วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"ปัจจัยร้อน" ที่ควบคุมได้

อำกันสนุกกับประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งกฎหมายฉุกเฉินของใคร ฉุกเฉินสำหรับรัฐบาลหรือไม่ กระทั่งเปลี่ยนชื่อจากกฎหมายฉุกเฉิน เป็น “ฉุกละหุก” กระทั่งพิมพ์ชื่อแต่งตั้ง ถอดยศ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที

โฆษก ศรส.ถูกถอดยศ ได้คำนำหน้าว่า “นาย” ซะงั้น

หลังที่ประชุม ครม.ที่มี “นายกฯปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั่งหัวโต๊ะอนุมัติการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ กทม. นนทบุรี และบางส่วนของ จ.ปทุมธานี และสมุทรปราการ เป็นระยะเวลา 60 วัน

การประกาศใช้ผ่านไป 2 วัน ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอื้ออึง ถูกตั้งข้อสังเกตตั้งแต่การแถลงประกาศใช้กฎหมาย ชี้แจงกันไปคนละทิศละทาง การบังคับใช้ตามที่แถลงก็ต้องรอข้ามวัน ประกาศ ข้อกำหนดต่างๆ ต้องรอเวลา

ขณะที่ที่ตั้งศูนย์ ศรส.ยังไม่ลงตัว เพราะต้องเผ่นหนีม็อบ กปปส.ที่ยกกันไปปิดล้อมสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ทำเอากระเจิง “นายกฯปู” เผ่น รัฐมนตรีกระจาย ยังไม่มีที่ปักหลัก หาสถานที่ตั้งศูนย์กันไม่ได้

สถานการณ์ “ฉุกเฉิน” สำหรับบิ๊กๆ ใน ศรส.เต็มๆ

ขณะที่ม็อบ  กปปส.เปิดปฏิบัติการท้าทายการประกาศใช้กฎหมายทันที จัดทัพแบ่งทีมไปปิดล้อมสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยั่ว–แหย่–เย้ยกันถึงที่

ยังไม่รวมข้อสังเกตสำคัญ การประชุมเพื่อพิจารณาประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีเพียงตัวแทนแต่ตัวจริงเสียงจริง ผบ.เหล่าทัพไม่ร่วมวง แถมนายกฯเลือกใช้กำลังตำรวจ เป็น “หน่วยนำ–กำลังหลัก”

ท่ามกลางการจับจ้อง สัมพันธภาพรัฐบาล–กองทัพ

ล่าสุด “นายกฯปู” ร่วมประชุมสภากลาโหม ต้องชี้แจง ผบ.เหล่าทัพถึงการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยเฉพาะการให้ฝ่ายปฏิบัติอยู่ในการดูแลของ ผบ.ตร. เพราะเน้นขั้นตอนกฎหมาย แต่ได้บูรณาการให้เหล่าทัพส่งกำลังมาช่วย

เร่งเคลียร์ “ฉากหน้า” กับปมหวาดระแวง

ทั้งที่สองปีที่ผ่านมา ถึงภาพที่ออกมา “นายกฯปู” กับ ผบ.เหล่าทัพ จะสนิทสนมร่วมกันทำงานด้วยดี โดยเฉพาะผู้นำหญิงกับ “ผบ.ตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่ากันว่าต่อสายพูดคุยกันประจำ

แต่ในห้วงวิกฤติม็อบต้านรัฐบาล จนถึงห้วงเวลานี้ “นายกฯปู” และ ผบ.เหล่าทัพชัก “ไม่คลิก” กันแล้ว

กับฉากต่อเนื่อง ตั้งแต่ท่าทีกองทัพกับสถานการณ์ม็อบ ก่อนหน้านี้บรรดา ผบ.เหล่าทัพประสานเสียงไม่เห็นด้วยกับการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กระทั่งมีเหตุระเบิดใน กทม.เริ่มเห็นกำลังทหารเล่นบท “ประกบตำรวจ”

ขณะเดียวกันหลายครั้งมีการพาดพิงกำลังจากกองทัพ โดยเฉพาะทหารเรือหน่วยซีล จน พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) ออกมาฮึ่มๆ ป้องลูกน้อง

ที่ไม่ใส่ใจคงไม่ได้ การให้สัมภาษณ์ของ พล.ร.ต.วินัยหลายครั้ง ระบุข้อมูล “ชายชุดดำ” ถูกส่งเข้ามาร่วมก่อเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2552–2553

และมีการขน “กำลังต่างชาติ” 10 คันรถตู้เข้ามารอป่วนสถานการณ์

ถือเป็นประเด็นร้อนที่ไม่เพียง พล.ร.ต.วินัยจะต้องนำข้อมูลหลักฐานมานำเสนอ เพื่อส่งต่อกระบวนการยุติธรรมที่กำลังพิจารณาคดีเหตุการณ์ความรุนแรงปี 2552-2553 เพื่อเคลียร์เรื่องที่ถกเถียงกันมาหลายปี

“กองกำลังต่างชาติ” เรื่องที่ ผบ.เหล่าทัพตำรวจ รวมทั้ง ศรส.ต้องจับตา

รวมทั้ง “นายกฯปู” ที่มีท่าทีไม่นิยมความรุนแรง เลี่ยงการเผชิญ หน้ากับม็อบต่อต้านตลอด กับห้วงบรรยากาศตึงเครียดหวั่นเหตุการณ์ จะทวีความรุนแรง จะต้องเร่งรัดสั่งการสืบสวน ติดตามตรวจข้อเท็จจริง

เพื่อระงับป้องกันกองกำลังก่อเหตุที่นำไปสู่ความรุนแรงโชว์ภาวะผู้นำ สาวโยงให้ถึง “ผู้บงการ”

ปัจจัยร้อนที่ “นายกฯปู” ยังป้องกันและควบคุมได้

แต่ที่เป็นเรื่องที่ต้องลุ้น ล่าสุดกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องที่ กกต.ขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กกต.ในการกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.ไว้วินิจฉัย

และกำหนดให้มีการอภิปรายและแถลงด้วยวาจาพร้อมลงมติวันที่ 24 ม.ค.

ลุ้นระทึก เงื่อนปมเลือกตั้งสายวิบาก

ประเด็นเลื่อน–ไม่เลื่อนเลือกตั้ง ที่ผู้รับผิดชอบจัดการเลือกตั้งเห็นต่างกับ “นายกฯปู” จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกส่งขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ

ปมชี้ทิศทางสถานการณ์ อีกปัจจัยที่ “นายกฯปู” ควบคุมไม่ได้.


ทีมข่าวการเมือง

24 ม.ค. 2557 01:51 ไทยรัฐ