วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่'ฮึ่มถ้ารุนแรง ทหารจำเป็นต้องแก้ไข


ยันรู้มือบึม-ขู่อย่าทำ! นายกฯปูเผ่นหนีม็อบ เย้ยบุกสำนักปลัดกห. คปท.ห้าวพังปายสตช. ยึดระเบิด23ลูกคากรุง

“ยิ่งลักษณ์” เผ่นกระเจิง โดนม็อบ กปปส.เย้ยกฎเหล็ก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน บุกล้อมสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ด้านแกนนำ กปปส.ยังนำมวลชนไล่ปิดดะสถานที่ราชการอย่างต่อเนื่องทั้งกระทรวงแรงงาน  สำนักงานสรรพากร-กรมการบินพลเรือน คปท.ห้าวไม่หยุด บุกพังป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ “เหลิม” ชูสโลแกน ศรส.นำความสุขกลับคืนสู่คน กทม. ย้ำนายกฯสั่งห้ามใช้กำลังสลายการชุมนุม ศรส. แจงงัด พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้ลิดรอนสิทธิประชาชน ยันสามารถชุมนุมได้ตามปกติ ขณะที่ ผบ.ทบ.ห่วงเกิดสถานการณ์ความรุนแรง ฮึ่ม! ทหารพร้อมออกโรงแก้ปัญหา หากเหตุการณ์รุนแรงถึงขีดสุด “มาร์ค” เชื่อรัฐบาลใช้ยาแรงมีแผนหวังใช้กำลังสลายการชุมนุม

หลังจากที่ ครม.มีมติประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในเขต กทม.และปริมณฑล เพื่อควบคุมสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่มีท่าทีเกรงกลัว โดยเดินทางไปปิดล้อมสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมระหว่างที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปติดตามประเมินสถานการณ์ชุมนุม ทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยต้องรีบนำตัวนายกฯหนีออกมาทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกกลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อม

คุมเข้มนายกฯถกสถานการณ์ม็อบ

เมื่อวันที่ 22 ม.ค.  เวลา 09.45 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางมาประชุมประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ภายหลังรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในเขต กทม.และปริมณฑล มีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ พล.อ.นิพันธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุม ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา เนื่องจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถูกใช้เป็นศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) โดยเจ้าหน้าที่ทหารนำรั้วลวดหนามมาวางรอบสำนักงานฯ 2 ชั้น พร้อมวางกำลังทหารจากศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร กระทรวงกลาโหม (ศอว.ศอพท.) จ.ลพบุรี 1 กองร้อย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 กองร้อย ดูแลความปลอดภัยรอบสำนักงานฯและรอบอิมแพค เมืองทองธานี พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด 32 ตัว ตลอดจนเพิ่มความเข้มงวดตรวจบุคคลเข้าออก และสื่อมวลชน

กปปส.เย้ย พ.ร.ก.บุก ศรส.

ต่อมาเวลา 10.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.เวทีราชประสงค์ นำโดยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายสกลธี ภัททิยกุล นายชุมพล จุลใส นำมวลชนมายังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ชุมนุมอยู่ฝั่งตรงข้ามสำนักงานฯ โดยแกนนำสั่งห้ามผู้ชุมนุมบุกรุกเข้าไปในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมประกาศว่า มาเพื่อไม่ให้รัฐบาลใช้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นศูนย์บัญชาการ ศรส. และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกจากพื้นที่ ให้ทหารดูแลสถานที่ ระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมมาถึงมีข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมบางส่วน ออกมายืนบริเวณระเบียงสำนักงานฯ เป่านกหวีด โบกมือให้กลุ่มผู้ชุมนุม

ทีม รปภ.พานายกฯโกยแน่บ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามก่อนหน้าที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะเดินทางมาถึงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ประมาณ 10 นาที ทีมรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรี รีบนำตัวนายกฯ ออกจากสำนักงานฯทางด้านหลังของอาคารทันที ขณะที่รัฐมนตรีบางส่วน หัวหน้าส่วนราชการต่างรีบเดินทางออกไป โดยยังมีรัฐมนตรีบางส่วนยังอยู่ที่สำนักงานฯอาทิ นายกิตติรัตน์ นายนิวัฒน์ธำรง นายวราเทพ และนายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ที่อยู่ระหว่างการประชุมแก้ไขปัญหาการจำนำข้าว

ทหารเจรจาม็อบยอมสลายตัว

ต่อมาเวลา 11.00 น. พ.อ.เชาวบูลย์ คงพูลศิลป์ รองเสนาธิการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร กระทรวงกลาโหม (ศอพท.) พร้อม พ.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ รองเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าไปเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม โดย พ.อ.คงชีพกล่าวชี้แจงว่า ไม่ได้ว่าอะไรที่กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมา แต่ไม่อยากให้มีภาพว่า สถานที่ทหารถูกปิด สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมไม่สามารถหยุดทำงานได้ เพราะต้องดูแลกำลังพลทั่วประเทศ และไม่ได้ใช้เป็นที่ทำการ ศรส.และไม่มีทหารแตงโม แต่ทหารยึดพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี 2554 ปฏิบัติหน้าที่ตนเองให้ดีที่สุด ยึดประโยชน์ประเทศชาติเป็นเป้าหมายสูงสุด ยืนอยู่ข้างประชาชน ถ้าปล่อยให้ทหารเอียงไปเอียงมา ทหารทำงานไม่ได้ จากนั้นเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมรับฟังคำชี้แจงแล้ว จึงยอมเดินทางกลับในเวลา 13.00 น.

โต้ไม่ได้ปิดกั้นสิทธิการชุมนุม

ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) แถลงว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค. กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ประนามความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นใน กทม.ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต จึงเรียกร้องทางการไทยเร่งสืบสวน ขอให้ทุกฝ่ายละเว้นความรุนแรง ให้อดทน อดกลั้น โดยสนับสนุนให้ทุกฝ่ายหารืออย่างจริงใจ เพื่อแก้ปัญหาความแตกต่างทางการเมืองอย่างสันติ และเป็นประชาธิปไตย ทั้งนี้รัฐบาลพร้อมเจรจากับผู้ชุมนุมเพื่อหาทางออกให้ประเทศ และขอยืนยันว่า นายกฯยังสามารถทำงานได้ตามปกติ

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะโฆษกศรส. กล่าวว่า ขณะนี้มีการปลุกระดม บิดเบือนในการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าประชาชนสามารถดำรงชีวิต ปฏิบัติภารกิจ ร่วมชุมนุมภายใต้กรอบกฎหมาย แต่ขอให้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้นช่วงยามวิกาล ขอให้หลีกเลี่ยงการชุมนุมมั่วสุมที่ทำให้เกิดความเดือดร้อน รัฐบาลไม่มีเจตนาบังคับใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์รัฐบาลฝ่ายเดียว แต่ใช้เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชน

เล็งจัดระเบียบสื่อเสนอข่าว

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะเลขานุการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศอารยะขัดขืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า เป็นปฏิบัติการจิตวิทยาเพื่อให้มวลชนฮึกเหิม การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย เน้นไปที่แกนนำและผู้สนับสนุนหลัก และบริหารจัดการสื่อไม่ให้มีการใส่ร้ายป้ายสี แต่ไม่ได้ปิดกั้น อาจจะเชิญบรรณาธิการบางช่อง บางสื่อมาทำความเข้าให้ตรงกัน ส่วนช่องบลูสกายหากดำเนินการไม่เหมาะสมก็อาจเชิญมาคุย ที่ผ่านมา ก็มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปพูดคุยกับแกนนำอย่างต่อเนื่องเพื่อขอให้ยุติการชุมนุม เมื่อถามว่าจะมีการขอคืนพื้นที่ในบางจุดหรือไม่ พล.ท.ภราดรตอบว่า ไม่ใช้คำว่าขอคืนพื้นที่  แต่ขอช่องทางอำนวยความสะดวกให้ประชาชน สามารถไปติดต่อราชการได้

“ปู” สั่งห้ามใช้กำลังสลายชุมนุม

ที่กระทรวงแรงงาน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงาน ศรส.มีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมอาทิ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พล.ท.ชาติอุดม ติตถะสิริ รองเสนาธิการทหารบก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. โดย ร.ต.อ.เฉลิมแถลงภายหลังการประชุมว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำชับห้ามสลายการชุมนุม และขอพื้นที่คืนห้ามใช้กำลัง โดยเฉพาะอาวุธปืนเอ็ม 16 อาก้าและเอชเค จะไม่ละเมิดสิทธิผู้ชุมนุมทั้งกลางวันและกลางคืน จะยึดหลักใช้กฎหมายในการแก้ปัญหา ส่วนผู้ชุมนุมใช้สิทธิตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ชุมนุมโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ จะเน้นการเจรจามากกว่าใช้กำลัง ซึ่งผู้ชุมนุมและผู้เกี่ยวข้องต้องเคารพสิทธิคนอื่น

ชูสโลแกน “นำสุขกลับคืน กทม.”

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า คณะทำงานจะเริ่มงานในวันที่ 23 ม.ค. และไม่เกินวันที่ 27 ม.ค. กระบวนการงานเอกสารจะแล้วเสร็จ จะมีการทยอยประกาศข้อห้ามต่างๆตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ โดยการดำเนินการเรื่องนี้จะมีเลขาฯ สมช. และอธิบดีดีเอสไอเป็นแม่งานหลัก ศรส.ใช้สโลแกนว่า “นำความสงบสุขกลับให้คนกรุงเทพมหานคร” ส่วนที่มีการย้ายสถานที่ประชุมจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม มาเป็นกระทรวงแรงงาน เพราะมีผู้ชุมนุมเดินทางไปปิด ไม่ได้ย้ายเพราะขวัญอ่อน แม้ผู้ชุมนุมยังเคลื่อนมาที่กระทรวงแรงงานอีก แต่จะให้อภัย สำหรับการเจรจาขอเปิดเส้นทางแจ้งวัฒนะนั้น ทุกอย่างต้องจบด้วยการเจรจา ส่วนพื้นที่ชุมนุมอื่นๆ ต้องดูว่ามีใครสนิทกับใครบ้างที่จะพูดคุย ส่วนการออกหมายจับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.นั้น เมื่อมีหมายจับก็ต้องว่าไปตามกระบวนการ

พท.หนุนรัฐออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองประชาชน เพราะการชุมนุมของ กปปส. ไม่ได้ชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 มีการกระทำผิดซ้ำซากปิดล้อมสถานที่ราชการ ขัดขวางการสมัครรับเลือกตั้ง ทำให้เศรษฐกิจเสียหาย กระทบภาพลักษณ์ประเทศ การออก พ.ร.ก.ดังกล่าวจะกระทบเฉพาะผู้ทำผิดกฎหมาย ประชาชนทั่วไปไม่ได้รับผลกระทบ ถือว่าการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินครั้งนี้ชอบธรรม เพราะ 3 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยใช้ความรุนแรงกับประชาชน ขณะนี้อยู่ในสถานการณ์เลือกตั้ง การออก พ.ร.ก.ดังกล่าวจะเป็นผลดีกับการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.

บัวแก้วแจงทูต ตปท.ออก พ.ร.ก.

วันเดียวกัน ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร กระทรวงต่างประเทศจัดประชุมชี้แจงกรณี ครม. ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ต่อคณะทูตานุทูตและผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ มีผู้เข้าร่วม 65 แห่ง โดยมีเอกอัครราชทูต 31 ประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ 8 คน เข้าร่วมฟังการชี้แจง ภายหลังการชี้แจง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงต่างประเทศกล่าวว่า กระทรวงต่างประเทศได้ชี้แจงให้คณะทูตเข้าใจถึงการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า เพื่อจำกัดความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีเครื่องมือและอำนาจตามกฎหมายมากขึ้น ไม่ใช่เป็นการใช้กำลังแก้ไขปัญหา และไม่ใช่ เป็นการห้ามประท้วง ไม่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน ยืนยันว่า รัฐบาลจะยึดหลักสากลอย่างเคร่งครัด  เมื่อถามว่า  กองทัพให้ความร่วมมือกับรัฐบาลหรือไม่ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งอย่างไร นายสีหศักดิ์ตอบว่า รัฐบาลสามารถดูแลให้การเลือกตั้งผ่านไปได้ และใน ศรส.ก็มีผู้แทนของกองทัพอยู่

ผบ.ทบ.ห่วงจุดชนวนแตกแยก

ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.กล่าวถึงกรณีรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า คงไม่กล่าวว่ามีความจำเป็นหรือไม่จำเป็นเพราะได้ประกาศไปแล้ว ซึ่งอำนาจการประกาศเป็นของฝ่ายบริหาร มี ผบ.ตร.เป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนทหารรับผิดชอบภาพรวมในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงานดูแลทุกฝ่ายให้เกิดความปลอดภัย ขณะที่ผู้ปฏิบัติต้องระวังการบังคับใช้กฎหมาย สิ่งที่เป็นห่วงคือเมื่อใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว สถานการณ์จะลดความรุนแรงหรือไม่ ต้องดูว่าจะดีขึ้นหรือเลวลง น่าเป็นห่วงเรื่องความแตกแยกของคนในสังคม ต้องมีคนออกมาเตือนให้ลดระดับความเกลียดชัง ถ้ายังขัดแย้งกันอยู่ถึงจะบังคับใช้กฎหมายอย่างไรก็อันตราย ต้องลดความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะทำให้ความรุนแรงเกิดขึ้น วันนี้เราจัดทหาร 40 กองร้อย ตั้งจุดตรวจร่วม 30 กว่าจุด กับตำรวจ จัดจุดตรวจของทหารอีกกว่า 20 จุด มีการ ปรับแผนการทำงานทุกวัน

ทหารออกโรงถ้ารุนแรงถึงขีดสุด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทหารไม่นิ่งนอนใจจะทำทุกอย่าง แต่ต้องยึดถือกฎเกณฑ์ ทำอะไรต้องระมัดระวัง รวมถึงการวางตัวของทหาร อย่ามองว่าทหารกลัวนั่นกลัวนี่ อยู่ข้างนั้นข้างนี้ ต้องให้ความ เป็นธรรมกับทหาร ตนให้นโยบายว่าอย่าไปสร้างความ ขัดแย้งให้เกิดขึ้น สิ่งที่เป็นความขัดแย้งในปัจจุบันน่าจะมีทางออก ไม่ใช่ว่าต้องฆ่าฟันทำร้ายกัน ถ้าเป็นคนไทยแล้วฆ่ากันเองจะเรียกว่าคนไทยและประเทศ ไทยได้อย่างไร ในวันข้างหน้าประเทศคงต้องสูญสลายหรือแบ่งแยกประเทศกัน แต่คงยังไม่ถึงขั้นนั้น น่าจะพูดคุยกันได้ เราต้องหยุดความขัดแย้ง ต้องหาทางออกกันให้เจอ ตนสนับสนุนการพูดคุย ทหารจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เมื่อไรที่ความขัดแย้งรุนแรงถึงขนาดที่แก้ไขอะไรไม่ได้ ทหารจำเป็นต้องแก้ไข เราจะดูแลประเทศชาติให้ดีที่สุดตามวิธีการที่ถูกต้อง

ฮึ่ม! รู้ตัวมือปาระเบิด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คิดว่าสถานการณ์คงไม่ก้าวไปสู่ความรุนแรงที่แก้ไขไม่ได้ ขอเตือนอย่าให้เกิดขึ้น ฝ่ายไหนยังทำให้เกิดความรุนแรงเช่นใช้ อาวุธ ระเบิด ไม่น่าใช่คนที่เกิดบนแผ่นดินนี้ คนเหล่านี้หัวใจทำด้วยอะไร ฆ่าคนไทยด้วยกัน สร้างความรุนแรงเพื่อหวังผลอะไรสักอย่างที่ต้องการ ดังนั้น ต้องช่วยกันนำคนเหล่านี้มาลงโทษ มีกลุ่มคนที่เคลื่อนไหวกดดันเจ้าหน้าที่ ซึ่งกลุ่ม กปปส.ที่ออกมาก็ผิด แต่กลุ่มที่ใช้ความรุนแรงนอกกฎหมาย ตนขอประณามคนเหล่านี้ และพอรู้บ้างว่าเป็นกลุ่มไหน ขอเตือนอีกครั้งว่าอย่าทำอีก เรากำลังติดตามหาหลักฐานให้ตำรวจดำเนินการ มีหลายกลุ่มที่พูดรุนแรงตามสถานีวิทยุต่างๆ ข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐ หวังให้กระทบกระทั่งกับประชาชน ถือว่าเป็นการกระทำนอกกฎหมาย เราต้องหาทางออกให้ได้ ท่ามกลางความขัดแย้ง อย่าให้ใครเข้ามาจัดระเบียบประเทศเรา ถ้าคนอื่นมาจัดการประเทศมีแต่จะเสียหาย อย่าไปคิดว่าต้องหาคนมายุติเหตุการณ์ในประเทศเราโดยคนอื่น ปัญหาเกิดขึ้นจากคนไทยต้องแก้ด้วยคนไทย

ทร.เตือนลูกทีมระวังจ้อการเมือง

พล.ร.ต.กาญจน์ ดีอุบล เลขานุการกองทัพเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงกรณี พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.) ระบุว่า มีการนำกองกำลังต่างชาติเข้ามาใน กทม.เพื่อเตรียมก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่การชุมนุมของ กปปส.ว่า เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับกองทัพเรือ ซึ่ง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. สั่งการไปยังหน่วยขึ้นตรงของกองทัพเรือว่า กำลังพลคนใดที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ควรออกมาแสดงความคิดเห็น เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้มีความละเอียดอ่อน หากมีการวิจารณ์ใดๆ อาจส่งผล กระทบต่อภาพโดยรวม จึงขอให้กำลังพลของกองทัพเรือระมัดระวังในการแสดงความเห็นทางการเมืองยืนยันว่า กองทัพเรือเป็นกองทัพของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน มีความเป็นกลางทางการเมือง

“มาร์ค” หวั่นรัฐจ่อสลายการชุมนุม

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทางบลูสกาย แชนแนลถึงกรณีรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า เป็นแค่ขั้นต้นเพื่อเปิดทางให้รัฐบาล หรือนายกฯ หรือผู้ได้รับมอบหมายมีอำนาจใช้ตามกฎหมายนี้ ซึ่งสามารถออกประกาศ ข้อกำหนดต่างๆได้ หนึ่งในนั้นก็คือ การห้ามชุมนุม ฉะนั้นถ้าเกิดมีการใช้อำนาจนี้ ก็แปลว่าชุมนุมไม่ได้ แต่ในอดีตที่มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน ก็ไม่เห็นมีการยุติการชุมนุมสักครั้ง ทั้งนี้ รู้สึกเป็นห่วงเพราะได้เห็นเอกสารของกระทรวงต่างประเทศ ที่รายงานผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับเลขาธิการสหประชาชาติมี 2 ประเด็นที่ตนสะดุดคือ บอกว่ามีการพบยาเสพติดกับอาวุธในหมู่ผู้ชุมนุม และบอกเลขาธิการสหประชาชาติว่า ไม่มีแนวความคิดใช้กำลัง จึงไม่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พอเมื่อประกาศก็แปลว่าตอนนี้คิดจะใช้กำลังใช่หรือไม่

ผวาส่งซิกชายชุดดำออกโรงป่วน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาล เพื่อต้องการกระชับอำนาจตัวเอง ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลตั้งใจใช้ความรุนแรงควบคุมการชุมนุม เกรงว่าจะเป็นการส่งสัญญาณให้กลุ่มชายชุดดำที่เคยใช้ความรุนแรงในปี 53 ออกมาปฏิบัติการรุนแรงกับผู้ชุมนุม เพราะที่ผ่านมาตำรวจไม่เคยจับคนร้ายที่ก่อเหตุรุนแรงได้ การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจึงไม่แก้ปัญหา แต่ประชาชนจะเกิดอันตรายมากขึ้น ที่น่าแปลกคือ โครงสร้างของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ในส่วนของหน่วยงาน

ทหารกลับใช้คำว่า ตัวแทน ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.ทบ. ผบ.ทร.และ ผบ.ทอ.แทนที่จะเป็นผู้บัญชาการเอง แตกต่างจากข้าราชการพลเรือนที่กำหนดชัดเจนว่าเป็นปลัดกระทรวง จึงขอเจ้าหน้าที่รัฐอย่าตกเป็นเหยื่อรัฐบาลที่จะเอากองกำลังไม่ทราบฝ่ายมาทำร้ายประชาชน ขอให้เจ้าหน้าที่ดูแลประชาชนในช่วง 2 สัปดาห์ อันตรายก่อนเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลเลือดเข้าตา ทำทุกวิถีทาง ไม่สนใจว่าจะมีความสูญเสียหรือไม่

40 ส.ว.ชงศาล รธน.ขวางใช้ยาแรง

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กลุ่ม 40 ส.ว.  กล่าวว่า ในวันที่ 23 ม.ค. จะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนฉุกเฉินกรณี ครม.มีมติประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล อาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 181 (4) เพราะหลังจากประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว จะมีผลทำให้ กปปส.ต้องยุติการชุมนุมหรือเลิกวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมรัฐบาล อีกทั้งในการที่รัฐบาลเตรียมใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารกว่า 12,000 นาย เพื่อดูแลการเลือกตั้งเป็นการใช้ทรัพยากรของรัฐ แม้จะไม่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ได้ใช้อำนาจหน้าที่เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้งกับรัฐบาลก็ตาม

สหรัฐฯขอแจมประณามความรุนแรง

นางมารี ฮาร์ฟ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์ลงวันที่ 21 ม.ค. ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวประณามการก่อเหตุใน กทม. ซึ่งมีการยกระดับไปสู่ความรุนแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยทางการสหรัฐฯเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐบาลไทยเร่งสอบสวนการก่อเหตุในกรุงเทพฯ เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายงดเว้นการใช้ความรุนแรง พยายามอดทนอดกลั้น เคารพในหลักนิติธรรม โดยสหรัฐฯพร้อมสนับสนุนสถาบันและกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตยในประเทศไทย และขอเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายในประเทศไทยมุ่งสู่กระบวนการเจรจาด้วยความจริงใจ หาแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองด้วยสันติวิธี

นร.–นศ. อยากให้ “สุเทพ” ยุติชุมนุม

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สอบถามความคิดเห็นของนักเรียน นักศึกษาใน กทม.และปริมณฑล กรณีนักเรียน/ นักศึกษา กับการชุมนุมของ กปปส. จำนวน 1,142 คน พบว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับการชุมนุมของ กปปส. ร้อยละ 33.25 เป็นการแสดงออกทางการเมืองที่มีประชาชนร่วมชุมนุมจำนวนมาก ร้อยละ 29.50 กลัวว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อ เมื่อถามว่า ถ้านักเรียน/ นักศึกษา เป็นนายสุเทพ เทือกสุ บรรณ จะทำอย่างไร ร้อยละ 35.91 บอกว่า ควรยุติการชุมนุมเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ร้อยละ 31.65 ใช้วิธีเจรจาหันหน้าเข้าหากัน ร้อยละ 18.35 ปฏิบัติตามกฎหมาย เมื่อถามว่า ถ้านักเรียน/นักศึกษา เป็นนายกฯยิ่งลักษณ์จะทำอย่างไร ร้อยละ 58.24 แสดงความจริงใจในการแก้ปัญหาให้ยุติโดยเร็ว ร้อยละ 19.12 ตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ร้อยละ 13.80 ไม่ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา สำหรับบทเรียนที่ได้จากการชุมนุมครั้งนี้ ร้อยละ 45.97 เห็นว่า ความขัดแย้งทางการเมืองส่งผลกระทบต่อคนไทย ร้อยละ 21.84 ประชาชนมีสิทธิแสดงออกทางการเมืองได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย

สุวรรณภูมิระดม ตร.–ทหาร 6 กองร้อย

นางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผอ.สนามบินสุวรรณภูมิ กล่าวว่า สนามบินสุวรรณภูมิยังไม่ปรับเปลี่ยนระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ยังคงใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยระดับ 3 ระดับสูงสุดตามเดิม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สนามบินสุวรรณภูมิได้สนธิกำลังทหารเรือ ทหารบก และตำรวจ 6 กองร้อย มารักษาความปลอดภัยในพื้นที่สนามบิน โดยทหารจะรับผิดชอบความปลอดภัยพื้นที่ชั้นในสนามบิน ตำรวจรับผิดชอบพื้นที่บริเวณรอบนอก ขณะนี้ สนามบินสุวรรณภูมิถือว่ามีความปลอดภัยสูงสุด

นางมาริสา พงษ์พัฒนพันธุ์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบิน (เอโอซี) กล่าวว่า เอโอซีได้เตรียมแผนรองรับหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินไว้แล้ว โดยสายการบินต่างๆต้องเตรียมความพร้อมหากต้องไปใช้สนามบินอื่นๆที่ใกล้เคียงสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อขึ้น-ลงแทน คาดว่า ทอท.คงเตรียมการรองรับสถานการณ์ต่างๆไว้พร้อมเช่นกัน เพราะเบื้องต้นเอโอซีได้พูดคุยกันไปบ้างแล้วว่าจะแก้ไขสถานการณ์ต่างๆอย่างไร

4 องค์กรสื่อจี้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

วันเดียวกัน องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน 4 องค์กรได้แก่ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ร่วมกันออกแถลงการณ์เรียกร้องหยุด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ลิดรอนเสรีภาพสื่อ โดยระบุว่า การที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยอ้างเหตุการชุมนุมที่เกินขอบเขต ก่อความรุนแรงโดยกลุ่มผู้ที่ไม่ประสงค์ดี อีกทั้งการเสนอข้อมูลข่าวสารในสื่อต่างๆในทางบิดเบือน สร้างความแตกแยก ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เป็นการส่งสัญญาณที่รัฐบาลอาจออกข้อกำหนดในลักษณะลิดรอนสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน เช่น การห้ามนำเสนอข่าว อาจนำไปสู่การลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ขัดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลใช้ความรอบคอบในการตราข้อกำหนดในลักษณะลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อและประชาชน รัฐบาลต้องตระหนักว่าเสรีภาพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ รัฐบาลจึงมิอาจแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในทุกกรณี

ปิดหน่วยราชการภาคใต้ 814 แห่ง

ที่ ศอ.รส. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์ชุมนุมประท้วงว่า กลุ่มผู้ชุมนุมปิดสถานที่ราชการในภาคใต้ลงไปถึง อบต.จำนวน 814 แห่ง พยายามกดดัน เจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งไม่ให้ทำหน้าที่ และจะมีการเคลื่อนไหวหลายจุดในพื้นที่ กทม. ส่วนการดำเนินการทางกฎหมายฝ่ายสอบสวนกำลังพิจารณาออกหมายจับผู้ก่อเหตุรุนแรง ผู้สนับสนุน และพยายามขอพื้นที่คืนจากกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่ฝ่ายสืบสวนเร่งรัดจับกุมคนร้ายคดีระเบิด รวบรวมพยานหลักฐาน พิสูจน์ทราบคนร้ายที่มีการก่อเหตุในช่วงการชุมนุม

เค้นปากคำ “โกตี๋” เคลียร์ปมบึ้ม

ที่ บช.น. เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เรียกประชุมชุดสืบสวน คดีคนร้ายปาระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ที่ถนนบรรทัดทอง และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า สั่งการให้ชุดสอบสวนสอบปากคำนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดงปทุมธานี เนื่องจากมีกระแสข่าวตกเป็นผู้เกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้ชุมนุม กปปส.หลายครั้งที่ผ่านมา โดยมอบให้ พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รอง ผบช.น. เดินทางไปร่วมสอบปากคำที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จ.ปทุมธานี ชุดสอบสวนจะสอบปากคำอย่างละเอียดว่า ช่วงที่เกิดเหตุนายวุฒิพงศ์อยู่ที่ใด รวมถึงคดีเก่าๆ ของนายวุฒิพงศ์และเพื่อนในกลุ่มเพื่อพิสูจน์ให้เกิดความกระจ่าง นายโกตี๋ก็ให้ความร่วมมือกับตำรวจเป็นอย่างดี

“โกตี๋” ปัดเอี่ยวบึ้มกลุ่ม กปปส.

พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รอง ผบช.น. กล่าวถึงการสอบปากคำนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ แกนนำคนเสื้อแดง จ.ปทุมธานี ที่ ตชด.ภาค 1 ว่า จากการสอบปากคำถามถึงเหตุการณ์ปะทะที่เกิดขึ้น นายโกตี๋บอกว่า ตั้งแต่มีเหตุการณ์ชุมนุมไม่ได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ กทม. จัดวิทยุอยู่ที่ จ.ปทุมธานี เท่านั้น และไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

จับหนุ่มรับเหมาพกปืนในรถ

ขณะที่เมื่อช่วงกลางดึก วันที่ 22 ม.ค. ขณะ พ.ต.ต.วัฒนา เบ้าศรี สวป.สน.ทองหล่อ นำกำลังตั้งด่านความมั่นคงตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ปากซอยทองหล่อ 25 พบรถมิตซูบิชิแลนเซอร์ สีเทา ทะเบียนป้ายแดง ท-3804 กรุงเทพมหานคร มีนายณัฐกิตติ์ บรรณสินธุ์ อายุ 31 ปี อาชีพรับเหมาก่อสร้างขับเข้ามาในด่านพร้อมแฟนสาว ตรวจค้นรถพบปืน 9 มม. มีทะเบียน 1 กระบอก เครื่องกระสุน 9 มม. 10 นัด มีด 2 เล่ม เหล็กแหลม 4 อัน นกหวีดสายคล้องคอและปลอกแขนลายธงชาติไทย สอบสวนนายณัฐกิตติ์ให้การว่า ปืนเป็นของตนเพราะชื่นชอบกีฬายิงปืน ส่วนนกหวีดและปลอกแขนลายธงชาติไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุม เพียงแต่ชื่นชอบส่วนตัวจึงเก็บไว้เป็นที่ระลึก  เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเข้ามาในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต

รวบ 2 โจ๋ขนปืน–ระเบิด 23 ลูก

ช่วงดึกคืนวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจู่โจม สน.บางเขน ออกตรวจพื้นที่ที่หน้าวัดราษฎร์นิยมธรรม ซอยพหลโยธิน 52 เขตบางเขน พบนายมงคล ทัศน์ศรี อายุ 18 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ทะเบียน ขยว 182 ราชบุรี มีนายกฤษฎา แซ่ภู่ อายุ 27 ปี นั่งซ้อนท้าย ท่าทางมีพิรุธ จึงแสดงตัวตรวจค้น ทำให้ผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนตกใจ ทำกล่องกระดาษขนาดใหญ่ตกพื้น ทำให้ระเบิดที่อยู่ในกล่องกระจายเต็มพื้น ตรวจค้นตามร่างกายพบปืนสั้นไทยประดิษฐ์ขนาด .38 มม. เครื่องกระสุน 35 นัด มีดพับ 1 เล่ม สนับมือ 1 อัน ส่วนระเบิดแบบจุดชนวนในลังนับได้ 23 ลูก แต่ไม่พบสิ่งบ่งบอกว่าเป็นผู้ร่วมชุมนุม กปปส. จึงควบคุมตัวมาขยายผล โดย พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ ผกก.สน.บางเขน กล่าวว่า ผู้ต้องหาสารภาพว่า มีอาชีพเป็นช่างไฟฟ้า พักอยู่บ้านเช่าไม่มีเลขที่หลังวัดราษฎร์นิยมธรรม มีคนว่าจ้าง 5,000 บาท ให้นำกล่องที่มีระเบิดไปวางไว้ที่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แล้วจะมีคนมารับอีกที ส่วนปืน มีดพับ สนับมือทั้งหมดเป็นของผู้ต้องหา อ้างว่ามีไว้ป้องกันตัว แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เมื่อไปค้นที่บ้านพักพบว่า สภาพภายในบ้านมีการรื้อค้นเคลื่อนย้ายสิ่งผิดกฎหมายออกไปแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสืบสวนขยายผลต่อไป

ชี้เป็นระเบิดแสวงเครื่องรัศมี 15 เมตร

ต่อมาเวลา 14.30 น. เจ้าหน้าที่กลุ่มงานและตรวจพิสูจน์และเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) เข้าตรวจสอบระเบิดที่จับกุมได้ในพื้นที่ สน.บางเขน เบื้องต้นพบว่า ระเบิดทั้งหมดเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ภายในบรรจุดินดำจุดด้วยชนวนแบบประทัด มีอานุภาพการทำลายล้าง 10-15 เมตร คนที่มีความรู้เรื่องระเบิดเป็นอย่างดีสามารถหาซื้อส่วนประกอบตามท้องตลาดมาผลิตเองได้ ซึ่งกองพิสูจน์หลักฐานจะนำของกลางดังกล่าวไปตรวจหาสารประกอบอย่างละเอียดอีกครั้ง โดย พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ ผกก.สน.บางเขน กล่าวว่า คดีนี้เกี่ยวกับความมั่นคง ผู้ต้องหารับสารภาพว่า รับว่าจ้างจากนายดำ ไม่ทราบชื่อจริงนามสกุลจริงให้ไปส่งของกลาง อีกทั้งยังไม่เคยเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่ม กปปส. แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา เชื่อว่าของกลางดังกล่าวน่าจะถูกนำไปใช้กับสถานที่ใดที่หนึ่ง แต่จะเกี่ยวข้องกับการก่อความรุนแรงระหว่างการชุมนุมหรือไม่ อยู่ระหว่างการสอบสวน ตำรวจจะขยายผลว่า มีความเชื่อมโยงว่าจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มใด และจะนำไปใช้ในการใด

นปช.ร้องทหารปกป้องรัฐบาล

ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว กลุ่ม นปช.จัดแถลงข่าว “ถลกหนังเทือก” โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวว่า เมื่อมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รัฐบาลจะอยู่ในสภาพถูกไล่ล่าแบบนี้ไม่ได้แล้ว เพราะสุดท้ายจะต้องถอยไปอยู่แม่ฮ่องสอน ต้องคิดว่าจุดใดยอมได้ ยอมไม่ได้ ขอถามไปยัง ผบ.ทบ.ว่า หากม็อบไปพ่นสีใส่ป้าย บก.ทบ.เหมือนที่ทำกับป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) บ้าง จะมองว่าก่อความรุนแรงหรือไม่ ถ้าทหารประกาศไม่รัฐประหารแล้ว ปล่อยให้ตำรวจใช้กฎหมายเข้มข้นปัญหาก็ไม่เกิด ทหารควรปกป้องรัฐบาลที่มาจากประชาชน ไม่ใช่ปกป้องกบฏที่มาปล้นอำนาจจากประชาชน

นปช.ปากน้ำหวิดเผชิญหน้า กปปส.

สำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส.ในจังหวัดต่างๆนั้น ที่ จ.สมุทรปราการ กลุ่ม กปปส. ได้ปิดสถานที่ราชการสำคัญได้แก่ สำนักงานพื้นที่สรรพากร สำนักงานที่ดิน กรมธนารักษ์ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามศาลากลางจังหวัด โดยมีตัวแทนข้าราชการออกมาต้อนรับ พร้อมกล่าวว่า จะยืนเคียงข้างประชาชน ขณะที่ภายในบริเวณศาลากลางมีกลุ่ม นปช.รวมตัวกันขับไล่กลุ่ม กปปส. ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนำลวดหนามมากั้นไม่ให้ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน

ส่วน จ.สมุทรสาคร กลุ่ม กปปส.รวมตัวเป่านกหวีดปิดศาลากลางจังหวัด มีนายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ปลัดจังหวัดนำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อส.กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อำนวยความสะดวก โดยกลุ่มผู้ชุมนุมยื่นข้อเสนอให้จังหวัดหยุดงานไปถึงวันที่ 24 ม.ค.เพื่อต่อต้านรัฐบาล ซึ่งทางจังหวัดรับปากจะหยุดงานตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.เป็นต้นไป ขณะที่ จ.ชลบุรี นายคมสัน เอกชัย ผวจ.ชลบุรี สั่งให้เจ้าหน้าที่นำป้ายประกาศติดไว้ที่ประตูทางเข้าศาลากลางจังหวัด พร้อมนำโซ่คล้องกุญแจอย่างดี ก่อนที่กลุ่ม กปปส.จะเดินทางมาถึง ขณะประตูหลังศาลากลางยังเปิดอยู่ข้าราชการเข้าออกทำงานได้ตามปกติ ขณะเดียวกันที่ จ.เพชรบุรี ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์ กลุ่ม กปปส.เคลื่อนขบวนปิดศาลากลางจังหวัดและหน่วยงานราชการหมดทุกแห่ง

3 จว.ใต้ปิดล้อมศาลากลาง

ที่ จ.ปัตตานี กลุ่ม กปปส.ร่วมกับแพทย์พยาบาล รพ.ปัตตานี เคลื่อนขบวนปิดศาลากลางจังหวัด จนข้าราชการต้องหยุดงานไปโดยปริยาย จากนั้นเคลื่อนขบวนปิดหน่วยงานราชการต่างๆ รวมทั้งเทศบาลเมืองปัตตานี มีนายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศบาลเมืองปัตตานี ออกมาพบปะพูดคุย และยินดีที่ปิดทำการ 3 วัน ทั้งนี้ นายวิทยา พานิชพงศ์ ผวจ.ปัตตานี กล่าวว่า ไม่ห้ามการเคลื่อนไหวของ กปปส. หากสถานที่ราชการใดมีความประสงค์จะหยุดงาน ก็ให้หยุดไปก่อนได้ แต่บางแห่งไม่ควรหยุดเช่น หน่วยงานความมั่นคง ขณะที่ จ.ยะลา กลุ่ม กปปส. รวมตัวปิดประตูทางเข้าออกศาลากลางจังหวัดทั้งสองด้าน ทำให้ข้าราชการเข้าไปทำงานไม่ได้ เช่นเดียวกับ จ.นราธิวาส กลุ่ม กปปส.เคลื่อนขบวนปิดศาลากลางจังหวัดและหน่วยงานราชการทุกอำเภอ

คปท.โชว์ห้าวทำลายป้าย สตช.

ด้านบรรยากาศการชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่สะพานชมัยมรุเชฐ เมื่อเวลา 09.50 น. นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. นำมวลชนเดินทางไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อแสดงอารยะขัดขืนกรณีที่รัฐบาลการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อขบวน คปท.มาถึงหน้า สตช. แกนนำ คปท.ประกาศให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ออกมารายงานตัวกับประชาชน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นให้เก็บสัมภาระออกภายใน 1 ชั่วโมง หากไม่ยอมออก คปท.จะยกระดับการเคลื่อนไหว จนกระทั่งครบเวลาขีดเส้นตาย แกนนำ คปท.จึงสั่งมวลชนรื้อทำลายป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติออก โดยใช้สีพ่นคำว่า คปท.แทนที่ ก่อนจะตัดโซ่กุญแจที่ล็อกอยู่ที่ประตูทางเข้า เพื่อเป็นการประกาศชัยชนะ และย้ำว่า ที่นี่ไม่ใช่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกต่อไป โดยนายนิติธรประกาศว่า หลังจากนี้ คปท.จะปฏิบัติภารกิจที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินห้ามไว้หมด รวมถึงบุกจับตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จนกระทั่งเวลา 12.20 น. มวลชน คปท.จึงเคลื่อนขบวนออกจาก สตช.

แวะอวดพลังกรมทรัพยากรธรณี

ต่อมาเวลา 13.30 น. กลุ่ม คปท.เคลื่อนมาชุมนุมหน้ากรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ยังเปิดให้ข้าราชการที่มาทำงานตามปกติ โดยนายนิติธรและนายอุทัย ได้เจรจาขอเข้าไปตรวจสอบว่า มีการเปิดให้ข้าราชการเข้ามาทำงานจริงหรือไม่ และขอให้ข้าราชการเก็บของออกจากกระทรวงทันที ยกเว้นศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัยที่อนุญาตให้ทำงานได้ หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจะตัดน้ำตัดไฟส่วนราชการทั้งหมด จากนั้นคณะแกนนำ คปท.จึงนำมวลชนทั้งหมดเคลื่อนขบวนกลับเวทีชมัยมรุเชฐ

ชาวดอนเมืองจุดเทียนสันติภาพ

ช่วงเย็น ชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้าบริเวณ ตลาดนัดโกสุมรวมใจ ย่านดอนเมือง นัดหมายกันสวมเสื้อขาวจัดกิจกรรมจุดเทียนเขียนสันติภาพ โดยนำแผ่นผ้าขาวขนาดใหญ่มาขึง เพื่อให้ผู้เห็นด้วยกับการเลือกตั้งเขียนข้อความเรียกร้องให้ยุติกระบวนการขัดขวางการเลือกตั้ง จากนั้นในเวลา 18.45 น. กลุ่มคนสวมเสื้อขาวทั้งหมดได้ร่วมกันจุดเทียน แล้วปักลงบนกระถางเป็นรูปสัญลักษณ์เสรีภาพ พร้อมประกาศจัดกิจกรรมเดินขบวนสนับสนุนการเลือกตั้งอีกครั้งในวันที่ 24 ม.ค.นี้

นครสวรรค์จุดเทียนหนุนเลือกตั้ง

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่สะพานเดชาติวงศ์ 1 อ.เมืองนครสวรรค์ ชาว จ.นครสวรรค์สวมเสื้อสีขาวร่วมจุดเทียนรณรงค์เลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. โดยมีป้ายผ้าขึงกลางถนน เขียนข้อความรณรงค์การเลือกตั้งเช่น ชาวนครสวรรค์รักประชาธิปไตย เข้าใจ 1 สิทธิ 1 เสียง, 2 กุมภาพันธ์ 2557 พร้อมใจไปเลือกตั้ง ไม่เอารัฐประหาร ไม่เอาเผด็จการ หลังจากทำกิจกรรมเสร็จต่างแยกย้ายกันกลับ และนัดเจอกันอีกครั้งในวันที่ 29 ม.ค.

เวทีปทุมวันจัดบิ๊กคลีนนิ่ง

ด้านความเคลื่อนไหวของการชุมนุมของกลุ่มกปปส.ตามเวทีต่างๆเมื่อวันที่ 22 ม.ค.นั้น ที่เวทีปทุมวัน ในช่วงเช้ามีการจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ทำความสะอาดพื้นที่ชุมนุม มีรถน้ำของ กทม. พนักงานทำความสะอาดมาร่วมทำความสะอาด และฉีดพ่นควันไล่ยุง ขณะที่การ์ดรักษาความปลอดภัยเพิ่มความเข้มงวดตรวจค้นสัมภาระผู้เข้าพื้นที่การชุมนุม พร้อมทำบังเกอร์จากยางรถยนต์ ถังน้ำมัน 200 ลิตร และกระสอบทรายที่เชิงสะพานหัวช้าง เพื่อป้องกันเหตุการณ์รุนแรง

ประเมินรัฐบาลใกล้เข้าตาจน

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงว่า การที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินถือว่ารัฐบาลกำลังเข้าตาจน ขณะนี้รัฐบาลและแนวร่วมประสบปัญหาความสั่นคลอน ตกอยู่ในจุดเสื่อมสูงสุด เพราะมีข้าราชการไม่ยอมเป็นเครื่องมือ รวมทั้งชาวนาก็ตาสว่างหลังถูกพรรคเพื่อไทยหลอกด้วยนโยบายประชานิยม ไม่มีเงินจ่ายให้ชาวนา จนชาวนาลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย

ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำกปปส.ประกาศบนเวทีว่า การที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินถือว่าทำไม่ได้ เพราะรัฐบาลไม่มีความชอบธรรมและเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 ขอให้ประชาชนใช้ชีวิตปกติ อารยะขัดขืน หากรัฐบาลประกาศห้ามเดินขบวนถนนเส้นไหน จะไปเดินขบวนถนนเส้นนั้น ส่วนพี่น้องต่างจังหวัดให้รีบปิดสถานที่ราชการในจังหวัด และจะร่วมฉลองชัยชนะที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในอีกไม่กี่วันนี้

บิ๊ก กปปส.ถกรับมือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายแกนนำ กปปส. ได้นัดหารือกันภายในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีประเด็นของการทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยของการ์ดประจำเวทีต่างๆ โดยแกนนำกำชับให้การ์ดเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นคนแปลกหน้ามากขึ้น พร้อมกับให้แต่ละเวทีระมัดระวังการปฏิบัติหน้าที่ให้มีความสุภาพ มีระเบียบวินัย ส่วนการที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั้นแกนนำก็ไม่ได้ให้ความสำคัญ แต่หากเวทีใดถูกเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมหรือถูกโจมตีก็จะมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือทันที อย่างไรก็ตามแนวทางการเคลื่อนไหวหลังจากนี้แกนนำ กปปส. จะนัดหารือกันอีกครั้งภายในอีก 1-2 วัน และคาดว่าจะมีความชัดเจนเรื่องดังกล่าว

เวทีลาดพร้าวปิดสรรพากร

ส่วนที่เวทีห้าแยกลาดพร้าว ในช่วงเช้านายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. นำมวลชนและเจ้าหน้าที่ กทม.ร่วมกันทำความสะอาดพื้นที่ชุมนุม ต่อมาเวลา 12.00 น. นายอิสสระนำผู้ชุมนุมจากเวทีห้าแยกลาดพร้าว เคลื่อนขบวนไปปิดสำนักงานสรรพากร กรุงเทพฯ 20 ที่อาคารชวมิตร ถนนลาดพร้าว มีข้าราชการส่วนหนึ่งออกมารอเป่านกหวีดต้อนรับ ขณะที่นายเกรียงชัย ธันวานนท์ สรรพากรพื้นที่ 20 ยืนยันว่าข้าราชการทุกคนทำหน้าที่เพื่อชาติ และยินดีทำตามข้อเรียกร้องของ กปปส. ซึ่งนายอิสสระบอกว่า จะให้โอกาสทำตามที่พูดไว้ เพราะไม่อยากให้ผู้เช่าอาคารรายอื่นเดือดร้อน แต่หากกลับมาตรวจ ยังพบว่าทำงานอยู่ จะตัดน้ำตัดไฟทันที จากนั้นนำขบวนไปปิดสำนักงานสรรพากร 18 ใกล้แยกบางกะปิ ให้ข้าราชการเดินทางกลับบ้าน

ยอมต่อไฟฟ้าคืนกรมประมง

นายอิสสระกล่าวถึงกรณีผู้ชุมนุม กปปส.ตัดไฟที่กรมประมงภายใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จนอาจกระทบต่อพันธุ์สัตว์น้ำหายากว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปต่อกระแสไฟฟ้าที่สำนักงานวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว แต่อธิบดีกรมประมงได้ประสานขอให้ไปต่อไฟฟ้าในส่วนของอควาเรี่ยมจัดแสดงพันธุ์ปลานานาชนิด ซึ่งบางตัวเป็นปลาหายาก อาจตายจากการขาดออกซิเจน ตนไม่ได้ขัดข้อง แต่ให้ต่อไฟเฉพาะส่วนแสดงปลาเท่านั้น  ส่วนอื่นๆยังตัดไฟ ไม่ให้ข้าราชการเข้าทำงานเหมือนเดิม

อนุสาวรีย์ชัยฯ จัดงานครื้นเครง

ขณะที่เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไม่มีกิจกรรมเคลื่อนไหวเดินทางไปที่ใด แต่แกนนำ กปปส.ได้จัดกิจกรรมแฮบปี้ลันช์ให้ผู้ชุมนุมสนุกสนานผ่อนคลายมีกิจกรรมสร้างความบันเทิงต่างๆ เช่น การแสดงจากศิลปินวงต่างๆ การประกวดร้องเพลง การประกวดแต่งกายแฟนซี พร้อมมีอาหารเลี้ยงมวลชนอย่างเต็มที่ โดยนายถาวร เสนเนียม แกนนํา กปปส. กล่าวว่า ขณะนี้ครบ 10 วันที่กลุ่ม กปปส. เริ่มมาตรการชัตดาวน์ กทม. จึงจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อผ่อนคลายให้ผู้ชุมนุม

บุกล้อม “เหลิม” กระทรวงแรงงาน

ส่วนที่เวทีราชประสงค์ ภายหลังจากที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายชุมพล จุลใส แกนนำ กปปส.นำมวลชนไปปิดล้อมสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเสร็จแล้ว ได้เคลื่อนขบวนไปปิดล้อมกระทรวงแรงงาน หลังจากทราบข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. เข้ามาทำงานที่กระทรวง และจะมีการประชุม ศรส.ที่กระทรวงแรงงาน โดยผู้ชุมนุมได้กระจายกำลังไปปิดล้อมประตูทางเข้าออกทุกประตู เพื่อไม่ให้ ร.ต.อ.เฉลิมออกจากกระทรวงได้ ซึ่งภายในกระทรวงมีรถบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 สีดำ หมายเลขทะเบียน ธท 333 กรุงเทพมหานคร ของ ร.ต.อ.เฉลิมจอดอยู่หน้าอาคาร 15 ชั้น จากนั้น นายชุมพลประกาศท้าให้ ร.ต.อ.เฉลิมออกมาพบผู้ชุมนุม ขณะที่ภายในกระทรวงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกระจายกำลังดูแลความเรียบร้อยตามอาคารต่างๆ จนกระทั่งเวลา 15.25 น.ผู้ชุมนุมนำรถ 6 ล้อ ไปจอดขวางที่หน้าประตู 3 พร้อมตัดโซ่ที่คล้องประตูออก พร้อมกับประกาศห้ามผู้ชุมนุมเข้าไปภายในกระทรวง ต่อมาแกนนำผู้ชุมนุมได้เข้าไปเจรจากับ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. ที่นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลความเรียบร้อยในกระทรวง ซึ่ง พล.ต.ต.ฐิติราชยืนยันว่า ตำรวจจะไม่ทำร้ายประชาชน และไม่มีการประชุม ศรส.ภายในกระ-ทรวง จากนั้นผู้ชุมนุมได้ถอนกำลังกลับเวทีราชประสงค์

สวนลุมฯ ปิดกรมการบินพลเรือน

ด้านเวทีสวนลุมพินี แยกศาลาแดง แกนนำ กปปส.อาทิ นายวิทยา แก้วภราดัย นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายพิเชษฐ พัฒนโชติ นายสาธิต เซกัล ประชุมหารือแนวทางการเคลื่อนไหว เพื่อวางแผนป้องกันหากรัฐบาลจะนำกำลังเข้าสลายการชุมนุม จากนั้นเวลา 12.50 น. นายชินวรณ์ นำมวลชนไปปิดล้อมกรมการบินพลเรือน เพื่อเชิญชวนข้าราชการกรมการบินพลเรือน เข้าร่วมต่อสู้กับ กปปส. โดยนายวรเดช หาญประเสริฐ อธิบดีกรมการบินพลเรือน ออกมาเจรจากับนายสาธิต เซกัล แกนนำ กปปส.ว่า กรมการบินพลเรือนมี 8 หน่วยงาน แต่มี 3 หน่วยงานมีความสำคัญไม่สามารถปิดได้คือ สำนักมาตรฐานการบิน สำนักมาตรฐานสนามบิน และสำนักกำกับดูแลกิจการขนส่งทางอากาศ เพราะมีผลกระทบในภาพรวมด้านความปลอดภัยและระบบการบินระหว่างประเทศทั้งหมด จึงขอไว้ 3 หน่วยงานที่ไม่สามารถปิดได้ ส่วนหน่วยงานที่เหลือจะชะลอการทำงานและปิดตามที่ กปปส.ต้องการ

ผ่อนปรนไม่ปิด 3 หน่วยงาน

นายวรเดช หาญประเสริฐ อธิบดีกรมการบินพลเรือน (บพ.) เปิดเผยหลังเจรจากับตัวแทนแกนนำ กปปส.ว่า ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า กลุ่มผู้ชุมนุมยินยอมให้ข้าราชการ บพ.3 ส่วนทำงานต่อได้คือ งานออกใบอนุญาตทำการบิน งานตรวจสอบความปลอดภัยของอากาศยานและนักบิน และงานค้นหาอากาศยานและเรือที่ประสบภัย เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้านการบินและความมั่นคง มีข้าราชการประมาณ 200 คนต้องทำงานต่อไป ส่วนสำนักงานอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ 3 ส่วนนี้ให้หยุดหรือทำงานที่บ้านได้ตามความสมัครใจ จะไม่มีการล้อมรั้วหรือปิดทางเข้าออก ส่วนการดูแลความปลอดภัยของสนามบินในความดูแลของ บพ. 28 แห่งทั่วประเทศ ได้ยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุดระดับ 5 ที่ต้องตรวจสอบบัตรและสัมภาระของผู้ผ่านเข้าออกทุกคน รวมทั้งการคุมเข้มดูแลความปลอดภัยสนามบิน ซึ่งในส่วนสนามบินไม่น่าจะมีปัญหา เพราะแกนนำ กปปส. ระบุชัดเจนว่าจะไม่มีการปิดสนามบิน

“เทือก” เชื่อยิ่งเรียกแขกร่วมม็อบ

เมื่อเวลา 17.50 น. ที่เวทีสวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่า ขอชื่นชมผู้ชุมนุมที่ไปปิดกรมการบินพลเรือน แสดงให้เห็นว่าพวกเราไม่หวั่นเกรงแม้รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เราขอประกาศห้ามรัฐบาล 1. ห้ามสลายการชุมนุม ถ้าทำจะผิดกฎหมายทันที เนื่องจากเราชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ 2. ห้ามใช้อาวุธกับประชาชน หากใช้จะเจอส้นเท้าทหารแน่นอน 3. ห้ามออกประกาศว่า ไม่ให้ใครขายกับข้าวหรือน้ำมันเติมเครื่องปั่นไฟให้ หากจะห้ามก็จะเปิดรับบริจาคจากคนกรุงเทพฯ เชื่อว่ายิ่งประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยิ่งจะทำให้คนเจ็บแค้นมาร่วมชุมนุมมากขึ้น วันที่ 23 ม.ค. เวลา 10.00 น. จะเดินขบวนร่วมกับผู้ชุมนุมเวทีอโศกไปตามถนนชิดลม ถนนสารสิน และถนนวิทยุ เพื่อเชิญชวนคนมาร่วมต่อสู้กับ กปปส.

หลวงปู่ปูดโดนจ้องสลายเวทีชุมนุม

ส่วนเวทีแจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 15.30 น. หลวงปู่พุทธอิสระแถลงข่าวว่า ขณะนี้มีกลุ่มคนได้แฝงตัวเข้ามาในพื้นที่ชุมนุม กระจายกันมาเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 2-3 คน รวมกว่า 30 คน มีร่างกายกำยำแข็งแรง น่าจะเป็นกองกำลังของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งแฝงตัวเข้ามาเพื่อสลายการชุมนุม เพราะเวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะเป็นเป้าหมายแรกที่จะสลายการชุมนุม หลังจากประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะมีมวลชนไม่มากนัก ทั้งนี้ การชุมนุมเวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะเป็นไปอย่างนักรบสีขาว ใช้ความอ่อนโยน ไม่มีความรุนแรง ถ้าเกิดมีเหตุสลายการชุมนุมจะสั่งให้ผู้ชุมนุมนั่งอยู่เฉยๆ ไม่ให้ต่อสู้ขัดขวาง เพื่อให้ผู้ชุมนุมปลอดภัย ปล่อยให้มาอุ้มหลวงปู่องค์เดียว หรือแกนนำ แต่ไม่ให้มวลชนได้รับอันตราย ถ้ามีเหตุการณ์ใดๆ หลวงปู่จะรับคนเดียว แม้จะตายก็ตาม

“สุเทพ” ขู่จับ จนท.ยัดคุกทำตาม พ.ร.ก.

ต่อมาเวลา 19.10 น. ที่เวทีปราศรัยแยกปทุมวัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่า วันนี้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นแก๊งเถื่อนนอกกฎหมาย ไม่ชอบธรรมทั้งกฎหมายและการเมือง จึงไม่มีสิทธิประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถือว่าการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นโมฆะ การให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ที่เป็นโมฆะบุรุษ เป็น ผอ.ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ทำให้ ร.ต.อ.เฉลิมคึกมากที่นายกฯตั้งเป็น ผอ.ศรส. ทำให้นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ถูกถีบออกจากอำนาจ ทั้งนี้ ใครที่ทำตามคำสั่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินต้องรับผิดติดตัวทุกคน อีกทั้งรัฐธรรมนูญระบุชัดว่ารัฐบาลรักษาการใช้จ่ายงบประมาณไม่ได้ แต่การที่ตั้ง ศรส.ต้องมีเจ้าหน้าที่และจ่ายเบี้ยเลี้ยงนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์สั่งจ่ายไม่ได้ หากจ่ายจะผิดกฎหมาย ซึ่งจะส่งสัญญาณถึงเจ้าหน้าที่ว่า คำสั่ง ศรส. หากใครปฏิบัติตามจะไม่ได้รับการคุ้มครอง ติดคุกแน่นอน ต้องขอชมเชยทหาร เพราะการที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเถื่อนๆ ทหารไม่ยอมร่วมเถื่อนด้วย ศูนย์เถื่อนของ ร.ต.อ.เฉลิมจึงไม่มีทหารร่วมด้วย การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินคือไพ่ใบสุดท้ายของรัฐบาล จะรอดูต่อว่าหลังจากนี้รัฐบาลจะใช้อะไรอีก

23 ม.ค. 2557 03:08 23 ม.ค. 2557 03:08 ไทยรัฐ