วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลรธน.รับตีความเลื่อนกาบัตร

อำนาจกกต.หรือครม.นัดลงมติวันนี้จะรู้ผล

ศาล รธน.รับพิจารณาคำร้อง กกต. ที่ขอให้ตีความว่าเลื่อนเลือกตั้งได้หรือไม่ และเป็นอำนาจของ กกต. หรือ ครม.นัดแถลงด้วยวาจาและลงมติวันที่ 24 ม.ค. ขณะที่ กกต.จัดประชุมนัดพิเศษรอลุ้นคำวินิจฉัย ย้ำพื้นที่กรุงเทพฯ-15 จังหวัดภาคใต้มีปัญหา ห่วงเปิดลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าไม่ได้ มวลชน กปปส.นัดรวมตัวประท้วงหน้าหน่วย ขณะที่ สตช.จัดกำลังตำรวจกว่า 1 แสนนาย ช่วยดูแลความเรียบร้อย

หลังจากที่รัฐบาลและ  กกต.เกิดความขัดแย้งมาตลอดเกี่ยวกับข้อเสนอให้เลื่อนเลือกตั้ง  กระทั่ง กกต.ได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า จะ สามารถกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้หรือไม่  และเป็นอำนาจของ กกต.หรือ ครม. โดยนายกรัฐมนตรี ล่าสุดคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องไว้พิจารณา และกำหนดให้มีการแถลงด้วยวาจาและลงมติในวันที่ 24 ม.ค.

ศาล รธน.พิจารณาคำร้องเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่  23  ม.ค. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญประชุมนัดพิเศษ  พิจารณาคำร้องของ  กกต.ที่ขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กกต.และคณะรัฐมนตรี  ในการกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นใหม่  ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 214 ใน 2 ประเด็นคือ 1.หากมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจก้าวล่วงได้จะสามารถกำหนดวันเลือกตั้งขึ้นใหม่ได้หรือไม่  2.อำนาจการกำหนดวันเลือกตั้งเป็นอำนาจขององค์กรใด ระหว่าง กกต. กับ ครม.โดยนายกรัฐมนตรี  เนื่องจาก  กกต.เห็นว่านายกฯเป็นผู้มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียวในการกราบบังคมทูลฯเสนอเพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ในร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ และเป็นผู้ที่จะต้องลงนามสนองพระบรมราชโองการในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

นัดลงมติคำวินิจฉัย 24 ม.ค.

ต่อมาเวลา  15.45  น.  สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารชี้แจงการพิจารณาคำร้องดังกล่าว  ระบุว่า กกต.เห็นว่ารัฐบาลควรเสนอพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่  เพื่อให้โอกาสทุกพรรคการเมืองได้หารือร่วมกันและได้ข้อยุติในการเลือกตั้งที่เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย  แต่นายกฯมิได้ดำเนินการนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯเสนอพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่  กลับแสดงความเห็นผ่านสื่อสาธารณะยืนยันว่าการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ไม่สามารถกระทำได้ และนายกฯ รวมทั้ง กกต.ก็ไม่มีอำนาจกำหนดวันเลือกตั้งใหม่  กรณีดังกล่าวจึงเข้าข่ายความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่าง  กกต.กับนายกฯในฐานะหัวหน้า ครม. และมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย  โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า  กรณีตามคำร้องดังกล่าว มีความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่าง ครม.กับ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญแล้ว จึงมีมติโดยเอกฉันท์ให้รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 214 และกำหนดให้มีการอภิปรายและการแถลงด้วยวาจาต่อที่ประชุมก่อนลงมติในวันที่ 24 ม.ค. เวลา 09.30 น.

เผยมี 3 ตุลาการลาประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีมติเอกฉันท์ 6 ต่อ 0 ให้รับคำร้องไว้พิจารณา ซึ่งตุลาการที่เข้าร่วมประชุมมี 6 คน เนื่องจากเป็นการประชุมวาระพิเศษ ตุลาการที่ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วยนายชัช ชลวร นายเฉลิมพล เอกอุรุ และนายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี อย่างไรก็ตาม ในการอภิปรายและแถลงด้วยวาจาก่อนลงมติเพื่อมีคำวินิจฉัยในวันที่ 24 ม.ค. ตุลาการทั้ง 3 คน ที่ลาการประชุมวันนี้สามารถเข้าร่วมอภิปรายและลงมติได้ และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีตุลาการคนใดขอแจ้งลาการประชุม

กกต.รอฟังคำวินิจฉัยศาล รธน.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำร้องที่ กกต.ขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กกต. และ ครม.ในการกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.ขึ้นใหม่ว่า คงต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาในวันที่ 24 ม.ค.เสร็จสิ้นก่อน ถ้าตนพูดอะไรออกไปก่อน จะเป็นการพูดนำศาลรัฐธรรมนูญได้ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมที่จะพูดออกไปตอนนี้

ด้านนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า รับทราบมติศาลรัฐธรรมนูญที่รับคำร้องดังกล่าวแล้ว วันที่ 24 ม.ค.นี้ กกต.จะต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะออกมาในแนวทางใด กกต.จะต้องปฏิบัติตาม ซึ่งวันที่ 24 ม.ค.จะมีการประชุม กกต.นัดพิเศษอยู่แล้ว คงถือโอกาสนี้รอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อจะได้นำมาพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ย้ำ กทม.–15 จว.ใต้มีปัญหา

นายภุชงค์กล่าวว่า หาก กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งก็ต้องดำเนินการต่อไป โดยภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก มีความพร้อมจัดการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ ส่วนภาคกลางแม้มีกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งมาปิดล้อมศาลากลางและสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด 3-4 แห่ง แต่ภาพรวมทุกอย่างถือว่ามีความพร้อม ส่วนกรุงเทพฯและ 15 จังหวัดภาคใต้ถือว่ายังเป็นปัญหาอยู่ โดยเฉพาะศาลากลางจังหวัดและสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดที่เป็นศูนย์บัญชาการ ได้ถูกกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยปิดล้อมหมดทุกแห่ง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องไปอาศัยสถานที่เซฟเฮาส์ปฏิบัติงานแทน อย่างไรก็ตาม ก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง กกต.จะพยายามเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด

ห่วงเปิดกาบัตรล่วงหน้าไม่ได้

นายภุชงค์กล่าวว่า สำหรับวันเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค.นี้ กกต.เป็นห่วงว่าจะไม่สามารถเปิดการลงคะแนนได้ เพราะจากสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะมีบุคคลที่ไม่เห็นด้วยมาปิดล้อมหรือขัดขวางการลงคะแนนหรือไม่ แต่หากมีการปิดล้อมหรือกดดันการลงคะแนน กกต.ก็มีแนวทางปฏิบัติซึ่งเป็นไปตามกระบวนการกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ ตามกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 78 ทั้งนี้ กกต.ทุกคนได้เน้นย้ำให้หลีกเลี่ยงการปะทะรุนแรงในการจัดการลงคะแนนเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะไม่ต้องการให้เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ

เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด สามารถไปลงคะแนนได้ที่หน่วยเลือกตั้งกลางนอกเขตจังหวัดซึ่งจัดไว้ 153 แห่ง จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ แต่ขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดก่อนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และตรวจสอบสถานที่เลือกตั้งกลางนอกเขตจังหวัดได้ที่ www.ect.go.th และ www.knonthai.com หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดจัดตำรวจแสนนายช่วยคุมเลือกตั้ง

พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดกำลังสนับสนุนการรักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง จัดศูนย์อำนวยการ 3 ระดับ ประกอบด้วย ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บช. และ บก. จัดชุดปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อยประกอบด้วย ชุดป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ชุดป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางเทคโนโลยีและสารสนเทศ ชุดรักษาความปลอดภัยสำหรับการหาเสียงเลือกตั้ง ชุดรักษาความปลอดภัยสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้า และชุดรักษาความสงบเลือกตั้งประจำศูนย์อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด นอกจากนี้ ยังมีการจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ชุดรักษาความปลอดภัยหีบบัตรลงคะแนน โดยจะมีการจัดกำลังรักษาความปลอดภัยแก่หน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 93,553 หน่วยเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งกลาง 5,294 หน่วยเลือกตั้ง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างน้อย 1 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและทหารอีก 1 นาย รวมทั้งสิ้นต้องใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติภารกิจ 129,000 นาย

กกต.ยะลาเผ่นหนีม็อบ

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองสะเตงนอก อ.เมืองยะลา นายบพิตร อินทราช หัวหน้างานจัดเลือกตั้งจังหวัดยะลา ได้จัดการประชุมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง มีทั้งกรรมการเลือกตั้งประจำหน่วย และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลการเลือกตั้งกว่า 100 นาย ระหว่างประชุมได้รับรายงานว่ากลุ่ม กปปส.ยะลา กำลังยกขบวนมาปิดล้อมสถานที่ ทาง กกต.จึงตัดสินใจยุติการชุมนุมแล้วแยกย้ายกันกลับ แต่กลุ่ม กปปส.ยะลา เดินทางมาถึงพอดี และได้เป่านกหวีดใส่ พร้อมกล่าวโจมตีการทำงานของ กกต.ที่จัดให้มีการประชุมเพื่อเตรียมการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เมื่อ กกต.เดินทางกลับกันหมดแล้ว ผู้ชุมนุมได้เข้าปิดล็อกประตูห้องประชุม

นัดเป่านกหวีดวันเลือกตั้งล่วงหน้า

นายวิภัชรภณ สุธากุล ประธาน กปปส.สตูล กล่าวว่า ช่วงบ่ายวันที่ 24 ม.ค. ได้นัดรวมพลกลุ่ม กปปส.สตูล เพื่อออกรณรงค์แสดงเจตนารมณ์ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง และจะไปมอบหนังสือให้ ผบ.ร้อย ตชด.436 จ.สตูล คัดค้านไม่ให้ใช้กองร้อย ตชด.436 เป็นหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด และในวันที่ 26 ม.ค. ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า กปปส.สตูล จะไปชุมนุมที่กองร้อยตชด.436 เพื่อเป่านกหวีดคัดค้านการเลือกตั้ง โดยจะเดินทางไปรวมตัวกันตั้งแต่เช้าไปจนถึงหมดเวลาเลือกตั้ง

ม็อบบุกจี้ “สมชัย” ล้มเลือกตั้ง

ที่โรงแรมมาริไทม์ปาร์ค  แอนด์  สปา  รีสอร์ท นายสมชัย  ศรีสุทธิยากร กกต.  ร่วมประชุมกับ กกต.กระบี่ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในการจัดการเลือกตั้ง โดยนายสมปอง ตั้งเริก  ผอ.กกต.กระบี่ กล่าวว่า การเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค. น่าจะมีปัญหา  เนื่องจากทราบข่าวว่า  กปปส.จะเดินทางไปปิดล้อม ส่วนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ก็มีปัญหาทั้งการที่ไปรษณีย์ยกเลิกสัญญาการส่งเอกสารไปยังบ้านเรือนประชาชน การหาเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งไม่ได้  ระหว่างการประชุมกลุ่ม กปปส.กระบี่  นำโดยนายป้อมเพชร สุคนธกนิษฐ์ เดินทางมาปักหลักที่บริเวณทางเข้าโรงแรมเป่านกหวีด และส่งตัวแทนเข้าไปยื่นข้อเสนอต่อนายสมชัยให้ยกเลิกการเลือกตั้งจนกว่าจะปฏิรูปเสร็จสิ้นก่อน หากยังขืนจัดการเลือกตั้งต่อไป เชื่อว่าจะไม่สำเร็จ โดยทั้งวันที่ 26 ม.ค. และวันที่ 2 ก.พ. จะมีการปิดสถานที่จัดการเลือกตั้ง ซึ่งนายสมชัยรับว่าจะนำไปหารือกับ กกต. อีกครั้งหนึ่ง

จัดอบรม กปน.ต้องยุติกลางคัน

อีกด้านหนึ่ง ที่โรงเรียนกงหราพิชากร อ.กงหรา จ.พัทลุง ขณะที่  กกต.พัทลุงจัดอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ของเขตเลือกตั้งที่ 3 กลุ่ม กปปส.พัทลุงเข้าปิดล้อมหอประชุมโรงเรียน จนการอบรมต้องยุติลง เช่นเดียวกับกลุ่ม กปปส.สุราษฎร์ธานีที่เคลื่อนตัวจากหน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานีไปปิดทางเข้าออก  บก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ประกาศขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่  กกต.สุราษฎร์ธานีใช้เป็นที่ประชุมเตรียมการเลือกตั้ง โดยผู้ชุมนุมเจรจากับตัวแทนตำรวจส่งตัวแทนเข้าไปตรวจสอบด้านในจนแน่ใจว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ กกต.อยู่จึงยอมสลายตัวโดยนัดไปชุมนุมต่อที่หน้าศาลากลางจังหวัด

พท.ถามใครรับผิดชอบงบเลือกตั้ง

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ กกต.ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความประเด็นการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ว่า ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยมีความเห็นสอดคล้องกับนักกฎหมายหลายภาคส่วนว่าไม่เข้ารัฐธรรมนูญมาตรา 214 นอกจากนี้อยากถาม กกต. 3 ข้อว่า 1.ขณะนี้ กกต.ใช้งบเลือกตั้งไปแล้วกว่า 2 พันล้านจริงหรือไม่ ถ้าหากเลื่อนเลือกตั้งใครจะรับผิดชอบงบประมาณตรงนี้ 2.ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ 53 พรรคการเมืองที่ลงเลือกตั้ง ใครรับผิดชอบ 3.ความรู้สึกของประชาชนที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ใครจะรับผิดชอบ สำหรับการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีแกนนำพรรคกระจายไปจัดปราศรัยทุกพื้นที่ ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม ซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ไม่มาร่วมหาเสียงด้วยนั้น เพราะมีภารกิจเรื่องของการบริหารบ้านเมือง และเพื่อป้องกันการกล่าวหาจากพรรคประชาธิปัตย์ กปปส. และฝ่ายตรงข้าม

“โภคิน” ซัดศาล รธน.ไม่มีอำนาจตีความ

นายโภคิน  พลกุล  กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย  แถลงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง  กกต.ที่ให้วินิจฉัยกรณีความขัดแย้งระหว่าง  ครม.กับ  กกต.ในการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ว่า  คณะกรรมการยุทธศาสตร์  และศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย วิเคราะห์ร่วมกันเห็นว่า  กกต.ไม่มีอำนาจร้องศาลรัฐธรรมนูญ  และศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวด้วยเหตุผล 9 ข้อ อาทิ รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติให้องค์กรใดมีอำนาจเลื่อนการเลือกตั้ง  เป็นการไม่บังควรที่การเลือกตั้งตามพระราชกฤษฎีกาที่พระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้นยังไม่เกิดขึ้น  กลับจะไปทูลเกล้าฯให้ทรงตราพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่เพื่อเลื่อนการเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.53 ว่าถ้าเป็นความเห็นต่างกันเกี่ยวกับการตีความกฎหมาย  ย่อมไม่ใช่ความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่าง  2  องค์กร  นอกจากนี้มีบุคคลหลายกลุ่มยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการกับนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ  เลขาธิการ กปปส. และพวก กระทำการขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 แต่ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องโดยไม่ไต่สวน

ปชป.วอนนายกฯเร่งเคลียร์ กกต.

นายชวนนท์  อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า  ขอเรียกร้องให้รัฐบาล โดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี  ปลดล็อกการแก้ปัญหาเลือกตั้ง  ต้องเลิกหลอกตัวเองว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปโดยราบรื่นและจะเป็นทางออกได้  เพราะแม้จะเลือกตั้งวันที่  2  ก.พ.ได้  แต่ก็ไม่ใช่ทางออกของประเทศไทย  เนื่องจาก  1.มีถึง  28  เขตที่ไม่มีผู้สมัคร และมีอีก  22  เขตที่มีผู้สมัครคนเดียว  2.ขาดกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งนับหมื่นคน  3.อาจขัดรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้การเลือกตั้งทั่วไปต้องเกิดพร้อมกันทั่วประเทศ ทั้งระบบบัญชีรายชื่อและระบบเขต  จึงขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทบทวนและร่วมหารือทางออกกับประธาน กกต.  อย่าใช้การเลือกตั้งเป็นพิธีกรรมสร้างความชอบธรรม ขอให้คิดถึงประเทศชาติก่อนตัวเอง

ลุ้นคำวินิจฉัยคลี่คลายสถานการณ์

นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า  กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคำร้องการเลื่อนวันเลือกตั้งในวันที่ 24 ม.ค.นั้น จะทำให้ได้ความกระจ่างในข้อกฎหมายกรณีอำนาจของ กกต.ที่จะทำให้ต่อไป  นายกรัฐมนตรีจะได้ไม่สามารถนำไปเป็นข้ออ้างโยนเรื่องไปให้  กกต.ได้อีก  ก็จะคลี่คลายสถานการณ์ได้ระดับหนึ่ง  แต่ในแง่ของการเลือกตั้ง ไม่แน่ใจว่าจะสามารถคลี่คลายปัญหาได้หรือไม่  ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ภท.จวก “มาร์ค” จุ้นวิจารณ์นโยบาย

น.ส.ศุภมาส  อิศรภักดี โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์นโยบายพรรคภูมิใจไทยที่จะเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นเดือนละ 3,000 บาท ว่าทำไม่ได้จริงหากไม่กู้หรือไม่ขึ้นภาษีว่า  ทุกนโยบายเราคิดแล้วว่าทำได้ จึงนำเสนอต่อประชาชน และนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ  3,000  บาทเป็นนโยบายที่ต้องการตอบแทนพระคุณบุพการีให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น แตกต่างจากรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ที่เริ่มต้นให้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเพียงเดือนละ  500  บาท  และเพิ่มเป็นขั้นบันได แต่ผู้สูงอายุก็ยังไม่พอยาไส้ เฉลี่ยได้รับเงินเพียงวันละ 17 บาท ดังนั้นอยากวิงวอนนายอภิสิทธิ์จะเดินหน้าทำพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศก็ทำไป แม้บอยคอตเลือกตั้งไปแล้วก็ควรให้เกียรติพรรคอื่นที่ลงสมัครเลือกตั้ง ไม่ควรก้าวล่วงวิจารณ์นโยบายพรรคอื่น  ยืนยันว่านโยบายพรรคภูมิใจไทยทำได้จริง แต่นายอภิสิทธิ์อาจคุ้นชินกับคำว่าดีแต่กู้

24 ม.ค. 2557 07:43 24 ม.ค. 2557 07:43 ไทยรัฐ