วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หอการค้า ห่วง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กระทบภาพลักษณ์

หอการค้าไทย เผย ยังประเมินผลกระทบจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้ เพิ่งมีผลบังคับใช้ แต่กระทบภาพลักษณ์ประเทศ นักท่องเที่ยว ส่วนระยะยาว ฉุดต่างชาติชะลอลงทุนแน่ คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้อย่างเก่งโตได้แค่ 3-4% พร้อมยุติบทบาท 7 องค์กรภาคเอกชนชั่วคราว หลังรัฐรับฟังข้อเสนอปฏิรูปประเทศบางส่วนเท่านั้น...

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นเวลา 60 วัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้น ขณะนี้คงยังไม่สามารถประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากเพิ่งเริ่มบังคับใช้ พ.ร.ก.ดังกล่าวเป็นวันแรก แต่ในระยะสั้นจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาต่างชาติรวมทั้ง กระทบกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในไทยให้ลดลง เพราะขณะนี้สถานทูตต่างๆ เริ่มออกคำเตือนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายัง ประเทศไทยมากขึ้น ส่วนในระยะยาวคาดว่าจะมีผลกระทบต่อการลงทุนใหม่ๆ ที่จะเข้ามาอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ หอการค้าไทยได้ประเมินอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ไว้ที่ 3-4% จากที่มองว่าควรจะเติบโตได้ 4-5% ขณะที่คาดว่า การส่งออกในปีนี้จะโตได้ราว 3-4% โดยคาดว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการชุมนุมที่ยืดเยื้อนั้นประมาณวัน ละ500-700 ล้านบาท ที่สำคัญ รัฐบาลรักษาการไม่สามารถขับเคลื่อนโครงการลงทุนต่างๆ ได้

อย่างไรก็ตาม หอการค้าไทยยังหวังให้คู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่ายได้หันหน้ามาเจรจากันซึ่งน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่ขณะนี้ภาคเอกชนในนามของ 7 องค์กรภาคเอกชนจะขอยุติบทบาทชั่วคราวในการทำหน้าที่เป็นคนกลางที่จะประสานงานระหว่ารัฐบาล กลุ่ม กปปส. และภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดตั้งเวทีปฏิรูปประเทศเนื่องจากมองว่าข้อเสนอของภาคเอกชนที่ผ่านมา ไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควรจากรัฐบาล

“ตอนนี้ 7 องค์กรภาคเอกชนคงต้องยุติบทบาทการเปิดเวทีกลาง เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องแสดงความคิดเห็นปฏิรูปประเทศ เพราะเราช่วยอะไรไม่ได้มาก และข้อเสนอที่เสนอไป ฝ่ายการเมืองรับฟังบางส่วนเท่านั้นเราจึงหันมาทำบทบาทของเราด้านเศรษฐกิจดี กว่าเพราะขณะนี้ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) กำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง และเศรษฐกิจโลก” นายอิสระ กล่าว

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย วิเคราะห์ว่า ผลกระทบของการที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขึ้นอยู่กับปฏิกิริยาจากรัฐบาลต่างชาติ ในการประกาศเตือนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในไทย จากปัจจุบันที่ประเทศต่างๆ มีคำเตือนอยู่ในระดับ 2 จาก 5 ระดับ หากมีการยกระดับคำเตือนก็จะส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาลดลง จากปัจจุบันนักท่องเที่ยวลดลงเฉลี่ย 20% ซึ่งยังต้องติดตามสถานการณ์ในระยะต่อไป หากนักท่องเที่ยวลดลงต่ำกว่าปัจจุบัน ก็มีโอกาสจะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโตต่ำกว่า 3%

ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่า สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่มีความรุนแรง หรือจำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะ พ.ร.บ.ความมั่นคง ที่ประกาศใช้ก็ยังสามารถใช้ดูแลสถานการณ์ได้ แต่ยอมรับว่ารัฐบาลน่าจะมีเหตุผลรองรับในการประกาศใช้ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ให้อำนาจรัฐบาลในการดูแลสถานการณ์เป็นลำดับ ขั้น ตามการบังคับใช้ หากไม่มีความรุนแรง และไม่มีการยกระดับความเข้มงวด ก็จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไม่มาก

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ประเมินว่า ช่วงการชัตดาวน์กรุงเทพฯ ของกลุ่ม กปปส. ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. 57 กระทบต่อเศรษฐกิจ 5,000-10,000 ล้านบาทต่อสัปดาห์ โดยกระทบภาคเศรษฐกิจในกรุงเทพมหานคร 3,000-7,000 ล้านบาท

นายธนวรรธน์ มองว่า การที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นเวลาถึง 60 วัน อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการบริโภค ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่าย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ทั้งบ้าน รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องประดับ รวมถึงการจับจ่ายเพื่อความบันเทิง เช่น การเที่ยวกลางคืน ที่จะได้รับผลกระทบตามมา.

หอการค้าไทย เผย ยังประเมินผลกระทบจากพ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้ เพิ่งมีผลบังคับใช้ แต่กระทบภาพลักษณ์ประเทศ นักท่องเที่ยว ส่วนระยะยาว ฉุดต่างชาติชะลอลงทุนแน่ คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้อย่างเก่งโตได้แค่ 3-4% พร้อมยุติบทบาท 7 องค์กรภาคเอกชนชั่วคราว หลังรัฐรับฟังข้อเสนอปฏิรูปประเทศบางส่วนเท่านั้น... 22 ม.ค. 2557 14:34 ไทยรัฐ