วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กกต.จ่อนัดถกนายกฯ พร้อมจี้ ยกเลิกพรก.ฉุกเฉินฯ

กกต.จ่อนัดถกนายกฯ พร้อมจี้ ยกเลิกพรก.ฉุกเฉินฯ

  • Share:

กกต.นัดถกนายกฯพรุ่งนี้ จ่อ หารือด่วน จี้ รัฐบาล ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หวั่น ขัดรธน. แจง ถ้าเห็นพ้อง ออก พ.ร.ฎ.ใหม่ กระบวนการจัดลต. ต้องเริ่มใหม่หมด 

วันที่ 24 ม.ค. นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะที่ปรึกษากฎหมายของกกต. โดยการประชุมวันนี้ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเนื่องจากอยู่ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าที่จังหวัดภาคใต้

นายภุชงค์ กล่าวว่า ในการพิจารณาของกกต.เกี่ยวกับประเด็นคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่วินิจฉัยโดยเอกฉันท์ว่า วันเลือกตั้งกำหนดขึ้นใหม่ได้ และวินิจฉัยโดยเสียงข้างมากเห็นว่า การกำหนดวันเลือกตั้งให้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี และกกต. เมื่อได้รับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กกต.มีมติ รับทราบและเคารพในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะปฏิบัติหน้าที่ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีผลผูกพันกับองค์กรทุกองค์กร

โดยกกต.จะนัดประชุมในวันที่ 25 มกราคม และนัดนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือโดยเร็ว ทั้งนี้ แม้จะมีคำวินิจฉัยออกมา พระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ยังต้องเดินต่อไป ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ซึ่งกกต.จะต้องจัดการเลือกตั้งเต็มกำลังสามารถ โดยกกต.ได้ให้นโยบายไว้ว่า การจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าขอให้หลีกเลี่ยงการปะทะ เหตุต่างๆ ซึ่งอาจทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายเสียชีวิต

นายภุชงค์ กล่าวว่า ทั้งนี้ กกต.ได้ออกประกาศของกกต. เรื่องการพิจารณาเหตุของผู้ไม่ใช้สิทธิ โดยมีการเพิ่มเหตุสุดวิสัยอื่น เช่น การถูกปิดล้อมหน่วยเลือกตั้ง การปิดถนน ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ให้เป็นผู้ไม่เสียสิทธิ์ เพราะการเลือกตั้งถือเป็นหน้าที่ของประชาชน หากไม่ไปจะเสียสิทธิตามกฎหมาย โดยหาเกิดปัญหาอุปสรรค จนไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ สามารถแจ้งต่อนายทะเบียนท้องถิ่น และนายทะเบียนอำเภอ ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่กำหนดเป็นวันเลือกตั้ง

นายภุชงค์ กล่าวว่า นอกจากนี้ กกต.ยังมีหนังสือด่วนที่สุด เป็นการซ้อมแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์ กลุ่มผู้ชุมนุมขัดขวางการลงคะแนน ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง และพ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้เจ้าหน้าที่ประเมินความรุนแรงใน สถานการณ์และใช้ดุลพินิจได้ โดยสามารถ สั่งงดการลงคะแนน ได้ทันที เพราะ กกต.ไม่ประสงค์ให้ได้รับบาดเจ็บ สูญเสียเลือดเนื้อ ซึ่งแต่ละหน่วยสามารถงดการลงคะแนนและให้เลื่อนออกไปได้ 7 วัน หากยังไม่สามารถดำเนินการลงคะแนนได้อีก จากนั้นจึงจะเป็นเรื่องของกกต.ว่าจะอย่างไร

เมื่อถามว่า ข้อสรุปของการหารือ คือ จะต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป หรือไม่ นายภุชงค์ กล่าวว่า ถ้าเลื่อนเลือกตั้ง ต้องคุยกันก่อน ส่วนหากนายกฯ จะมีท่าทีเหมือนที่ผ่านมานั้น ขอให้มองในแง่ดี ก่อนซึ่งอาจจะไม่เป็นไปอย่างนั้นได้ เพราะหากผู้รักษาการ คือ นายกฯและประธานกกต.ทั้งสองคน มีความเข้าใจตรงกัน เรื่องต่างๆ คงไม่ยากเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ มีความคล้ายคลึงกับการออกพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งเมื่อปี 2549  โดยในครั้งนั้น ออกพระราชกฤษฎีกายกเลิกพระราชกฤษฎีกาเดิม ในร่างเดียวกัน ก็ระบุวันเลือกตั้งใหม่ไว้ ทั้งนี้ หากมีการออกพระราชกฤษฎีกาใหม่ กระบวนการจัดการเลือกตั้ง ต้องเริ่มขึ้นใหม่ทั้งหมดเช่นกัน

นายภุชงค์ ยังกล่าวถึงการใช้งบประมาณในการจัดการเลือกตั้งว่า ขณะนี้ ใช้ไปประมาณ 1,000 ล้านบาท เพราะจำนวนงบประมาณที่ได้มา ทั้งหมด 3,800 ล้านบาท ส่วนใหญ่ จะถูกใช้ในวันเลือกตั้งทั่วไป หรือ วันที่ 2 ก.พ. โดยที่ผ่านมาตนได้ทำหนังสือ สั่งการไปตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินให้กกต.จว.ใช้งบประมาณ เฉพาะตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น

นายภุชงค์ กล่าวว่า นอกจากนี้กกต.ได้ออกแถลงการณ์กรณีที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยเห็นว่า รัฐบาลในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้ง อาจจะเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ได้ เพราะส่อว่า จะมีการใช้ทรัพยากรของรัฐที่มีผลต่อคะแนนเสียง ซึ่งจะส่งผลต่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ยกเลิก พ.ร.ก.ดังกล่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้