วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทพสกัดเลือกตั้งระดมม็อบไปปิดทุกเส้นทาง

ทำให้ไปลงคะแนนไม่ได้!‘เหลิม’ขู่ให้ฟัง‘สนธิ’เตือนกปปส.เพิ่มการ์ดป้องเทือก

“ยิ่งลักษณ์” ถกสภากลาโหมแจง ผบ.เหล่าทัพเหตุผลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยันไม่ใช้ความรุนแรงปราบม็อบ ผบ.ทอ.ยันกองทัพ-รัฐบาลสัมพันธ์ดี แต่ไม่ยอมให้ใช้พื้นที่ทัพฟ้า ตั้งศูนย์บัญชาการ ศรส. “เฉลิม” แนะ “สุเทพ” ฟังคำ “สนธิ” เตือนอาจโดนฆ่า ขู่เช็กบิลนายทุนส่งท่อน้ำเลี้ยงหนุนม็อบ กปปส.ไม่หวั่นอิทธิฤทธิ์ พ.ร.ก. “เทพเทือก” ออกเดินชวนชาวสุขุมวิท ชิดลม  สั่งเครือข่าย กปปส.ทุกจังหวัด ปิดถนนทุกสายขัดขวางเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ลั่นไม่ยอมให้ระบอบทักษิณฟื้นคืนชีพ “พุทธิพงษ์-ชุมพล” นำทีมบุกตัดน้ำตัดไฟ รฟม. ล่ามโซ่ปิดตึกไม่ให้ทำงาน “สาทิตย์” แฉ “เหลิม” สั่งตำรวจซุ่มรอตะครุบ “สุเทพ” บอกมวลชนจับตา เห็นผิดท่าให้ล้อมรถตำรวจไว้ “อิสสระ” ส่งทนายแจ้งความ สน.บางซื่อ เก็บหลักฐานฟ้องศาลให้ถอนประกาศ ก.ม.ฉุกเฉิน

แม้จะมีประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ยังคงนำมวลชนออกเดินเชิญชวนคนให้มาร่วมชุมนุม โดยไม่ได้หวั่นเกรงกฎหมายดังกล่าวแต่อย่างใด ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ถือโอกาสชี้แจงการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยยืนยันจะไม่ใช้ความรุนแรง

ผบ.ตร.สั่งดำเนินคคี คปท.พังป้าย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ม.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.เป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์ชุมนุม โดย พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า กรณีที่มีการปิดสถานที่ราชการในต่างจังหวัดให้เร่งรัดดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนกรณี คปท.มารื้อทำลายป้าย ตร. ได้มอบ พล.ต.อ. เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบคดี พิสูจน์ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำผิดรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี เนื่องจากมีอายุความ 10 ปี รวมทั้งให้ พล.ต.อ.เอกดูแลการจัดตั้งจุดตรวจสกัดเข้มแข็ง เพิ่มเติม เพื่อป้องกันการปฏิบัติของฝ่ายตรงข้าม หรือมือที่สาม ให้มีด่านจราจรช่วยเสริมเวลากลางวัน มอบ พล.ต.ท.วินัยพิจารณากำหนดแนวทางการปฏิบัติต่อแกนนำ ผู้ใช้ความรุนแรง หลังจากที่ออกหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และมอบ บช.น. สืบสวนลงลึกเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานจุดชัตดาวน์ทั้งหมด ให้ ผบช. และ ผบก.ทุกจังหวัดกำหนดแผนการใช้กำลัง รปภ.การเลือกตั้งล่วงหน้า และเลือกตั้งทั่วไป

ย้ำให้ตำรวจอดทนต่อการยั่วยุ

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงเหตุการณ์ที่กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนทำลายป้ายชื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ป้ายดังกล่าวทำขึ้นมาด้วยงบประมาณราชการ มีการเปิดป้ายโดยสมเด็จพระสังฆราชฯเมื่อวันที่ 17 ต.ค.2547 เหตุการณ์ดังกล่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอใช้คำว่า ไม่น่าทำเลยครับ เราจะรักษากฎหมายภาพต่างๆ ที่ปรากฏฝ่ายเทคโนโลยีได้ถอดเทปมาแล้ว เบื้องต้นพบผู้กระทำความผิด 21 คน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ได้มีการแบ่งภารกิจให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงดำเนินการ ส่วนการดำเนินการทำป้ายใหม่มอบหมายให้ พล.ต.อ.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) เป็นผู้ดูแล และยังย้ำให้ตำรวจทุกนายต้องอดทนต่อการยั่วยุ เพราะไม่อย่างนั้นจะเข้าสู่ยุทธศาสตร์อย่างหนึ่งที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลัง

แจงคดีระเบิด 2 จุด

พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานสอบสวน กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายขว้างระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.บริเวณถนนบรรทัดทองและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิว่า คดีระเบิดย่านบรรทัดทองหลักฐานที่เกิดเหตุมีเพียงระเบิด นอกนั้นหลักฐานต่างๆพบในอาคารที่พักของ รปภ. เป็นส่วนประกอบที่ถูกเสริมและเติมเข้ามา เป็นละส่วนกับที่เกิดเหตุ อาจจะไม่เกี่ยวข้องกันก็ได้ ส่วนกระเดื่องระเบิดทหารส่งมอบมาให้ ตำรวจไม่ได้ตรวจพบในจุดเกิดเหตุ ขณะนี้ยังไม่พบบุคคลที่เป็นคนพบกระเดื่อง เนื่องจากจุดที่พบกระเดื่องอาจจะบ่งบอกคนร้ายปาระเบิดอยู่จุดใด บนอาคารหรือพื้นราบ สำหรับคดีระเบิดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้พยานหลักฐานมากพอสมควร กำลังตรวจสอบว่าคนร้ายมากับใคร กี่คน พูดคุยกับผู้ใดบ้าง รวมทั้งจุดที่นัดกับพวกให้พาหลบหนี ส่วนที่ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ระบุจากกล้องวงจรปิดทำให้รู้ชื่อคนร้ายที่ปาระเบิดใส่ผู้ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมินั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลการสืบสวน และการข่าวจากที่เกิดเหตุมาประกอบ คนร้ายที่ก่อเหตุนั้นมีแนวโน้มว่ามีคนเดียว

“ธาริต” ขู่ออกหมายจับแกนนำแถว 2–3

เมื่อเวลา 14.00 น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ดีเอสไอ มีหมายเรียกให้ผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นแกนนำแถวที่ 2 และ 3 ในคดีพิเศษที่ 261/2556 กรณีการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม กปปส. ให้มารับทราบข้อกล่าวหา โดยมีทนายของนายแก้วสรร อติโพธิ และนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ มายื่นเรื่องขอเลื่อนพบพนักงานสอบสวน ให้เหตุผลเลื่อนพบพนักงานสอบสวนไปจนกว่าจะมีการปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้ง ยังมีทนายความนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ยื่นเรื่องขอเลื่อนพบพนักงานสอบสวน ให้เหตุผลว่าติดประชุมกรรมาธิการฯ ดีเอสไอจะพิจารณา 2 ประเด็น คือ 1. การขอเลื่อนตามเหตุผลที่ระบุ ในหนังสือมีเหตุตามกฎหมายที่จะไม่มาพบพนักงานสอบสวนหรือไม่ และ 2. พิจารณาว่าหากไม่มีเหตุสมควรจะพิจารณาว่าออกหมายเรียกอีกครั้ง หรือยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ออกหมายจับตามกฎหมาย โดยเป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวน

“ยิ่งลักษณ์” ถกสภากลาโหม

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางมาร่วมประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 1 ประจำปี 2557 โดยมี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.และนายทหารระดับสูงเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ก่อน น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเดินทางมาประชุมได้ปรากฏว่ามีตุ๊กแกตัวขนาดใหญ่มาเกาะบริเวณประตูทางเข้าห้องรับรองพิเศษกองทัพอากาศ ซึ่งเป็นสถานที่ประชุม กระทั่งเจ้าหน้าที่มาจับตัวตุ๊กแกออกจากบริเวณดังกล่าว ก่อนนายกฯจะเดินทางมาถึง

ยันสัมพันธ์ รบ.–กองทัพราบรื่น

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.กล่าวหลังการประชุมสภากลาโหมว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมกล่าวว่า ก่อนประชุมได้หารือนอกรอบกับ ผบ.เหล่าทัพ โดยนายกฯถามว่า สถานการณ์ในปัจจุบันมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเหล่าทัพหรือไม่ รวมถึงการใช้งบประมาณ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับนายกฯนั้น ยังราบรื่นดี และเหล่าทัพไม่ได้ให้ข้อคิดในการทำงานแก่นายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด ส่วนการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้พูดในที่ประชุมฯเพราะเป็นเรื่องที่ได้ปรึกษากันไปแล้ว ตนเข้าใจเจตนาว่าจะไม่ใช้กำลังสลายการชุมนุม ต้องพิสูจน์ 1-2 วันว่าข้อกำหนดจะออกมาอย่างไร

เสียงแข็งไม่ให้ ทอ.ตั้งศูนย์ ศรส.

เมื่อถามถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ผอ.ศรส.) จะขอใช้พื้นที่กองทัพอากาศเป็นศูนย์อำนวยการนั้น พล.อ.อ.ประจินตอบว่า พื้นที่นี้ไม่สะดวกที่จะใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการ เป็นส่วนความมั่นคงเป็นคนละมิติกัน ฐานทัพอากาศ สนามบินมีกฎกติกามากพอสมควร แต่หากนายกฯมาใช้พื้นที่เป็นครั้งคราวเราก็ดูแลได้ในระดับหนึ่ง ส่วน ศรส. คงต้องไปใช้พื้นที่อื่น

สั่งคุมเข้มยุทโธปกรณ์เล็ดลอด

พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า ก่อนการประชุมนายกรัฐมนตรีและ ผบ.เหล่าทัพ ได้คุยนอกรอบประมาณ 30 นาที โดยนายกฯได้ขอบคุณกองทัพที่ให้ความร่วมมือกับศอ.รส. และขอบคุณที่สนับสนุน ศรส.ที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่หลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายกฯอยากให้เหล่าทัพกวดขันและลงโทษผู้กระทำความผิดที่มีการบิดเบือน นำภาพของสถาบันมาแอบอ้าง ให้จริงจังและลงโทษให้เด็ดขาด นอกจากนี้นายกฯขอให้เข้มงวดกวดขันเพิ่มมาตรการดูแลรักษาอาวุธให้เป็นไปตามการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้อาวุธยุทโธปกรณ์ที่อยู่ในความดูแลของราชการสูญหาย และตกอยู่ในการครอบครองของผู้ไม่หวังดี และเน้นย้ำให้มีการกำชับกำลังพลในเรื่องการพกพาอาวุธออกไปยังสถานที่สำคัญ หรือชุมชนต่างๆ

“ปู” แจงเหล่าทัพออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ต่อมาเวลา 14.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมสภากลาโหมว่าประชุมเป็นไปตามวาระปกติ และรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ต่างๆ ส่วนการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาล  เบื้องต้นได้ชี้แจงให้ ผบ.เหล่าทัพทราบไปแล้ว ซึ่งการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถือเป็นเครื่องมือให้กับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมาย อยู่ในการดูแลของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.เน้นเรื่องขั้นตอนตามกฎหมายมากกว่าใช้กำลังทหาร แต่บูรณาการกำลังทางทหารเข้ามาเหมือนเดิม ขอความร่วมมือเหล่าทัพในเรื่องการเตรียมหน่วยแพทย์ พยาบาลต่างๆ การตั้งจุดตรวจร่วม ได้เน้นย้ำให้หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติงานของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความละมุนละม่อม และขอให้ยึดหลักตามขั้นตอนของกฎหมายอย่าให้ลุเกินแก่อำนาจหรือเกินขอบเขต นอกจากนี้ได้ย้ำเหล่าทัพในการให้ความร่วมมือกับ กกต.ตามที่ กกต.ร้องขอ รวมถึงการดูแลเรื่องความปลอดภัยให้กับประชาชนโดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้

โอดไม่มีนายกฯคนไหนโดนขนาดนี้

เมื่อถามว่า นายกฯตอนนี้ห่วงสถานภาพของตัวเองหรือไม่ที่แกนนำ กปปส.ประกาศไล่ล่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล การละเมิดสิทธิเสรีภาพต้องขอให้นึกถึงเรื่องขั้นตอน และสิทธิของแต่ละคน เชื่อว่าใครๆก็ไม่อยากเห็นการไล่ล่าประกาศจับคนนั้นทีคนนี้ทีเป็นรายวัน ต้องขอร้องเถอะ พยายามที่จะช่วยกันในการหลีกเลี่ยงการพูดจาให้เกิดความเกลียดชัง ความขัดแย้ง อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.พูดว่าเราจะโกรธจะเกลียดจะแรงกันไปถึงไหน วันนี้น่าจะถึงเวลาแล้วที่ต้องไปพูดคุยกัน รัฐบาลพร้อมเปิดเวทีทุกประตูทุกเวลาที่จะพูดคุย ไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีคนไหนที่จะเจอขนาดนี้ ยอมรับว่าเราเองก็อดทน ขอความเห็นใจจากผู้ชุมนุม เราได้คืนอำนาจให้กับประชาชนแล้วในการยุบสภา สิ่งที่พูดที่ร้องขอมานั้นเป็นส่วนที่ปฏิบัติไม่ได้ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ตนไม่ใช่คนที่จะดื้อรั้นไม่ฟังอะไรเลย แต่บางอย่างมันปฏิบัติไม่ได้ต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันพูดคุย

เมื่อถามว่า ผู้ชุมนุมค่อนข้างจะท้าทาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ให้เจ้าหน้าที่ว่าไปตามขั้นตอน ไม่อยากบอกว่าออก พ.ร.ก.เพื่อท้าทาย อะไรเลย แต่เป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ดำเนินงาน ยืนยันไม่อยากเห็นภาพเหมือนอย่างเหตุการณ์ปี 53 จึงย้ำเจ้าหน้าที่ทุกคนระมัดระวัง อย่าใช้เกินสิ่งที่จำเป็น ขอให้ใช้ขั้นตอนการเจรจาพูดคุยเรายังคงพยายามรักษาตรงนี้ไว้เหมือนเดิมและใช้กฎหมายเป็นหลัก

ครม.นัดพิเศษหารือ ก.ม.ฉุกเฉิน

วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาข้อกำหนดเพิ่มเติมในพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) โดยมีรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุม อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษา ศรส. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรมช.เกษตรและสหกรณ์ นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส.นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าร่วมการประชุม

ให้อำนาจนายกฯเบ็ดเสร็จ

ต่อเวลา 14.30 น. ภายหลังการประชุม ครม. พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 21 ม.ค.57 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามความมาตรา 7 และมาตรา 9 ทั้งนี้ มาตรา 7 วรรค 2 และวรรค 6 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กำหนดให้บรรดาอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงตามกฎหมายโอนมาเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี เฉพาะในสิ่งที่เกี่ยวกับการอนุญาต อนุมัติ สั่งการ บังคับบัญชา หรือช่วยในการป้องกัน แก้ไข ปราบปราม ระงับยับยั้งในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือฟื้นฟู หรือช่วยเหลือประชาชนในเขตท้องที่ที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือร้ายแรง

ผบ.ตร.ขีดกรอบชุมนุม

พล.ท.ภราดรกล่าวว่า เพิ่มเติมข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติได้โดยเร็ว และป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายแรงมากขึ้น อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคล เพื่อกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการห้ามการชุมนุมทั้งในเรื่องของสถานที่ อาคาร การเสนอข่าวที่ทำให้ประชาชนหวาดกลัว บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร เส้นทางคมนาคม ทั้งนี้ เป็นอำนาจหน้าที่ของ ผบ.ตร.ในการกำหนดรายละเอียด ซึ่งมีประกาศลงในพระราชกิจจานุเบกษา เวลา 16.00 น.

“ปุ้ม” ป้อง “ปู” ไม่หนีความรับผิดชอบ

ด้านนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การโอนอำนาจหน้าที่รัฐมนตรีให้กับนายกฯ ในการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อง่ายต่อขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ และเป็นการยืนยันว่าหากเกิดอะไรขึ้นนายกฯไม่หนีความรับผิดชอบ ขณะเดียวกันนายกฯได้ย้ำการปฏิบัติว่าอย่าใช้ความรุนแรง และห้ามใช้อำนาจเกินขอบเขต พยายามไม่สลายการชุมนุม แต่ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ความรุนแรงได้ นายกฯได้สั่งให้ใช้ดุลพินิจให้รอบคอบที่สุด ส่วนบทบาททหารกับรัฐบาลขณะนี้ชัดเจน เพราะเท่าที่นายกฯหารือกับผู้นำเหล่าทัพได้รับความร่วมมืออย่างดีพร้อมสนับสนุนรัฐบาล

แนะ “เทือก” ฟัง “สนธิ” เตือน

เมื่อเวลา 11.45 น. ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวว่า ขอยืนยันรัฐบาลไม่มีการสลายการชุมนุมโดยใช้กำลังทหารและตำรวจแน่นอน ไม่แสดงความโง่เหมือน  ศอฉ. และนายสุเทพ   เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ควรฟังคำเตือนของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรฯ ว่าจะถูกฆ่าตาย เพราะนายสนธิพูดไม่เคยผิด แต่มีสัญญาณอะไรหรือไม่ ไม่ทราบ และขอเตือนนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และนายสกลธี ภัททิยกุล อย่าไปเลียนแบบนายสุเทพเลย พวกคุณยังมีอนาคต

ขู่เช็กบิลนายทุนหนุนม็อบ

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ขอเตือนไปยังนายทุน ถ้ายังไม่หยุดสนับสนุน กปปส.อย่ามาหาว่าข่มขู่ จะเช็กบิลแน่นอน มีรายชื่ออยู่แล้ว หากผิดก็จับในข้อหาให้การสนับสนุนเป็นตัวการร่วม จะให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รับผิดชอบ ส่วนจะจับกุมแกนนำ กปปส. จะไม่เชือดไก่ให้ลิงดู แต่คงจับหมด ส่วนการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค.ไม่เชื่อประชาชนจะร่วมมือขัดขวางการเลือกตั้ง ม็อบเจ๊งแล้ว ส่วนที่กลุ่ม คปท.ทำลายป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พวกนี้อันธพาล ไอ้ม็อบอัปรีย์

หน้าแตก “บิ๊กตู่” เมินจับมือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง ร.ต.อ.เฉลิมให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น ขณะกำลังจะเดินเข้าไปร่วมประชุม ครม. ได้เดินทางสวนทางกับ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมา-ประกร ผบ.ทหารสูงสุด และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์-โอชา ผบ.ทบ. ที่เพิ่งเสร็จภารกิจจากการเข้าร่วมประชุมสภากลาโหม โดย ร.ต.อ.เฉลิมได้เข้าไปทักทายและยกมือไหว้ ก่อนจะยื่นมือไปจับมือกับ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ยื่นมือออกมาตอบรับ และยังเอามือข้างดังกล่าวไขว้หลังเอาไว้แทน ทำให้ ร.ต.อ.เฉลิมต้องแก้เกี้ยวด้วยการชกท้องเบาๆเพื่อเป็นการหยอกล้อ

แท่นพิมพ์ตำราเสียหายหนัก

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ว่า นายสมมาตร มีศิลป์ ผอ.องค์การค้า สกสค. หรือองค์การคุรุสภา รายงานข้อมูลให้ทราบว่าโรงพิมพ์องค์การค้าฯลาดพร้าว ได้รับความเสียหายอย่างน่าตกใจ จากการที่ผู้ชุมนุมเข้าปิดล้อมและบุกรุก เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา มีการตัดไฟ ทำลายอุปกรณ์เครื่องพิมพ์ต่างๆ ทำให้อุปกรณ์ที่สำคัญเสียหายหลายชิ้น เช่นโต๊ะควบคุมการจ่ายหมึกพิมพ์ จอควบคุมการทำงาน เครื่องพิมพ์ออฟเซทป้อนม้วน แผงวงจรตู้ควบคุมระบบไฟฟ้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อการพิมพ์แบบเรียนอาจไม่เสร็จตามกำหนดเวลา ทั้งนี้ ได้สั่งการให้องค์การค้าฯจัดทำแผนสำรองไว้เผื่อโรงพิมพ์ถูกปิดล้อมหรือบุกทำลายอุปกรณ์อีก  เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปทำงานในโรงพิมพ์ได้  ก็ให้องค์การค้าฯหาวิธีจะจัดพิมพ์ตำราเรียนให้ทันกำหนด

โรงเรียนภาคใต้โดนบังคับปิดอื้อ

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ได้รับรายงานว่ามีโรงเรียนในพื้นที่ภาคใต้ถูกบังคับให้ปิดเรียนเป็นจำนวนมาก ทั้งในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา โดยเฉพาะในสังกัดอาชีวศึกษาซึ่งมีอยู่ 80 แห่ง ถูกบังคับให้ปิดถึง 46 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา กระบี่ และสตูล ซึ่งการปิดเรียนดังกล่าวส่งผลกระทบถึงเวลาเรียนและการสอบของเด็กนักเรียนอย่างแน่นอน และถือเป็นการปิดเรียนที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง และแม้บางโรงเรียนเปิดเรียนได้ตามปกติ แต่ก็มีตัวเลขเด็กขาดเรียนสูงถึง 15% เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย หรือเดินทางมาเรียนไม่สะดวก ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะยืดเยื้อไปอีกนานแค่ไหน คงต้องขอความร่วมมือไปยังผู้ปกครองนักเรียน กรรมการสถานศึกษา ช่วยกันสื่อสารทำความเข้าใจไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมอย่าเอาเด็กมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง

พท.เหน็บองค์กรสิทธิฯ 2 มาตรฐาน

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณี 7 องค์กรสิทธิมนุษยชน และ 4 องค์กรสื่อสารมวลชน เรียกร้องให้ยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า ตรงนี้ต้องขอความเป็นธรรมให้รัฐบาลด้วย เพราะกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. และ คปท. ไม่ได้ใช้การชุมนุมสงบ สันติ หรือปราศจากอาวุธ แต่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน มีการบุกสถานที่ราชการและเอกชน ตัดน้ำ ตัดไฟ ตนรู้สึกแปลกใจเมื่อสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ มีการประกาศใช้ทั้ง พ.ร.บ.มั่นคง และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวม 9 ครั้ง ทำไมไม่เห็นองค์กรเหล่านี้ออกมาเรียกร้องให้ยกเลิก ทั้งที่ตอนนั้นมีการปิดสื่อ ปิดสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม

ขู่ ผบ.ทบ.ปฏิวัติเจอคนต้านทะลัก

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ระบุถ้ามีความรุนแรงเกิดขึ้นทหารจำเป็นต้องออกมาแก้ไขนั้น อยากถามว่าจะแก้ไขอย่างไร ขอฝากว่าในอดีตที่มีการแก้ไขโดยใช้กำลังปฏิวัตินั้น คนที่ปฏิวัติไม่เคยมีใครเป็นนายกฯ ส่วนใหญ่จะใช้คนกลาง และถ้าใช้กำลังเหมือนปี 2549 จะมีคนที่ไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจคนที่รักประชาธิปไตย ต้องการเลือกตั้ง จะออกมามืดฟ้า มัวดิน การปฏิวัติจะเป็นการซ้ำเติมปัญหามากกว่าแก้ไข ฉะนั้นอยากเสนอให้กองทัพมาเป็นคนกลางในการพูดคุย มาเป็นพระเอก แต่การเลือกตั้งต้องเดินหน้าไปก่อน เชื่อว่านายสุเทพกับพวกเกรงใจทหาร หลังเลือกตั้งทุกพรรคทุกภาคส่วนรวมทั้ง กปปส.ค่อยมาหารือวางกติการ่วมกัน เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว 1 ปียุบสภาเลือกตั้งใหม่

นปช.นัดชุมนุมใหญ่ 29 ม.ค.

ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. แถลงว่า นปช.จะนัดหมายคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวใหญ่พร้อมกันทั่วประเทศอีกครั้งในวันที่ 29 ม.ค. ขอให้แกนนำ นปช.ทุกจังหวัดช่วยหารือกันว่าจะจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวในจังหวัดในลักษณะไหน โดยแกนนำ นปช.ส่วนกลางจะหาสถานที่เพื่อจัดเวทีกลางของการชุมนุมครั้งนี้เพื่อแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า อยากให้นายสุเทพตอบ เรื่องแรกจากภาพวันที่ผู้ชุมนุม คปท.บุกไปทุบทำลายป้ายหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปรากฏภาพชายรายหนึ่งที่กำลังทุบทำลายป้าย เป็นคนเดียวกับผู้ที่ปรากฏภาพกำลังจับมือกับนายสุเทพที่หลังเวที กปปส. แต่เมื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรมชายรายนี้ พบว่าเคยตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา ทั้งทำร้ายร่างกาย มีอาวุธปืนในครอบครอง ในคดียาเสพติด คนแบบนี้หรือที่เป็นวีรบุรุษของ กปปส. อีกเรื่องที่นายสุเทพประกาศบนเวทีอ้างนำที่ดินเกาะสมุยไปจำนอง 25 ล้านบาท เพื่อเอาเงินมาสู้ร่วมกับ กปปส. ตนจับได้ว่าที่ดินแปลงนี้มีสัญญาจำนองเป็นเงินถึง 35 ล้านบาท ส่วนต่างที่ไม่พูดไปอยู่ที่ไหน

“ชินวรณ์” เผยมีแก๊งป่วนสวนลุมฯ

สำหรับความเคลื่อนไหวเวทีชุมนุม กปปส.แต่ละจุดนั้น เมื่อเวลา 10.00 น. ที่เวทีสวนลุมพินี นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ แกนนำ กปปส. เปิดเผยว่า ช่วงตี 3 มีกลุ่มมอเตอร์ไซค์กว่า 30 คัน ขี่รถเข้ามาป่วนแถวแยกอังรีดูนังต์ มีการปาประทัดยักษ์เข้าใส่การ์ด กปปส.ที่ดูแลความปลอดภัยบริเวณแยกอังรีดูนังต์ และมีเสียงคล้ายปืนดังขึ้นหลายนัด แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเวทีสวนลุมพินีได้รักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ ป้องกันการก่อเหตุร้ายหลังจากมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

ขู่บุกหน่วยงานรัฐแอบเปิดทำการ

นายชินวรณ์กล่าวอีกว่า จากนี้ไปจะเริ่ม ตรวจสอบหน่วยงานราชการที่เคยไปขอความร่วมมือให้ปิด หากยังแอบเปิดทำงานจะเข้าไปเยี่ยมเยียนอีกครั้ง ส่วนฝั่งเวทีการปราศรัยนั้นจะมีการปรับเปลี่ยนเวลาโดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป เพื่อให้ประชาชน พนักงานย่านสีลม เข้ามารับฟังการปราศรัยในช่วงพักกลางวัน ขณะเดียวกันจะมีการปราศรัยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ทุกวันในเวลา 17.00-18.00 น. ตามคำเรียกร้องของพี่น้องชาวสวนลุมพินี หากมาไม่ได้จะให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย มาปราศรัยแทน อย่างไร ก็ตาม วันที่ 24 ม.ค. จะมีการทำความสะอาดครั้งใหญ่ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เพื่อให้ประชาชนชุมนุมอย่างปลอดภัยจากเชื้อโรค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาพอากาศที่เย็นลงอย่างต่อเนื่องทำให้มีประชาชนเข้ารักษาตัวเนื่องจากมีอาการไข้หวัดบางส่วน ที่ไปขอยาที่เต็นท์พยาบาล

ระทึกถืออีโต้ไล่ฟันกันกลางม็อบ

ต่อมาเวลา 13.00 น. เกิดเหตุวุ่นวายที่บริเวณเวทีสวนลุมพินี หลังมีชายใช้มีดพร้าความยาวประมาณ 30-40 เซนติเมตร วิ่งไล่ทำร้ายคู่กรณี โดยผู้ก่อเหตุอ้างว่า ชายคู่กรณีได้ขโมยสิ่งของจากร้านเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ก่อนหน้านี้ได้แจ้งให้การ์ดทราบแต่ไม่มีความคืบหน้า จนกระทั่งขโมยอีกครั้ง ทำให้ตัดสินใจหยิบมีดพร้าวิ่งไล่ทำร้าย สอบถามเบื้องต้น ชายที่ถูกกล่าวหาว่าขโมยนั้นที่มีอาการมึนเมา ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา การ์ดจึงเก็บมีดและทำการสอบสวนต่อไป แต่ยังไม่มีการนำตัวผู้ถูกกล่าวหาและเจ้าของร้านดังกล่าวไปแจ้งความยัง สน.สวนลุมพินี

“อิสสระ” ส่งทนายร้องศาลถอน พ.ร.ก.

ที่เวทีห้าแยกลาดพร้าว นางจารุชา พรหมจรรยา พร้อมคณะ 4 คน อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ จากนายอลงกฎ ศรีโมรา ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นลูกศิษย์พระราชพรหมยาน หรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำ อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี มามอบให้นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. เพื่อให้ตั้งประดิษฐานบนเวทีปราศรัยขอบารมีช่วยคุ้มครองแกนนำ และผู้ชุมนุมทุกคนให้ปลอดภัยจากผู้สร้างสถานการณ์ความรุนแรง

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่เวทีห้าแยกลาดพร้าว นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. ให้นายสิทธิ์เกียรติ ระดาพัฒน์ ทนายความเดินทางไปที่ สน.บางซื่อ เพื่อแจ้งความลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานการชุมนุมของ กปปส.เวทีลาดพร้าว ไม่ได้ก่อความรุนแรง โดยนายอิสสระกล่าวว่า จะใช้เป็นหลักฐานประกอบการร้องต่อศาลให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่รัฐบาลประกาศใช้ควบคุมสถานการณ์ โดยอ้างว่าการชุมนุมจะก่อให้เกิดเหตุจลาจล แต่การชุมนุมไม่เคยมีเหตุรุนแรงจากผู้ชุมนุมหรือในสถานที่ชุมนุม จึงไม่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินอันกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือกระทบความมั่นคงของรัฐ ตามความหมายใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 การออกประกาศตามมาตรา 11 เมื่อวันที่ 21 ม.ค. จึงกระทำมิได้

“บี-ลูกหมี” นำทีมบุกโรงพิมพ์ ครม.

ที่เวทีราชประสงค์ ตั้งแต่ช่วงเช้าผู้ชุมนุมร่วมกับสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร นำเจ้าหน้าที่และรถฉีดน้ำมาร่วมกันทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ชุมนุม จากนั้นเวลา 09.30 น. นายชุมพล จุลใส พร้อมด้วยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำ ประกาศเคลื่อนพล แต่ไม่บอกว่าจะไปปิดสถานที่ใด กระทั่งขึ้นทางด่วนเพลินจิต ไปลงที่ถนนพระราม 6 ตัดเข้าพรรคประชาธิปัตย์ก่อนมาหยุดที่แยกสะพานซั้งฮี้ เข้าปิดล้อมสำนักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจา-นุเบกษา เนื่องจากได้รับแจ้งว่านายอำพน  กิตติอำพล เลขาธิการคณะรัฐมนตรี มาใช้พื้นที่ทำงาน ทันทีที่ไปถึงพนักงานกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในต่างพากันตกใจ จากนั้นแกนนำประกาศเรียกร้องให้นายอำพนออกมาพบผู้ชุมนุม และประกาศว่านายอำพนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีว่าจะลาออกหรือไม่ และขอร้องให้พนักงานหยุดงานและเก็บของกลับบ้าน

ไม่พบ “อำพน” จึงเบี่ยงหัวขบวน

จากนั้นนายพุทธิพงษ์และนายชุมพลได้เข้าพบกับ น.ส.สิบพัน วนวิสุทธิ์ รองเลขาธิการ ครม.และนายสมชัย หิรัญญะวณิชย์ ผอ.สำนักพิมพ์ โดยปฏิเสธว่า นายอำพนหรือเจ้าหน้าที่ของสำนักเลขา ครม.ไม่ได้ใช้พื้นที่นี้ปฏิบัติงาน และโรงพิมพ์ไม่ได้พิมพ์บัตรเลือกตั้งแต่อย่างใด พร้อมกับนำแกนนำตรวจภายในอาคาร ก่อนที่จะขอร้องให้เจ้าหน้าที่เก็บข้าวของกลับบ้านหยุดงาน 1 วัน

มุ่งหน้า รฟม.หาตัว “ชัชชาติ”

จากนั้นต่อมาได้เคลื่อนขบวนต่อไปยังการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ย่านถนนพระราม 9 เป็นครั้งที่สอง หลังจากทราบว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม และข้าราชการของกระทรวงยังคงมาใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ทำงานชั่วคราว เมื่อไปถึงกลุ่มผู้ชุมนุมจาก สรส.นำรถมอเตอร์ไซค์ไปปิดประตูทางเข้าออกทุกแห่ง จากนั้นแกนนำ กปปส.เข้าไปภายในอาคาร 1 พบกับนายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการ รฟม. ซึ่งยืนยันว่า นายชัชชาติและข้าราชการของกระทรวงได้ย้ายออกจากพื้นที่ไปแล้ว

ตัดน้ำตัดไฟใส่โซ่คล้องปิดตึก

นายชุมพลกล่าวว่า พวกเราให้เกียรติสถานที่นี้ เคยมาครั้งหนึ่งแล้ว และไม่ได้ใช้โซ่คล้องประตู ตนจะไม่เชื่ออีกแล้ว โกหกตลอด ครั้งนี้ขอร้องให้หยุดงานไปจนกว่านายกรัฐมนตรีจะลาออก หลังจากนั้นผู้ชุมนุมซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง ได้ตัดไฟภายในอาคารดังกล่าว โดยนายคมสัน ทอง-ศิริ เลขาธิการ สรส.ขึ้นเวทีประกาศว่า ถ้าวันที่ 27 ม.ค.นี้ มีพนักงานแจ้งว่ามีคนมาทำงาน หรือว่าหากผู้ว่าการ รฟม.มีหนังสือหรือบังคับให้พนักงานมาเซ็นชื่อทำงาน พวกตนจะเดินทางมาปิดอีก และครั้งนี้จะไม่มีการเจรจาอีกต่อไป ขอให้พนักงานรีบเก็บของและเดินทางกลับบ้าน จากนั้นนายชุมพล ได้นำโซ่ไปคล้องประตูทางเข้า-ออกในอาคาร 1 ทุกประตู ท่ามกลางเสียงปรบมือของพนักงาน รฟม.ก่อนที่ผู้ชุมนุมจะเดินทางกลับเวทีราชประสงค์

กปท.ปิด สนง.อัยการสูงสุด

อีกด้านหนึ่ง เวลา 11.00 น. กลุ่ม กปท.และเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย ที่ปักหลักชุมนุมอยู่ภายในกระทรวงพลังงาน ถนนวิภาวดีรังสิต นำโดย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นพ.ระวี มาศฉมาดล นายสมบูรณ์ ทองบุราณ นำผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก ขอให้ข้าราชการหยุดทำงาน เมื่อไปถึงนายกมล ธรรม-เสรีกุล อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา นายนันท-ศักดิ์ พูลสุข อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษและโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เชิญแกนนำ กปท.ทั้งหมดเข้าหารือร่วมกันนานครึ่งชั่วโมง ได้ข้อสรุปว่า จะปิดสำนักงานอัยการฯ 1 วันเป็นเชิงสัญลักษณ์ว่าหน่วยงานใดเอื้อประโยชน์แก่ระบอบทักษิณจะถูกปิด แต่เนื่องจากหน่วยงานแห่งนี้มีการพิจารณาคดีที่มีผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่องทุกวัน และการดำเนินการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแก่ประชาชนโดยทนายอาสา อีกทั้งอัยการต้องทำหน้าที่พิจารณาคดีร่วมกับศาลทุกวัน เกรงจะเกิดผลกระทบทำให้ประชาชนเดือดร้อน

พุทธอิสระไป สนง.อัยการสูงสุด

ที่เวทีศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ หลวงปู่พุทธอิสระนำกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งเคลื่อนตัวไปที่บริเวณด้านหน้าอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอขึ้นไปตรวจสอบหลังตั้งข้อสังเกตว่ามีกลุ่มบุคคลเข้าไปแฝงตัวอยู่บนอาคารและมีการยิงเลเซอร์มายังแกนนำบนเวที แต่ พ.ท.สิทธิพร เจริญพุฒิ รอง ผบ.สำนักปฏิบัติการพิเศษ ดีเอสไอ รับผิดชอบดูแลพื้นที่เข้ามาเจรจากับกลุ่ม กปปส.ยืนยันไม่มีกำลังพลของหน่วยงานใดขึ้นไปบนอาคารและไม่มีคนที่มีอาวุธขึ้นไปแน่นอน ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมพอใจจึงได้ล่าถอยกลับไปที่ตั้งโดยไม่มีเหตุวุ่นวาย

“สุเทพ” เย้ย พ.ร.ก.ตะลุยหลังสวน

ขณะที่เวทีแยกอโศก เวลา 10.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. นำผู้ชุมนุมจากเวทีแยกอโศกเดินขบวนเพื่อเชิญชวนประชาชนให้ร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส.เป็นครั้งแรกภายหลังรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้ก่อนเริ่มเดินขบวน นายสุเทพให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างประเทศว่า สถานการณ์ขณะนี้ไม่เข้าเงื่อนไขการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกังวลว่าเมื่อรัฐบาลเข้าตาจนอาจใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมได้ จากนั้นนายสุเทพนำเดินขบวนท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด การ์ดคล้องแขนเป็นกำแพงล้อมตัวนายสุเทพถึง 3 ชั้น มีหน่วยล่วงหน้าใช้กล้องส่องทางไกลสำรวจตึกสูงต่างๆ ตลอดเส้นทางการออกเดินใช้เส้นทางถนนสุขุมวิทขาเข้า ผ่านหน้าธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ ถนนสุขุมวิท ซอย 2 ผ่านหน้าอาคารมหาทุน โดยมีพนักงานธนาคาร พนักงานบริษัทและประชาชนมายืนรอรับจำนวนมาก พร้อมเป่านกหวีดและตะโกนให้กำลังใจ “กำนันสู้ๆ” กระทั่งถึงแยกชิดลม ขบวนของนายสุเทพจึงหยุดพักรับประทานอาหารเที่ยง

สาวออฟฟิศให้มาลัยแบงก์ร้อย

จากนั้นขบวนของนายสุเทพเลี้ยวซ้ายเข้าซอยหลังสวน ที่แยกชิดลม ซึ่งตลอดทั้งซอยมีพนักงานบริษัทต่างๆลงมายืนรอต้อนรับ มีพนักงานกลุ่มหนึ่งนำธนบัตรใบละ 100 และ 500 บาท มาเย็บติดกันยาวหลายเมตร เพื่อบริจาคให้นายสุเทพด้วย บรรยากาศภายในซอยหลังสวนเป็นไปอย่างคึกคัก รวมทั้งมีประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ภายในซอยดังกล่าวออกมาให้กำลังใจ ขณะที่โรงเรียนมาแตร์เดอีฯ ที่ผู้ปกครองมารับบุตรหลาน ได้นำบุตรหลานมาส่งเสียงเชียร์ และพบว่ามีดารานักแสดงชื่อดัง กิ๊ก สุวัจนี นำบุตรสาวมารอรับด้วย เมื่อขบวนถึงท้ายซอยหลังสวนเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสารสิน ตรงไปถนนวิทยุ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิทยุ เมื่อขบวนมาถึงหน้าสถานทูตอเมริกาผู้ชุมนุมหยุดเดินและเป่านกหวีด ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบปิดประตูเข้า-ออกทันที จากนั้นขบวนเดินกลับเวทีปราศรัยแยกอโศก ระยะทางทั้งหมดประมาณ 6 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางมีประชาชนบริจาคเงินและรอต้อนรับขบวนนายสุเทพจำนวนมาก

แฉ “เหลิม” สั่งตะครุบ “เทือก”

ส่วนแยกปทุมวัน บรรยากาศการชุมนุมตลอดทั้งวันเป็นไปอย่างเรียบร้อย ผู้ชุมนุมปักหลักพักผ่อนอยู่ตามเต็นท์ และชมการถ่ายทอดสดขบวนเดินของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่นำผู้ชุมนุมเวทีอโศกเดินไปย่านซอยหลังสวน ต่อมาเวลา 13.45 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำกปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. ต้องการจับกุมแกนนำ ช่วงค่ำวันที่ 22 ม.ค. ได้ให้ตำรวจซุ่มรอจับนายสุเทพระหว่างเดินทางมาขึ้นเวทีปราศรัย แต่ยังโชคดี นอกจากนี้ ที่แยกอโศกมีรถตู้ตำรวจไปซุ่มไม่ไกลจากเวที เมื่อชาวบ้านรู้ได้ไปล้อมรถไว้ทั้งคืน หลังจากนี้ กปปส.จะประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต่อ ร.ต.อ.เฉลิม และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ขอให้ช่วยกันจับตาดู ตำรวจจะมาจับตัวแกนนำ หากเห็นก็ให้ล้อมรถไว้ไม่ต้องทำอะไร แค่คืนเดียวไม่ต้องให้ลงจากรถเลย

จวกแดงขยายปมล้อมมัสยิดตรัง

นายสาทิตย์กล่าวต่อว่า จากการที่ในโซเชียลมีเดียเผยแพร่คลิปภาพนำไปขยายผลกรณีกลุ่มมวลชนไปเป่านกหวีด ขณะที่ชาวมุสลิมกำลังทำพิธีละหมาด ที่มัสยิดบ้านสุโสะ หมู่ที่ 1 ตำบลสุโสะ อำเภอปะเหลียน จ.ตรัง เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ว่าไม่ได้มีการข่มขู่ชาวมุสลิมไม่ให้ทำละหมาด แต่เป็นเรื่องเข้าใจผิดของผู้ชุมนุม ได้ประสานไปยังพื้นที่ให้นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ไปชี้แจงและขอโทษโต๊ะอิหม่ามแล้วว่าไม่ได้มีการแบ่งแยกศาสนา ไม่มีปัญหาบานปลายแต่อย่างใด ถือเป็นประเด็นเล็กน้อย
แต่กลุ่มคนเสื้อแดงนำไปขยายผลเป็นเรื่องใหญ่โต

คปท.โดนถล่มกลางดึก

ด้านความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำได้งดการเคลื่อนไหว 1 วัน เพื่อให้มวลชนผ่อนคลาย เนื่องจากผู้ชุมนุมรายหนึ่งล้มป่วยจากความเครียดต้องนำส่งโรงพยาบาลรามาธิบดี การรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวด หลังจากเวลาประมาณ 03.00 น. มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ฝั่งวัดเบญจมบพิตร นายอภิมะ สิทธิ์–ประเสริฐ ฝ่ายกฎหมาย คปท.เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา มีกลุ่มไม่ทราบฝ่ายใช้อาวุธปืนยาวไม่ทราบชนิดกราดยิงเข้าใส่แนวป้องกันการ์ด คปท.ที่อยู่บนถนนนครปฐม แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

“อุทัย” ยันชอบธรรมรื้อป้าย สตช.

เวลา 16.00 น. นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. แถลงข่าวว่า ประชาชนที่ร่วมกันถอดป้าย สตช.ไม่ได้มีพฤติกรรมที่จะดูหมิ่นศักดิ์ศรีของตำรวจส่วนใหญ่และพร้อมจะทำป้าย สตช. อันใหม่ไปมอบให้ หาก ผบ.ตร. และคณะนายตำรวจ ถ้าเลือกข้างประชาชน แทนการสนับสนุนรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถ้า ผบ.ตร.ดูแลไม่ให้มีตำรวจใช้พฤติกรรมนอกเครื่องแบบมาคุกคามประชาชนนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท.กล่าวว่า การเคลื่อนไหวจับกุมนายกฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ยังเดินหน้าต่อแน่นอน

กปปส.ใต้บุกปิดสถานที่ราชการ

วันเดียวกัน สำหรับความเคลื่อนไหวกลุ่มกปปส.ในต่างจังหวัด ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า กปปส.นครศรีธรรมราชยังคงเคลื่อนไหวดาวกระจายปิดสถานที่ราชการทุกแห่ง แต่เมื่อทราบว่ามีข้าราชการแอบเข้าไปทำงานในศาลากลางจังหวัดจึงยกขบวนเข้าไปปิดล้อมศาลากลางอีกครั้ง โดยมีการนำกุญแจและโซ่ไปล็อกประตูทางขึ้นศาลากลาง ทำให้ข้าราชการที่ยังทำงานอยู่ออกมาไม่ได้ ต้องปีนหน้าต่างออกมาอย่างทุลักทุเล

ที่ศาลากลางจังหวัดยะลา ปรากฏว่าประตูด้านหน้าและด้านหลังถูกปิดสนิท และมีกลุ่ม กปปส.ยะลายืนสังเกตการณ์ว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปทำงานหรือไม่ ซึ่งมีเพียงเจ้าหน้าที่บางส่วนที่มีงานค้างคาอยู่และต้องไปเซ็นชื่อทำงาน ก็ต้องใช้วิธีมุดรั้วเข้าไปทีละคน

ที่หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เยาวชนกลุ่มอาชีวะรักชาติประจวบคีรีขันธ์จำนวนมากสวมเสื้อสกรีนคำว่า “เสรีชน” ประดับรูปสีธงชาติตามร่างกาย และเป่านกหวีดเดินรณรงค์ตามย่านการค้า สถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา เรียกร้อง ให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ก่อนจะปักหลักตั้งเวทีด้านหน้าศาลากลางจังหวัด เรียกร้องให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หยุดงานและปิดสำนักงานจนกว่าจะมีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง

แนะม็อบตรังขอโทษจุฬาราชมนตรี

นายวีระ เจริญฤทธิ์ หรือครูหยา รองประธานคณะกรรมการอิสลาม ประจำ จ.ตรัง และในฐานะผู้ดูแลโรงเรียนอิสมาอีลียะห์ มูลนิธิ กล่าวว่า จากกรณีที่เมื่อวันที่ 20 ม.ค. มวลชนอ้างว่าเป็นกลุ่ม กปปส.จ.ตรัง เดินทางไปยังมัสยิดสุโสะ ต.สุโสะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เพื่อขอความร่วมมือให้ทางโรงเรียนอิสมาอีลียะห์ มูลนิธิ ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามและสามัญให้หยุดการเรียนการสอนตามคำประกาศของแกนนำ ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม ทำให้พี่น้องมุสลิมทั่วประเทศเสียความรู้สึก จึงอยากจะแนะนำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ทำหนังสือเพื่อชี้แจงและขอโทษต่อท่านอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ดีกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับพี่น้องมุสลิม

สำนักจุฬาราชมนตรีแถลงการณ์

วันเดียวกัน สำนักจุฬาราชมนตรีออกแถลงการณ์ ใจความสำคัญว่า จากกรณีผู้ชุมนุมจังหวัดตรังเข้าปิดล้อมมัสยิดบ้านสุโสะ อ.ปะเหลียน จังหวัดตรัง คุกคามให้หยุดการเรียนการสอน ซึ่งมัสยิดเป็นสถาบันทางศาสนาของอิสลาม มีหน้าที่สั่งสอนสัปปุรุษให้เป็นคนดีหลีกห่างจากความชั่ว และไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ใด ดำรงอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง จึงเป็นการไม่บังควรที่คนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด จะข่มขู่ คุกคาม ปิดกั้นมัสยิด การกระทำดังกล่าวจึงถือเป็นการละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานทางศาสนา สำนักจุฬาราชมนตรีจึงขอตำหนิการข่มขู่คุกคามมัสยิดดังกล่าว และขอเรียกร้องประชาชนทุก หมู่เหล่าเคารพให้เกียรติศาสนสถานของทุกศาสนา ไม่นำศาสนสถานมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง นอกจากนี้ขอให้มุสลิมทุกคนอดทนอดกลั้นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลข่าวสาร หลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งและใช้ความรุนแรง

ประชาคมศิลปากรจุดเทียนสันติภาพ

ที่หน้ามหาวิทยาลัยศิลปากร ท่าช้าง เมื่อเวลา 19.30 น. กลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย ประกอบด้วยนักศึกษาจำนวนหนึ่ง นำโดยนายฐิตินันทน์ ใกล้ชิด นักศึกษาคณะโบราณคดีชั้นปี 1 ได้ร่วมกันทำป้ายผ้าใบขนาดใหญ่ ข้อความเชิญชวนประชาชนไปเลือกตั้ง 2 ก.พ. และคัดค้านการปิด กทม. ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ มาปิดบนกำแพงมหาวิทยาลัย ด้านฝั่งซ้ายของประตู  จากนั้นนักศึกษาทั้งหมดร่วมกันอ่านแถลงการณ์ และจุดเทียนต่อต้านความรุนแรง สนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง ไม่เอารัฐประหาร สร้างความสนใจให้นักศึกษาและคณาจารย์ และผู้ผ่านไปมาที่เห็นผู้กล้าแสดงความเห็นต่างกันในสถาบันอย่างตรงไปตรงมา และไม่มีการใช้ความรุนแรง เนื่องจากบนกำแพงมหาวิทยาลัยฝั่งขวาของประตูทางเข้าได้มีกลุ่มคณาจารย์และนักศึกษาจำนวน หนึ่งขึ้นป้าย Shutdown Bangkok ไว้ก่อน

ปชป.เย้ยใช้ยุทธศาสตร์ผิดพลาด

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลใช้กฎหมายรุนแรงจัดการกับปัญหา ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ผิดพลาด จึงขอให้นายกฯเพิกถอนการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินทันที สถานการณ์ภายในประเทศไม่มีเหตุการณ์ใดฉุกเฉิน กลุ่มผู้ชุมนุมของ กปปส.สงบปราศจากอาวุธ ชุมนุมมากว่า 70 วัน ไม่มีความรุนแรงใดๆ รัฐบาลและนายกฯอย่านำปัญหาส่วนตัวมาทำร้ายประเทศ วันนี้ประเทศไทยไม่มีสถานการณ์ฉุกเฉิน มีแต่รัฐบาลฉุกเฉินที่ต้องการแก้ปัญหาให้กับตัวเอง นอกจากนี้ขอให้นายกฯและตำรวจเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุใช้ความรุนแรงทั่ว กทม. ยิ่งล่าสุด ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือออกมาเปิดเผยข้อมูลมีการขนชาวเขมรเข้ามาในไทย 10 คันรถตู้ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ตำรวจต้องไปสานต่อ ไม่ใช่ปล่อยให้มีผู้ก่อการร้ายชาวเขมรนับร้อยคนเข้ามาปะปนใน กทม.

กสม.ไล่บี้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ด้านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ระบุว่า การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินส่งผลกระทบต่อการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนจะยิ่งทําให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังละเลยและมองข้ามกลไกระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐขององค์กรต่างๆตามรัฐธรรมนูญ แม้มีสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นแล้ว แต่ความฉุกเฉินและความจำเป็นที่จะต้องให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้อำนาจเพิ่มขึ้นจากเดิมยังไม่ชัดเจน ดังนั้น ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เคารพสิทธิและเสรีภาพของทุกฝ่าย โดย กสม.มีข้อเสนอดังนี้ 1.รัฐบาลควรยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินทันที และขอให้มุ่งเน้นบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ 2.ผู้จัดการชุมนุมทุกกลุ่มทุกฝ่ายต้องไม่กระทำการใดๆที่เป็นการยั่วยุ ปลุกเร้า 3.สื่อมวลชนทุกแขนงควรระมัดระวังการนำเสนอข้อมูลข่าวสารให้ถูกต้องตามความเป็นจริง

ฮิวแมนไรท์สห่วงรุนแรง

นายฟิล โรเบิร์ตสัน เจ้าหน้าที่จากฮิวแมน- ไรท์ส วอชต์ เผยกับเว็บไซต์สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเกี่ยวกับการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลไทยว่า  อำนาจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ไม่ได้จำกัดเฉพาะเพียงเท่านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์บอกว่าจะไม่ใช้อาวุธในทันทีที่ประกาศ ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถ้าหากรู้สึกว่ากลุ่มผู้ประท้วงยังคงปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรงเพื่อขัดขวางการเลือกตั้ง นายกฯยิ่งลักษณ์อาจนำมาใช้ก็เป็นได้ นอกจากนี้ เป็นห่วงว่าการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะยิ่งเพิ่มระดับการชุมนุมของกลุ่มผู้ประท้วง แต่รัฐบาลต้องทำหน้าที่รักษาไว้ซึ่งกฎหมายตราบใดที่รัฐบาลเลือกใช้วิธีนี้อย่างเป็นมิตร ก็ไม่คิดว่าจะมีคนไม่พอใจ

มาเลย์เตือนเลี่ยงพื้นที่ฉุกเฉิน

ขณะที่กระทรวงต่างประเทศมาเลเซียประกาศเตือนนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเลี่ยงการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และรอบปริมณฑลทั้งนนทบุรี, ปทุมธานีและสมุทรปราการ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อสถานทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย

“เทือก” รับผิด กปปส.ตรังบุกมัสยิด

กระทั่งเวลา 19.50 น. ที่เวทีปราศรัยแยกปทุมวัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่า จากการที่มีกลุ่ม กปปส. จ.ตรัง เข้าไปเป่านกหวีดและปิดโรงเรียนอิสมาอีลียะห์ มูลนิธิของมัสยิดบ้านสุโสะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ขณะที่กำลังประกอบพิธีละหมาดอยู่นั้น ฝ่ายรัฐบาลนำไปขยายผลเพื่อทำให้พี่น้องมุสลิมโกรธเคืองว่า กปปส.ดูหมิ่นไม่ให้เกียรติศาสนาอิสลาม ในนามเลขาธิการ กปปส.ต้องขออภัย และต้องขอรับผิด เพราะไม่เคยนำประเด็นเรื่องศาสนามาเป็นประเด็นในการต่อสู้ เราสู้เพื่อชาติ เคารพทุกศาสนา เพราะทุกศาสนาสอนให้เราเป็นคนดี แต่ถ้าฝ่ายรัฐบาลตั้งใจจะนำเรื่องนี้มาเล่นงาน ก็ต้องพูดความจริงว่า นปช.เคยย่ำยีพี่น้องชาวมุสลิมที่ถนนเพชรบุรี ซอย 5 อีกทั้งรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังเคยเหยียบย่ำพี่น้องชาวมุสลิมในเหตุการณ์ตากใบ ถ้าฝ่ายรัฐบาลต้องการหาเรื่อง ก็จะนำคลิปต่างๆที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ใน 3 จังหวัดชานแดนใต้มาเปิดอีกเพื่อยืนยันความชั่วร้ายของระบอบทักษิณต่อไป

อัด “เหลิม” ทำเหล่าทัพเมินร่วม ศรส.

นายสุเทพกล่าวต่อว่า รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ปรากฏว่าฝ่ายทหารไม่เห็นด้วย เพราะไม่ถูกต้องไม่ชอบธรรม การตั้งศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นคำสั่งโมฆะไม่มีใครปฏิบัติตามหรือให้ความร่วมมือ ถึงขณะนี้กรรมการ ศรส. ก็ไม่มี ผบ.เหล่าทัพเป็นกรรมการ อีกทั้งการที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน เป็น ผอ.ศรส. กลับไม่มี ผบ.เหล่าทัพร่วมเป็นกรรมการ เพราะ ร.ต.อ.เฉลิม เป็นคนขี้ครอก คนกระจอก ไม่เอาไหน อีกทั้งยังหาสถานที่ตั้ง ศรส. ก็ยังหาไม่ได้ รัฐบาลพยายามขอใช้กองบัญชาการกองทัพอากาศเป็นที่ตั้ง ศรส. ปรากฏว่า พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. ปฏิเสธไม่ให้ใช้สถานที่ รวมทั้งมีกระแสข่าวว่าภายหลังการประชุม ผบ.เหล่าทัพ ร.ต.อ.เฉลิมได้พยายามจะเข้าไปทักทายและจะขอจับมือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่จับมือกับ ร.ต.อ.เฉลิม ทำให้เห็นได้ว่าเขาขยะแขยง มือโสโครกไม่สามารถจับมือสุภาพบุรุษในกองทัพได้ คนอย่าง ร.ต.อ.เฉลิมเป็น ผอ.ศรส. จะมีน้ำยาอะไร แค่คนฆ่าดาบยิ้ม ยังจับไม่ได้ การที่จะมาทำตัวเป็นนาย ผบ.เหล่าทัพ ที่เป็นคนมีเกียรติมีศักดิ์ศรีไม่ยอมเป็นลูกน้อง ร.ต.อ.เฉลิม

ลั่นจะขวางทุกเขตเลือกตั้ง

นายสุเทพกล่าวต่อว่า การที่รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น เพราะรัฐบาลจนแต้มแล้ว เราจะต้องเร่งเกมของเราให้กระชับมากขึ้น และขอให้มั่นใจว่าคนสารเลวพวกนี้ไม่มีทางมาต่อสู้กับพลังประชาชน รัฐบาลที่ยื้ออยู่ในอำนาจ เนื่องจากจะยื้อให้ถึงวันเลือกตั้ง แต่ขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ ร.ต.อ.เฉลิม ฟังให้ดีว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. จะไม่สำเร็จได้ ประชาชนไม่เอาการเลือกตั้ง ประชาชนจะจัดการให้ไม่มีการเลือกตั้ง กปปส.ทุกเขตจังหวัด ทุกเขตเลือกตั้ง ต้องการจัดการไม่ให้มีการเลือกตั้ง ไม่อยากให้พวกนี้เข้าปกครองต่อไป เราต้องการปฏิรูปประเทศ แก้กฎหมายการเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมือง เพื่อให้มั่นใจวันข้างหน้าประเทศไทยจะต้องมีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ประชาชนไม่ต้องไปโนโหวตหรือโหวตโน เพราะจะไปไม่ถึง ประชาชนจะปิดทุกเส้นทาง กปปส.ทุกจังหวัดเตรียมการพร้อมแล้ว และจะไม่ยอมให้ระบอบทักษิณฟื้นได้จะรอดูว่าเขาจะทำอย่างไร และขอให้ทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ใช้การเลือกตั้งคืนประตูสู่อำนาจได้

24 ม.ค. 2557 07:46 ไทยรัฐ