วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"น้องเม" คนใหม่ จากไวโอลินสู่โอลิมปิก

โดย ซูม

คงจะทราบข่าวกันแล้วว่าในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ฤดูหนาว ณ เมืองโซชิ ประเทศรัสเซีย ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ (7–23 กุมภาพันธ์) จะมีนักกีฬาไทยไปร่วมแข่งขันด้วย ชายหนึ่งและหญิงหนึ่ง

นักกีฬาชายได้แก่ คเณศ สุจริตกุล ส่วนนักกีฬาหญิงก็คือ “วาเนสซ่า เม”

ที่กลายเป็นข่าวใหญ่ฮือฮาในระดับโลก โดยเฉพาะเป็นข่าวที่สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ นำเสนออยู่หลายวัน ก็คือ วาเนสซ่า เม นั่นเอง เพราะสาวคนนี้ไม่ใช่นักกีฬาธรรมดาๆ และไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาๆ

แต่เป็นถึงนักไวโอลินชื่อดังของโลก โดย เฉพาะดังมากในอังกฤษและยุโรป ในฐานะนักสีไวโอลินที่นำดนตรีคลาสสิกมาเป็นดนตรีป๊อปกลายเป็นขวัญใจแฟนเพลงทุกระดับและทุกกลุ่มอายุ

ถึงขนาดว่าแผ่นเสียงหรือวีซีดี หรือซีดี หรือเทปของเธอขายรวมกันแล้วกว่า 10 ล้านชิ้นทั่วโลก และทำรายได้มหาศาล สะสมกว่า 32 ล้านปอนด์ หรือกว่า 1,600 ล้านบาทไทยนับถึงบัดนี้

หนังสือพิมพ์ไทม์ของอังกฤษเคยประกาศไว้ว่า เธอคือผู้หญิงอายุต่ำกว่า 30 ปี (ใน ค.ศ.2006) ที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศอังกฤษเลยทีเดียว

ลีลาการสีไวโอลินของเธอต้องบอกว่าสุดมัน ไม่อ้อยส้อยเหมือนคุณลุงคุณป้าในวงคลาสสิก

อะไรไม่อะไร เธอมักสวมชุดบางๆและเซ็กซี่โชว์เนื้อหนังมังสาในขณะขึ้นเวทีทุกครั้ง นับเป็นเสน่ห์และเป็นเครื่องหมายการค้าที่สำคัญของสาวน้อยนักสีไวโอลินคนนี้

แฟนเพลงทั่วโลกทราบดีว่า เธอเป็นพลเมืองอังกฤษ เพราะคุณแม่ของเธอแต่งงานครั้งที่ 2 กับชาวอังกฤษ ซึ่งยอมรับเธอเป็นบุตรบุญธรรมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ยิ่งไปกว่านั้น เธอก็โตที่อังกฤษ แม้จะเกิดที่สิงคโปร์ แต่ก็ย้ายตามมารดาที่ตามสามีชาวอังกฤษมาอยู่ลอนดอนตั้งแต่เธออายุ 4 ขวบ และได้รับสัญชาติอังกฤษโดยบริบูรณ์

ดังนั้น เมื่อจู่ๆ วาเนสซ่า เม ได้รับการ คัดเลือกให้ไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ในกีฬาสกี ประเภทไจแอนต์ สลาลอม ในนามของทีมชาติไทย และจะติดธงไตรรงค์ของประเทศไทยที่หน้าอก จึงกลายเป็นที่ฮือฮาและสงสัยของคนอังกฤษ

การที่บีบีซีนำเสนอข่าวหลายวัน และสื่อต่างๆในอังกฤษพากันเล่นข่าวนี้เกรียวกราว ส่วนหนึ่งก็เพื่อที่จะตอบคำถามประชาชนของเขา ที่บังเกิดความสงสัยว่าเป็นไปได้อย่างไรที่เธอจะสวมเสื้อทีมชาติไทย และส่วนสองก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คนดังระดับเธอทำอะไรก็เป็นข่าวใหญ่อยู่แล้ว

บทสัมภาษณ์ล่าสุดของเธอกับสื่ออังกฤษหลังเป็นข่าวใหญ่ มีใจความสำคัญ ตอนหนึ่งว่า

“มัน (การเป็นนักกีฬา สกีที่ได้เข้าแข่งโอลิมปิกฤดูหนาว) เป็นความฝันของฉันมาตลอด ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุด ในการแข่งขัน...แน่นอนฉันถือสัญชาติอังกฤษ แต่ในความเป็นจริง คงไม่มีทางที่ฉันจะเป็นตัวแทนให้กับทีมชาติอังกฤษได้เลย”

“แต่พ่อแท้ๆของฉันเป็นคนไทย และประเทศไทยก็ยอมรับความเป็นไทยของฉัน”

ถ้าจะให้ขยายความต่อก็คงต้องยอมรับว่า การเป็นนักสกีของทีมชาติอังกฤษ หรือสหราช– อาณาจักรนั้นคงไม่ใช่ง่ายๆ เพราะมีการแข่งขันสูง โอกาสที่เธอจะฝ่าฟันเป็นตัวแทน คงยากลำบาก

แต่เนื่องจากคณะกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวมีกฎระเบียบอยู่ข้อหนึ่งที่เปิดโอกาสให้แก่ประเทศ ในเขตร้อน หรือเขตอื่นๆ หรือในประเทศที่ไม่มีนักกีฬาสกีติดอยู่ในอันดับ 500 แรกของโลก สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ประเทศละ 2 คน คือ ชาย 1 คน และหญิง 1 คน

โดยมีข้อแม้ว่าประเทศดังกล่าวนั้นจะต้องส่งนักกีฬาไปแข่งขันในรายการที่ได้รับการยอมรับ 5 รายการ และได้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

วาเนสซ่า เม จึงหันมาใช้กฎข้อนี้ โดยติดต่อขอเป็นตัวแทนของประเทศไทย ผ่านคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในฐานะที่บิดาของเธอเป็นคนไทย

ถ้าจะกล่าวไปแล้วในชื่อเต็มๆของเธอก็ยังคงนามสกุลไทยของเธอไว้ด้วย เคียงข้างกับนามสกุลของพ่อบุญธรรมของเธอ โดยจะเขียนว่า Vanessa-Mae Vanakorn Nicholson

Vanakorn หรือ “วรรณกร” ในภาษาไทย เป็นนามสกุลของ คุณ วรพงษ์ วรรณกร วัย 66 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานสถาบันการแพทย์ผสมผสานตรัยยา ในเครือโรงพยาบาลปิยะเวท (มติชน, 22 ม.ค.2557)

ตามประวัติคุณวรพงษ์เคยไปทำงานในฐานะ ผู้บริหารของโรงแรมแห่งหนึ่งที่สิงคโปร์และแต่งงานกับ พาเมลา โส่ย ลวง ตัน สุภาพสตรีเชื้อสายจีนชาวสิงคโปร์ซึ่งมีอาชีพเป็นนักกฎหมายและเป็นนักดนตรีไวโอลินมือระดับกึ่งอาชีพอยู่ด้วย ทั้ง 2มี ลูกสาว 1 คน ซึ่งก็คือ วาเนสซ่า เม ก่อนจะแยกทางกัน

คุณวรพงษ์ วรรณกรให้สัมภาษณ์เมื่อทราบข่าวว่าลูกสาวได้ไปแข่งโอลิมปิกฤดูหนาวในนามประเทศไทยว่า “ผมภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก วาเนสซ่าเป็นคนที่รักสกีมากๆ รักขนาดว่าเมื่อช่วงปีใหม่ผมถามว่าจะได้ฤกษ์แต่งงานกับแฟนหนุ่มชาวฝรั่งเศสเมื่อไร เธอตอบผมว่า ไม่แต่งหรอกเพราะไม่อยากตั้งครรภ์ เพราะหากตั้งครรภ์ก็จะไม่ได้เล่นสกีอีก”

“เธอเล่นสกีมาตั้งแต่อายุ 4 ขวบและใฝ่ฝันมาตลอดว่าจะต้องไปแข่งขันสกีโอลิมปิกเกมส์ให้ได้...จนแม้เป็นนักไวโอลินมีชื่อเสียงได้ค่าขึ้นเวทีคอนเสิร์ตครั้งละ 12 ล้านบาท เธอก็ยังไม่เลิก บางครั้งก็ถึงกับยกเลิกงานแสดงเพื่อเอาเวลาไปฝึกซ้อม สกีและไปเดินสายแข่งสกีเพื่อเก็บคะแนนสะสม”

นี่คือที่มาของ “น้องเม” ขวัญใจกีฬาไทยคนใหม่นอกเหนือไปจาก “น้องเมย์” นักแบดมินตันสาว รัชนก อินทนนท์ และ “น้องเม” เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟอาชีพอันดับ 29 ของโลก

เทียบกับทั้ง 2 น้อง...วาเนสซ่า เม ซึ่งมีอายุ 35 ปี คงจะเป็น “พี่เม” แล้วละ จะเรียกว่า “น้องเม” คงขัดเขิน

เราคงไม่หวังว่าเธอจะได้เหรียญอะไรในการแข่งขันครั้งนี้ แต่เราก็ขอบคุณเธอที่ยอมรับว่าเธอมีเชื้อสายไทย

คนดังระดับโลกขนาดนี้ยอมรับความเป็นไทยจะไม่ให้ขอบคุณได้อย่างไรล่ะ.

"ซูม"

25 ม.ค. 2557 10:01 25 ม.ค. 2557 10:01 ไทยรัฐ