการที่บกพร่องในการทำหน้าที่ ตนอยากย้ำว่า การจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต.ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล รัฐบาลเป็นผู้สนับสนุน กกต.ให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยบริสุทธิ์ยุติธรรม รัฐบาลพร้อมจะทำทุกอย่างขอเพียงให้ กกต.จัดการเลือกตั้งก็แล้วกัน

นปช.อัดแหลกศาล รธน.-กกต.

ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานกลุ่ม นปช. แถลงว่า คำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นไปตามความฝันของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ที่มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งแต่ไม่ประสงค์ให้เลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. อ้างว่ามีความขัดแย้งนั้นไม่ใช่ แต่ กกต.ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งเอง คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ นปช.มองว่าขาดความชอบธรรมทางการเมืองและขาดความชอบธรรมทางกฎหมาย กกต.ขณะนี้ก็เป็นเครื่องมือนายสุเทพ ที่จะล้มการเลือกตั้งครั้งนี้ให้ได้ จุดยืน นปช.ซึ่งสนับสนุนการเลือกตั้ง เห็นว่าเมื่อไม่สามารถมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่ได้ ก็ขอให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ยังคงดำเนินต่อไป ถ้าจะมีพระราชกฤษฎีกาใหม่ ก็ต้องทำตามกฎหมายไม่ใช่ทำตามนายสุเทพ ส่วนวันเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค. นายสุเทพประกาศแล้วจะไปคัดค้านหน้าเขตเลือกตั้งทุกเขต คนเสื้อแดงที่ไปทำหน้าที่สังเกตการณ์เลือกตั้ง ต้องไม่ไปปะทะกับพวกม็อบนกหวีด ระหว่างคนดีกับคนบ้าอย่าแลกกัน ใครทนไม่ได้ให้เดินหนี และแจ้งข้อมูลมาที่ นปช.ส่วนกลางด้วย

ชทพ.เชียร์ พท.กล่อม ปชป.–กปปส.

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา แถลงว่า กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย พรรคชาติไทยพัฒนาน้อมรับคำวินิจฉัยทั้ง 2 ประเด็น ยินดีที่จะให้ทั้งประธาน กกต.และนายกฯ ได้มีโอกาสพบกันโดยเร็วที่สุดเพื่อหารือร่วมกันเรื่องกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่ ซึ่งไม่ควรนานเกินไปและคำนึงถึงความพร้อมของระบบ เช่นหน่วยเลือกตั้งยังขาดเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย รวมถึงสถานการณ์บ้านเมืองว่าจะเอื้อให้การเลือกตั้งสุจริตยุติธรรมหรือไม่ ที่สำคัญพรรคเห็นว่าขณะนี้รัฐบาลเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการทำให้มีข้อจำกัดในการปฏิบัติงาน จึงเห็นด้วยกับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยที่จะส่งตัวแทนไปเจรจากับพรรคประชาธิปัตย์กับ กปปส.เพื่อหาข้อยุติร่วมกัน เพื่อทำให้การเลือกตั้งสมบูรณ์แบบ ทำให้ทุกพรรคสามารถลงสู่สนามเลือกตั้ง

นายกฯหมดทางดื้อไม่เลื่อนไม่ได้แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้นายกฯและพรรคเพื่อไทยยืนยันเดินหน้าเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. นายสมศักดิ์กล่าวว่า นายกฯ ครม. และพรรคเพื่อไทยต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ด้วยว่าบนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ความเป็นไปได้ และข้อห่วงใยของกกต.ที่เคยเสนอรัฐบาลมาแล้ว 2 ครั้ง พรรคชาติไทยพัฒนารู้สึกเหมือนรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองเกิดขึ้น แต่ต้องการเห็นรัฐบาลใหม่เกิดขึ้น เพราะรัฐบาลรักษาการมีข้อจำกัดอย่างมากในการบริหารราชการแผ่นดิน  แต่ควรคำนึงถึงความเป็นไปได้ และข้อจำกัด กลไกในกระบวนการเลือกตั้งด้วย เห็นว่าการไม่เลื่อนการเลือกตั้งออกไปคงเป็นไปได้ยาก

ปชป.วอนรัฐบาลน้อมรับวินิจฉัย

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคกทม.กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การนัดหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับประธาน กกต. เพราะหากรัฐบาลมุ่งมั่นที่จะดำเนินการเลือกตั้งต่อโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของสังคมที่ขอให้ปฏิรูปการเมืองให้เสร็จก่อนจัดการเลือกตั้งเพื่อแก้ไขวิกฤติของประเทศชาติ แต่ท่าทีของคนในรัฐบาลโดยเฉพาะนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ที่เห็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องตลก เป็นการแสดงถึงการไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการตั้งแง่ก่อนการเจรจา จึงเป็นหน้าที่ของนายกฯที่ต้องกำชับให้คนในรัฐบาลยอมรับกระบวนการตรวจสอบและคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่สร้างกำแพงใส่ตั้งแง่ก่อนการหารือ

ตอบอึกอักกลับมาลงเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เลื่อนการเลือกตั้งได้ หากเลื่อนพรรคประชาธิปัตย์จะส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า ต้องดูว่าในการเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมหรือไม่ ที่สำคัญเรื่องนี้ต้องให้กรรมการบริหารพรรคและอดีต ส.ส.ของพรรคทุกคนร่วมกันพิจารณา รวมถึงการปฏิรูปการเมืองตามที่ทุกภาคส่วนของสังคมเรียกร้องด้วยจะได้รับการตอบรับจากรัฐบาลหรือไม่ อย่างไร ซึ่งพรรคจะติดตามดูต่อไป

ดักคอรัฐบาลอย่าปฏิเสธอำนาจศาล

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถือเป็นการวินิจฉัยที่ให้ทางออกต่อประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถปฏิเสธไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลที่มีผลผูกพันทุกองค์กรได้ จึงขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล โดยมี 4 ข้อเรียกร้องต่อนายกดังนี้ 1.ให้นายกฯเร่งนัดหารือกับประธาน กกต.โดยเร็ว เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ 2.นายกฯเลิกตั้งเงื่อนไขในการเจรจากับประธานกกต. 3.ขอให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าในการปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง 4.ในการจัดเวทีการปฏิรูป รัฐบาลต้องไม่เป็นเจ้าภาพเพราะขาดความชอบธรรมโดยให้องค์กรที่มีความเป็นกลางที่น่าเชื่อถือเป็นแทน เพราะรัฐบาลต้องเสียสละ และอย่าเพิ่มเงื่อนไขสร้างความขัดแย้งกับประชาชนอีกต่อไป ถ้านายกฯมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา เชื่อว่าประเทศไทยจะมีทางออกและสามารถแก้วิกฤติของชาติได้แน่

รั้นไม่เลื่อนเสี่ยงขัด รธน.มาตรา 235

นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า หากนายกฯยังดื้อรั้นที่จะจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ.ให้ได้ก็อาจจะเข้าข่ายว่านายกฯทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 235 ที่ระบุว่า กกต.ต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม แต่ กกต.เองได้ออกมาระบุแล้วว่า ในวันเลือกตั้งอาจจัดการเลือกตั้งได้ไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นหากนายกฯยังดันทุรังจะเดินหน้าจัดเลือกตั้งต่อก็จะกลายเป็นคนทำผิดรัฐธรรมนูญเสียเองและต้องรับผิดชอบผลที่จะตามมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

“โอ๊ค” ซัดมือที่มองไม่เห็นชักใย

วันเดียวกัน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า อำนาจอธิปไตย 3 ฝ่ายที่ประกอบด้วยอำนาจบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ เป็นแค่ตัวหนังสือให้นักศึกษาท่องจำ แต่ใช้ไม่ได้กับระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ เนื่องจากอำนาจที่แท้จริงในการบริหารประเทศแบบไทยๆ อยู่ที่อำนาจของมือที่มองไม่เห็น ซึ่งมักแอบอ้างเบื้องสูง สั่งให้องค์กรอิสระทำตามความประสงค์ การเคลื่อนไหวทั้งหมดมักเป็นไปในแนวทางสนับสนุนพรรคการเมืองในดวงใจของเขา ที่ทำตัวเป็นลูกแหง่ ต้องการสู้นอกกติกา ขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยวิธีทางลัด ใช้อำนาจพิเศษอยู่ตลอด ข้อดีอย่างเดียวของพรรคการเมืองนี้คือ หน่วยก้านดีปากหวานพูดเก่ง ไม่ว่าพรรคการเมืองนี้จะทุจริตฉ้อฉลอย่างไร องค์กรอิสระจะไม่ถือโทษ เอาคนผิดมาลงโทษ มิหนำซ้ำยังพยายามช่วยปกป้องให้อยู่รอดทุกวิถีทาง

จงเลิกให้ท้ายพรรคลูกแหง่

นายพานทองแท้ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยุบสภาฯ ให้เลือกตั้ง แต่พรรคการเมืองนี้ ไม่อยากเลือกตั้ง เพราะเลือกกี่ครั้งก็แพ้ซ้ำซาก ผลักดันทุกวิถีทางไม่ให้มีการเลือกตั้ง จนมีการพูดว่าพรรคการเมืองนี้อาจทำให้ประเทศถอยหลัง เป็นประเทศที่ล้าหลังทางประชาธิปไตยมากที่สุดในอาเซียน เพราะต้องการป่วนประเทศไปถึงทางตัน เพื่อสร้างเงื่อนไขให้ทหารออกมาปฏิวัติในที่สุด การปฏิรูปประเทศไทยง่ายนิดเดียวคือ ตัดเชือกและกลไกที่โยงใยจากมือที่มองไม่เห็นที่สั่งการลงไปยังองค์กรต่างๆ ทำสิ่งที่เป็น 2 มาตรฐานให้หมดสิ้นไป ไม่ให้ท้ายพรรคลูกแหง่คอยเอาเปรียบคู่แข่ง ปล่อยให้การเมืองเดินหน้าไปด้วยตัวเอง ตามระบอบประชาธิปไตย ผ่านการเลือกตั้ง ไม่มีคนให้ท้ายคอยหนุนหลัง ลูกแหง่ก็จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ทำอะไรเองได้ ประเทศก็จะสงบสุขในที่สุด

กกต.นัดนายกฯคุยบ่ายสอง 28 ม.ค.

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ตึกโดมบริหาร ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. แถลงภายหลังการประชุม กกต.ว่า ในวันนี้ กกต.ได้ประชุมปรึกษาหารือกันเรื่องแนวทางการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ สิ่งสำคัญคือ กกต.ได้มีมติเชิญนายกฯมาปรึกษาหารือในวันที่ 28 ม.ค.เวลา 14.00 น. เพื่อที่จะพิจารณาการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ส่วนสถานที่ให้นายกฯและ ครม.กำหนด นอกจากนี้ในวันที่ 26 ม.ค.ยังคงมีการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตและในเขตจังหวัด ขณะนี้มีรายงานปัญหาเข้ามามากพอสมควร โดยเฉพาะ 15 จังหวัดภาคใต้ไม่สามารถเปิดให้ลงคะแนนได้ แต่ได้มีการเตรียมพร้อมอุปกรณ์ไว้แล้ว

เลือกล่วงหน้าวุ่นยืดเวลาได้ 7 วัน

นายภุชงค์ กล่าวอีกว่า หากมีการปิดถนน ขัดขวางการเลือกตั้ง ก็ให้เจ้าหน้าที่ใช้มาตรา 78 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. ถ้ามีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นคณะกรรมการประจำหน่วยเหลือกตั้งในที่เลือกตั้งกลางนอกเขต สามารถงดการลงคะแนนและรายงานต่อ กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง และ กกต.จว. เพื่องดการลงคะแนนออกไป 7 วัน รวมทั้งรายงานมายัง กกต.โดยด่วน ซึ่ง กกต.จะพิจารณาว่ามีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ หากเห็นว่าสถานการณ์รุนแรงอยู่สามารถขยายวันลงคะแนนใหม่ได้อีก โดยกฎหมายไม่ได้กำหนดว่ากี่วัน

เล็งเชิญทุกฝ่ายเจรจาหาข้อยุติ

นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวว่า สำหรับวันเลือกตั้งใหม่นั้นยังไม่ได้กำหนดเพราะต้องปรึกษากับนายกฯ ก่อน แต่ กกต.ตั้งข้อสังเกต คือ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำพิพากษาคำร้องที่ กกต.ยื่นไป สรุปข้อหนึ่งคือ การเลือกตั้งที่เลื่อนไปเกิดจากสถานการณ์ความไม่สงบ เกิดจากการแตกแยกทางความคิด กกต.พิจารณาว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่ต้องมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ ปัญหาคือระหว่างทางที่จะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปจะทำให้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมยุติลงได้อย่างไร ซึ่ง กกต.คิดเบื้องต้นว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเชิญทุกฝ่ายที่เป็นข้อขัดแย้งมาพูดคุยถอยกันคนละก้าว ให้ทุกฝ่ายของสังคม ผู้นำ ทางความคิด ผู้ที่มีบทบาทต่างๆได้เข้ามาช่วยกัน

ไม่เชื่อ 2 ก.พ.จะมีเลือกตั้ง

นายธีรวัฒน์ กล่าวอีกว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องมีทางออกร่วมกัน เป็นทางออกในทางสงบ สันติ มีผลยั่งยืนและการเลือกตั้งใหม่ที่จะมีขึ้นต้องตอบสนองระบอบประชาธิปไตยได้ ตรงนี้ต้องทำก่อนการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไป ทั้งนี้การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ไม่เชื่อว่าจะมีขึ้นได้ เพราะสถานการณ์ขณะนี้การเลือกตั้งล่วงหน้าก็มีปัญหา การหากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ก็ยาก เชื่อว่านายกฯคงเข้าใจปัญหา เราจะมาคุยกันว่านอกจากการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ระหว่างทางจะคุยกันว่าจะจัดปัญหาต่างๆนั้นอย่างไร

อึ้งหีบบัตรถูกทิ้งเกลื่อนที่ชุมพร

ที่ จ.ชุมพร ช่วงบ่าย พ.ต.ต.วัชระ เผือกจันทร์ สวป.สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งมีรถยนต์ขนหีบเลือกตั้งมาทิ้งไว้ที่หน้าสนามกีฬาภายในโรงเรียนบ้านหนอกหมูก หมู่ 6 ต.ตากแดด รุดไปตรวจสอบพบชายหญิงคู่หนึ่งทราบภายหลังเป็นสามีภรรยากันกำลังขนหีบบัตรลงจากรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่สีขาว ทะเบียน 70-0746 กาฬสินธุ์ สอบสวนทราบว่ามีผู้ว่าจ้างให้ขนหีบบัตรทั้งหมดจำนวน 1,000 ใบ ในราคา 13,000 บาท จาก จ.เพชรบุรี ให้ไปส่งให้กับเจ้าหน้าที่ กกต.ชุมพร โดยนัดส่งมอบกันที่โรงเรียนดังกล่าว เนื่องจากสำนักงาน กกต.ชุมพร ถูกมวลชน กปปส.ปิดล้อม แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับไม่มีเจ้าหน้าที่ กกต.ชุมพร มารับหีบบัตรลงคะแนน จึงตัดสินใจขนหีบบัตรทั้งหมดลงจากรถทิ้งไว้ที่สนามหน้าโรงเรียน หลังทราบเรื่อง พ.ต.ต.วัชระได้ประสานไปยัง กกต.ชุมพรทราบ แต่ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ กกต.คนใดเข้ามารับมอบหรือตรวจนับหีบบัตรลงคะแนน ต่อมากลุ่ม กปปส.ทราบข่าว พากันไปสังเกตการณ์เพื่อรอพบเจ้าหน้าที่ กกต. แต่ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ กกต.คนใดเดินทางเข้าไปเพราะกลัวจะไม่ปลอดภัย

ขบวนรณรงค์เลือกตั้งล่ม กปปส.บุก

จ.พังงา นายพีระ เพชรพาณิชย์ ประธาน กกต.จังหวัดพังงา พร้อมด้วยนางวสี อุทัยมงคล ผอ.กกต.จังหวัดพังงา นายนิกร จันทร์อำไพ นายอำเภอเมืองพังงา จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนออกไปเลือกตั้ง แต่ขณะเตรียมตั้งขบวนบริเวณหน้าวัด ประชุมโยธี (พระอารามหลวง) ถนนเพชรเกษม อ.เมืองพังงา ปรากฏว่ามีกลุ่ม กปปส.นำโดยนายวิชาญ ขมักการ นายปรีชา จตุราบัณฑิต นายวสิทธิ์ ประหยัดทรัพย์ นำมวลชนถือธงชาติ นกหวีด มือตบ มารวมตัวตั้งขบวนอยู่ฝั่งถนนตรงข้ามกับขบวนรณรงค์เลือกตั้งของ กกต.จังหวัดพังงา นายพีระ เพชรพาณิชย์ ประธาน กกต.จังหวัดพังงา ต้องสั่งยกเลิกกิจกรรมครั้งนี้ และได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ กกต.พังงา ฝ่ายกฎหมาย เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพังงา เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และเกิดปัญหาอุปสรรคจนไม่สามารถดำเนินการรณรงค์การเลือกตั้งในครั้งนี้ได้

“บลูมเบิร์ก” บอก “ปู” จวนหมดเวลา

ขณะเดียวกัน เว็บไซต์นิตยสารบลูมเบิร์ก บิสเนสส์วีค ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความของนายบรูซ ไอน์ฮอร์น บรรณาธิการสาขาเอเชีย ที่ระบุว่าไม่ว่าการเลือกตั้งของประเทศไทยจะมีขึ้นหรือไม่ เวลาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี ก็เริ่มน้อยลงทุกขณะ พร้อมอ้างจากความเห็นของ น.ส.พิมพ์ผกา นิจการุณ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ จำกัด ที่ระบุว่าวิกฤติทางการเมืองอาจได้รับการแก้ไขในเดือน มี.ค. เนื่องจากหลายๆคดีในชั้นศาลที่จะนำไปสู่การล้มรัฐบาล

คดีเด็ดจีทูจีข้าวเก๊ปิดบัญชี

นอกจากนี้ นายไอน์ฮอร์นยังยกตัวอย่างกรณีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. อยู่ระหว่างการตรวจสอบโครงการประชานิยมจำนำข้าวที่มีมูลค่าสูงถึง 21,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯและยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจทำให้นักการเมืองที่โดนสอบสวนถูกตัดสิทธิทางการเมือง และกรณีชาวนาที่เคยสนับสนุนรัฐบาลก็เริ่มแสดงความไม่พอใจแล้ว หลังจากไม่ได้รับเงินจำนำข้าวตามกำหนดเวลา กระนั้น ไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นช้าหรือเร็ว ก็ไม่ทันแล้วสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ที่จะได้รับผลกระทบอย่างหนักแน่นอน และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนก็อาจลดลงมาก แม้จะเป็นช่วงวันตรุษจีนก็ตาม