วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

5 วิธีคลายเครียดรับมือชุมนุม!

จากสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้หลายๆ คนคงจะมีอาการเครียดไม่มากก็น้อย หลังจากที่ได้มีการปฏิบัติการณ์ชัตดาวน์กรุงเทพฯ ของกลุ่ม กปปส. เข้ามาสู่สัปดาห์ที่ 2 แล้ว โดยมีการปิดแยกสำคัญต่างๆ เวทีหลัก 7 จุดสำคัญ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ซึ่งความเครียดเป็นภาวะของอารมณ์หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ และทำให้รู้สึกถูกกดดัน ไม่สบายใจ วุ่นวายใจ กลัว วิตกกังวล ตลอดจนถูกบีบคั้น เมื่อบุคคลรับรู้หรือประเมินว่าปัญหาเหล่านั้นเป็นสิ่งที่คุกคามจิตใจ หรืออาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จะส่งผลให้สภาวะสมดุลของร่างกายและจิตใจเสียไป ซึ่งเมื่อเกิดความเครียดแล้ว ก็จะมีปัญหาอื่นๆ ตามมาอย่างไม่จบไม่สิ้น  ไทยรัฐออนไลน์มี 5 วิธีช่วยคลายเครียดมาฝากชาวม็อบ และผู้ชุมนุมทั้งหลาย จะง่ายยากแค่ไหนไปดูกัน...

 



1. ไม่เสพข่าวม็อบมากเกินไป

หลายๆ คนโดยเฉพาะชาวม็อบเป็นผู้ที่เกาะติดการชุมนุมทางการเมืองอย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่าตื่นมาก็เปิดดูเลย ดูกันทั้งวันทังคืน ยิ่งกว่าดูรายการเรียลิตี้ติดกล้อง 24 ชม. ซะอีก ทำเป็นกิจวัตรประจำวัน หรือแม้ขณะหลับก็ยังเปิดอุปกรณ์สื่อสารทิ้งไว้ เพื่อรับข้อมูล ซึ่งการเสพข่าวอย่างหนักแบบนี้จะทำให้สมองทำงานต่อเนื่องตลอดเวลา ทำให้สมองสำลักข้อมูล เกิดความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจตามมา เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความเครียด ดังนั้น ชาวม็อบหรือคนที่เกาะติดการชุมนุมทั้งหลาย ควรแบ่งเวลาจากการติดตามเรื่องการเมือง แบ่งไปทำอย่างอื่นบ้าง ไม่ได้ห้ามว่าจะไม่ให้ดู ไม่ให้รับข่าวสารเรื่องการชุมนุมเลย แต่ควรรับอย่างเหมาะสม ไม่มากเกินไปจนทำให้เราเกิดความเครียด ซึ่งอาจจะเกิดผลให้เป็นโรคเครียดทางการเมืองก็เป็นได้

2. ออกกำลังกาย


การออกกำลังกายเป็นการกำจัดความเครียดได้ดีเลยทีเดียว ทำให้เราหันเหความสนใจไปจากสถานการณ์อันตึงเครียด ซึ่งเป็นทางออกของความหงุดหงิดคับข้องใจ และทำให้คุณชื่นบานด้วยการหลั่งของเอ็นโดรฟิน เช่น การปั่นจักรยานซึ่งเป็นที่ฮอตฮิตกันอยู่ตอนนี้ นอกจากการปั่นจักรยานจะทำให้คุณได้สูดอากาศที่สดชื่นแล้ว การปั่นอย่างน้อย 20 นาที จะช่วยทำให้ระบบไหลเวียนของเลือดดีขึ้นด้วยครับ และการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานอย่างน้อย 4 ครั้ง ต่อสัปดาห์ จะช่วยบูทฮอร์โมน serotonin และ dopamine ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้จะช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น เพราะการว่ายน้ำจะช่วยเพิ่มสารเอ็นโดรฟิน ในร่างกายได้อย่างไม่น่าเชื่อ หรือผู้ชุมนุมที่เข้าร่วมการชุมนุม จะปั่นจักรยานไปยังจุดต่างๆ ทั้ง 7 จุดเราก็ไม่ว่ากัน ได้ทั้งไปร่วมชุมนุมและยังเป็นการผ่อนคลายความเครียดไปด้วยในตัว

 

 

 

3. การใช้เสียงเพลงและดนตรีบำบัด

ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่หลายๆ คนคงจะทำกันแล้วโปรดปรานกันเป็นพิเศษ และมักจะได้รับความนิยมจากชาวม็อบทั้งหลาย เพราะไม่ว่าจะมีการปราศรัยจะดุ เด็ด เผ็ด ร้อนแค่ไหน สถานการณ์จะตึงเครียดสักเพียงใด แต่ก็มีการคั่นรายการด้วยการเปิดคอนเสิร์ตหรือการแสดงต่างๆ อยู่เสมอ ช่วยสร้างสีสันและสร้างความคึกคัก สนุกสนานกับผู้ชุมนุม ทำให้ช่วยผ่อนคลายบรรยากาศตึงเครียดของการชุมนุมลงไปได้บ้าง

4. ฝึกการหายใจ

หลายๆ คนอาจจะเห็นว่าเป็นวิธีที่แสนง่ายดายแต่ก็ไม่ค่อยจะทำกัน การฝึกหายใจซึ่งเป็นวิธีง่ายๆ แต่หลายๆ คนก็ทำไม่ได้ ซึ่งมีวิธีเพียงแค่ใช้กล้ามเนื้อกระบังลมบริเวณหน้าท้องแทนการหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อหน้าอกเมื่อหายใจเข้า หน้าท้องจะพองออก และเมื่อหายใจออก หน้าท้องจะยุบลง ซึ่งจะรู้ได้โดยเอามือวางไว้ที่หน้าท้องแล้วคอยสังเกตเวลาหายใจเข้าและหายใจออกหายใจเข้าลึกๆ และช้าๆ กลั้นไว้ชั่วครู่แล้วจึงหายใจออก ลองฝึกเป็นประจำทุกวัน จนสามารถทำได้โดยอัตโนมัติ การหายใจแบบนี้จะช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น ทำให้สมองแจ่มใส ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ไม่ง่วงเหงาหาวนอน พร้อมเสมอสำหรับภารกิจต่างๆ ในแต่ละวัน แนะนำให้ชาวม็อบและคนกรุงลองทำกันจะเป็นตอนที่ออกไปร่วมชุมนุมหรืออยุ่บ้านรับฟังข่าวสารก็ได้ วิธีง่ายๆทำกันไดทุกที่ และทำให้เรามีสมาธิเพิ่มมากขึ้นขอเพียงจิตใจจดจ่ออยู่กับลมหายใจเข้าออกเท่านั้น อย่าคิดฟุ้งซ่านเรื่องอื่น เมื่อจิตใจแน่วแน่จะช่วยขจัดความเครียด ความวิตกกังวล ความเศร้าหมอง เกิดปัญญาที่จะคิดแก้ไขปัญหาและเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตได้อย่างมีสติ มีเหตุมีผล และยังช่วยให้สุขภาพร่างกายดีขึ้นด้วย

5. การใช้เทคนิคความเงียบ

กรมสุขภาพจิตระบุว่า การจะสยบความวุ่นวายของจิตใจที่ได้ผล คงต้องอาศัยความเงียบเข้าช่วย โดยมีวิธีการดังนี้

- เลือกสถานที่ที่สงบเงียบ มีความเป็นส่วนตัว และควรบอกผู้ใกล้ชิดว่าอย่าเพิ่งรบกวนสัก 15 นาที

- เลือกเวลาที่เหมาะสม เช่น หลังตื่นนอน เวลาพักกลางวัน ก่อนเข้านอน ฯลฯ

- นั่งหรือนอนในท่าที่สบาย ถ้านั่งควรเลือกเก้าอี้ที่มีพนักพิงศีรษะอย่าไขว่ห้างหรือกอดอก

- หลับตา เพื่อตัดสิ่งรบกวนจากภายนอก

- หายใจเข้าออกช้าๆ ลึกๆ

- ทำใจให้เป็นสมาธิ โดยท่องคาถาบทสั้นๆ ซ้ำไปซ้ำมา เช่น พุทโธ พุทโธ หรือจะสวดมนต์บทยาวๆ ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ เช่น สวดพระคาถาชินบัญชร 3-5 จบ เป็นต้น

ฝึกครั้งละ 10-15 นาที ทุกวัน วันละ 2 ครั้ง แรกๆ ให้เอานาฬิกามาวางตรงหน้า และลืมตาดูเวลาเป็นระยะๆ เมื่อฝึกบ่อยเข้าจะกะเวลาได้อย่างแม่นยำ ไม่ควรใช้นาฬิกาปลุก เพราะเสียงจากนาฬิกาจะทำให้ตกใจเสียสมาธิ และรู้สึกหงุดหงิดแทนที่จะสงบ.

 

จากสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้หลายๆ คนคงจะมีอาการเครียดไม่มากก็น้อย หลังจากที่ได้มีการปฏิบัติการณ์ชัตดาวน์กรุงเทพฯ ของกลุ่ม กปปส. เข้ามาสู่สัปดาห์ที่ 2 แล้ว โดยมีการปิดแยกสำคัญต่างๆ เวทีหลัก 7 จุดสำคัญ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 23 ม.ค. 2557 18:33 ไทยรัฐ