วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทางออกศึกซีเรียตีบตัน แล้วเจรจากันหาอะไร?

ตีบตัน-นายอาห์หมัด จาร์บา ผู้นำพันธมิตรแห่งชาติซีเรีย (เอสเอ็นซี) แถลงข่าวระหว่างการประชุม “เจนีวา 2” เพื่อหาทางยุติศึกซีเรีย ที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อ 23 ม.ค. โดยเขาระบุว่าการเจรจายุ่งยากมาก และประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด เป็น “อดีตของอดีต” ไปแล้ว (เอเอฟพี)

ยังไม่ทันเริ่ม ก็ถูกปรามาสว่า “ล่ม” แน่ๆ สำหรับการประชุม “เจนีวา 2” ที่สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อหาทางยุติศึก “ซีเรีย” อันแสนหฤโหด

สงครามซีเรียปะทุขึ้นหลังฝ่ายต่อต้านลุกฮือขึ้นขับไล่ระบอบเผด็จการของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด เมื่อต้นปี 2554 ตามกระแสปฏิวัติดอกมะลิ “อาหรับ สปริง” แต่ท่านอัสซาดสู้ยิบตาและโหดเหี้ยม ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองยืดเยื้อมาร่วม 3 ปี มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 130,000 ศพ พลัดถิ่นฐานบ้านช่องอีกนับ 10 ล้านคน

จนกระทั่งนานาชาติทนไม่ไหว รวมกันตั้ง “กลุ่มกิจซีเรีย” (ซีเรีย แอ็คชั่น กรุ๊ป) ขึ้น โดยมีสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เป็นโต้โผ จัดการประชุมที่นครเจนีวา เมื่อ 30 มิ.ย. 2555 และออก “แถลงการณ์เจนีวา” เพื่อหาทางยุติศึกซีเรีย โดยแจกแจงว่าจะทำยังงั้นยังงี้เยอะแยะ

แต่สาระสำคัญที่สุดคือให้ตั้ง “รัฐบาลเปลี่ยนถ่ายอำนาจ” ขึ้น ให้ทุกภาคส่วนในซีเรีย รวมทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลเห็นชอบและมีส่วนร่วมโดยเสมอภาค จากนั้นให้มีการปรับแก้รัฐธรรมนูญ ก่อนจัดการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม เพื่อให้มีรัฐบาลใหม่ที่เป็นตัวแทนและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

การประชุมครั้งนั้นเรียกว่า “เจนีวา 1” ซึ่งค้างเติ่งอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งนายจอห์น แคร์รี และนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ และรัสเซียได้พบปะหารือกันเมื่อเดือน พ.ค.ปีที่แล้วและตกลงว่าจะช่วยผลักดันให้รัฐบาลและฝ่ายต่อต้านซีเรียมานั่งโต๊ะเจรจากันเพื่อยุติศึกนองเลือด

แรกๆ แนวคิดนี้ไม่คืบหน้า จนกระทั่งเกิดเหตุโจมตีด้วย “อาวุธเคมี” ที่ชานกรุงดามัสกัสเมื่อ 21 ส.ค. 2556 มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน สร้างแรงกดดันให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ต้องออกมติที่ 2118 แบบเอกฉันท์ ให้ปลดอาวุธเคมีในซีเรียทั้งหมดภายในกลางปี 2557 (ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่)

มติ 2118 ยังเรียกร้องให้จัดการประชุมนานาชาติโดยเร็วที่สุด เพื่อสานต่อ “แถลงการณ์เจนีวา” จากที่ประชุม “เจนีวา 1” ให้ลุล่วง นั่นคือที่มาของ “เจนีวา 2” ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองมองเตรอซ์และเจนีวา ตั้งแต่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศของกว่า 40 ชาติ รวมทั้งยูเอ็นและสำนัก-วาติกันเข้าร่วมด้วย

“เจนีวา 2” เกือบเจ๊งตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เพราะนายบัน กี มูน เลขาธิการยูเอ็น ไปเชิญ “อิหร่าน” พันธมิตรสนิทแนบของซีเรียให้เข้าร่วมการประชุมด้วย แต่ถูกหลายฝ่ายต่อต้านอย่างหนัก จนต้องถอนคำเชิญในที่สุด โดยอ้างว่าอิหร่านไม่ยอมรับ “แถลงการณ์เจนีวา” โดยเฉพาะการตั้งรัฐบาลเปลี่ยนถ่ายอำนาจในซีเรีย

แต่มูลเหตุจริงๆ เป็นเพราะ “พี่เบิ้ม” สหรัฐอเมริกา และ “พันธมิตรแห่งชาติซีเรีย” (เอสเอ็นซี) ตัวแทนหลักทางการเมืองของฝ่ายต่อต้านซีเรีย และกลุ่มชาติอาหรับที่เป็นมุสลิมนิกายสุหนี่ อย่าง “ซาอุดีอาระเบีย” และ “กาตาร์” ไม่ต้องการร่วมสังฆกรรมกับอิหร่านซึ่งเป็นมุสลิมชีอะต์

เป็นที่รู้กันว่า อิหร่านลอบช่วยเหลือรัฐบาลซีเรียสู้รบกับฝ่ายกบฏมาตลอด ทั้งด้านกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และข่าวกรอง อิหร่านยังเป็นลูกพี่ใหญ่หนุนหลังกลุ่มมุสลิมชีอะต์หัวรุนแรง “ฮิซบุลเลาะห์” ในเลบานอน ซึ่งส่งนักรบเข้าไปช่วยรัฐบาลซีเรียต่อสู้กับฝ่ายกบฏอย่างเปิดเผยเช่นกัน

สงครามกลางเมืองในซีเรียขณะนี้ จึงมีสภาพเป็น “สงครามตัวแทน” (Proxy war) และ “สงครามลัทธิ” ในภูมิภาคตะวันออกกลางไปโดยปริยาย โดยฝ่ายหนึ่งคือชาติมุสลิมสุหนี่ที่ร่ำรวยทรงอำนาจอย่างซาอุฯ และกาตาร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับมหาอำนาจตะวันตก อีกฝ่ายคืออิหร่านและกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ ซึ่งเป็นมุสลิมชีอะต์

ดังนั้น ในเมื่อไม่มี “อิหร่าน” ขาใหญ่ที่เกี่ยวข้องพัวพันกับศึกซีเรียโดยตรงร่วมประชุมด้วย หลายฝ่ายจึงปรามาสว่า การประชุม “เจนีวา 2” จะล่มไม่เป็นท่า หรือไร้ประโยชน์!


ปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเจรจายังมีอีกเยอะแยะ รวมทั้งความจริงที่ว่า “พันธมิตรแห่งชาติซีเรีย” ไม่ได้เป็นตัวแทนของฝ่ายต่อต้านแบบเอกฉันท์ เพราะพันธมิตรแห่งชาติซีเรียมีสมาชิกทั้งใหญ่และเล็กถึง 119 กลุ่ม แต่เกือบครึ่ง “บอยคอต” การประชุมครั้งนี้ รวมทั้งกลุ่ม “สภาแห่งชาติซีเรีย” ฝ่ายค้านพลัดถิ่นกลุ่มใหญ่ที่สุด ซึ่งมีจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่เจรจาจนกว่าอัสซาดจะสละอำนาจแล้วเท่านั้น

นอกจากนี้ กลุ่มชาวเคิร์ด ชนส่วนน้อยราว 10% ของซีเรีย ก็ต้องการส่งตัวแทนของตนเข้าร่วมประชุมแบบอิสระ ขณะที่ผู้นำสภากลาโหมสูงสุดของ “กองทัพปลดปล่อยซีเรีย” (เอฟเอสเอ) กองกำลังติดอาวุธกลุ่มใหญ่ที่สุดของฝ่ายกบฏ ซึ่งมีมหาอำนาจตะวันตกหนุนหลัง ก็ไม่เล่นด้วย ส่วน “แนวร่วมอิสลาม” พันธมิตรกบฏฝ่ายอิสลามสายเคร่ง ยิ่งแข็งกร้าว ประกาศว่าใครเข้าร่วมประชุม “เจนีวา 2” ถือว่าเป็น “ผู้ทรยศ”

นอกจากฝ่ายต่อต้านจะแตกแยกกันเองแล้ว อุปสรรคใหญ่หลวงที่สุดในการเจรจาครั้งนี้ก็คือ “จุดยืน” ของคู่กรณีต่างกันสุดขั้ว โดยฝ่ายต่อต้านต้องการให้อัสซาดสละอำนาจ ก่อนตั้งรัฐบาลเปลี่ยนถ่ายอำนาจขึ้นโดยไม่ให้อัสซาดเกี่ยวข้อง แต่อัสซาดประกาศกร้าวจะไม่ทิ้งอำนาจเด็ดขาด และจะไม่ยอมให้เหล่าผู้นำกบฏเข้าร่วมในรัฐบาลเปลี่ยนถ่ายอำนาจที่อาจมีขึ้นด้วย

เมื่อพูดกันคนละภาษาเช่นนี้ ไม่ว่าจะมีเจนีวา 2...3...4 จนถึงเจนีวา 10 ก็ไม่มีทางยุติศึกซีเรียได้ และถึงแม้ที่ประชุมจะบรรลุข้อตกลงกันได้ แต่กลุ่มก๊กที่ไม่เล่นด้วยตั้งแต่ต้นก็ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงอยู่ดี

เท่าที่เห็นขณะนี้ การเอาชนะกันด้วยกำลังทหารเท่านั้นคือคำตอบเดียว!

บวร โทศรีแก้ว