วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นวัตกรรมความแรงใน BMW M4

ล้วง แคะ แกะ เกา เทคโนโลยีความแรงใน "BMW New M4" สปอร์ตคาร์คันล่าสุดจากสำนัก M-Technic...

การเปลี่ยนแปลงเป็นสัจธรรมของโลกใบนี้ ไม่เว้นแม้แต่วงการยนตรกรรม หลังจากการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของ BMW New M4 (F8 2) ซึ่งจะออกมาสานต่อตำนานความแรงของ M-Technic ในโมเดลแยกย่อยรหัส M4 เป็นการแตกไลน์โมเดล ซึ่งกลายเป็นกลยุทธทางการตลาดที่มีความสำคัญในการทำ ธุรกิจของยุคนี้ รถ BMW M4 ออกแสดงต่อสายตาของสาธารณชนตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา (2013) ในร่างทรงของตัวโชว์ประจำงานแสดงรถยนต์สำคัญๆ ทั่วโลก หรือ BMW Concept M4


มัน คือ สปอร์ตคาร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดตั้งแต่เริ่มมีรถรุ่น M ออกขาย เริ่มจากเครื่องยนต์ที่ถูกเปลี่ยนจาก 4.0 ลิตร V8 414 แรงม้า ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หายใจเองโดยไม่พึ่งพาเทอร์โบ มาเป็นเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูงขึ้น คายมลพิษน้อยลง เบาขึ้น และประหยัดเชื้อเพลิง เครื่องยนต์ตัวใหม่ของ M4 กลายเป็นการย้อนกลับคืนสู่อดีตอันหอมหวานของเครื่องยนต์ทรงประสิทธิภาพแบบ 6 สูบ แถวเรียง 3.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบแฝด ซึ่งสามารถอัพเรี่ยวแรงขึ้นเป็น 420 แรงม้า

 

ส่วนประกอบทางไดนามิกอื่นๆ ของ New M4 เช่น ฝากระโปรงคาร์บอน หลังคาเคฟล่า ล้อน้ำหนักเบา รุ่นล่าสุดจาก M เพลากลางแบบใหม่ที่เบาขึ้นอีก 30% ประตูอะลูมิเนียม และฝาท้ายคาร์บอนไฟเบอร์ ส่งผลให้การทำความเร็วของ BMW New M4 อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจจากการทดสอบอย่างหนักตลอด 4 ปี ที่มันถูกพัฒนา

 

เครื่องยนต์
6 สูบแถวเรียง ปริมาตรความจุ 3.0 ลิตร กระบอกสูบคูณช่วงชักที่ 89.6 มิลลิเมตร x 80.0 มิลลิเมตร พร้อมชุดอัดอากาศที่พัฒนาขึ้นสำหรับการบูสกำลังโดยเฉพาะ เครื่องยนต์ของ M4 ถูกสร้างขึ้นที่ Preussnstrasse และถึงแม้จะเป็นเครื่องยนต์แบบ 6 สูบแถวเรียงเทอร์โบ แต่บล็อกเครื่อง และชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์ตัวนี้ ไม่สามารถใช้ร่วมกับรถรุ่นอื่นได้ ยกเว้นอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่นอกเครื่องยนต์

แรงม้าสูงสุดที่ 424 แรงม้า เพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อยจาก M3 V8 ตัวเก่าที่กินเชื้อเพลิง หนัก และเริ่มล้าสมัย การปลดปล่อยแรงบิดขยับสูงขึ้น เพื่อความสะใจสำหรับขาโจ๋ที่ชอบลากรอบ ย่าน 5,725 - 7,000 รอบต่อนาที เส้นกราฟแรงบิดเมื่อครั้งทดสอบแบนราบคล้ายกับเครื่อง V8 ในรุ่นที่แล้ว แรงบิดอัพขึ้นเป็น 370 ปอนด์ฟุต เพิ่มขึ้นกว่าตัวเลขแรงบิดของรุ่นเดิมที่ 295 ปอนด์ฟุตแบบเห็นๆ แรงบิดจากเครื่องยนต์ผ่านชุดเกียร์ไปยังท่อเพลากลางคาร์บอนแล้วส่งตรงไปที่เฟืองท้าย ตั้งแต่ 1,800 - 4,750 รอบต่อนาที สะใจวัยแรงไฮโซกันเสียจริง


เทอร์โบ รุ่นใหม่ที่สามารถปั่นจี้ดได้เร็วถึง 200,000 รอบต่อนาที โดยสามารถคงรอบการหมุนไม่มีตกแบบต่อเนื่องที่ 120,000 รอบต่อนาที เวสเกต์ควบคุมด้วยไฟฟ้า เพื่อความแม่นยำสูงสุดในการทำงาน ระบบท่อไอดีถูกทำให้ผนังท่อมีความลื่น โดยออกแบบให้ไม่มีช่วงหักคอดมากจนเกินไป อินเตอร์คูลเลอร์สำหรับลดอุณหภูมิไอดีก่อนการประจุเข้าไปยังท่อรวมตั้งอยู่ใกล้กับท่อไอดี เพื่อลดการสูญเสียแรงดัน และทำให้อากาศร้อนไม่หมุนเวียนกลับเข้าไปยังท่อร่วมไอดี ผลลัพธ์ที่ได้ คือ การตอบสนองที่สุดยอดของเครื่องยนต์


มันประหยัดเชื้อเพลิงขึ้นอีก 30% ลดการปล่อย CO2 ลงอีก 70g/km จากการที่มีน้ำหนักเบาขึ้นเมื่อสูบหายไปถึงสองกระบอกสูบ น้ำหนักของเครื่องเบาขึ้นอีก 10 กิโลกรัม เทอร์โบแฝด อินเตอร์คูลเลอร์กับท่อทางต่างๆ ของระบบ รวมถึงข้อเหวี่ยงเบาขึ้นอีก 2 กิโลกรัม บล็อกเครื่องยนต์ผลิตขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีแรงดันสูง เพื่อความคงทน และรองรับแรงบิดมหาศาล อ่างน้ำมันเครื่องที่หล่อขึ้นรูปจากวัสดุโลหะพวกแมกนีเซียม ทำให้มันเบาขึ้นอีก 1 กิโลกรัม การลดขนาดความจุของเครื่องยนต์ โดยยังคงประสิทธิภาพเอาไว้ทั้งหมด คือ เทคโนโลยีอันก้าวกระโดดของแผนก M-Division เครื่องยนต์รุ่นใหม่ตัวนี้ จะถูกวางลงใน New M3 M4 ที่จะออกขายในเร็ววันนี้

 

 

ระบบส่งกำลัง
BMW สร้างเกียร์ 2 ลูก ให้เลือก ซึ่งมีทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด M-DCT เกียร์ธรรมดาแบบ 6 อัตรา ชิดเบากว่าเกียร์เดิม 12 กิโลกรัม!! เกียร์ทั้งลูกพัฒนามาจากเกียร์ของ 1M โดยเน้นไปที่ประสิทธิภาพด้านความลื่นไหลในการทดกำลัง ปลอกลูกปืนเกียร์ทำจากคาร์บอน ซิงโครเมทของเกียร์ติดตั้งตัวเบิ้ลรอบตอนลดเกียร์ลงต่ำ ซิงโครเมทแบบล่าสุดที่สามารถเบิ้ลรอบได้ จะหยุดทำงานในโหมดสูงสุด (Sport+) เพื่อปล่อยให้การควบคุมขึ้นอยู่กับฝีมือของผู้ขับขี่ทั้งหมด


สำหรับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด M-DCT ยกมาทั้งยวงจาก M5/M6 มันคือ ระบบส่งกำลังของ M3 E92/93 แต่ถูกปรับเฟืองท้ายให้หดสั้นลง ส่งผลไปถึงอัตราทดของเกียร์ที่สั้นลง เกียร์ M-DCT สามารถรับแรงบิดสูงสุดที่ 501 ปอนด์ฟุต จาก BMW M5 ซึ่งมีเรี่ยวแรงมากกว่า M4 อยู่ถึง 100 กว่าแรงม้า พวกตีนผีจึงไม่ต้องกังวลว่า เกียร์จะกระจายก่อนเวลาอันควร


อุปกรณ์เพิ่มสมรรถนะ Limited slip differential เป็นอุปกรณ์ที่ BMW ให้มาจากโรงงานโดยไม่ต้องควักเพิ่มแบบออปชั่นเสริม กล่องควบคุมระบบบเกียร์จะรับข้อมูลที่ส่งมาจากหลายส่วน ซึ่งรวมถึงตำแหน่งที่มีความสำคัญ เช่น ลิ้นปีกผีเสื้อ มุมองศาของพวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดแปรผัน มันจะประมวลผลด้วยความเร็วสูงตามโปรแกรมที่ได้ตั้งกำหนดค่าการทำงานเอาไว้

 

จากนั้น ECU เกียร์จะสั่งงานไปที่ differential ว่าควรจะปล่อยหรือล็อก มันจะเข้ามาทำหน้าที่ทดแทนสปริงแบบเก่าที่ไม่มีความแม่นยำเท่า อาการอันเดอร์สเตียร์น้อยลง และสามารถแก้ไขได้ง่าย แม้คุณจะไม่ใช่มือระดับเทพของวงการ ชุด Limited slip differential ของ M4 ยังมีส่วนช่วยให้แรงบิดทั้งหมดถูกปลดปล่อยลงสู่พื้นถนนได้อย่างเต็มพิกัด

 

เพลากลาง
การลดน้ำหนักเพื่อการอัพประสิทธิภาพ คือ เรื่องจำเป็นอย่างเร่งด่วนของ M4 แม้มิติตัวถังของมันจะโตและอวบขึ้นในทุกสัดส่วน แต่น้ำหนักรวมของมันกลับเบาขึ้น 80 กิโลกรัม ชิ้นส่วนซึ่งทำจากวัสดุน้ำหนักเบาถูกนำเข้ามาใช้ใน New M4 มากขึ้น หลังคาคาร์บอน ฝากระโปรง-บานประตูอัลลอย ฝาท้ายคาร์บอน ทำให้มันผอมลง แม้จะตัวใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับ M รุ่นที่แล้ว หลังคาใหม่มีน้ำหนักเบาลงอีก 6.5 กิโลกรัม สำหรับหลังคาของ M3 ตัวใหม่ซึ่งเป็นรถสปอร์ตซีดานสมรรถนะสูงแบบ 4 ประตู นอกจากจะใช้คาร์บอนไฟเบอร์แล้ว มันยังถูกกรุด้วยวัสดุซับเสียงมากกว่าหลังคาของ M4 หากลูกค้าพอใจกับหลังคาโลหะแบบเก่า ประสิทธิภาพด้านการลดน้ำหนักจะด้อยลงทันที และส่งผลไปถึงจุดศูนย์ถ่วงของรถ ซึ่งถูกคำนวณค่ามาเป็นอย่างดีสำหรับหลังคาแบบคาร์บอน

ส่วนเพลากลางที่รับแรงบิดจากเกียร์ส่งไปยังเฟืองท้ายผลิตจากแท่งคาร์บอนคอมโพสิตที่มีราคาสูงลิบลิ่ว ราคาของเพลาคาร์บอนแบบใหม่แพงกว่าเพลาของ M3 ตัวเก่าถึง 2 เท่า!! เพลาคาร์บอนรุ่นล่าสุดลดน้ำหนักลงไปอีก 5 กิโลกรัม น้ำหนักที่ลดลง ช่วยในด้านแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางขณะหมุนด้วยความเร็วรอบเครื่องยนต์ให้มีความเสถียรสูงสุด

 

ล้อ
ล้ออัลลอยขอบ 19 นิ้ว กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของ BMW New M4 มันคือ ล้อลายใหม่จากแผนก M-Division ที่ชอบเข้าไปวุ่นวายกับวงการมอเตอร์สปอร์ต ล้อลายใหม่ของ M ทั้งสี่วง มีน้ำหนักเบาขึ้นอีก 6 กิโลกรัม เสริมกับช่วงล่างของ M4 ที่ส่วนใหญ่ทำจากอะลูมิเนียมอัลลอย


ฝากระโปรงท้ายของ New M4 ขึ้นรูปด้วยพลาสติก เสริมด้วยเส้นใยคาร์บอน โดยห่อหุ้มด้วยคาร์บอนอีกชั้น เพื่อความแข็งแกร่ง ผิวลายของคาร์บอนถูกสร้างอย่างประณีตด้วยการวางลายของชิ้นงานคาร์บอนให้มีความสอดคล้องกับลายคาร์บอนของผืนหลังคา สำหรับ New M3 4 ประตูหลังคา ฝากระโปรงและฝาท้าย ผลิตจากโลหะพวกอัลลอยแบบปกติ เนื่องจากรุ่น 4 ประตู มีพื้นฐานด้านแอร์โรไดนามิกดีกว่ารุ่น 2 ประตู! ส่วนค้ำโช้ก หน้าที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์นั้น มีน้ำหนักเพียงแค่ 1.5 กิโลกรัม เบากว่าค้ำโช้กอะลูมิเนียมถึง 3 กิโลกรัม


พวงมาลัยไฟฟ้า คือ นวัตกรรมล่าสุดของ M4 จากที่เคยใช้พวงมาลัยหนักหนึบแบบพาวเวอร์ในรุ่นเก่า รถ BMW New M4 วางแนวทางของการเปลี่ยนความรู้สึกในการควบคุมให้มีปฏิสัมพันธ์กับคนขับมากยิ่งขึ้น พวงมาลัยของ M4 มีประสิทธิภาพในด้านการแปรผันน้ำหนักไปตามความเร็ว รวมถึงโหมดของการขับขี่แบบยิ่งยวด มันคือ พวงมาลัยราคาแพง ที่ควบรวมความแม่นยำ เที่ยงตรง และการตอบสนองที่จะแปรผันน้ำหนักไปตามความรู้สึก และความต้องการของผู้ขับขี่ในขณะนั้นๆ พวงมาลัยที่เชื่อมกับชุดบังคับเลี้ยว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนพวกอัลลอยน้ำหนักเบา ทำให้มันลดน้ำหนักส่วนเกินที่ด้านหน้าลงไปอีก 3 กิโลกรัม.



VDO


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

 

ล้วง แคะ แกะ เกา เทคโนโลยีความแรงใน "BMW New M4" สปอร์ตคาร์คันล่าสุดจากสำนัก M-Technic... 24 ม.ค. 2557 11:32 27 ม.ค. 2557 10:54 ไทยรัฐ