วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอกชนขอยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผวาตลาดทุน-ตลาดท่องเที่ยวเสียหายยับเยิน


สทท.ร้องรัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้กระทบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรุนแรง คาด 6 เดือนแรกของปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติหาย 1.8 ล้านคน สูญรายได้ 82,000 ล้านบาท ด้านสภาธุรกิจตลาดทุนชี้ บั่นทอนความเชื่อมั่นนักลงทุน เผยต่างชาติสอบถามเข้ามาจำนวนมาก ผวาการเมืองรุนแรง ขอให้ยกเลิกเร็วกว่า 60 วัน

นางปิยะมาน  เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ได้ประชุมสมาชิกนัดพิเศษ ประกอบด้วยสมาคมผู้ประกอบการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วประเทศ 77 สมาคม โดยมีมติเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยกเลิกการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) โดยเร็วที่สุด เนื่องจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับผลกระทบในด้านความเสียหายของรายได้ที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะด้านความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ที่ทำให้รัฐบาลต่างประเทศจำเป็นต้องยกระดับการเตือนเดินทางมาไทย โดยจะทำหนังสืออย่างเป็นทางการเพื่อยื่นต่อรัฐบาลในเร็วๆนี้

ทั้งนี้ สทท.ได้ประเมินว่า 6 เดือนแรกของปีนี้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะหายไปกว่า 1.8 ล้านคน สูญเสียรายได้ไม่ต่ำกว่า 82,000 ล้านบาท โดยพื้นที่ที่ ได้รับผลกระทบหนักที่สุดได้แก่ กรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งรายได้ลดลงไปไม่ต่ำกว่า 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบรองลงมาคือจังหวัดเชื่อมต่อ เช่น พัทยา หัวหิน-ชะอำ กาญจนบุรี และพระนครศรีอยุธยา ขณะที่ยอดการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติ  กลับไปเติบโตในจังหวัดที่ห่างไกลและมีเที่ยวบินตรงแทน เช่น ภาคใต้ฝั่งอันดามัน และ  จ.เชียงใหม่ ที่มีสถิติผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 16% ซึ่งก็เริ่มพบปัญหาการกระจุกตัวหนาแน่นเช่นกัน เนื่องจากทัวร์ต่างชาติอย่างเช่น รัสเซีย เริ่มขอย้ายจุดหมายไปยังเชียงใหม่เป็นการชั่วคราว ทำให้เกิดปัญหาห้องพักไม่พอรองรับ

“การประกาศยกเลิก  พ.ร.ก.ฉุกเฉินให้รวดเร็วที่สุดจะเป็นเรื่องดีที่สุด เพราะเราเคยผ่านการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในปี 2553 มาแล้ว ซึ่งครั้งนั้นทำให้สูญเสียรายได้ไปราว 10% และมีกว่า 100 ประเทศที่ประกาศเตือนเดินทางมาไทย ในขณะที่ปัจจุบันผ่านการใช้ พ.ร.ก.มา 2 วัน จากที่มีการออกคำเตือนอยู่แล้ว 46 ประเทศ ก็คงจะเพิ่มขึ้นแน่นอน และหากรัฐบาลยกเลิกแล้วก็ขอให้ดูแลและให้ความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยในประเทศไทยด้วย”

ผวาต่างประเทศยกระดับคำเตือน

ด้านนายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร รองประธาน สทท.กล่าวว่า การประเมินดังกล่าวยังเป็นเพียงความเสียหายเบื้องต้นที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแน่นอนจากการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะจากการสอบถามพูดคุยกับคู่ค้าต่างประเทศ ต่างมีความกังวลอย่างสูงกับเงื่อนไขการประกาศ พ.ร.ก.ที่หมายรวมถึงการใช้กำลังเจ้าหน้าที่รัฐปราบปรามและสลายการชุมนุมได้ และคาดว่าในช่วงต่อไปนี้ ประเทศต่างๆ จะทยอยยกระดับคำเตือนประเทศไทยเพิ่มขึ้น
“กังวลมากว่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดจีน ที่ปัจจุบันครองส่วนแบ่งด้านการทำรายได้ท่องเที่ยวให้ไทยสูงสุดกว่า 20% ถ้าหากมีการยกเลิกเพิ่มเติม หรือรัฐบาลสั่งห้ามการเดินทางมา จะทำให้ไทยเสียรายได้ก้อนใหญ่จากตลาดนี้ไปทันที และประเมินว่าทั้งปีนี้ไทยอาจทำได้เพียงรักษาระดับตลาดจีน 4.7 ล้านคนเท่ากับปีที่ผ่านมา”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้หน่วยงานความมั่นคงฮ่องกง ได้ยกระดับความเสี่ยงจากสีแดงเป็นสีดำในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ หมายถึง ภัยคุกคามร้ายแรง ที่ต้องหลีกเลี่ยงการเดินทางทุกชนิด สืบเนื่องจากการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลไทย

นักลงทุนต่างชาติไม่มาไทย

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ภายหลังรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้มีนักลงทุนต่างชาติติดต่อสอบถามเข้ามาจำนวนมากถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศ เพราะประเมินการเมืองในไทยมีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่แย่ลง จึงได้ชี้แจงไปว่าสถานการณ์ไม่ได้แย่ลง  อย่างไรก็ตาม สภาตลาดทุนฯเห็นว่าการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะซ้ำเติมความไม่มั่นใจของนักลงทุนและการทำมาค้าขาย รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนได้ จึงขอให้รัฐบาลใช้อำนาจด้วยความระมัดระวัง เพราะในระยะเวลาอันใกล้นี้ มองว่าสถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายจนนำไปสู่ความรุนแรงจนถึงกับต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยเชื่อว่าหากรัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินก่อนครบกำหนด 60 วัน จะเป็นการส่งสัญญาณที่ดี และน่าจะเรียกความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่างชาติกลับคืนมาได้ เพราะสะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ในประเทศไทยไม่ได้มีความรุนแรง

“ผลกระทบเบื้องต้นของ  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้นักลงทุนต่างประเทศที่วางแผนจะมาเยี่ยมชมกิจการเพื่อหาข้อมูลการลงทุนในไทยได้ยกเลิกการเดินทาง เพราะบางบริษัทจะเตือนไม่ให้พนักงานเดินทางไปในประเทศที่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะประกันชีวิตหรือการประกันภัยต่างๆจะไม่ครอบคลุม ซึ่งไม่เพียงแต่ภาคตลาดทุนเท่านั้นที่สะดุด แต่ยังพบว่ากิจกรรมการประชุมของภาคธุรกิจอื่นๆ ต่างก็ชะงักเช่นกัน รวมทั้งนักท่องเที่ยว จึงอยากจะเรียกร้องให้ภาคธุรกิจเอกชน เดินหน้ากิจกรรมทางเศรษฐกิจและธุรกิจ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศยังคงเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ควรหยุดชะงักตามสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น”

หุ้นปรับขึ้นเพราะลงไปมากแล้ว

ส่วนการที่หุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาหลังประกาศภาวะฉุกเฉิน ทั้งที่น่าจะปรับตัวลงแรงนั้น เพราะก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงมาพอสมควร นับจากมีการชุมนุมยืดเยื้อต่อเนื่องมาหลายเดือนทำให้ต่างชาติเทขายหุ้นไทยปลายปี 2556 ร่วม 200,000 ล้านบาท ทำให้แรงขายเหลือไม่มากแล้ว ขณะที่การชุมนุมไม่ได้มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นอย่างที่ตลาดกังวล ดังนั้น นักลงทุนบางกลุ่มที่เห็นโอกาสในช่วงที่เกิดวิกฤติ จึงได้เข้ามาลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ในราคาถูก  แต่อย่างไรก็ตามหากยังปล่อยให้ปัญหาการเมืองยืดเยื้อบานปลายหรือเกิดเหตุรุนแรง จะกระทบกับตลาดหุ้นและเศรษฐกิจแน่นอน

นางวรวรรณ  ธาราภูมิ ในฐานะที่ปรึกษาสภาตลาดทุน กล่าวว่า วันแรกที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินประกาศใช้พบว่านักลงทุนสถาบันในประเทศเป็นผู้ซื้อสุทธิ แม้ต่างชาติจะเป็นผู้ขาย ซึ่งคาดว่าเป็นแรงซื้อของกองทุนประเภททริกเกอร์ฟันด์และกองทุนที่ไม่ต้องการถือครองเงินสดจำนวนมาก  รวมทั้งนักลงทุนที่เห็นโอกาสในการซื้อหุ้นดีราคาถูก

เลื่อนโรดโชว์ “มินิไทยแลนด์โฟกัส”

ด้านนางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า ผลกระทบของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อตลาดหุ้นนั้นได้ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายลดลง แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีอยู่ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนไทยยังคงสนใจตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แผนการจัดโรดโชว์ มินิไทยแลนด์โฟกัส ที่จะเชิญผู้จัดการกองทุนต่างชาติมาพบกับผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปลายเดือน ม.ค. นี้ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างดีบีเอส วิคเคอร์ส และตลาดหลักทรัพย์ คงจะเลื่อนออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด เพราะนักลงทุนต่างชาติต่างยกเลิกการเดินทางมาไทย แต่จะพา บจ.ไปพบผู้ลงทุนที่ต่างประเทศแทนการจัดโรดโชว์ในประเทศ และภาวะปัจจุบันต้องเลือก บจ.ขนาดใหญ่ไปพบผู้ลงทุน เพราะมองว่าหากตลาดหุ้นฟื้นตัวกลับหุ้นขนาดใหญ่จะเป็นกลุ่มแรกที่ฟื้นตัวก่อน รวมถึงหุ้นในกลุ่มส่งออก ซึ่งในระหว่างนี้ บริษัทหลักทรัพย์จะทำบทวิเคราะห์เพื่อเฟ้นหาหุ้นดีราคาถูกที่ไม่ได้นับผลกระทบจากการเมืองมาให้นักลงทุนเลือกลงทุน

ด้านนายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า โดยปกติตลาด หลักทรัพย์จะไปโรดโชว์ต่างประเทศ 7 ครั้ง และในเดือน มี.ค.นี้ มีแผนจะไปโรดโชว์ที่สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ซึ่งจะใช้โอกาสนี้ในการทำความเข้าใจกับนักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ จะเร่งศึกษาออกเกณฑ์เพื่อเปิดให้สามารถนำบริษัทต่างประเทศมาจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นไทยด้วย.

สทท.ร้องรัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้กระทบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรุนแรง คาด 6 เดือนแรกของปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติหาย 1.8 ล้านคน สูญรายได้ 82,000 ล้านบาท ด้านสภาธุรกิจตลาดทุนชี้ บั่นทอนความเชื่อมั่นนักลงทุน เผยต่างชาติสอบถามเข้ามาจำนวนมาก ผวาการเมืองรุนแรง ขอให้ยกเลิกเร็วกว่า 60 วัน ... 24 ม.ค. 2557 03:09 ไทยรัฐ