วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กูรูเศรษฐกิจคาด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉุดท่องเที่ยวซบเซา ส่งออกแย่

กูรูเศรษฐกิจคาด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉุดท่องเที่ยวซบเซา ส่งออกแย่

  • Share:

3 กูรูเศรษฐกิจ ประเมินผลกระทบหลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การท่องเที่ยวกระทบหนัก ห่วงภาคส่งออก หลังต่างชาติเริ่มไม่มั่นใจกลัวเกิดสถานการณ์รุนแรง ผู้ชุมนุมปะทะเจ้าหน้าที่รัฐ...

ดร.บันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย สายบริหารความเสี่ยง ธนาคารซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน เปิดเผยกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ว่า หลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อาจจะทำให้ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจลดลง แต่ไม่มากนัก และไม่เหนือความคาดหมาย เพราะมีการชุมนุมตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยคาดว่า ภาคการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่อาจมียอดนักท่องเที่ยวลดลง

"แม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวกระจายอยู่ตามต่างจังหวัด แต่คงไม่สามารถชดเชยกับยอดนักท่องเที่ยวใน กทม. ได้ เพราะเป็นนักท่องเที่ยวคนละกลุ่ม เชื่อว่ารายได้จากการท่องเที่ยวใน กทม. น่าจะลดลง" ดร.บันลือศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ เรื่องที่น่าเป็นห่วงถัดมา คือภาคการส่งออก เพราะต่างชาติเริ่มไม่มั่นใจกับสถานการณ์และทางออกของการเมืองไทย หากยืดเยื้อยาวนานจะทำให้ไทยเสียโอกาสสำคัญ เพราะต่างชาติอาจจะหาตลาดอื่นๆ ชดเชยสินค้าที่จากเดิมเคยสั่งซื้อจากประเทศไทย เพราะห่วงว่าจะส่งออกไม่ทันตามคำสั่งซื้อ

หากสถานการณ์ทางการเมืองยืดเยื้อ อาจทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยไม่เป็นไปตามคาด จากเดิมประเมินไว้จะเติบโตประมาณร้อยละ 3.4 หากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไปอีกนาน โดยที่่ไม่เกิดความรุนแรง อาจจะเติบโตไม่ถึงร้อยละ 3 และหากเกิดความรุนแรงทางการเมือง อาจทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ และการเติบโตไม่ถึงร้อยละ 1 ซึ่งหวังว่าคงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น

นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด มองว่า จะกระทบต่อการลงทุนระยะยาว สำหรับกองทุนขนาดใหญ่ๆ และทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่มั่นใจกับสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย เพราะในระยะสั้นเป็นการบ่งชี้ว่า อาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรง และจะทำให้เกิดแรงเทขายออกมาได้อีก โดยที่ผ่านมาแรงเทขายมีต่อเนื่องจากความกังวลปัจจัยเสี่ยงในประเทศ และปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอย่างสหรัฐฯ ที่เริ่มฟื้นตัวจึงดึงดูดเม็ดเงินกลับไป

ส่วนนักลงทุนในประเทศ เริ่มคุ้นเคยกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ต้องรอดูมูลค่าการลงทุนในวันนี้ ว่าแรงเทขายจะออกมาเป็นอย่างไร รวมทั้งช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งจะมีการเลือกตั้งล่วงหน้า ว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ หรือมีความรุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

สำหรับคำแนะนำการลงทุนสัปดาห์นี้ ในระยะสั้น แนวรับสำคัญ 1,250 จุด ส่วนแนวต้านประเมินไว้ที่ 1,300 จุด เน้นลงทุนในหุ้นที่มีปันผลสูง หรือหุ้นกลุ่มส่งออกที่ได้รับอานิสงส์จากเงินบาทที่อ่อนค่า เช่น CPF, GFPT, DELTA, KCE เป็นต้น ส่วนนักลงทุนเก็งกำไรอย่างระมัดระวัง และกำหนดจุดตัดขาดทุนไว้อย่างเคร่งครัด

ด้านนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ประเมินว่า หลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีโอกาสทำให้สถานการณ์เพิ่มความรุนแรงมากขึ้น เพราะทางภาครัฐอาจต้องการเข้ารักษาความสงบเรียบร้อยในบางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ของหน่วยงานราชการ ซึ่งกังวลว่าอาจจะทำให้เกิดการปะทะกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ชุมนุม

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีดัชนีชี้วัดหลายอย่าง สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนตกต่ำลงมาก ทั้งดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ลดลง ตั้งแต่เริ่มการชุมนุมจนถึงปัจจุบัน 200 จุด อีกทั้งแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่ทยอยขายออกมาก่อนหน้านี้อย่างต่อเนื่อง มูลค่ามากพอสมควร รวมทั้งทิศทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ความมั่นใจและความเชื่อมั่นอยู่ในช่วงที่ต่ำ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้