วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่มีได้มีแต่เสีย

ก็อย่างที่บอกเอาไว้แล้วว่า การที่รัฐบาลออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อหวังสยบผู้ชุมนุม กปปส. ไม่สามารถที่จะทำให้ยุติการชุมนุมได้ มีแต่เรียกแขกให้ออกมาร่วมมากขึ้น ยิ่งเห็นหน้าเห็นตาบุคคลที่เข้ามารับผิดชอบก็ยิ่งไปกันใหญ่

ขนาดว่าแค่เริ่มต้นประกาศใช้ พ.ร.ก.ดังกล่าว วันแรกยังหาที่ประชุมไม่ได้ เพราะถูกผู้ชุมนุมเข้าไปปิดล้อมสถานที่ต่างๆจนต้องวิ่งกันวุ่นไปหมด

เอ้า ลองไปดูหน้าดูตากันหน่อยว่าใครเป็นใครกันบ้าง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็น ผอ.ศรส. มีอำนาจบัญชาการสถานการณ์สูงสุด และคุมกำลังเจ้าหน้าที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. รับผิดชอบงานคุมกำลังและหน่วยงานเฉพาะกิจ โดยมีทุกเหล่าทัพส่งตัวแทนเข้าร่วม

“สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล” จะกำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยตัวเอง หมายความว่าจะคุมตำรวจเต็มรูปแบบ

ที่น่าสังเกตก็คือนายทหารที่เข้าร่วมประชุมเพื่อออก พ.ร.ก.นั้น มี พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร รอง ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.อักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก และ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. เท่านั้น

ไม่มี ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.ทบ. และ ผบ.ทร. เข้าร่วมประชุมด้วย ทั้งๆที่เรื่องนี้จะต้องมีบรรดา ผบ.เหล่าทัพเข้าร่วมด้วย เพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น จะต้องให้ทหารเข้ามาร่วมปฏิบัติการด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. บอกว่า แม้จะออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ตาม แต่ทหารจะเป็นเพียงผู้ช่วยผู้ปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น

คำตอบง่ายๆในเรื่องนี้ก็คือ ไม่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มร้อย แต่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเท่านั้น

คือไม่ยอมเป็น “หัวหอก” อย่างที่รัฐบาลต้องการจะให้เป็น

และยังบอกว่าก็ให้แก้ไขกันไปเอง หากแก้ไม่ได้และทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นมานั่นแหละ ทหารจึงจำเป็นต้องออกมาแก้ไข

เมื่อปฏิเสธกันอย่างออกหน้าออกตาด้วยเหตุและผลอย่างนี้ การออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินจึงเป็นเพียงความพยายามของรัฐบาลที่จะใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการจัดการกับผู้ชุมนุม แต่ไม่สามารถไปบีบบังคับทหารได้

มันก็เลยกร่อยไปตามระเบียบ

ยิ่งไกว่านั้น ยังเกิดแรงต้านจากองค์กรต่างๆที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล เพราะเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนและยังปิดปากสื่ออีกด้วย สำคัญกว่านั้น ยังทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม เพราะทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นและเห็นว่าสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ

อำนาจจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่รัฐบาลจะได้มีประเด็นสำคัญอยู่ 6 ประการ คือ ห้ามออกนอกเคหสถาน ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุม ห้ามการเสนอข่าว ห้ามใช้ทางคมนาคมยานพาหนะ ห้ามใช้อาคารเข้าสถานที่ ห้ามอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่

และยังให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐสามารถปฏิบัติภารกิจโดยมีกฎหมายรองรับ คือไม่ต้องรับผิด แต่ทั้งหลายทั้งปวง ศรส.จะต้องออกข้อปฏิบัติเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบก่อนที่จะดำเนินการได้

เหนืออื่นใดเมื่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไม่ได้การขานรับเพราะต้องการเป็นเครื่องมือของรัฐบาลเพื่อปราบปรามผู้ชุมนุม สิ่งที่คาดหวังจึงไม่บรรลุวัตถุประสงค์ ตรงกันข้ามยังแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังหมดไพ่ในมือไร้อำนาจต่อรองแล้ว

พูดง่ายๆก็คือเป็นรัฐบาลที่หมดสภาพไร้ภาวะการปกครองแล้ว

แต่ดูเหมือนว่ายังมีความพยายามที่จะดิ้นสุดฤทธิ์อย่างน้อยก็จะต้องผลักดันให้มีการเลือกตั้งให้ได้เพื่อกอดอำนาจเอาไว้

ทว่า ยิ่งดิ้นก็ยิ่งบีบรัดตัวเองจนหายใจแทบไม่ออกแล้ว.

 

“สายล่อฟ้า”

23 ม.ค. 2557 10:57 23 ม.ค. 2557 10:57 ไทยรัฐ