วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมขลาล่อแก้ว

ฤทธิ์เดชของรามสูร คู่แค้นนางฟ้าชื่อเมขลา ตอนต้นๆในรามเกียรติ์ รามสูรจับอรชุนฟาดเขาพระสุเมรุ จนเขาทรุดเอียง...เราอ่านกันบ่อยๆ

แต่ถ้าอ่านจากหนังสือเฉลิมไตรภพ...ทั้งที่มาและที่ไป เป็นคนละเรื่อง

เดิมทีนางเมขลา เป็นนางฟ้า ผิวกายสีดอกอัญชัน กลิ่นกายหอมราวดอกมณฑา เป็นที่หมายปองต้องตาเทวาทั่วไป แต่ไปเสียท่าให้เทวาปลอม คือพญามังกรแห่งเมืองบาดาล

ตอนอยู่บาดาลพญามังกร อมแก้วมณีสีสุกใสดังอัคคี ส่องแสง สว่างได้ไกลนับพันโยชน์ ไว้ในโอษฐ์ แต่ตอนปลอมตัวเป็นเทวา ไปได้เมขลาบนสวรรค์ คายแก้วมณีออกมา วางไว้กลางเศียร

นางเมขลา ได้ดวงแก้วมณีดวงนั้นไว้ ยกระดับเหนือนางฟ้าธรรมดา

บิดามารดานำนางเมขลาพร้อมแก้วมณีไปถวายพระอิศวร พระอิศวรรับนางไว้เป็นหนึ่งในสี่ชายา รองจากพระแม่อุมา ให้ร่วมวิมานเดียวกัน

กาลต่อมา พระอิศวรได้คิดว่าทรงเป็นคู่สร้างกับพระอุมา จะให้สี่ชายาอยู่ร่วมวิมาน...นั้นไม่ควร

จึงทรงเนรมิตวิมานยอดปรางค์สร้างด้วยแก้วและทอง ประทานให้นางเมขลา ส่วนดวงแก้วมณีนั้น พระอิศวรถือเป็นของส่วนพระองค์ ให้นางเมขลาเข้าเวรมาทำหน้าที่ขัดสี

เฉลิมไตรภพ เขียนว่า ดวงชะตานางเมขลา เป็นคู่ศัตรูกับรามสูร

รามสูรตนนี้ เดิมทีเป็นยักษ์ชื่อเหมหิรัญ ในรามเกียรติ์ ชื่อหิรันต-ยักษ์ ออกฤทธิ์ม้วนแผ่นดินหนีบรักแร้หลบลงใต้บาดาล โลกเดือดร้อนมาก พระนารายณ์ต้องเสด็จไปปราบ

เหมหิรัญตาย ธาตุทั้งห้า คือ น้ำ ลม ดิน ไฟ และฝนเพลิง ในพิภพจักรวาลมาผสานกันพอดี เกิดเป็นรามสูร สองมือถือขวานเพชร ในวิมานสีก้อนเมฆ ฝนตกรายไปทั่วทุกทิศ เสียงดังกึกก้องไปทั้งจักรวาล

ช่วงเวลาเดียวกัน นางเมขลาคู่ศัตรูสำคัญ ก็ให้มีอันเบื่อหน่ายหน้าที่ ...ยิ่งเมื่อเห็นพระอิศวรพาพระอุมามาด้วยกัน ก็รู้สึกโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา

เมื่อพระอิศวรบรรทมหลับ เมขลาก็ขโมยแก้วมณีออกมาตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้บังเนตรเทวาทั้งปวงไม่ให้เห็นนาง ขอให้แคล้วคลาดจากเทพอาวุธทั้งหลาย และขออย่าให้ชายใดมาแผ้วพาน ให้เกิดความทุกข์ระทมเหมือนในชาตินี้

ได้ฤทธิ์เดชจากแก้วมณียังไม่พอ นางเมขลาก็ยังดื่มกินและอาบน้ำอมฤต ฤทธากล้าแข็งยิ่งขึ้น หนีจากวิมานพระอิศวร เที่ยวเหาะดั้นเมฆา เที่ยวเล่นไปมาอย่างสำราญใจ โดยไม่มีใครเห็นตัว

จะเห็นก็แต่ประกายแสงแวบวาบบาดตา จากดวงแก้วมณีที่นางโยนเล่น

พระอิศวรตื่นบรรทม สั่งเทวาทุกสารทิศออกตาม ไม่มีใครตามได้ ทรงประกาศให้รางวัล ใครเอาแก้วมณีมาถวาย จะให้นางเมขลาเป็นเมีย

ราหูไปชวนเพื่อนรัก ชื่อรามสูรอาสา รามสูรคุยว่าจะตามจับให้ได้ในสามราตรี แต่เอาจริงก็จับนางเมขลาไม่ได้

นางเมขลา ถูกรามสูรไล่ล่าไม่เลิก...รู้ชาติกำเนิดรามสูรดี ชาติก่อนนั้น เป็นคนป่าเคยตัดไม้ถวายทำกุฏิสงฆ์ ผลบุญเกิดเป็นยักษ์เหมหิรัญ จึงยั่วรามสูรว่า เสียแรงใช้ขวานเพชร...ทำอะไรไม่ได้ ไปเป็นคนป่าตัดฟืน ดีกว่า

รามสูรยิ่งโกรธจัด ขว้างขวานสุดฤทธิ์เดช สุนทรภู่ บรรยายไว้ในบทเห่กล่อม ว่า

เปรี้ยงเปรี้ยงเสียงขวาน ก้องสะท้านสากล ไล่นางกลางฝน มืดมนในเมฆา นวลนางนั้นช่างล่อ รั้งรอร่อนรา เวียนระไวไปมา ในจักรราศี...เอย

น่าสงสารยักษ์ใหญ่ รามสูร ขว้างขวานเพชรออกทั้งสองมือ เสียงดังยังกะฟ้าผ่าก็ยังเอาเมขลาไม่อยู่ เมขลาก็โยนแก้ว ล่อไปล่อมา ทำให้เกิดฟ้าแลบแสบตา สนุกสนานไปวันๆ

ฟ้าร้องฟ้าแลบ มาตั้งแต่ปลายฝนมาถึงต้นหนาว ต่อเนื่องกันมาจะได้สามเดือน มีคนเริ่มบ่นเบื่อ เบื่อทั้งรามสูรเบื่อทั้งเมขลา ร่ำร้องกันว่า เมื่อไหร่พระนารายณ์จะอวตารมา ปราบยุคเข็ญ

พระนารายณ์ยุคนี้ ไม่ชอบขี่ม้าขาว แต่ชอบขี่รถถัง เงื่อนไขที่ช้า น่าจะมีเรื่องเดียว ยังตายกันน้อยไป.

 

กิเลน ประลองเชิง

23 ม.ค. 2557 10:09 23 ม.ค. 2557 10:09 ไทยรัฐ