วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มีอะไรหรือเปล่า

ศาลรัฐธรรมนูญตีความแล้วว่าเลื่อนการเลือกตั้งได้ ให้นายกฯ-ประธาน กกต.ไปหารือกัน ที่เคยอ้างว่าไม่มีอำนาจก็เลิกพูดได้แล้ว แต่พวกที่ไม่ยอมรับอำนาจศาลมันก็แถกไปเรื่อยๆนั่นแหละ

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้เมื่อยังไม่ถึงจุดจบก็ต้องขับเคลื่อนกันต่อไปทั้งรัฐบาลและ กปปส.จนกว่าจะถึงวาระสุดท้าย

ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 8 ต่อ 0 วินิจฉัยว่าการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปสามารถกระทำได้

แต่การจะเลื่อนออกไปต้องให้ประธานกกต.และนายกฯปรึกษาหารือกัน

กกต.และ ครม.มีอำนาจจัดการเลือกตั้งคนละครึ่ง...ว่างั้นเถอะ

ในฐานะที่นายกฯและประธาน กกต.ต่างก็เป็นรักษาการตามพระราชกฤษฎีกาภายใต้บทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกัน

กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตยุติธรรม

นายกฯจะต้องสนับสนุนงบประมาณและบุคลากร

ซึ่งก็คงจะแน่นอนแล้วว่าวันที่ 26 ม.ค.57 จะมีการเลือกตั้งล่วงหน้าซึ่งจะเป็นภาพสะท้อนการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.57 ได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ดี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งบอกว่าจะให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าไปก่อนจากนั้นวันที่ 27 ม.ค.57 จะมีการหารือเพื่อให้รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้งออกไป

ก่อนหน้านี้ กกต.ได้ทำหนังสือขอให้นายกฯเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปก่อนเพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงมากขึ้น

แต่รัฐบาลไม่ยอม อ้างว่าไม่มีกฎหมายรองรับ

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าสามารถเลื่อนการเลือกตั้งได้ รัฐบาลจะเอายังไง จะยอมเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปก่อนหรือไม่

หรือจะยืนยันตามเจตนารมณ์เดิมต่อไป

เพราะถ้าเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปยิ่งนานเท่าใด สถานภาพของรัฐบาลที่กำลังย่ำแย่อยู่แล้วก็จะแย่มากเข้าไปอีกและการเลือกตั้งก็เป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะรักษาอำนาจเอาไว้และมีความชอบธรรมที่จะใช้เสียงสนับสนุนจากการเลือกตั้งมาเป็นเงื่อนไขต่อสู้กับ กปปส.

อย่างไรก็ดี แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ผลออกมาอย่างไรก็ไม่มีผลต่อ กปปส.ที่ยืนยันว่าต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

นั่นคือการเคลื่อนไหวกดดันให้นายกฯ ลาออกไม่ว่าจะช้าหรือเร็วก็ตาม เพราะหากไม่ปฏิรูปเสียก่อนก็ไม่มีทางได้ปฏิรูปกันแน่

ขณะเดียวกันก็ต้องดูท่าทีของ กกต.ว่าจะตัดสินใจอย่างไร  หากรัฐบาลไม่ยอมเลื่อนการเลือกตั้งออกเพราะได้เสนอแนวทางด้วยเหตุด้วยผลมาหลายครั้งแล้ว อีกทั้งยังถูกโจมตีต่างๆนานาและข้อ

ครหาว่ายืนอยู่ข้างประชาธิปัตย์และ กปปส.

เพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้ง

กกต.ยังมีอีกหลายแนวทางที่จะแก้ไขปัญหานี้หากรัฐบาลไม่ยอมรับฟังเหตุผลแม้ได้ดำเนินการด้วยวิธีการต่างๆ มาแล้ว

การลาออกทั้ง 5 คน ก็มีทางเป็นไปได้

ถ้าถึงขั้นนั้นรัฐบาลตาเหลือกแน่เพราะแทบจะไม่เห็นหนทางให้มีการเลือกตั้งได้ การประนีประนอมกับ กกต.จึงเป็นทางรอดทางหนึ่ง

ยิ่งมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอย่างทุลักทุเล ถูกโจมตีจากในประเทศและต่างประเทศเพราะทำให้เห็นว่าเกิดสถานการณ์รุนแรงทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงขั้นนั้น

ขนาดว่ายังไม่สามารถหาสถานที่ทำการของ ศรส. เพราะทหารอากาศก็ไม่ให้ สำนักงานปลัดกลาโหมก็ไม่ได้อย่าว่าแต่ ทบ.–ทร.ที่ไม่ต้อนรับอยู่แล้ว

ว่าไปแล้วรัฐบาลแทบจะหาที่ยืนไม่ได้อยู่แล้ว

อยู่ไปก็ป่วยการเปล่าๆ!!!

"ลิขิต จงสกุล"

25 ม.ค. 2557 08:24